เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 มีปัญหาหรือไง?

บทที่ 7 มีปัญหาหรือไง?

บทที่ 7 มีปัญหาหรือไง?


"ฉันเอง! ทำไม? หวังเปียว แกมีปัญหาหรือไง?" ชายร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำเดินก้าวออกมา

ทันทีที่หวังเปียวเห็นชายในชุดสูทดำคนนี้ หัวใจของเขาก็กระตุกวูบ ทำไมขาใหญ่พวกนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้? ซวยแล้ว... จบเห่แน่คราวนี้

ขาทั้งสองข้างของหวังเปียวเริ่มสั่นเทาโดยไม่อาจควบคุม

เหล่าไทยมุงที่เห็นหวังเปียวหัวหน้าแก๊งซิงหลงปรากฏตัว ทีแรกก็นึกว่าจะมีเรื่องสนุกให้ดู และคิดว่าชายชุดดำคงต้องเจ็บตัวแน่ๆ เพราะใครๆ ในละแวกนี้ต่างรู้ดีว่าแก๊งซิงหลงมีอิทธิพลแค่ไหน คนส่วนใหญ่ต่างก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่ไปตอแยด้วย

แต่ภาพที่ปรากฏกลับตาลปัตร หัวหน้าแก๊งอย่างหวังเปียวกลับยืนขาสั่นเพียงแค่เห็นหน้าชายชุดดำ พวกนี้เป็นใครกันแน่?

"เป็นท่านนี่เอง! ทำไมท่านถึง..." หวังเปียวยังพูดไม่ทันจบประโยค เขาก็สังเกตเห็นสภาพอันน่าอนาถของอีกฝ่าย แม้ร่างกายจะไม่มีบาดแผล แต่เสื้อผ้าที่เปียกโชกไปด้วยเหล้าทำให้ดูทุลักทุเลไม่น้อย กลิ่นเหล้าที่คละคลุ้งออกมาจากตัวคนพวกนี้ รุนแรงชนิดที่ว่ายืนห่างไปสิบลี้ก็น่าจะได้กลิ่น

"ไม่ต้องแส่เรื่องชาวบ้าน!" ชายชุดดำตวาดตัดบท เขาทำท่าจะพาพรรคพวกเดินจากไป แต่พอเดินไปได้สองก้าวก็หันขวับกลับมาสั่งหวังเปียว "ค่าเหล้าพวกนี้ พรุ่งนี้แกไปเบิกคืนที่แผนกการเงินของหยางเฉิงกรุ๊ป!"

"ไม่กล้าครับ! ไม่กล้า!" หวังเปียวรีบก้มหัวปลกๆ ด้วยความนอบน้อม

"จะไปหรือไม่ไปก็เรื่องของแก แต่ฉันจะให้ฝ่ายบัญชีเตรียมเงินรอไว้!" พูดจบเขาก็ไม่สนใจหวังเปียวอีก เดินนำชายชุดดำคนอื่นๆ จากไปทันที

พอได้ยินชื่อ 'หยางเฉิงกรุ๊ป' ฝูงชนที่มุงดูอยู่ก็ฮือฮากันยกใหญ่ ดูจากท่าทางแล้ว ชายชุดดำพวกนี้น่าจะเป็นคนของหยางเฉิงกรุ๊ป และเมื่อนึกย้อนไปถึงตอนที่พวกเขาเรียกหญิงสาวคนนั้นว่า 'คุณหนู' ทุกคนก็พอจะเดาออกทันทีว่าคนกลุ่มนี้เป็นใคร

บอดี้การ์ดของตระกูลหยาง ล้วนเป็นทหารเก่าฝีมือดี ถ้าอย่างนั้นผู้ชายที่ลงมือจัดการคนพวกนี้ได้ ย่อมต้องเก่งกาจกว่าหลายเท่า หรือว่าเขาจะเป็นหน่วยรบพิเศษ?

เย่เฟิงเดินโซซัดโซเซออกจากบาร์กะลาสี พอโดนลมเย็นๆ ปะทะหน้า ความเมามายก็สร่างลงไปบ้าง เขาได้ยินเสียงหญิงสาวตะโกนเรียกไล่หลังมา แต่เขาคร้านจะใส่ใจ จึงมุ่งหน้าเดินกลับอพาร์ตเมนต์ของตัวเองต่อไป

หญิงสาวเห็นเย่เฟิงทำหูทวนลมใส่เสียงเรียกของเธอ ก็รู้สึกโกรธจนควันออกหู เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าเมินเธอขนาดนี้ ไอ้หมอนี่มันเป็นใครกัน! กล้าดียังไงมาเมินใส่คุณหนูอย่างเธอ

เธอวิ่งถลาเข้าไปคว้าแขนเย่เฟิงไว้ "หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ฉันเรียกไม่ได้ยินหรือไง หูหนวกเหรอ!"

เย่เฟิงค่อยๆ หันกลับมา หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า ใบหน้าฉายแววเย็นชาดุจน้ำแข็ง "ปล่อยมือ"

ช่างกล้ามารบกวนเวลากลับไปนอนของเขา โทษฐานนี้อภัยให้ไม่ได้

หญิงสาวตกใจกับท่าทีน่ากลัวของเย่เฟิงจนเผลอชักมือกลับ แต่ปากยังเก่ง ยื่นหน้าเถียงด้วยความไม่พอใจ "ปล่อยก็ปล่อยสิ! มีอะไรน่าเกรงขามนักหนา"

พอเห็นเธอปล่อยมือ เย่เฟิงก็หันหลังเดินหนีทันที เขาไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว สิ่งเดียวที่ต้องการตอนนี้คือกลับไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มๆ

"รอฉันด้วยสิ!" หญิงสาววิ่งเหยาะๆ ตามมาขนาบข้าง แล้วถามขึ้น "จริงสิ ฉันชื่อหยางหลิน นายชื่ออะไร?"

เย่เฟิงไม่ตอบ ยังคงก้มหน้าก้มตาเดินต่อไป ราตรีของเมืองหยางเฉิงมีความงดงามที่เลือนราง แสงนีออนหลากสีส่องผ่านกิ่งหลิวริมทางลงมายังพื้นถนน เกิดเป็นแถบแสงเงาสลับซับซ้อนดูสวยงามแปลกตา

"นี่นายเป็นท่อนไม้หรือไง? ฉันถามชื่อนายอยู่นะ!" หยางหลินเริ่มโมโห ในความคิดของเธอ การที่เธอยอมลดตัวลงมาถามชื่อก่อน เขาควรจะดีใจจนเนื้อเต้นแล้วรีบบอกชื่อมาสิ แต่ปฏิกิริยาของเย่เฟิงกลับเหมือนไม่ได้ยินอะไรเลย ทำให้เธอรู้สึกเสียหน้า

"ไม่บอกก็ไม่ต้องบอก หยิ่งนักนะ!" หยางหลินบ่นอุบอิบ

ทั้งสองเดินตามกันไปเงียบๆ บนทางเท้า ดูเผินๆ เหมือนคู่รักทั่วไปที่เดินเล่นยามค่ำคืนในเมืองหยางเฉิง

ผ่านไปครู่ใหญ่ เย่เฟิงหยุดเดินกะทันหัน หันขวับมาจ้องหน้าหญิงสาว ทำหน้าถมึงทึงใส่ "เธอจะตามฉันไปถึงเมื่อไหร่? ขืนยังตามมาอีก อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจนะ"

"ฉันจะกลับบ้านกับนาย!"

"กลับบ้าน? คุณผู้หญิง คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า? ไม่ได้!" เย่เฟิงเริ่มปวดหัว การพาผู้หญิงแบบนี้กลับบ้านมีแต่จะหาเหาใส่หัวชัดๆ

และสิ่งที่หญิงสาวอาจไม่ทันสังเกต แต่เย่เฟิงรู้ดีคือ ห่างออกไปสิบกว่าเมตรด้านหลัง มีชายชุดดำคนหนึ่งกำลังทำตัวลับๆ ล่อๆ สะกดรอยตามพวกเขามาพักใหญ่แล้ว

"ฉันบอกว่าจะไป ก็ต้องไป!" หยางหลินเริ่มงัดข้อ เถียงเย่เฟิงฉอดๆ

"ฉันบอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้ เธอมาจากไหนก็กลับไปทางนั้นเลย ฉันจะรีบกลับไปนอน ไม่มีเวลามาเสวนากับเธอ!" เย่เฟิงถลึงตาใส่ ก่อนจะเรอเอิ๊กออกมาด้วยความหงุดหงิด

"ฉันจะกลับบ้านกับนาย!" หยางหลินหน้าแดงก่ำ จ้องตาเขากลับอย่างไม่ลดละ

"ฝันไปเถอะ!" เย่เฟิงเน้นเสียงทีละคำ แม้เขาจะไม่กลัวปัญหา แต่ก็ไม่อยากวิ่งเข้าหาปัญหา โดยเฉพาะการให้ยัยตัวยุ่งที่ชื่อหยางหลินคนนี้มาทำลายความสงบสุขที่เขาเพิ่งจะได้รับ

"นายแน่ใจนะว่าจะไม่ให้ฉันกลับด้วย? ไม่เสียใจทีหลังแน่นะ?" หยางหลินกลอกตาเจ้าเล่ห์ ยิ้มกริ่มอย่างมีแผนการ ไม่สะทกสะท้านกับคำปฏิเสธเสียงแข็งของเย่เฟิงแม้แต่น้อย

เย่เฟิงแค่นเสียงหัวเราะ "เสียใจ? ในพจนานุกรมของคนอย่างเย่เฟิง ไม่เคยมีคำว่าเสียใจ!"

"ได้! งั้นอย่าหาว่าฉันร้ายก็แล้วกัน!"

"ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอจะร้ายยังไง?" เย่เฟิงยิ้มเยาะ แต่ในใจเริ่มเดือดปุดๆ นับตั้งแต่พ่อแม่เสียชีวิต ก็ไม่มีใครกล้ามาขู่เขาอีก ใครที่บังอาจขู่เขา จุดจบไม่เคยสวยสักราย

ยัยเด็กเมื่อวานซืนที่ชื่อหยางหลินคนนี้กล้าดียังไงมาขู่เขา หรือเห็นว่าหน้าตาเขาดูรังแกง่ายงั้นรึ?

"นายบีบฉันเองนะ!" หยางหลินกัดฟัน ตัดสินใจขั้นเด็ดขาด เธอชี้หน้าเย่เฟิงแล้วตะโกนลั่น "ไอ้คนไร้หัวใจ ไอ้คนสารเลว! ฉันทำผิดอะไร นายถึงจะทิ้งพวกเราแม่ลูกไป?" พูดจบเธอก็เอามือลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ

เย่เฟิงที่มึนหัวเพราะฤทธิ์เหล้าอยู่แล้ว ถึงกับยืนงงเป็นไก่ตาแตก ปรับอารมณ์ไม่ทัน แม่สาวคนนี้เล่นบทไหนเนี่ย? ร้องห่มร้องไห้จะผูกคอตายงั้นเหรอ?

เสียงอันดังของหยางหลินดึงดูดความสนใจจากผู้คนรอบข้างทันที ธรรมดาของคนจีนที่ชอบมุงดูเรื่องชาวบ้าน พอได้ยินประโยคเด็ดแบบนี้ สัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นก็ทำงานทันที

ไม่นานฝูงชนก็เข้ามามุงล้อมรอบ ชี้ชวนกันดูและวิพากษ์วิจารณ์เย่เฟิงกับหยางหลิน

เย่เฟิงเห็นท่าทางของหยางหลินแล้วก็แค่นเสียง "เหอะ! ประสาท!" แล้วหันหลังเดินหนี

หยางหลินเห็นเขาจะไป ก็ปล่อยโฮออกมาเสียงดัง "ไปเลยนะ ถ้านายกล้าเดินหนี ฉันจะพาลูกในท้องไปกระโดดตึก!" เธอลูบท้องตัวเองพร้อมสะอื้นไห้ "โถ่ลูกแม่ พ่อเขาไม่ต้องการเราแล้ว ฮือๆ..."

คราวนี้วงแตกฮือ หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งพุ่งเข้ามาคว้าแขนเย่เฟิงหมับ "พ่อหนุ่ม เดี๋ยวสิ! ทิ้งเมียทิ้งลูกในท้องได้ลงคอ ยังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่า? เชื่อป้าเถอะ รีบพาเมียกลับบ้านซะ มาทะเลาะกันให้คนอื่นดูแบบนี้ ไม่อายเขาหรือไง!"

เย่เฟิงชะงักฝีเท้าที่โซเซ พยายามอธิบาย "ผะ... ผมไม่รู้จักเธอครับ!"

พอได้ยินเย่เฟิงปฏิเสธ หยางหลินก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม หญิงวัยกลางคนจึงเทศนาต่อ "พ่อหนุ่ม อย่าพูดประชดสิ! ผัวเมียลิ้นกับฟันทะเลาะกันเป็นเรื่องธรรมดา โบราณว่าตีกันที่หัวเตียงไปดีกันที่ปลายเตียง เชื่อป้า พาเมียกลับบ้านเถอะ!"

"ไม่ใช่ครับ ผมไม่รู้จักเธอจริงๆ!" เย่เฟิงรู้สึกอัดอัดใจจะขาด พยายามแก้ตัว

หยางหลินหยุดสะอื้นชั่วขณะ ก้มมองท้องตัวเองด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ พูดเสียงสั่นเครือ "ลูกจ๋า พ่อเขาจะทิ้งเราไปหาอีหนูนั่นแล้ว! ทำไมชีวิตเราแม่ลูกถึงรันทดขนาดนี้ ลูกยังไม่ทันลืมตาดูโลกเลย ทำไมพ่อถึงใจดำได้ขนาดนี้ฮือ..."

คำพูดของหยางหลินเหมือนราดน้ำมันเข้ากองไฟ ฝูงชนเริ่มวิจารณ์กันขรม

"ไอ้ผู้ชายเฮงซวย สมัยนี้ทำไมมีแต่ผู้ชายเลวๆ แบบนี้เต็มไปหมดนะ?"

"ผู้ชายมันก็เลวเหมือนกันหมดนั่นแหละ ดูสิ เมียสวยขนาดนี้ยังกล้าไปมีเมียน้อยข้างนอกอีก!"

"นี่ก็เพราะอีหนูอีกแล้วสินะ!"

"ผู้หญิงคนนี้น่าสงสารจริงๆ!"

...

เย่เฟิงแทบคลั่ง นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? อยู่ดีๆ ก็โดนใส่ร้ายป้ายสี การถูกคนรุมประณามแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องสนุกเลย

ถ้าฤทธิ์เหล้ายังพลุ่งพล่าน เขาคงซัดคนมุงพวกนี้ร่วงไปแล้ว แต่พอเจอหยางหลินเล่นละครฉากใหญ่ สมองเขากลับตาสว่างขึ้นมาทันที เขารู้ดีว่าขืนลงไม้ลงมือ เรื่องคงบานปลายใหญ่โตแน่!

"เมียสวยขนาดนี้ยังจะไปหาเศษหาเลยที่ไหนอีก! พ่อหนุ่ม อย่าทำตัวเป็นคนเนรคุณทิ้งลูกทิ้งเมียเลย พวกเขาจะอยู่กันยังไง เชื่อป้าเถอะ รีบไปเลิกกับเมียน้อยซะ แล้วกลับบ้านไปดูแลลูกเมียให้ดี..." ป้าข้างบ้านยังคงบ่นกระปอดกระแปดไม่หยุด

เย่เฟิงปวดหัวจนแทบระเบิด สถานการณ์ตอนนี้ชัดเจนว่าขืนปล่อยไว้ เขาต้องกลายเป็นศัตรูของสังคมแน่ๆ ดูท่าวันนี้จะดวงซวยเข้าให้แล้ว

"ที่รัก ผมผิดไปแล้ว! เรากลับบ้านกันเถอะนะ!" เย่เฟิงเดินเข้าไปหาหยางหลิน มือซ้ายจับมือเธอ มือขวาโอบเอวเธอไว้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน (แกมบังคับ)

"คุณไม่ผิดหรอก ฉันผิดเอง ขอแค่คุณไม่ทิ้งเราแม่ลูกไป ฉันจะไม่เข้าไปวุ่นวายเรื่องของคุณกับผู้หญิงคนนั้นอีก" หยางหลินก้มหน้างุด ตอบเสียงอ่อย

เมื่อสัมผัสได้ถึงมือที่โอบเอวและความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขา หัวใจของเธอก็เต้นรัว ใบหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที ในใจแอบด่ากราด 'ไอ้ลามก กล้าดียังไงมาแต๊ะอั๋งคุณหนูอย่างฉัน คอยดูนะ นายไม่ตายดีแน่!'

จบบทที่ บทที่ 7 มีปัญหาหรือไง?

คัดลอกลิงก์แล้ว