- หน้าแรก
- อวตารผู้ไม่ควรถือกำเนิด
- บทที่ 5 ทีเป่า: นายจับมือพี่สาวเซี่ยเตี๋ยได้ยังไง!?
บทที่ 5 ทีเป่า: นายจับมือพี่สาวเซี่ยเตี๋ยได้ยังไง!?
บทที่ 5 ทีเป่า: นายจับมือพี่สาวเซี่ยเตี๋ยได้ยังไง!?
เซี่ยเตี๋ยมองดูไป่หยวนที่ฟื้นฟูสภาพกลับมาเป็นปกติยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
เธออดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม "ท่าน... ท่านทำแบบนั้นได้อย่างไรคะ?"
"เอ่อ เรื่องนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ" ไป่หยวนย่อมไม่สามารถเปิดเผยเรื่องร่างอวตารของเขาได้ และในเวลาสั้นๆ ก็คิดข้อแก้ตัวไม่ออก เลยแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปเสียเลย
"อืม..."
ถึงจะรู้สึกว่าไป่หยวนกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง แต่เซี่ยเตี๋ยก็ไม่ได้คิดจะซักไซ้ไล่เลียงต่อ
ทุกคนย่อมมีความลับเป็นของตัวเอง
ไป่หยวนรู้สึกเขินนิดหน่อยที่ต้องนอนอยู่ในอ้อมกอดของเซี่ยเตี๋ย จึงรีบลุกขึ้นมายืน เขาปัดเศษฝุ่นตามตัวและก้มมองเสื้อผ้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดด้วยสีหน้ารังเกียจ
เหนียวเหนอะหนะ ไม่สบายตัวเอาซะเลย
ไป่หยวนหันไปพูดกับเซี่ยเตี๋ย "พี่สาวครับ เห็นพวกคุณเจสันบ้างไหม? เรารีบตามไปสมทบกันเถอะ เดี๋ยวพวกเขาจะเป็นห่วง"
ประเด็นหลักคือเขาอยากเปลี่ยนเสื้อผ้า เด็กหนุ่มหน้าใสใส่เสื้อผ้าเปื้อนเลือดแบบนี้ดูไม่เจริญหูเจริญตาเท่าไหร่
ส่วนสาเหตุที่เรียกเธอว่า 'พี่สาว' ก็เพราะร่างกายของไป่หยวนในตอนนี้ย้อนกลับไปเป็นเด็กอายุสิบสามสิบสี่ ดูเด็กกว่าเซี่ยเตี๋ยมาก หากนับอายุจริง ไป่หยวนก็น่าจะอายุน้อยกว่าเซี่ยเตี๋ยไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า ดังนั้นเรียกพี่สาวไว้ก่อนย่อมดีกว่า
"ตกลงค่ะ" การผละตัวออกห่างกะทันหันของไป่หยวนทำให้ความอบอุ่นนั้นจางหายไป สร้างความรู้สึกวูบโหวงในใจให้เธอชั่วขณะ แต่เธอก็รีบตั้งสติ ลุกขึ้นยืนและพยักหน้าเบาๆ
"ท่านคะ ไปกันเถอะ"
"อย่าเรียกผมว่า 'ท่าน' เลยครับ ผมชื่อไป่หยวน เรียกแค่ไป่หยวนก็พอ" ไป่หยวนโบกมือปฏิเสธ ก่อนจะหันมามองหน้าเธอแล้วชะงักไปนิดหนึ่ง "จริงสิ แล้วผมควรเรียกคุณว่าอะไรครับ?"
"เซี่ยเตี๋ยค่ะ ท่านไป่หยวน... เรียกฉันว่าเซี่ยเตี๋ยเถอะ"
เธอบอกชื่อกับเขา
"โอเคครับ"
ทั้งสองเดินย้อนกลับไปทางเดิม แต่ทว่าก่อนหน้านี้ไป่หยวนวิ่งหนีตายมาอย่างไม่คิดชีวิต พอต้องเดินกลับไปจริงๆ ถึงได้รู้ว่าเส้นทางนี้มันเดินลำบากแค่ไหน ทางลาดชันขรุขระเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงสำหรับร่างกายที่กำลังอยู่ในช่วงเจริญเติบโตของเขา
เมื่อเห็นเขาดูท่าทางลำบาก เซี่ยเตี๋ยจึงอดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไป
"ท่านไป่หยวน ส่งมือมาค่ะ เดี๋ยวฉันดึงขึ้นไปเอง"
เธอมองไป่หยวนด้วยสายตาเปี่ยมความคาดหวัง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอสามารถยื่นมือไปช่วยเหลือใครสักคนได้ โดยไม่ใช่การมอบความตายให้แก่เขา
เธอเพิ่งได้สัมผัสไออุ่นจากมือของไป่หยวนเพียงชั่วครู่ เหมือนทะเลทรายที่แห้งแล้งมานับพันปีได้รับหยาดฝนเป็นครั้งแรก สัญชาตญาณจึงเรียกร้องโหยหาความอบอุ่นนั้นอีก หากไป่หยวนไม่ต้องการความช่วยเหลือ เธอคงระงับความต้องการนี้ได้ แต่เมื่อเห็นว่าเขาจำเป็นต้องพึ่งพาเธอ เธอจึงไม่อาจหักห้ามใจที่จะยื่นมือออกไป
"ได้ครับ"
เมื่อเห็นมือที่ยื่นมา ไป่หยวนก็วางมือลงบนฝ่ามือของเธอโดยไม่ลังเล
สัมผัสที่ส่งผ่านมาทำให้แขนของเซี่ยเตี๋ยสั่นไหวเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว แต่เธอก็รีบตั้งสติ กระชับห้านิ้วกุมมือของไป่หยวนที่ดูขาวผ่องและบอบบางยิ่งกว่ามือเด็กสาวเอาไว้แน่น
อบอุ่นจัง
และในขณะเดียวกัน... ก็ตื่นเต้นมาก
เซี่ยเตี๋ยซึมซับสัมผัสจากฝ่ามือของเขาพร้อมกับออกแรงดึงร่างเด็กหนุ่มขึ้นไป
ด้วยความช่วยเหลือของเธอ ไป่หยวนจึงปีนขึ้นทางลาดชันได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
เซี่ยเตี๋ยยังคงไม่ยอมปล่อยมือ เธอพูดขึ้นว่า "เส้นทางเมื่อครู่ถูกทำลายโดยพวกกลาดิเอเตอร์กับสัตว์อสูรปฐพี ระยะทางที่เหลือฉันจะจูงมือท่านเดินไปนะคะ พื้นดินจะได้ไม่ถล่มลงมาจนทำให้ท่านไป่หยวนได้รับอันตราย"
ไม่ใช่ว่าเธอจงใจหาข้ออ้าง แต่โครงสร้างธรณีวิทยาแถบนี้ไม่ค่อยมั่นคงอยู่แล้ว บวกกับแรงย่ำของฝูงสัตว์อสูรที่หนีตายเมื่อครู่ ทำให้เส้นทางนี้อันตรายเกินกว่าจะเดินผ่านไปเฉยๆ
"ครับ"
เดินจูงมือกันมาได้สักพัก ทั้งสองก็พบกลุ่มของทีเป่าและเจสัน... เจสันและคนอื่นๆ กำลังเดินวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวายใจ
"ไม่รู้ว่าหนูน้อยไป่หยวนจะปลอดภัยไหม แม่นางเซี่ยเตี๋ยรีบตามไปขนาดนั้น น่าจะเจอตัวเขาเร็วๆ นี้แหละ..."
ในขณะที่เขากำลังร้อนรน ทีเป่าก็ปรบมือเรียกสติและชี้ไปข้างหน้า "เอาล่ะ ไม่ต้องห่วงแล้ว ดูตรงนั้นสิ เซี่ยเตี๋ยพาเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักกลับมาแล้ว นั่นใช่เสี่ยวหยวนที่นายพูดถึงหรือเปล่า?"
เจสันมองตามมือของทีเป่า ดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยความดีใจทันที
"ใช่แล้วๆ นั่นไป่หยวน คนที่แม่นางเซี่ยเตี๋ยจูงมืออยู่คือไป่หยวน"
เขารีบวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาทั้งสองคน
ทีเป่าเองก็เดินตามหลังเจสันไปติดๆ
ทว่า... หลังจากก้าวไปได้แค่สองก้าว ทั้งคู่ก็หยุดชะงักพร้อมกัน
เซี่ยเตี๋ย กับไป่หยวน... กำลังจับมือกัน!!!!!!!
"เป็นไปได้ยังไง!"
เจสันตะโกนลั่น
คนทั้งเมืองโอเฮอร์มารู้กันดีว่าใครก็ตามที่สัมผัสตัวแม่นางเซี่ยเตี๋ยจะต้องตาย แม้แต่ทายาททองคำคนอื่นๆ ก็หนีไม่พ้นคำสาปมรณะนี้ แต่วันนี้ เธอกลับกำลังเดินจูงมือกับไป่หยวนหน้าตาเฉย
ไป่หยวนรีบปล่อยมือจากเซี่ยเตี๋ยแล้ววิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาเจสัน ถามด้วยความงุนงง "มีอะไรเหรอครับ? เกิดอะไรขึ้น?"
เจสันไม่พูดพร่ำทำเพลง เขารีบเข้ามาจับไหล่จับแขนไป่หยวนสำรวจดูอย่างละเอียด หลังจากแน่ใจว่าเป็นคนจริงๆ เจสันก็ถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ "นี่ยังมีชีวิตอยู่จริงๆ เหรอเนี่ย?"
"ถามแปลกๆ ถ้าไม่มีชีวิต แล้วผมจะเป็นผีหรือไงครับ?"
ไป่หยวนเริ่มพูดไม่ออก
"ไม่ๆ ฉันหมายถึง..."
ในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง ทีเป่าก็เขยิบเข้าไปใกล้เซี่ยเตี๋ย พอเข้าใกล้ ทีเป่ายังคงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความตายอันรุนแรงที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ
นั่นพิสูจน์ว่าคำสาปของเซี่ยเตี๋ยยังคงทำงานอยู่
ทีเป่าเงยหน้าถาม "เซี่ยเตี๋ย นี่มันเรื่องอะไรกัน? ทำไมเสี่ยวหยวนถึงรอดพ้นจากคำสาปของเธอได้?"
"ท่านทีเป่าคะ เรื่องนี้ฉันเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน รู้แค่ว่าท่านไป่หยวนสามารถสัมผัสตัวฉันได้" เซี่ยเตี๋ยส่ายหน้า
"อย่างงั้นเหรอ..." ทีเป่าส่ายหัวอย่างใช้ความคิด ก่อนจะเท้าสะเอวแล้วพูดกับเซี่ยเตี๋ย "ฉันก็นึกเหตุผลไม่ออกเหมือนกัน แต่ถือเป็นเรื่องดีสำหรับเธอนะ อย่างน้อยร่างกายของเธอก็สัมผัสคนอื่นได้แล้วไม่ใช่เหรอ?"
"อื้ม" เซี่ยเตี๋ยพยักหน้าเล็กน้อย "ฉันแค่หวังว่ามันจะไม่นำความเดือดร้อนมาสู่เขามากเกินไป"
"งั้นกลับโอเฮอร์มากันก่อนเถอะ"
คุยกับเซี่ยเตี๋ยเสร็จ ทีเป่าก็ซอยเท้าถี่ๆ เดินไปหาเจสันกับไป่หยวน
ทีเป่ากระตุกชายเสื้อไป่หยวนแล้วบอกทุกคน "ไปกันเถอะ รีบกลับโอเฮอร์มากัน เซี่ยเตี๋ยบอกว่าทางข้างหลังพังหมดแล้ว เราต้องรีบกลับไปรายงานเรื่องนี้ให้อายารู้ จะได้ส่งคนมาซ่อมแซมถนน"
"ครับ ท่านทีเป่า"
เจสันรีบรับคำ พร้อมกับสั่งการให้ขบวนคาราวานที่จัดทัพเรียบร้อยแล้วออกเดินทางต่อทันที