เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

21 ในที่ประชุม, ฉันได้แต่ยิ้ม

21 ในที่ประชุม, ฉันได้แต่ยิ้ม

21 ในที่ประชุม, ฉันได้แต่ยิ้ม


21 ในที่ประชุม, ฉันได้แต่ยิ้ม

หญิงสาวที่นั่งข้างเขานวดขมับของเธอ เธอดูไม่มีความสุขเท่าไหร่

“ขอโทษนะคะคุณหมอ ฉันมีเรื่องอยากจะพูดค่ะ” เสียงเย็นชาจากหญิงสาวได้รบกวนการประชุม

“พูดมาครับ” หัวหน้ากรมอนามัยได้ยินและพูดด้วยรอยยิ้ม

“พวกคุณได้ตรวจเจอโรคที่กั๋วเจิ้งเหอเป็นแล้วเหรอคะ?” เธอถาม

“ผู้ป่วยถูกพิษในตอนที่พิษเข้าสู่กระแสเลือดของเขาครับ” หมอคนหนึ่งพูด

“แล้วเป็นพิษชนิดไหนครับ?” ชายวัยกลางคนที่นั่งข้างเธอพูด เขาเงียบมาตั้งแต่ที่เขาเข้ามาในห้อง เขาก้มลงอ่านเอกสารหลายแผ่นและพบว่ามันมีแต่กรณีศึกษาผู้ป่วยและการวินิจฉัยโรค ที่เป็นข้อมูลจากผลการทดลอง เขาเงยหน้าขึ้นและถามคำถามออกไปหลังจากได้ยินคำพูดของหมอ

“เป็นพิษที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนครับ”

“ไม่รู้?” หญิงสาวตกใจ “คุณรักษาผู้ป่วยที่มีอาการเดียวกันหายมาก่อนเหรอไม่ใช่เหรอ? แล้วคุณรักษาเขาได้ยังไงถ้าแม้แต่พิษคุณก็ยังไม่รู้จักว่ามันคือพิษอะไร? บังเอิญงั้นเหรอ?”

“คือ...” หมอของโรงพยาบาลพูดไม่ออก

“พวกคุณได้แต่ปรึกษากันเรื่องส่งตัวคนไข้ แทนที่จะหาสาเหตุของพิษที่ติดมาได้ยังไง มันไร้ประโยชน์ที่จะส่งตัวคนไข้ไปที่เมืองห่ายชิวในจังหวัดฉีหรือโรงพยาบาลในเมืองจิง ในเมื่อแม้แต่สาเหตุของโรคก็ยังหาไม่เจอแบบนี้” หญิงสาวรู้ผิดหวังกับหมอพวกนี้มาก

เมื่อเห็นความคลางแคลงใจจากหญิงสาว ผู้เชี่ยวชาญหลายคนก็พูดไม่ออก

“ทุกท่าน ผมยังมีอีกหนึ่งคำถาม” ชายวัยกลางคนข้างหญิงสาวพูด “มันมีข้อมูลอยู่สองอย่างจากผลการรักษาโรคของชายหนุ่ม หวังเจ๋อเซี่ยว อาการของเขามันคล้ายกับอาการของกั๋วเจิ้งเหอมาก ดังนั้นมันหมายความได้ว่าพวกเขาได้รับพิษชนิดเดียวกัน แต่ว่ามันมีเรื่องแปลกเกี่ยวกับผลเลือดของหวังเจ๋อเซี่ยว มันมีรายละเอียดอะไรที่แตกต่างออกไป? คุณรู้หรือไม่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นจริงๆกันแน่?”

“เรา...เราได้พยายามวิเคราะห์แล้ว แต่เราไม่ได้อะไรเลย” หมอที่รับหน้าที่ในการรักษาหวังเจ๋อเซี่ยวก้มมองพื้นด้วยความอับอาย

“ดังนั้น ผมแนะนำให้พวกคุณตามหาหวังเจ๋อเซี่ยวเพื่อทดสอบเลือดของเขาและหาสาเหตุให้เจอ คุณควรจะถามเกี่ยวกับอาหารที่เขาได้กินเมื่อรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลด้วย บางทีเขาอาจจะกินบางอย่างที่ช่วยล้างพิษได้ ผมยังมีรายการยาที่ต้องการให้พวกคุณเตรียมเอาไว้ด้วย”

ชายวัยกลางคนนำรายการยาที่หายากหลายตัวที่เขาเขียนเอาไว้ออกมา

“ทั้งหมดมันเป็นตัวยานำเข้าและมีสองตัวที่ไม่มีในเมืองห่ายชิว” หมอคนหนึ่งพูดขึ้นในตอนที่ส่งต่อรายการ

“ถ้ายังงั้นก็เตรียมเท่าที่มีในตอนนี้ก่อน ส่วนที่เหลือให้พวกคุณไปติดต่อกับเมืองเต้าและให้พวกเขาเตรียมให้”

“ตกลง”

“ทำตามที่เราขอแล้วเราจะไม่วุ่นวายกับพวกคุณ!” หญิงสาวลุกขึ้นเมื่อเธอพูดจบและชายวัยกลางคนก็ติดตามเธอออกไป

“มีแต่พวกไม่ได้เรื่อง!” หญิงสาวพูดด้วยความโกรธหลังจากที่เธอเดินออกมาแล้ว

“คุณหนูครับ เราไม่จำเป็นต้องไปหงุดหงิดกับเรื่องแบบนี้ มันยังมีเรื่องงี่เง่ามากมายในระบบรักษาสุขภาพอีกมาก เพราะเจิ้งเหอเป็นคนสำคัญพวกเขาเลยต้องทำการรักษาอย่างระมัดระวังมากขึ้น แม้ว่าพวกหมอจะทำเป็นหูหนวกไม่สนใจพวกคนธรรมดาทั้วไปก็ตาม” ชายวัยกลางคนพูดเสียงเบา

“พวกเขาเอาศีลธรรมกับจรรยาบรรณของแพทย์ไปที่ไว้ไหนกัน?” หญิงสาวเดือดดาล

“ศีลธรรมกับจรรยาบรรณ—หาได้ยากเหลือเกิน!” ชายวัยกลางคนถอนหายใจ

“หมอในตอนนี้ไม่มีความจริงใจเอาซะเลย!”

“เราไปหาเจิ้งเหอกันเถอะครับ” ชายวันกลางคนพูด

เมื่อพวกเขาไปถึงวอร์ดคนไข้พิเศษ พวกเขาก็มองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงคนไข้ ใบหน้าของเขาเขียวเล็กน้อย บอกให้รู้ว่าเขากำลังป่วยหนัก

“เจิ้งเหอ เจิ้งเหอ?” หญิงสาววิ่งไปที่เตียงเมื่อเธอเห็นเขา เธอกุมมือของเขาเอาไว้ด้วยหวังว่าเขาอาจจะตื่นขึ้นมา แต่มันก็ไม่ได้ผล

“ลุงเหอคะ มีโอกาสที่จะสำเร็จไหมคะถ้าให้ลุงเป็นคนรักษาเขา?” เธอถาม

“ผมสามารถรักษาเขาได้ถ้าเขาเป็นคนอื่น แต่เจิ้งผมทำไม่ได้ เขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของท่านผู้บัญชาการ ดังนั้นจะต้องไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นเด็ดขาด” ชายวันกลางคนพูดหลังจากลังเลสักพัก

หญิงสาวก็ไม่ได้บังคับเขาต่อ

“คุณหนู เชื่อผมเถอะครับ ถึงแม้ว่าผมจะทำให้เขาฟื้นไม่ได้ แต่ผมจะทำสุดความสามารถเพื่อไม่ให้อาการของเขาแย่ลงครับ”

“ขอบคุณค่ะ ลุงเหอ”

...

เมืองซงป่าย หมู่บ้านหวังเจีย

รถหลายคันในเข้ามาจอดทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน มีหลายคนออกมาจากรถและเดินตามเลขากรรมการเขต หวังเจียนหลี่ ไป

“ที่นี่ครับ” หวังเจียนหลี่นำพวกเขาไปที่ประตูบ้านหลังหนึ่ง

“ยี่หรง!” หวังเจียนหลี่ตะโกนเขาไปในบ้าร

“ครับ!” มีเสียงตอบกลับออกมาพร้อมกับเสียงเปิดประตู ชายวัยสี่สิบได้เดินออกมา “เลขากรรมการ มาหาพวกเรามีอะไรหรือเปล่าครับ?”

“มีเรื่องบางอย่างเกี่ยวกับพวกคุณที่เราต้องการจะคุยด้วยครับ” หวังเจียนหลี่พูด

“ได้ครับ”

กลุ่มคนเดินเข้าไปในบ้านแล้วหวังยี่หรงจึงไปเตรียมน้ำมาให้พวกเขา

“ไม่จำเป็นต้องเตรียมน้ำให้พวกเราหรอกครับ พวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในเมืองและเขตและพวกเขามาที่นี่เพราะอยากจะถามคุณเท่านั้น”

“อ่อ!” หวังยี่หรงฟังและนั่งลง เขารู้สึกกังวลเพราะเขาไม่เข้าใจว่าผู้เชี่ยวชาญกลุ่มนี้มาหาเขาเพื่ออะไร

พวกเขาคือหมอที่เพิ่งเสร็จการประชุมเรื่องของกั๋วเจิ้งเหอ

“ลูกชายของคุณคือหวังเจ๋อเซี่ยวใช่ไหม?”

“อ่า ใช้ครับ”

“เมื่อสิบวันก่อนเขาถูกพิษ และเขาได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลในเมือง ใช่ไหม?”

“ใช่”

“ตอนนี้ลูกชายของคุณอยู่ที่ไหน?”

“เขากำลังทำงานอยู่ในเมืองครับ”

“เรียกเขากลับมาเดี๋ยวนี้!” เสียงของหมอที่พูดดูหงุดหงิด

“ได้ครับ ได้ครับ ผมจะโทรหาเขา” หวังยี่หรงรู้สึกได้ว่าพวกเขากำลังมีเรื่องด่วน แม้ว่าพวกเขาจะไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ เขาก็ไม่ได้สนใจและโทรเรียกลูกชายของเขาให้กลับมาบ้าน

“มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับลูกชายของผมเหรอครับ?” เขารู้สึกไม่สบายใจเมื่อเขาโทรหาลูกของเขาเสร็จ เพราะเขาจำได้ว่าพวกเขาคือหมอที่ได้เคยรักษาลูกชายของเขาที่โรงพยาบาล

“มันไม่มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับลูกชายของคุณ เราแค่ต้องการความช่วยเหลือจากเขาเท่าบางเรื่องเท่านั้น”

หมอทุกคนรอคอยอย่างใจเย็นและ 20 นาทีต่อมา หวังเจ๋อเซี่ยวก็กลับมาถึงบ้าน หวังเย๋อเซี่ยวมีร่างกายผอมบาง แต่เขาดูดีและดูสุขภาพดี

“พ่อ เกิดอะไรขึ้น?”

“ใช่แล้ว นั้นแหละเขา!” หมอคนหนึ่งพูดด้วยความตื่นเต้น เขาเคยพบหวังเจ๋อเซี่ยวมาก่อน เพราะเขาเป็นหัวหน้าของทีมที่ทำการรักษาหวังเจ๋อเซี่ยว หมอคนนี้ชื่อว่า คุณโจว

“เร็วเข้า” หมออีกคนพูด

หมอคนหนึ่งนำกล่องอุปกรณการแพทย์ออกมาพร้อมเครื่องมือสำหรับเจาะเลือด

“พวกคุณกำลังทำอะไรหน่ะ?” เมื่อมองไปที่การกระทำของหมอ หวังเจ๋อเซี่ยวและพ่อของเขาก็รู้สึกสับสน

“พวกเราแค่ต้องการตรวจร่างกายของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าคุณมีสุขภาพร่างกายที่ดี คุณกลับไปที่โรงพยาบาลพร้อมกับเราได้ไหม?”

“ผมแข็งแรงมาก ดังนั้นมันไม่จำเป็นต้องตรวจอะไร” คำตอบของหวังเจ๋อเซี่ยวทำให้หมอหลายคนตกใจ

จบบทที่ 21 ในที่ประชุม, ฉันได้แต่ยิ้ม

คัดลอกลิงก์แล้ว