เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

23 หนึ่งคำสัญญาไม่มีค่าเท่าทองพันชั่ง

23 หนึ่งคำสัญญาไม่มีค่าเท่าทองพันชั่ง

23 หนึ่งคำสัญญาไม่มีค่าเท่าทองพันชั่ง


23 หนึ่งคำสัญญาไม่มีค่าเท่าทองพันชั่ง

“ผมได้พบพิษที่ไม่รู้จักอยู่ในร่างกายของผู้ป่วย แต่เรายังจำเป็นต้องใช้เวลาเพื่อศึกษาองค์ประกอบของพิษ”

“พวกเรายังพบสารชีวภาพที่ไม่รู้จักในเลือดของหวังเจ๋อเซี่ยว เเต่เราไม่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลการทำงานของมันได้ในเวลาสั้นๆ แต่เราสามารถบอกได้ว่าสารชีวภาพตัวนี้ไม่ได้ผลิตโดยร่างกายของมนุษย์แน่นอน”

ผู้เชี่ยวชาญที่ได้อ่านข้อมูลการรักษาของกั๋วเจิ้งเหอแล้ว ได้เร่ิมการประชุมเพื่อรวบรวมข้อมูลและวางแนวทางการรักษา

“ชัดเจนเลยว่าสาเหตุที่ทำไมหวังเจ๋อเซี่ยวถึงรักษาหายไม่ได้เป็นเพราะแอนติบอดี้ที่สร้างจากร่างกายของเขา แต่เป็นเพราะเขาได้รับแอนติบอดี้จากที่อื่นต่างหาก” ผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งพูด

“ใช่ เราต้องทำให้ชัดเจนให้ได้ว่ามันเป็นยาประเภทไหนและอาหารที่หวังเจ๋อเซี่ยวได้กินตอนที่เขารักษาตัวอยู่มีอะไรบ้าง แล้วมันจะช่วยให้เราหาวิธีการรักษาพิษออกมาได้”

“ผมได้ตรวจยาที่เขากินในระหว่างที่รักษาตัวอย่างระมัดระวังแล้ว จากผลของยาที่เขาได้รับในช่วงนั้นส่วนใหญ่ถูกขับออกมาจากร่างกายของเขาทั้งหมด” หมออีกคนพูด

“ดังนั้นถ้าไม่ใช่เพราะยาที่ใช้รักษา มันจะต้องเป็นเพราะอาหารที่เขากินเข้าไป?”

“ในตอนที่เขาถูกพิษเขาไม่ค่อยมีสติ เขาจึงได้รับอาหารเหลวแทน จากข้อมูลของคนไข้ เมื่อเขามีสติหลังจากนั้นเขาก็ได้รับอาหารปกติ”

“เดี๋ยวก่อน มันมีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง” หมอคนหนึ่งพูด

“ปัญหาอะไร?”

“เพราะว่าคนไข้ในตอนนั้นเขายังไม่ค่อยมีสติดี เขาคงจะไม่สามารถรับรู้อะไรได้ชัดเจน แต่พ่อแม่ของเขาควรจะรู้แน่นอน เราต้องไปถามพ่อแม่ของเขา”

“ใช่!”

“เราต้องรีบแล้ว!”

ในคืนนั้น มีรถหลายคันขับเข้ามาที่หมู่บ้านหวังเจียในเขตซงป่าย พวกเขาเข้าไปในบ้านของหวังเจ๋อเซี่ยวและจากไปในตอนเกือบสี่ทุ่ม พวกเขาได้ตั้งคำถามมากมายในตอนที่อยู่ในบ้าน พวกเขาเจาะลึกในทุกๆเรื่อง แต่หวังยี่หรงไม่เชื่อถือพวกเขาและมองพวกเขาเหมือนพวกเขาเป็นโจร”

สุดท้ายพวกเขาก็ไม่ได้อะไรเลย

“ทำไมพวกเขาต้องมาที่นี่อีก?” แม่ของหวังเจ๋อเซี่ยวรู้สึกไม่พอใจ

“พวกเขาเจออะไรรึเปล่า? เจ๋อเซี่ยวบอกพ่อ ลูกได้พูดอะไรออกไปไหม?” หวังยี่หรงมองไปที่ลูกของเขา

“ไม่ครับ ผมไม่ได้บอกหมอพวกนั้นว่าผมหายได้ยังไง” หวังเจ๋อเซี่ยวพูด

“หวังว่าพวกเขาคงจะไม่กลับมาอีกนะ?”

สิ่งที่พวกเขากังวลก็เป็นจริง ในวันต่อมา รถคันหนึ่งได้ขับเข้ามาในหมู่บ้านหวังเจีย มีคนออกมาจากรถสามคนหลังจากที่รถจอดสนิทแล้ว หนี่งในนั้นได้เคยมาหาพวกเขาเมื่อวาน แต่อีกสองคนเป็นคนมาใหม่ เป็นชายวัยสี่สิบและหญิงสาวหน้าตาดี

หญิงสาวที่มาเป็นพี่สาวของชายหนุ่มที่ถูกพิษและกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และเธอก็รู้สึกเป็นกังวลเกี่ยวกับอาการของน้องชายเธอมาก เธอคิดว่าเมื่อมีผู้เชี่ยวชาญหลายคนมาช่วยกันคิดหาหนทางจะต้องมีวิธีรักษาน้องชายของเธอให้หายได้แน่ แต่มันก็ล้มเหลวอีกครั้ง ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจมาที่บ้านของหวังเจ๋อเซี่ยวด้วยตัวเอง

“คุณกั๋ว เชิญตามผมมาครับ” หมอเดินนำและพวกเขาทั้งสามก็มาที่บ้านของหวังเจ๋อเซี่ยวอีกครั้ง และมีเพียงแม่ของหวังเจ๋อเซี่ยวที่อยู่ภายในบ้าน

“สวัสดีค่ะคุณนาย” หญิงสาวทักทายเมื่อเธอเข้าไปในบ้าน

“สวัสดีค่ะ” แม่ของหวังเจ๋อเซี่ยว ซินซูเหมย หยุดงานที่เธอกำลังทำอยู่และออกมาพบพวกเขาด้วยความประหลาดใจ

.

“ฉันต้องการถามคุณบางเรื่องค่ะ”

“พวกคุณมาที่นี่และต้องการจะคุยอะไรเหรอคะ?” เธอเชิญทั้งสามคนเข้ามาภายในบ้าน

หญิงสาวอธิบายความต้องการของเธอเมื่อเข้ามาในบ้านแล้ว แต่ซินซูเหมยก็แสดงออกเหมือนกับเมื่อวานนี้

“คุณลุงเหอคะ ขอให้ฉันได้พูดกับคุณซินตามลำพังนะคะ” หญิงสาวพูดกับชายวัยกลางคน

“ได้ครับ” ชายวัยกลางคนออกไปที่ลานบ้านพร้อมกับชายอีกคนตามออกไป

“คุณซินคะ เจ๋อเซี่ยวตอนนี้ทำงานอะไรอยู่คะ?”

“เขาทำงานในโรงงานผลิตท่อเหล็กในเมืองค่ะ” ซินซูเหมยไม่เข้าใจว่าหญิงสาวคนนี้มาทำอะไรที่นี่

“เขาลำบากไหมคะ?”

“เขาก็สบายดี”

“แล้วเงินเดือนเขาได้เยอะไหมคะ?” หญิงสาวถาม

“ประมาณ 3,000หยวนต่อเดือนค่ะ”

“คุณอยากซื้อบ้านอยู่ในเมืองสักหลังไหมคะ?”

“ค่ะ แต่เราไม่มีเงินมากพอ” ซินซูเหมยถอนหายใจ

อสังหาริมทรัพย์ในตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก เขตเหลียนชานไม่ได้ถือว่าเป็นเขตที่ดีที่สุด แต่ราคาผ่อนสำหรับบ้านหลังหนึ่งก็มากกว่า 4,000หยวน แต่ว่ารายได้ต่อหัวของประชาชนกลับได้รับน้อยกว่า2,000หยวน มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะซื้อบ้านในเมืองได้

“แบบนี้เป็นยังไงคะ? ฉันจะให้เงินคุณ 500,000หยวนถ้าคุณบอกความจริงฉันมาว่าใครที่ช่วยเจ๋อเซี่ยวเอาไว้ นั้นคงจะมากพอให้ซื้อบ้านดีดีสักหลังในเมืองได้เลยนะคะ” หญิงสาวทำให้ซินซูเหมยอึ้ง

“เท่าไหร่นะ?” ซินซูเหมยประหลาดใจ

“500,000 หยวนค่ะ” หญิงสาวทวนซ้ำด้วยรอยยิ้ม

ซินซูเหมยเงีนบไป เธอรู้ว่าเงินจำนวน 500,000หยวน มีความสำคัญกับครอบครัวของเธอมากแค่ไหน พวกเขาพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะเก็บเงินให้ได้ 50,000หยวนในหนึ่งปี ดังนั้นการได้เงิน 500,000หยวนมาจะช่วยให้พวกเขาไม่ต้องทำงานหนักไปอีกหลายปี แม้ว่าจะเจ็บป่วยหรือมีภัยพิบัติเกิดขึ้นพวกเขาก็จะมีเงินเอาไว้ใช้จ่ายได้ พวกเขาไม่จำเป็นต้องกู้เพื่อเอาเงินมา เธอได้ยินมาหลายครั้งจากเพื่อนบ้านว่ามันลำบากมากเมื่อกู้เงินมาซื้อบ้าน

ในตอนนั้น เธอก็ถูกชักจูงสำเร็จ

เธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่คิดถึงสามีและลูกของเธอเป็นอันดับแรก พวกเขาจะสามารถซื้อบ้านในเมืองด้วยเงินก้อนนั้นได้ เรื่องการแต่งงานของลูกชายที่เธอกังวลอยู่ก็แก้จะปัญหาไปได้ และสามีของเธอก็จะไม่ต้องเหนื่อยกับการทำงานสวนและกรรมกรในเวลาเดียวกันอีก

หญิงสาวไม่ได้ถามอีก แต่เธอกลับรอคอยอย่างเงียบๆเมื่อเห็นแล้วว่ามีความลังเลและยินยอมจากในดวงตาของซินซูเหมย

“สาวน้อย เธอไม่ได้โกหกฉันใช่ไหม?” ซินซูเหมยคิดอยู่สักพักและตัดสินใจได้แล้ว แต่เธอก็ยังกังวลอยู่เล็กน้อย

“ไม่แน่นอนค่ะ นี่คือเงินมัดจำเอาไว้ค่ะ” เธอรีบหยิบเงิน 30,000หยวนออกมาจากกระเป๋าถือของเธอ “ฉันจะโอนเงินที่เหลือให้คุณทันทีที่คุณบอกฉัน รับประกันได้ค่ะ”

“ตกลง ฉันจะบอกคุณ” ซินซูเหมยพูดหลังจากที่ตัดสินใจได้แล้ว

ในตอนนั้น สัญญาที่เธอเคยให้ไว้ได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว สิ่งที่เธอคิดในตอนนี้มีเพียงเงินจำนวน 500,000หยวนที่จะช่วยเปลี่ยนชีวิตของพวกเธอเท่านั้น เธอไม่ได้ทำอะไรผิดและถ้าเป็นคนอื่นที่อยู่ในสถานะการณ์เดียวกันพวกเขาจะต้องตัดสินใจได้เด็ดขาดกว่าเธอด้วยซ้ำ

“ขอบคุณค่ะ!” หญิงสาวทิ้งเบอร์ติดต่อเอาไว้เมื่อได้รับคำตอบจากซินซูเหมยเรียบร้อยแล้ว และเธอก็ได้จากไปพร้อมกับคนของเธอ

“คุณหนู คุณได้เรื่องอะไรไหมครับ?” ชายวัยกลางคนพูด

“ได้ค่ะ” หญิงสาวเดินไปเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวกลับมาและพูด “คุณหมอเฉิน คุณกลับไปก่อนได้เลยค่ะ”

“ได้ครับ” หมอรู้สึกสับสนเล็กน้อย แต่เขาก็ยังจากไป ชายกลางคนกับหญิงสาวไม่ได้เอารถมาด้วยในตอนที่มาที่นี่ ดังนั้นหมอเฉินจึงได้สั่งให้คนขับรถรอพวกเขาอยู่ที่หมู่บ้าน

“เธอบอกว่าในตอนที่หวังเจ๋อเซี่ยวป่วยเขาได้ดื่มยาสมุนไพรจีนลงไปและเขาก็ฟื้นขึ้นมา” หญิงสาวบอกกับชายวัยกลางคนหลังจากที่หมอได้จากไปแล้ว

“ยาสมุนไพรจีน...แล้วชายที่เป็นคนปรุงยาเขาอยู่ที่ไหนครับ?”

“ฉันไม่รู้ค่ะ แต่ว่าชายหนุ่มคนหนึ่งเป็นคนเป็นเอายามาให้”

“แล้วเขาอยู่ที่ไหนครับ?”

“เนินเขาหนานชาน” หญิงสาวชี้ไปที่เนินเขาที่อยู่ทางทิศใต้ของเมือง

จบบทที่ 23 หนึ่งคำสัญญาไม่มีค่าเท่าทองพันชั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว