- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 6 กู่เยว่ซีต้องการย้ายไปอยู่แผนกผู้ฝึกสัตว์อสูร
บทที่ 6 กู่เยว่ซีต้องการย้ายไปอยู่แผนกผู้ฝึกสัตว์อสูร
บทที่ 6 กู่เยว่ซีต้องการย้ายไปอยู่แผนกผู้ฝึกสัตว์อสูร
บทที่ 6 กู่เยว่ซีต้องการย้ายไปอยู่แผนกผู้ฝึกสัตว์อสูร
นอกจากนี้ ฉู่เซิงยังสังเกตเห็นอีกว่า ขนาดตัวของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงเช่นกัน
จากเดิมที่เคยเป็นเพียงร่างกายเล็กจ้อยขนาดประมาณ 0.4 เซนติเมตร บัดนี้กลับขยายใหญ่ขึ้นจนมีความยาวถึง 1.5 เซนติเมตร! นอกจากนี้ปีกของเขาก็กว้างและแข็งแรงขึ้น ขาทั้งหกข้างก็ล่ำสันขึ้นอีกหนึ่งรอบ อัดแน่นไปด้วยพลังที่พร้อมจะระเบิดออกมา
ถึงแม้ว่าในสายตาของมนุษย์ เขาจะยังคงเป็นแค่แมลงตัวเล็กๆที่ไม่น่าสนใจอยู่ดี
แต่ทว่า...ในโลกของยุงแล้ว ตอนนี้เขาคือยักษ์ใหญ่ระดับบิ๊กเบิ้มอย่างไม่ต้องสงสัย!
“เจ๋งเป้ง! เจ๋งเป้งไปเลย!”
ฉู่เซิงกระพือปีกอย่างตื่นเต้น เสียง ‘หึ่งๆ’ ที่ดังออกมาก็ฟังดูทรงพลังและกึกก้องยิ่งกว่าเดิม
ณ ตอนนี้ เขารู้สึกว่าตัวเองเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลัง จนอยากจะหาเป้าหมายสักคนมาลองของเดี๋ยวนี้เลย ว่าปาก Lv.2 ของเขามันจะเจ๋งสักแค่ไหน!
แต่ทว่า...
โครม!
หัวของเขาโขกเข้ากับผนังด้านในของกล่องพลาสติกอย่างจัง ก่อนจะกระเด้งกลับมา
“...”
ฉู่เซิงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า...ตัวเองยังโดนขังเดี่ยวอยู่เลยนี่หว่า
โอ้...ท่านจักรพรรดินีของข้า!
ปล่อยข้าออกไปที! ข้ายังดูดได้อีกนะ! ข้ารู้สึกว่าตอนนี้ข้าดูดทีเดียวให้เป็นตุ่มขนาดสิบเซนติเมตรได้เลยนะ!!
น่าเสียดาย...ที่กู่เยว่ซีไม่ได้ยินเสียงในใจของเขาเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้นางได้เดินมาถึงหน้าตึกธุรการแล้ว ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วก้าวเท้าเข้าไปข้างใน
...
ตึกธุรการ, ห้องทำงานแผนกผู้ฝึกสัตว์อสูร
ผู้ที่รับผิดชอบดูแลระเบียนนักเรียนและการย้ายแผนก คือชายวัยกลางคนท่าทางเจ้าระเบียบที่สวมแว่นตากรอบทองคนหนึ่ง ชื่อของเขาคือ หวังจื้อหมิง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เชิญ” หวังจื้อหมิงเอ่ยปากโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา
กู่เยว่ซีผลักประตูเข้าไป ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานอย่างสงบ
“สวัสดีค่ะ อาจารย์หวัง”
หวังจื้อหมิงเพิ่งจะเงยหน้าขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเป็นกู่เยว่ซี แววตาของเขาก็ฉายประกายแห่งความประหลาดใจออกมาวูบหนึ่ง
สำหรับ ‘ดาวโรงเรียนแจกันดอกไม้’ ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโรงเรียนคนนี้ เขาก็พอจะมีความทรงจำอยู่บ้าง
หน้าตางดงามราวกับนางฟ้ามาจุติ น่าเสียดายที่พรสวรรค์ด้านยุทธ์กลับห่วยแตกสิ้นดี
“อ้อ นักเรียนกู่เยว่ซีนี่เอง มีอะไรเหรอ?” หวังจื้อหมิงขยับแว่นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“อาจารย์คะ หนูอยากจะขอทำเรื่องย้ายแผนกค่ะ” กู่เยว่ซีกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“ย้ายแผนก?” หวังจื้อหมิงชะงักไปครู่หนึ่ง
“จะย้ายจากแผนกยุทธ์ไปแผนกสนับสนุนเหรอ?
“อืม...ด้วยผลการเรียนของเธอ การวางแผนสำหรับอนาคตแต่เนิ่นๆก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลว...”
ในสายตาของเขา สำหรับนักเรียนที่หมดหวังในเส้นทางสายยุทธ์อย่างกู่เยว่ซีแล้ว การย้ายไปเรียนวิชาสายบุ๋นอย่างการสนับสนุนด้านการขนส่ง หรือทฤษฎีโอสถ ถือเป็นทางรอดเพียงทางเดียว
แต่ทว่า กู่เยว่ซีกลับส่ายหน้า ก่อนจะเอ่ยออกมาทีละคำอย่างชัดเจน
“ไม่ใช่ค่ะ...หนูต้องการย้ายไปแผนกผู้ฝึกสัตว์อสูร”
เป้าหมายของนางนั้นเรียบง่ายมาก
เส้นทางยุทธ์และเส้นทางฝึกสัตว์อสูรคือสองสายการฝึกฝนหลักของโลกใบนี้
หากเข้าร่วมการสอบร่วมมัธยมปลายในฐานะนักเรียนแผนกยุทธ์หรือแผนกผู้ฝึกสัตว์อสูร แล้วสามารถคว้าอันดับหนึ่งมาได้….ไม่เพียงแต่จะได้รับเงินรางวัลห้าแสนเท่านั้น หากแต่ยังจะได้รับรางวัลพิเศษเพิ่มเติมที่แตกต่างกันไปอีกด้วย
จอมยุทธ์ จะได้รับอาวุธชั้นเลิศเพิ่มอีกหนึ่งชิ้น
ส่วนผู้ฝึกสัตว์อสูร จะได้รับลูกสัตว์อสูรสายเลือดระดับราชาเพิ่มอีกหนึ่งตัว!
ระดับสายเลือดของสัตว์อสูร แบ่งออกเป็น: ชั้นต่ำ, ชั้นกลาง, ชั้นสูง, ระดับราชา, ระดับจักรพรรดิ, และระดับเทพเจ้า
ระดับของสายเลือด หมายถึงขีดจำกัดสูงสุดของสัตว์อสูรตนนั้น
สายเลือดชั้นต่ำ ขีดจำกัดสูงสุดที่จะเติบโตไปถึงได้ก็คือสัตว์อสูรระดับสาม เว้นเสียแต่ว่าสายเลือดจะได้รับการวิวัฒนาการ เหมือนกับกระต่ายหูใหญ่ที่กู่เยว่ซีทำพันธสัญญาด้วยในชาติที่แล้ว…ที่ต้องวิวัฒนาการถึงสามครั้ง ถึงจะสามารถฝืนชะตาทะลวงไปถึงระดับห้าได้!
สายเลือดชั้นกลาง ขีดจำกัดสูงสุดคือสัตว์อสูรระดับหก
สายเลือดชั้นสูง ขีดจำกัดสูงสุดคือสัตว์อสูรระดับเก้า!
ส่วนสายเลือดระดับราชา...แค่เพียงเติบโตเต็มวัย ก็คือสัตว์อสูรระดับเก้าแล้ว!
และขีดจำกัดสูงสุดของมัน ก็คือสามารถเติบโตจนกลายเป็นสัตว์อสูรระดับราชาที่อยู่เหนือกว่าระดับเก้าได้!
ถูกต้องแล้ว...เป้าหมายที่กู่เยว่ซีต้องการย้ายไปอยู่แผนกผู้ฝึกสัตว์อสูร ก็เพื่อที่จะคว้ารางวัลลูกสัตว์อสูรระดับราชานี่มาให้ได้ แล้วจากนั้นก็...ดูดกลืนแก่นโลหิตของมัน!
แก่นโลหิตของสายเลือดระดับราชานั้นบริสุทธิ์กว่าสายเลือดชั้นสูงมากนัก
เมื่อนำมาหลอมรวมด้วยเคล็ดวิชา《เตาหลอมหมื่นอสูร》แล้ว ไม่เพียงแต่จะทำให้พลังยุทธ์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่ผลข้างเคียงก็จะน้อยลง และโอกาสที่จะธาตุไฟเข้าแทรกก็จะลดน้อยลงไปอีกด้วย!
“อะไรนะ?!”
ปากกาในมือของหวังจื้อหมิงแทบร่วงหล่นลงพื้น เขามองกู่เยว่ซีอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ราวกับกำลังฟังเรื่องตลกที่ฝืดที่สุดในโลก
“นักเรียนกู้ เธอไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม? แผนกผู้ฝึกสัตว์อสูร? เธอรู้ไหมว่าเงื่อนไขในการเข้าแผนกผู้ฝึกสัตว์อสูรคืออะไร?”
“ทราบค่ะ” สีหน้าของกู่เยว่ซียังคงไม่เปลี่ยนแปลง
“จะต้องทำพันธสัญญากับอสูรของตนเองให้สำเร็จหนึ่งตัวค่ะ”
“แล้วเธอ...” น้ำเสียงของหวังจื้อหมิงเต็มไปด้วยความกังขา
เส้นทางสายผู้ฝึกสัตว์อสูรนั้นผลาญเงินยิ่งกว่าเส้นทางสายยุทธ์หลายเท่าตัวนัก
ทั้งการซื้อลูกสัตว์อสูร, ทรัพยากรในการเลี้ยงดู, การเรียนรู้วงเวทพันธสัญญาโลหิต...มีอย่างไหนบ้างที่ไม่ต้องใช้เงินมหาศาล?
เขารู้ดีว่าฐานะทางบ้านของกู่เยว่ซีนั้นธรรมดามาก แล้วเธอจะเอาเงินจากไหนไปทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรได้?
เมื่อเผชิญหน้ากับความสงสัยของหวังจื้อหมิง กู่เยว่ซีก็ไม่ได้เอ่ยอะไรมากความ
นางเพียงแค่วางกระเป๋านักเรียนลงบนโต๊ะอย่างเงียบๆรูดซิปเปิดออก ก่อนจะหยิบกล่องพลาสติกใส่ข้าวธรรมดาๆใบนั้นออกมา
แปะ
กล่องใบนั้นถูกวางลงตรงหน้าของหวังจื้อหมิง
หวังจื้อหมิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงมอง…และสิ่งที่เขาเห็นในกล่องก็คือ ยุงลายขาวดำตัวหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ายุงปกติหลายเท่า
“นี่มันหมายความว่ายังไง?”
“นี่คือสัตว์อสูรคู่พันธสัญญาของหนูค่ะ” น้ำเสียงของกู่เยว่ซียังคงสงบนิ่งเช่นเคย
แต่ทว่าคำพูดที่เอ่ยออกมานั้น กลับไม่ต่างอะไรกับระเบิดลูกใหญ่ที่ถูกโยนลงมากลางห้องทำงาน
ภายในห้องพลันตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับป่าช้า
เวลาผ่านไปนานกว่าสิบวินาที หวังจื้อหมิงถึงจะดูเหมือนได้สติกลับมา
เขาถอดแว่นออก ขยี้ตาตัวเอง ก่อนจะสวมกลับเข้าไปใหม่ แล้วเพ่งมองยุงตัวนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์อยู่นานสองนาน
“เธอจะบอกว่ายุงตัวนี้...คือสัตว์อสูรคู่พันธสัญญาของเธองั้นเหรอ?”
“ใช่ค่ะ” กู่เยว่ซีพยักหน้า พร้อมกับใช้ความคิดสั่งการผ่านสายใยแห่งจิตวิญญาณ สั่งให้ฉู่เซิงที่อยู่ในกล่องกระพือปีกหนึ่งครั้ง
หึ่ง—!
ฉู่เซิงจำใจต้องให้ความร่วมมือ ส่งเสียงหึ่งๆออกมาเบาๆหนึ่งครั้ง
หนังตาของหวังจื้อหมิงกระตุกอย่างรุนแรง
เขาสัมผัสได้ว่า ระหว่างกู่เยว่ซีกับยุงตัวนี้ มีสายใยแห่งจิตวิญญาณที่แม้จะอ่อนแออย่างยิ่ง แต่ก็มีอยู่จริงเชื่อมต่อกันอยู่
นี่คือสายสัมพันธ์พิเศษที่มีอยู่เฉพาะระหว่างผู้ฝึกสัตว์อสูรกับสัตว์อสูรคู่พันธสัญญาเท่านั้น!
ถ้าอย่างนั้น...ที่นางพูดก็เป็นความจริงทั้งหมดน่ะสิ!
นางไปทำพันธสัญญากับยุงมาจริงๆงั้นเรอะ?!
บ้าไปแล้ว! นักเรียนคนนี้ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ!
เขาเป็นครูมานานกว่ายี่สิบปี เคยเห็นคนทำพันธสัญญากับหมากับแมว, เคยเห็นคนทำพันธสัญญากับหมูกับวัว, ถึงขนาดเคยเห็นคนพิลึกที่ไปทำพันธสัญญากับแมลงสาบก็ยังมี...แต่อย่างน้อยนั่นมันก็ยังเป็นแมลงสาบพันธุ์ใต้ตัวใหญ่นะ!
แต่การทำพันธสัญญากับยุง...ให้ตายเถอะ นี่มันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เลยนะ!
เขามองไปยังใบหน้าที่งดงามเย็นชาของกู่เยว่ซี พลันสายตาของเขาก็ค่อยๆเปลี่ยนจากความตกตะลึง กลายเป็นความรู้สึกเสียดายและสงสาร
เด็กคนนี้...คงไม่ใช่ว่าหมดหวังในเส้นทางสายยุทธ์จนเกินรับไหว เลยโดนกระทบกระเทือนทางจิตใจจนสติฟั่นเฟือนไปแล้วหรอกนะ?
“นักเรียนกู้...”
หวังจื้อหมิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
“กฎของโรงเรียนมันเป็นของตาย แต่คนเรามันเป็นของเป็นนะ ถึงแม้ว่าเธอจะมีสัตว์อสูรคู่พันธสัญญาแล้ว ซึ่งก็ตรงตามกฎในการย้ายแผนกก็จริง”
“แต่ว่า...เธอเคยคิดบ้างไหมว่า การทำพันธสัญญากับยุงหนึ่งตัว มันจะช่วยอะไรในเส้นทางอนาคตของเธอได้บ้าง?”
“อายุขัยของมันมีแค่ไม่กี่วัน ต้องคอยใช้พลังโลหิตของเธอไปฝืนยืดชีวิตให้มัน! แถมยังไม่มีพลังต่อสู้อะไรเลยสักนิด นี่มัน...”
“อาจารย์คะ” กู่เยว่ซีพูดแทรกขึ้นมาทันที
“หนูแค่อยากจะทราบว่า ตามกฎแล้ว หนูสามารถย้ายเข้าแผนกผู้ฝึกสัตว์อสูร และสมัครเข้าร่วมการสอบร่วมมัธยมปลายในฐานะนักเรียนแผนกผู้ฝึกสัตว์อสูรได้หรือไม่คะ?”
แววตาที่ไม่ยอมให้ผู้ใดปฏิเสธและน้ำเสียงที่แน่วแน่เด็ดเดี่ยวของนาง ทำให้หวังจื้อหมิงต้องกลืนคำพูดที่เหลือทั้งหมดกลับลงไป
เขาเงียบไปนาน และในที่สุดก็พยักหน้าอย่างจนใจ
“ได้”
กฎก็คือกฎ เขาไม่สามารถปฏิเสธได้
“ขอบคุณค่ะ อาจารย์”
กู่เยว่ซีหยิบกล่องที่ใส่ฉู่เซิงกลับคืนมา ก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
หวังจื้อหมิงมองตามแผ่นหลังของนางไป ก่อนจะถอนหายใจยาวอีกครั้ง แล้วส่ายศีรษะเบาๆ
“น่าเสียดาย….เด็กดีๆแท้ๆ”
“ยอมปล่อยตัวเองให้ตกต่ำเสียจริง”
……………