เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

29 เกี่ยวกับหญิงสาวที่งดงามจนเกินบรรยาย

29 เกี่ยวกับหญิงสาวที่งดงามจนเกินบรรยาย

29 เกี่ยวกับหญิงสาวที่งดงามจนเกินบรรยาย


29 เกี่ยวกับหญิงสาวที่งดงามจนเกินบรรยาย

“เย้า ทำไมเธอถึงมาที่นี่?” หญิงสาวที่เปิดประตูให้เขาคือน้าของเขาเอง จางซิวเหมย เธอรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นหวังเย้า

“สวัสดีครับคุณน้า ผมได้ยินมาว่าคุณน้าป่วยอยู่เหรอครับ ผมเลยมาเยี่ยมเพื่อดูว่าคุณน้าดีขึ้นรึยัง?” หวังเย้าถาม

“เธอเกรงใจเกินไปแล้วที่ซื้อของมามากมายขนาดนี้ เชิญเข้ามาข้างในสิจ๊ะ” จางซิวเหมยนำหวังเย้าเข้ามาในห้อง แล้วจึงไปเตรียมขนมและเครื่องดื่มให้กับเขา เธอยังคงดูแลเขาเหมือนกับเขายังเป็นเด็กอยู่

“ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอกครับคุณน้า นั่งลงเถอะครับ” หวังเย้าพูด

“ไม่เป็นไรจ๊ะ มาลองกินวอลนัทที่คุณลุงของเธอที่ซื้อมาจากจังหวัดชานสีดูสิ” จางซิวเหมยกำลังจะเเกะเปลือกวอลนัทให้หวังเย้า

“ไม่เป็นไรครับ คุณน้ายังมีปัญหาเรื่องการนอนหลับอยู่ใช่ไหมครับ?” หวังเย้าถามด้วยความเป็นห่วง คุณน้าเหมือนกับแม่คนที่สองของเขา เธอมักจะดูแลเขาเป็นอย่างดีเสมอ

“ใช่ ก็ปัญหาเดิมๆนั้นแหละ แม้ว่าน้าจะเหนื่อยแค่ไหน น้าก็ไม่สามารถหลับได้อยู่ดี ทุกครั้งที่น้านอนและหลับตา น้ามักจะได้ยินเสียงทุกอย่าง มันทำให้น้านอนไม่หลับ!” จางซิวเหมยถอนหายใจ

นี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรกเกิดของเธอ มันมักจะเกิดขึ้นทุกปี พระเจ้าเม่านั้นรู้ว่าเธอว่าหมอกี่คนที่เธอไปพบ และพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าเธอได้ทดลองทำการรักษามากี่ครั้งแล้ว เธอลองกินทั้งยาฝรั่ง ยาจีน และแม้แต่ยาพื้นบ้าน แต่มันก็ไม่ช่วยอะไรเลย ยาที่กินเข้าไปได้ทำให้กระเพาะจองเธอมีปัญหาในขณะที่โรคที่เป็นอยู่ก็ยังไม่หายไป

“คือว่า ผมเอายาสมุนไพรมาให้ครับ” หวังเย้านำเอาขวดแก้วที่บรรจุน้ำยาสีส้มเอาไว้ออกมา

“ยาสมุนไพร?” จางซิวเหมยรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นขวดแก้วในมือของหวังเย้า

“ใช่ครับ ได้โปรดลองกินดูมันอาจจะได้ผลก็ได้ครับ” หวังเย้าค่อยๆเปิดฝาขวดออกและทันใดนั้นกลิ่นหอมของสมุนไพรก็ลอยออกมา

“แล้วเธอไปเอาสมุนไพรพวกนี้มาจากที่ไหนกัน?” จางซิวเหมยถามด้วยความสงสัย

“ผมทำเองครับ” หวังเย้าพูด

“อะไรนะ?” จางซิวหยิงประหลาดใจ

“ฮาฮา ล้อเล่นครับ ลองกินดูครับ ผมได้ลองดูก่อนแล้วรับรองว่าไม่มีพิษแน่นอนครับ แต่อย่าเพิ่งดื่มมากนะครับ ลองเริ่มจิบดูก่อนก็ได้” หวังเย้ายังไม่แน่ใจในผลของตัวยา ดังนั้นเขาจึงไม่อยากให้น้าของเขาดื่มมากเกินไปเผื่อว่ามันอาจจะมีปัญหาเกิดขึ้น

“ได้สิ” จางซิวหยิงรับขวดมา เธอพบว่ามันยังอุ่นอยู่เลย

“ว้าว มันยังอุ่นอยู่เลย!”

“ใช่ เพราะผมรีบตรงมาที่นี่ก่อนเลย!” หวังเย้าพูด

“เธอต้องระวังเวลาขี่รถบนถนนนะ!”

จางซิวหยิงจิบยาลงไป มันยังอุ่นอยู่และมีรสขมเล็กน้อย แต่ว่ากลับมีรสชาติที่ดีเป็นพิเศษ เธอรู้สึกว่าภายในท้องของเธอนั้นอุ่นขึ้นและในตอนมี่ยาค่อยๆไหลลงไป มันทำให้เธอรู้สึกสบายอย่างมาก เธอดื่มลงไปอีกหน่อย จนหมดไปหนึ่งในห้าของขวด 500มิลลิลิตร

“รู้สึกยังไงบ้างครับ?” หวังเย้าถามด้วยความอยากรู้ ทางหนึ่งเขาก็เป็นห่วงอาการของน้าของเขา แต่อีกทางหนึ่งเขาก็อยากจะรู้ว่ายาของเขามีผลเป็นยังไง”

“น้ารู้สึกดีมาก” จางซิวเหมยพูด

เธอได้พูดความจริงออกมาแม้ว่าเธอจะไม่ได้ดื่มมากนักก็ตาม เธอรู้สึกถึงยาที่อยู่ในท้องของเธอและมันก็ค่อยกระจายออกไปจนทั้วร่างกายของเธอ หลังจากผ่านไปสิบนาทีทเธอก็รู้สึกดีขึ้นและยังรู้สึกว่าแข็งแรงขึ้นมาอีกเล็กน้อยด้วย

“ยานี้มันได้ผลดีจริงๆ!” จางซิวเหมยอุทาน

เธอไม่ได้เชื่อถือยาที่หวังเย้านำมาให้เธอสักเท่าไหร่ ถึงอย่างไร เธอก็ได้ไปหาหมอมาหลายที่และก็ผิดหวังไปซะทุกครั้ง เธอก็แค่ไม่อยากทำให้หลานของเธอต้องเสียใจก็เท่านั้น แต่ยาตัวนี้กลับทำให้เธอประหลาดใจ เพราะเธอไม่คิดว่ามันจะออกฤทธิ์ได้เร็วขนาดนี้

หลังจากเวลาผ่านไปอีกสิบนาที เธอก็เริ่มมีความรู้สึกอย่างอื่นเกิดขึ้น เธอรู้สึกว่าภายในหัวของเธอมันสงบมากและร่างกายก็อบอุ่นขึ้น เธอรู้สึกถึงความสงบกว่าเมื่อก่อน มันเป็นความรู้สึกที่สบายเป็นอย่างมาก

“ตอนนี้คุณน้ารู้ดีขึ้นบ้างไหมครับ?” หวังเย้ารู้ว่ายาได้ออกฤทธิ์แล้วเมื่อเริ่มมีรอยยิ้มปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเธอ

“น้ารู้สึกดีขึ้นมาก ยานี้มันวิเศษมาก เย้า! บอกความจริงกับน้ามา ว่าเธอไปเอายานี้มาจากที่ไหนกัน?” จางซิวเหมยถาม

“ผมเป็นคนทำขึ้นมาเองครับ” หวังเย้าพูดด้วยรอยยิ้ม

“หยุดล้อเล่นได้แล้ว! เธอไปเริ่มต้มยาตอนไหนกัน?!” จางซิวเหมยหัวเราะ

“ฮาฮา ยังไงมันก็ได้ผลนี่ครับ จำเอาไว้ว่าต้องดื่มวันละสามครั้งและดื่มให้หมดในสามวันนี้นะครับ ห้ามดื่มตอนที่มันเย็นนะครับ ตัองอุ่นยาด้วยน้ำอุ่นก่อน แต่ห้ามใช้น้ำร้อนนะครับ ไม่อย่างนั้นฤทธิ์ของมันจะถูกทำลาย” หวังเย้าพูด เขาไม่เคยเรียนเภสัชมาก่อน แต่เขาก็ได้เรียนรู้มากมายจากหนังสือยาที่เขาอ่านอยู่ในตอนนี้

“ได้เลยจ๊ะ เธอรู้เยอะเหมือนกันเนี้ย!” จางซิวหยิงหัวเราะ “แล้วน้าก็ได้ยินมาจากแม่ของเธอว่า เธอจะยังคงปลูกสมุนไพรต่อไป เธอคิดจะขายพวกมันไหม?” เธอถาม

“ก็ไม่เชิงครับ ผมไม่ต้องการพวกมันทั้งหมด ผมยังอยากจะเก็บบางส่วนเอาไว้ให้ตัวเองด้วยครับ” หวังเย้าพูด

“สำหรับตัวเอง? เธอจะเอาไปทำอะไร?” จางซิวเหมยถาม

“ต้มยาครับ” หวังเย้าตอบ

“เธออยากจะเรียนเกี่ยวกับยาจีนเหรอ?” จางซิวรู้แล้วว่าตอนนี้หวังเย้าไม่ได้พูดเล่น

“ไม่ครับ ตอนนี้ผมเป็นแพทย์ปรุงยาครับ” หวังเย้าพูด

“ปรุงยาเหรอ?” จางซิวหยิงถาม

“ปลูกสมุนไพร, ทำยา และรักษาโรคต่างๆครับ” หวังเย้าอธิบาย

“คล้ายหมอเถื่อนน่ะเหรอ?” จางซิวหยิงก็คิดไปถึงคนที่เรียกว่าหมอที่ไม่มีในรับรองพวกนั้น เธอไม่เข้าใจว่าทำไมหลานของเธอถึงมีความคิดแปลกๆแบบนั้น เธอจึงเริ่มเป็นห่วงเขาขึ้นมาเล็กน้อย

เดี๋ยวนะ! เมื่อมองไปที่จางซิวเหมย หวังเย้าเพิ่งจะรู้ว่าเขาพูดมากเกินไปแล้ว

“คุณน้าครับ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคุณน้าคือการดูแลตัวเองเป็นอันดับแรกนะครับ อย่าคิดมากเรื่องของผมเลย ผมต้องไปแล้วนะครับ” หวังเย้าลุกขึ้น

“เธอจะไปไหน?” จางซิวเหมยถาม

“กลับบ้านครับ?” หวังเย้าพูดเมื่อเขาได้ทำทุกอย่างตามที่ตั้งใจไว้แล้ว

“ไม่มีทาง เธอต้องอยู่กินข้าวกลางวันกับน้าก่อน” จางซิวเหมยพูด

“ครั้งหน้านะครับ ไว้น้าหายดีแล้วเราค่อยกินข้าวด้วยกัน” หวังเย้าพูด

“น้าสบายดี! น้าต้องทำอาหารไว้ให้ลุงกับลูกพี่ลูกน้องของเธออยู่แล้ว” จางซิวหยิงพูด

ดังนั้นหวังเย้าจึงอยู่กินข้าวกลางวันกับเธอ จางซิวเหมยบอกสามีและลูกชายของเธอเกี่ยวกับยาที่หวังเย้านำมาให้ในตอนที่พวกเขากลับมาถึงบ้าน เธอชื่นชมถึงความวิเศษของยา สามีของเธอยิ้มเมื่อได้ฟังจางซิวเหมยเล่า แต่เขาก็มีท่าทางสงสัยด้วย ไม่กี่ปีมานี้เขาได้พาภรรยาของเขาไปรักษามาหลายที่แล้ว พวกเขายังได้พบกับผู้เชี่ยวชาญบางคนอีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้นภรรยาของเขาก็ยังคงป่วยอยู่ มันยากที่จะเชื่อว่ายาต้มนี้จะมีผลลัพท์ที่น่ามหัศจรรย์ได้แบบนั้นได้

หวังเย้าไม่ได้พูดอะไร เขาอยู่เพียงนานหลังจากมื้อกลางวันและก่อนเขาก็จากไปเขายังได้อธิบายการกินยาให้กับน้าของเขาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากออกมาจากบ้านของน้าของเขา แทนที่จะรีบตรงกลับบ้านเลย เขากลับเดินไปรอบๆเมือง

อากาศเริ่มหนาวขึ้นแล้ว เขากำลังจะไปซื้อเสื้อผ้าและอาหารสำหรับซานเซียน มันเป็นวันธรรมภายในห้างจึงมีคนอยู่ไม่มากนัก หวังเย้าจึงใช้เวลาเต็มที่เพื่อเดินดูของ

“หวังเย้า?” อยู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อเขา เมื่อหันไปตามเสียงเรียก เขาก็พบหญิงสาวหน้าตาน่ารักอยู่ใกล้ๆกับเขา เธอมีผ้าคลุมไหลเป็นผ้าไหมสีเขียวคลุมอยู่บนเรือนร่างที่ผอมบางของเธอ และใบหน้าของเธอก็งดงามราวกับดอกไม้

“ถงเวย! บังเอิญจังเลย!” หวังเย้าพูด

สาวสวยคนนี้คืออดีตเพื่อนร่วมชั้นของเขาที่พบกันไม่กี่วันก่อน ชื่อของเธอคือถงเวยและเธอก็งดงามจนเกินบรรยาย

จบบทที่ 29 เกี่ยวกับหญิงสาวที่งดงามจนเกินบรรยาย

คัดลอกลิงก์แล้ว