เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

90 ซุปเห็ดหลินจือหนึ่งถ้วย

90 ซุปเห็ดหลินจือหนึ่งถ้วย

90 ซุปเห็ดหลินจือหนึ่งถ้วย


90 ซุปเห็ดหลินจือหนึ่งถ้วย

 

เหอฉีเชิงถามหวังเย้าว่าเขาอยู่ที่ไหน เขาได้ขอให้หวังเย้านำบัตรประจำตัวของเขาและเอกสารสำคัญมาด้วยเพื่อใช้ในการสมัครขอใบรับรองไปให้กับเขา เมื่อเหอฉีเชิงรู้ว่าหวังเย้าอยู่ในเมือง เขาก็ต้องการที่จะนัดเจอกัน หวังเย้าเลือกไปคาเฟ่แห่งหนึ่งและนั่งติดกับหน้าต่างเพื่อรอเหอฉีเชิง เหอฉีเชิงมาถึงอีก 10นาทีหลังจากนั้น เขาได้บอกหวังเย้าว่าเขามาที่นี่เพื่อเรื่องของใบรับรองโดยเฉพาะ

 

“นี่คือของที่คุณบอกให้เอามาครับ” หวังเย้าพูด

 

เขานำซองพลาสติกที่มีสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและรูปถ่ายอยู่ในนั้นยื่นให้กับเหอฉีเชิง

 

“ใบจบการศึกษาของผมยังอยู่ที่บ้าน ผมจะไปเอามาให้คุณทีหลังนะครับ” หวังเย้าพูด

 

“ผมไม่ได้รีบใช้เท่าไหร่ครับ คุณสามารถสแกนแล้วส่งเป็นอีเมลล์มาให้ผมได้ ผมจะเริ่มเตรียมเอกสารต่างๆให้คุณแล้วนะครับ” เหอฉีเชิงพูด

 

“ต้องให้ผมไปที่มณฑลฉีด้วยไหมครับ?” หวังเย้าถาม

 

“ไม่ต้องครับ มันไม่ได้ยากมากที่จะได้ใบรับรองมาให้คุณ เพียงแต่อาจจะต้องใช้เวลาเล็กน้อยเท่านั้น” เหอฉีเชิงพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณหนูกั๋วขอให้ผมเตรียมเอกสารทุกอย่างของคุณให้พร้อมอย่างเร็วที่สุด แต่คุณก็ยังต้องทำข้อสอบให้ผ่านด้วย แล้วผมจะส่งของที่ต้องใช้สำหรับการสอบมาให้นะครับ”

 

“นั้นมันยอดเยี่ยมมากแล้ว! ขอบคุณมากนะครับ!” หวังเย้าพูด

 

“ไม่มีปัญหาครับ คุณหนูกั๋วได้บอกเอาไว้ว่าเธอติดหนี้คุณสองครั้ง” เหอฉีเชิงพูด

 

“ฮาฮา แค่ครั้งเดียวต่างหากล่ะครับ” หวังเย้าหัวเราะ

 

“คุณหนูกั๋วบอกว่าสอง ก็คือสองครับ! ผมรู้ว่าเธอหมายถึงอะไร ผมจะพยายามทำให้คุณได้ใบรับรองมาให้ได้ครับ” เหอฉีเชิงพูด

 

“ขอบคุณมากครับ!” หวังเย้าพูด

 

หวังเย้าต้องการที่จะเชิญเหอฉีเชิงทานอาหารด้วยกัน แต่เขาปฏิเสธและบอกว่าไม่สะดวก เขาได้จากไปหลังจากที่ดื่มกาแฟไปหนึ่งแก้ว

 

สำหรับหวังเย้านั้น มันเป็นเรื่องที่ยากมากกับการที่จะได้ใบรับรองมา เพราะเขาไม่มีพื้นฐานเรื่องการแพทย์เลย แต่เรื่องนี้สำหรับคนอย่างเหอฉีเชิงแล้วถือเป็นเรื่องที่ง่ายดายอย่างมาก หวังเย้าสามารถดูออกได้เลยว่าเหอฉีเชิงนั้นค่อนข้างที่จะมีความมั่นใจมาก ในเรื่องการนำใบรับรองมาให้กับหวังเย้า มันแค่ยุ่งยากเล็กน้อยเท่านั้น

 

ขอแค่ให้ฉันได้มันมา

 

หวังเย้ารู้สึกสบายใจหลังจากที่ได้พบกับเหอฉีเชิงแล้ว ไม่เพียงแต่เขาจะทำภารกิจให้สำเร็จได้แล้ว แต่เขายังได้ประโยชน์อีกด้วย

 

หลังจากที่ออกมาจากในเมืองแล้ว หวังเย้าได้กลับไปที่เนินเขาหนานชานและทำงานอยู่ในแปลงสมุนไพรของเขา เขาให้การดูแลเป็นพิเศษกับสมุนไพรรากโดยการซ่อนพวกมันจากสายตาของคนอื่น

 

สมุนไพรรากหลายต้นเริ่มที่จะแตกหน่อออกมาบ้างแล้ว พวกมันมองเห็นได้ยากมากหากว่าไม่สังเกตุดีดี หวังเย้าได้นำเอาฟางมาคลุมเอาไว้ด้วย เมื่อหวังเย้าทำงานในแปลงสมุนไพรเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็กลับไปที่บ้านเพื่อเตรียมของสำหรับงานปีใหม่

 

“เย้า พรุ่งนี้ลูกไปหายายของลูกกับแม่ได้ไหม?” จางซิวหยิงถาม

 

“ได้ครับ” หวังเย้าพูด

 

วันต่อมา หวังเย้าไปที่บ้านของยายกับแม่ของเขาเพื่อนำของขวัญปีใหม่ไปให้ ตายายของเขานั้นมีสุขภาพที่ดีทั้งคู่ ไม่กี่วันก่อนหวังเย้าก็ได้ไปหาพวกเขาเพื่อจับชีพจรและออกใบสั่งยาให้ คนแก่ส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาสุขภาพเล็กๆน้อยๆอยู่เสมอ

 

เขาได้เจอน้าผู้ชายคนเล็กของเขาที่บ้านของตายายด้วย น้าของเขาดูไม่ค่อยสบายสักเท่าไหร่

 

“เป็นอะไรรึเปล่า? นายดื่มเยอะเกินไปใช่ไหม?” จางซิวหยิงถามทันทีที่เห็นน้องชายของเธอ

 

หวังเย้ารู้ว่าน้าของเขานั้นติดเหล้ามากและเขามักจะดื่มจนเมาเสมอ โรงงานของเขาในปีนี้นั้นปิดเร็วกว่าเดิม ดังนั้นเขาจึงมาที่นี่ได้เร็วกว่าคนอื่นๆ เขาดื่มเหล้าไม่หยุดเลยตั้งแต่หยุดงานวันแรก ซึ่งมันทำให้เกิดปัญหากับท้องของเขา

 

“คุณยายครับ ที่บ้านมีน้ำผึ้งอยู่บ้างไหมครับ?” หวังเย้าถามคุณยายของเขาที่มีหลังค่อมเล็กน้อย

 

“มีสิ อยากจะดื่มชาใส่น้ำผึ้งเหรอ?” ยายถามหวังเย้า

 

“เปล่าหรอกครับ ผมแค่อยากจะต้มยาแก้แฮงค์ให้กับน้าน่ะครับ ผมต้องใช้น้ำผึ้งใส่ไปด้วยนิดหน่อย” หวังเย้าพูด

 

“อะไรนะ?”

 

ตายายและน้าของหวังเย้ารู้สึกประหลาดใจที่ได้ยิน

 

หวังเย้าไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม เขาเข้าไปในห้องครัวและเริ่มจดจ่ออยู่กับความคิดของตัวเอง เขามีเห็ดหลินจืออยู่ในมือ ซึ่งเป็นเห็ดที่เขาซื้อมาพร้อมกับสมุนไพรที่ใช้สำหรับต้มซุปเป่ยหยวน เขายังไม่ได้ใช้เห็ดหลินจือจนหมดและเก็บที่เหลือเอาไหว้ในช่องเก็บของ

 

หวังเย้าหั่นเห็ดหลินจือเป็นชิ้นเล็กๆและใส่ลงไปในหม้อพร้อมกับตั้งไฟอ่อนๆ

 

“ลูกกำลังทำอะไรอยู่เหรอจ๊ะ?” จางซิวหยิงเข้ามาในห้องครัวเพื่อดูว่าหวังเย้ากำลังทำอะไรอยู่

 

“ผมกำลังทำซุปเห็ดหลินจือกับน้ำผึ้งสำหรับแก้แฮงค์น่ะครับ” หวังเย้าอธิบายให้แม่ของเขาฟัง

 

เห็ดหลินจือนั้นเป็นสมุนไพรที่ล้ำค่า มันมีฤทธิ์ทางยาหลายอย่าง ทั้งช่วยสงบจิตใจ เพิ่มพลังฉี ป้องกันตับและลดพิษในร่างกาย เมื่อใช้ในระยะยาวนั้น มันสามารถพัฒนาสภาพร่างกายและมีอายุยืนขึ้นได้ ในนิยายบางเรื่องนั้น เห็ดหลินจือได้ถูกบรรยายเอาไว้ว่าเป็นสมุนไพรวิเศษ

 

ในระหว่างที่รอให้ซุปต้มเสร็จ หวังเย้าและแม่ของเขาก็กลับไปที่ห้องนั่งเล่นและพูดคุยกับตายายของเขา น้าของเขานั้นได้นอนอยู่บนเตียงเพราะรู้สึกไม่สบายท้อง

 

หลังจากนั้นอีกสองชั่วโมงต่อมา ก็เป็นเวลาสำหรับอาหารกลางวัน หวังเย้าคิดว่าซุปเห็ดหลินจือนั้นน่าจะพร้อมแล้ว เขาได้ใส่น้ำผึ้งลงไปในซุปและนำมันไปให้กับน้าของเขาดื่ม

 

“มันจะช่วยได้จริงเหรอ?” น้าของเขาถามอย่างสงสัย

 

“เดี๋ยวก็รู้ครับ” หวังเย้าพูด

 

น้าของเขารู้สึกขมเล็กน้อยในปากและรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ท้องของเขาหลังจากที่ดื่มยาลงไป อาการเมาค้างของเขาไม่ได้หายไปในทันที

 

“ตอนนี้น้าไม่รู้สึกว่ามันมีอะไรต่างไปจากเดิมเลย” น้าของเขาพูด

 

“มันไม่ใช่ยาวิเศษที่จะออกฤทธิ์ได้ทันทีนะครับ น้าต้องใจเย็นนะครับ” หวังเย้าหัวเราะ

 

หวังเย้าและแม่ของเขาอยู่กินอาหารกลางวันที่บ้านของตายาย น้าของเขาไม่ได้กินอะไรมากนัก เขากินแค่ผักและขนมปังไปและกลับไปนอนที่เตียง เขาไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะซุปเห็ดหลินจือหรือว่าเตียงที่อบอุ่น แต่เขารู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้ว

 

หลังจากมื้ออาหาร พวกเขาก็ได้ล้อมเตาผิงและคุยกัน

 

“เย้า หลานยังปลูกสมุนไพรอยู่เหรอ?” ยายที่ใจดีของหวังเย้าถาม

 

“ครับ” หวังเย้าตอบ

 

“เธอปลูกสมุนไพรแบบไหนเหรอ? น้าสามารถถามหาคนมาช่วยซื้อให้ได้นะ” น้าของเขาพูด

 

“ผมมีคนที่สนใจจะซื้ออยู่แล้วครับ แต่ก็ขอบคุณน้ามากนะครับ” หวังเย้าพูด เขาไม่เคยกังวลเรื่องการขายสมุนไพรของเขา ความจริงเขาไม่ต้องการที่จะขายสมุนไพรส่วนใหญ่ของเขา เพราะเขาต้องการที่จะใช้สมุนไพรคุณภาพสูงและสมุนไพรรากที่เขาได้ปลูกเอาไว้มาใช้สำหรับต้มยามากกว่า

 

หวังเย้าและแม่ของเขาได้ออกมาจากบ้านตายายในเวลาบ่ายสองโมง

 

“เย้านั้นเก่งมากจริงๆ!” น้าของเขาพูดหลังจากที่เขาจากไปแล้ว

 

“ทำไมถึงพูดแบบนั้นเหรอ?” ตาของหวังเย้าถาม

 

“ตอนนี้ผมรู้สึกดีขึ้นมากเลยครับ” น้าของหวังเย้าพูด ในขณะที่กำลังนวดท้องและหันหัวซ้ายขวา

 

อาการเมาค้างที่เขาเป็นอยู่นั้นแทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง หลังจากที่ได้ดื่มซุปเห็ดหลินจือตอนมื้อกลางวันลงไป ซุปนั้นมันได้ผลจริงๆ

 

“ไม่ใช่ว่าเย้าเรียนชีววิทยามาเหรอ? แล้วเขาไปรู้วิธีต้มยามาจากที่ไหนกัน?” น้าของหวังเย้าถาม

 

“ไม่ต้องสนใจเรื่องของเย้าหรอก ลูกควรจะดื่มให้น้อยลงได้แล้วนะ ไปพักอีกสักหน่อยเถอะ” ตาของหวังเย้าพูด

 

“ได้ครับ” น้าของหวังเย้ารับปาก แต่เขาก็ยังดื่มไวน์ไปอีกสองแก้วในมื้อค่ำ

 

 

 

 

จบบทที่ 90 ซุปเห็ดหลินจือหนึ่งถ้วย

คัดลอกลิงก์แล้ว