เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

89 เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

89 เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

89 เต็มไปด้วยความเจ็บปวด


89 เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

 

เมื่อหวังเย้ากลับไปถึงที่บ้าน แม่ของเขาก็ทำกับข้าวเสร็จแล้ว ทุกคนกำลังรอเขาอยู่

 

“เอานี่ไป กินหนึ่งถ้วยเล็กหลังจากที่กินข้าวได้ชั่วโมงครึ่งแล้ว แล้วกินยาที่เหลือให้หมดวันพรุ่งนี้” หวังเย้ายื่นขวดยาให้กับพี่สาวของเขา

 

“นี่คือกลับไปทำมางั้นเหรอ?” หวังรุ่ยพูดด้วยความประหลาดใจ

 

“ใช่ ดื่มในตอนที่มันยังอุ่นอยู่ ช่วงนี้ก็ระวังเรื่องการกิน พยายามเลี่ยงของเผ็ด ทอดและอาหารที่ไม่ได้อุ่นร้อนด้วย” หวังเย้าพูด

 

“มันจะได้ผลจริงเหรอ?” หวังรุ่ยถาม

 

หวังเย้าคิดว่าพี่สาวของเขาจะต้องยินดีและซึ้งใจมากกับการที่เขาทำยาให้เธอด้วยตัวเอง แต่เธอกลับสงสัยเขาแทน หวังเย้ารู้สึกเศร้าใจ

 

“ฮาฮา ฉันล้อเล่นน่า เย้า! ไม่ต้องห่วง ถึงมันจะเป็นยาพิษฉันก็จะดื่มมันจนหมด!” หวังรุ่ยตบหน้าอกของเธอและพูด

 

หวังเย้ารู้สึกพูดไม่ออกเมื่อได้ยินคำพูดที่ร้ายกาจของพี่สาว ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ใส่สมุนไพรรากลงไป แต่สมุนไพรที่ใส่ลงไปทั้งหมดล้วนเป็นสมุนไพรที่มีคุณภาพสูง มันอาจจะมีผลข้างเคียงเล็กน้อย แต่ไม่มีทางเป็นยาพิษได้

 

“ไม่ต้องห่วง ยาที่น้องชายของลูกทำมันได้ผลดีแน่นอน” จางซิวหยิงพูด

 

“จริงเหรอคะ? เขาเคยทำให้แม่ด้วยเหรอคะ?” หวังรุ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

 

“ไม่ใช่แม่ เขาต้มยาให้กับภรรยาของลุงเฟิงโฉว เธอรู้สึกไม่สบายท้องมาหลายวันแล้ว ที่โรงพยาบาลก็ตรวจไม่พบสาเหตุ ลุงของลูกเลยมาขอยาจากเย้าให้กับเธอ มันได้ผลตั้งแต่กินไปเพียงแค่โดสเดียว อีกวันพวกเขาก็มาหาเพื่อขอบคุณเรา!” จางซิวหยิงพูดอย่างภาคภูมิใจ

 

“จริงเหรอ? เย้าทำแบบนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” หวังรุ่ยถามอย่างประหลาดใจ

 

“เดี๋ยวพี่ก็รู้หลังจากที่กินยาของผมเข้าไป เพื่อความสบายใจของพี่ ยาตัวนี้ไม่มีผลข้างเคียงแน่นอน” หวังเย้าพูดขณะกำลังทานอาหารอยู่

 

หวังรุ่ยไม่ได้กินอาหารเข้าไปมากนักเพราะอาการไม่สบายท้องของเธอ ทั้งที่เธออยากจะกินให้มากที่สุดเพราะบนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารฝีมือของแม่ที่อร่อยทุกจาน แล้วหวังเย้าห้ามไม่ให้เธอกินมากจนเกินไป

 

หวังรุ่ยอุ่นยาและดื่มถ้วยเล็กๆตามที่หวังเย้าได้แนะนำเอาไว้ว่า ให้ดื่มหลังทานอาหารชั่วโมงครึ่งแล้ว

 

ยานั้นรสชาติดีและอุ่น เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ไหลจากคอลงไปที่ท้อง และเริ่มกระจายไปทั่วร่าง คล้ายกับว่ามีถุงน้ำร้อนวางอยู่บนหน้าท้องของเธอ เธอรู้สึกสบายตัวมาก

 

“ดูเหมือนว่ามันจะได้ผลดีนะเนี้ย!” หวังรุ่ยพูด เธอมองไปที่หวังเย้าด้วยความประหลาดใจ

 

“แน่นอนอยู่แล้วล่ะ!” หวังเย้าพูดอย่างใจเย็น

 

มันป็นเรื่องง่ายมากสำหรับหวังเย่าในการต้มยาแบบนี้ออกมา

 

“นายควรจะเป็นหมอนะ แล้วก็เลิกปลูกสมุนไพรบนเนินเขานั้นซะ” หวังรุ่ยพูด

 

“แต่ผมไม่มีใบรับรอง” หวังเย้าพูด

 

“ถ้างั้นก็ไปหามาสักใบ!” หวังรุ่ยพูด

 

“ผมกำลังหาทางอยู่”

 

หวังเย้ามองไปที่ดวงตาที่เป็นประกายของพี่สาวและเริ่มระแวงหากว่าเขาเกิดต้มยาพลาดขึ้นมาละก็... เขาคิดว่าคราวหน้าถ้าจะต้มยาให้กับเธออีกครั้ง เขาควรจะใส่สมุนไพรที่ช่วยสงบสติอารมณ์ของเธอลงไปด้วยคงจะดี

 

“วันนี้เป็นวันปีใหม่เล็ก ลูกยังจะกลับขึ้นไปบนเนินเขาอยู่ไหม?” หวังเฟิงฮวาถาม เขากำลังสูบบุหรี่หลังจากที่ทานมื้อค่ำเสร็จ

 

“ครับ” หวังเย้าตอบหลังจากที่คิดสักพัก

 

“แล้ววันปีใหม่จีนล่ะ?” หวังเฟิงฮวาถาม

 

“ไม่กลับครับ แน่นอนว่าวันนั้นผมต้องอยู่ที่บ้านกับทุกคน” หวังเย้าหัวเราะ

 

“ดี พ่อก็คิดว่าลูกถูกบางอย่างที่อยู่บนเนินเขาเข้าสิงซะแล้ว!” หวังเฟิงฮวาพูด

 

หวังเย้าออกมาจากบ้านตอนสามทุ่ม ไฟบนถนนของหมู่บ้านยังคงส่องสว่างจนถึงใต้สุดของหมู่บ้าน มันมืดมากที่บริเวณใต้สุดและถนนก็เต็มไปด้วยหลุมบ่อ

 

หลังจากที่ฝึกฝนพลังฉีและดื่มน้ำแร่โบราณมาหลายเดือน สมรรถภาพร่างกายของหวังเย้าก็พัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน สำหรับเขา การเดินในเวลากลางคืนนั้นง่ายราวกับกำลังเดินในเวลากลางวัน เขาใช้พลังฉีเพื่อให้เดินเร็วขึ้นในตอนกลางคืน และมันยังรวดเร็วยิ่งกว่าความเร็วของคนที่วิ่งปกติอีกด้วย ดังนั้นเขาจึงใช้เวลาไม่นานเพื่อขึ้นไปถึงเนินเขา

 

รูปทรงของเนินเขาหนานชานนั้นคล้ายกับรองเท้าบู้ต ด้านหนึ่งของเนินเขานั้นสูงชันกว่าด้าน มันถูกเรียนว่าเนินเขาหนานชานเพราตั้งอยู่ที่ส่วนใต้สุดของหมู่บ้าน (南หนาน แปลว่า ใต้, 山ชาน แปลว่า ภูเขา ในภาษาจีน)

 

ลักษณะพื้นที่ของเนินเขาหนานชานนั้นไม่เหมาะที่จะปลูกพืชหรือต้นไม้ นอกจากนั้นแล้ว ด้านเหนือของเนินเขานั้นยังเต็มไปด้วยก้อนหิน ทำให้มันเป็นเรื่องที่ยากมากหากต้องการใช้พื้นที่กว้างเพื่อปลูกต้นไม้ ดังนั้นจึงไม่มีคนสนใจที่จะทำสัญญาเช่าเนินเขาเพื่อปลูกอะไรเลย ในตอนที่หวังเย้าได้ลงนามทำสัญญาเช่าเนินเขานั้น เขายังเด็กมากและราคาค่าเช่าก็ไม่ได้สูงมากด้วย

 

กระท่อมของหวังเย้านั้นตั้งอยู่ในด้านที่ต่ำที่สุดของเนินเขา

 

หลังจากที่ได้นอนค้างคืนบนเนินเขาทั้งคืนแล้ว หวังเย้าก็ได้เริ่มกิจวัตรประจำวันของเขาด้วยการ ฝึกพลังฉีและทำงานในแปลงสมุนไพรในเช้าของอีกวัน

 

ในการที่หวังเย้าฝึกฝนพลังฉีอยู่บนยอดเขานั้น เขาได้ทำตามขั้นตอนจากคัมภีร์จื้อหรานที่ได้อธิบายเอาไว้ เขารู้สึกได้ถึงพลังฉีที่เพิ่มมากขึ้นและรู้สึกอบอุ่นในทุกจุดที่พลังฉีได้ไหลผ่าน

 

เขาไม่แน่ใจว่าพลังฉีที่เขากำลังฝึกอยู่นั้นจะแตกต่างจากกำลังภายในและพลังฉีอย่างที่อธิบายไว้ในนิยายหรือภาพยนตร์หรือไม่

 

เมื่อหวังเย้าทำงานในแปลงสมุนไพรและพูดคุยกับซานเซียนและต้าเซี่ยเสร็จ ก็เป็นเวลาบ่ายแล้ว เขาใช้ค่ายกลห้าแถวปิดกั้นทุกเส้นทางที่สามารถเข้าถึงแปลงสมุนไพรของเขาได้ หวังเย้านั้นตั้งใจที่อยู่ฉลองปีใหม่ที่บ้าน เผื่อว่าอาจจะเกิดเรื่องฉุกเฉินหรือเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้นได้ ดังนั้นเขาจึงป้องกันแปลงสมุนไพรของเขาเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น

 

เมื่อหวังเย้ากลับไปถึงที่บ้านแล้ว เขาก็เห็นว่าพี่สาวของเขานั้น มองมาที่เขาด้วยสายตาที่แปลกๆ

 

“มีอะไรเหรอ?” หวังเย้าถาม

 

“แค่อยากจะบอกให้นายรู้ว่าฉันดีขึ้นแล้ว ยาที่นายให้ฉันมันได้ผลดีมากเลยล่ะ” หวังรุ่ยพูด

 

“แน่นอนสิ! ผมเป็นแพทย์ปรุงยาที่สามารถรักษาได้ทุกโรคนะ” หวังเย้าหัวเราะ

 

“โอเค พ่อของหัวหน้าสำนักงานป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย นายสนใจอยากจะให้ฉันแนะนำนายให้กับเขาไหม?” หวังรุ่ยถามอย่างจริงจัง

 

“พี่ เร็วเข้า ผมจะพาพี่กลับไปส่งในเมือง” หวังเย้าพูด

 

“นายนี่นะ!” หวังรุ่ยพูดเสียงขึ้นจมูก

 

หวังเย้าขับรถไปส่งหวังรุ่ยในเมืองหลังจากที่ทานข้าวเสร็จแล้ว เธอได้ลาป่วยไว้เพราะรู้สึกไม่สบาย

 

“เย้า บอกความจริงพี่มา นายจริงจังเรื่องขอใบรับรองรึเปล่า?” หวังรุ่ยถามเมื่ออยู่ในรถ

 

“จริงจังสิ ผมต้องการมัน” หวังเย้าพูด

 

“เดี๋ยวพี่จะลองดูว่าพอจะช่วยอะไรได้ไหม” หวังรุ่ยพูด

 

“ผมขอให้เพื่อนคนหนึ่งของผมช่วยแล้ว แต่ก็ขอบคุณนะ แล้วปีใหม่จีนก็อีกไม่กี่วันนี้แล้ว อย่าลืมสัญญาเรื่องหาแฟนที่ให้ไว้กับแม่ล่ะ” หวังเย้าแกล้งพูด

 

“เงียบไปเลย!” หวังรุ่ยกรอกตา

 

หวังเย้าตั้งใจว่าจะขับรถไปรอบๆเมืองสักรอบหลังจากที่ส่งพี่สาวของเขาเรียบร้อยแล้ว มีคนอยู่ไม่มากนักบนท้องถนนเพราะเป็นช่วงใกล้ปีใหม่ ดังนั้นหวังเย้าจึงตัดสินใจกลับบ้าน ในทันทีที่เขาขับรถออกมาจากในเมืองแล้ว เขาก็ได้รับสายจากคนรู้จัก ซึ่งก็คือเหอฉีเชิงนั้นเอง

จบบทที่ 89 เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

คัดลอกลิงก์แล้ว