- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นก็อตซิลล่า ผู้ปกครองอดีตกาล
- บทที่ 7 เทวโองการและสงคราม
บทที่ 7 เทวโองการและสงคราม
บทที่ 7 เทวโองการและสงคราม
บทที่ 7 เทวโองการและสงคราม
สงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ทรงภูมิปัญญาในยุคดึกดำบรรพ์อันแสนมหัศจรรย์ ในสายตาคนนอก มันช่างน่าสนใจจริงๆ ความรู้สึกเหมือนตอนเป็นมนุษย์แล้วนั่งดูรังมดสองรังตีกันไม่มีผิด
แต่ทว่า ตอนนี้คังเฉียวไม่อาจวางตัวอยู่วงนอกได้อีกต่อไป เพราะจากสภาวะแปลกประหลาดในความฝัน คังเฉียวรู้ดีว่าเจ้าพวกมนุษย์ไดโนเสาร์หน้าตาตลกพวกนี้ ล้วนเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีความใกล้ชิดกับเขา
ส่วนเรื่องเป็นพระเจ้าหรือไม่นั้น... ช่างมันเถอะ น่ารำคาญจะตายไป
อย่างมากเขาก็แค่ใช้ภูมิปัญญาที่เหนือกว่ายุคสมัย คอยช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาต่ำต้อยพวกนี้ในฐานะตัวตนจากมิติที่สูงกว่าก็เท่านั้น
ถึงอย่างไรชาติก่อนเขาก็เคยเป็นมนุษย์ ย่อมมีความคิดเรื่องคนกันเองกับคนอื่น อีกทั้งมนุษย์ไดโนเสาร์กับก็อดซิลล่าก็มีรูปลักษณ์ที่ใกล้เคียงกันมาก ยังไม่นับเรื่องที่เจ้าพวกนี้เอาของกินมาถวายตั้งเยอะตอนเขาหลับ
ดังนั้นไม่ว่าจะมองมุมไหน คังเฉียวก็ควรช่วยมนุษย์ไดโนเสาร์ผู้น่าสงสารพวกนี้
พวกมนุษย์ไดโนเสาร์ที่หมอบกราบตะโกนโหวกเหวกอยู่ตีนเขาไม่จบแค่นั้น ตอนนี้บางตัวถึงกับลุกขึ้นมาเต้นระบำหมอผีกันแล้ว
นี่มัน...
เจ้าพวกนี้ดูน่ารักแบบงงๆ แฮะ...
เอาเถอะ แม้คังเฉียวจะขำ แต่เขาก็สังเกตเห็นพวกที่ใจกล้าบ้าบิ่น มอนสเตอร์งูบางตัวเริ่มเคลื่อนพลอ้อมไปซ่อนตัวในป่าเพลิงด้านล่างที่ราบ พวกมันต้องการอ้อมไปด้านหลังของเทือกเขา
จะทำอะไรน่ะเหรอ?
คังเฉียวไม่ได้โง่นะ พวกมันกะจะลอบกัดเขาชัดๆ!
แม้คังเฉียวจะมีขนาดตัวมหึมา แต่ในเผ่าอสรพิษเองก็มีมอนสเตอร์งูตัวใหญ่ยักษ์อยู่บ้าง เปรียบไปก็คงเหมือนมนุษย์กับปลาไหลในนาข้าว เข้าใจได้ที่พวกมอนสเตอร์งูคิดจะใช้จำนวนเข้าสู้เพื่อลอบโจมตี
อีกอย่าง แม้ขนาดตัวจะต่างกันมาก แต่นี่ไม่ใช่โลกธรรมดา ใครจะรู้ว่าพวกมอนสเตอร์งูมีพลังประหลาดอะไรซ่อนอยู่หรือไม่
ว่าแต่... คังเฉียวเองก็เริ่มสับสน เขาอยากรู้จริงๆ ว่าตอนนี้ตัวเองสูงเท่าไหร่กันแน่
สองร้อยเมตร? สามร้อยเมตร? หรือว่าห้าร้อยเมตร?
เขาจำได้ว่าก็อดซิลล่าในหนัง หรือแม้แต่ในจักรวาลอุลตร้าแมน ก็สูงแค่ประมาณห้าสิบถึงหนึ่งร้อยเมตรไม่ใช่เหรอ?
แต่ดูสภาพเขาตอนนี้สิ? ไม่มีทางที่จะสูงแค่ร้อยเมตรแน่ๆ
ตัวเขาจัดอยู่ในประเภทไหนกันนะ?
เห็นทีจะยึดติดกับข้อมูลในชาติก่อนไม่ได้เสียแล้ว!
เขาไม่รู้เลยว่าก็อดซิลล่าในร่างปัจจุบันมีความสามารถอะไรบ้าง พ่นลำแสงอะตอมได้ไหม? หรืออย่างน้อยก็ลำแสงความร้อน? ถ้าไม่ได้จริงๆ แค่พ่นไฟก็น่าจะได้มั้ง?
ไม่งั้นคงไม่นอนแช่ในลาวามาตั้งนานสองนานหรอก
ลองดูหน่อยไหม?
เมื่อมองดูมอนสเตอร์งูที่ย่องมาจากป่าดึกดำบรรพ์ใต้ที่ราบ ความสนใจของคังเฉียวก็พุ่งพล่าน เขาตั้งใจจะลองดูจริงๆ
ต้องทำยังไงนะ? เบ่งพลัง?
เขาเกร็งกล้ามเนื้อทั่วร่างสูดลมหายใจเข้าปอดลึกยาวเหยียด
แล้วก็...
รู้สึกแล้ว เขาตสัมผัสได้แล้ว...
จังหวะนี้แหละ... เอาล่ะนะ...
"โฮก!!!"
"แค่ก แค่ก แค่ก!!!"
บนยอดเขามีเสียงคำรามลั่นดังขึ้นก่อน แต่ยังไม่ทันสิ้นเสียงคำราม แสงสีแดงจางๆ ก็ปรากฏขึ้นที่ลำคอของก็อดซิลล่า เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา คังเฉียวก็สำลัก!
บ้าเอ๊ย ความรู้สึกเหมือนคอแห้งกะทันหัน มีเสมหะอยากจะถ่มทิ้งแต่ดันหลุดลงหลอดลมซะงั้น ไม่สำลักก็แปลกแล้ว
คังเฉียวอายแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี มนุษย์ไดโนเสาร์ตั้งกี่คู่ดวงตาที่จ้องมองอยู่ด้านล่าง
แต่ที่ยิ่งกว่าความอายคือความทรมาน คังเฉียวไอจนน้ำตาแทบเล็ด แถมตอนนี้ยังมีควันดำพวยพุ่งออกมาจากปากและจมูกอีกด้วย
ใช่แล้ว...
เขาพลาด
เหมือนเด็กทารกที่เพิ่งหัดเดินแล้วคิดจะวิ่งในทันที หากไม่ฝึกฝนซ้ำๆ ก็ไม่มีทางสำเร็จได้ในครั้งเดียว
เวลานั้น เหล่ามนุษย์ไดโนเสาร์ตีนเขาต่างพากันยืนอึ้ง เพราะเมื่อกี้พวกมันเห็นครีบหลังขนาดใหญ่ของพระบิดาเปล่งแสงสีแดงวาบ
จากนั้นพระบิดาก็คำรามลั่น แล้วจู่ๆ ก็เริ่มไอโขลกๆ
มนุษย์ไดโนเสาร์ทุกตัวงุนงง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
"พระบิดาสำลักควันภูเขาไฟหรือเปล่า?"
ครู่หนึ่ง มนุษย์ไดโนเสาร์ตัวหนึ่งที่ยังเด็กและงุนงงได้สติขึ้นมา จึงหันไปถามผู้ใหญ่ข้างกาย
แต่ทันทีที่เอ่ยปาก ผู้ใหญ่ตัวนั้นก็ตบหัวเจ้าหนูฉาดใหญ่
"ปากเสีย! พูดจาลบหลู่แบบนี้ได้ยังไง? พระบิดาผู้ยิ่งใหญ่จะสำลักได้ยังไงกัน! สุรเสียงแห่งเทพย่อมมีความหมายลึกซึ้ง บางทีอาจเป็นเทวโองการถึงพวกเรา ท่านผู้เฒ่ามนุษย์ไดโนเสาร์น่าจะรู้ดีที่สุด"
เจ้าหนูมนุษย์ไดโนเสาร์กุมหัวมองผู้ใหญ่ด้วยสายตานองน้ำตา รู้สึกน้อยใจสุดขีด แต่ถึงจะน้อยใจก็ไม่กล้าพูดซี้ซั้วอีกแล้ว
ผู้เฒ่าไดโนเสาร์มองดูร่างของก็อดซิลล่าที่ปกคลุมด้วยควันสีแดงเทาบนยอดเขา และได้ยินเสียง 'ไอ' ที่ดังก้องราวกับฟ้าร้อง เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาประกาศแก่เผ่าพันธุ์ด้วยความตื่นเต้นและเคร่งขรึม
"พระบิดากำลังเตือนพวกเผ่าพันธุ์ต่างถิ่นที่ชั่วร้าย เสียงฟ้าร้องนี้คือเทวโองการ!"
"และในขณะเดียวกัน นี่คือการชี้แนะใหม่ที่พระบิดามอบให้แก่เรา! ในฐานะประชากรแห่งเทพเจ้าลาวาและปฐพีผู้ยิ่งใหญ่ เราต้องไม่เกรงกลัวสิ่งใด พระบิดากำลังเฝ้ามองเราอยู่ เหล่านักรบลาวาผู้กล้าหาญ จงออกไปสู้ จงออกไปคว้าชัยชนะ ทำให้พวกเผ่าพันธุ์หมอกพิษและวารีรู้ซึ้งว่านักรบที่แท้จริงเป็นเช่นไร!"
ผู้เฒ่าชูคทาหินสีดำขรุขระขึ้นสูงพร้อมตะโกนเสียงแหลม
ทันใดนั้นเหล่ามนุษย์ไดโนเสาร์ก็โห่ร้องด้วยความฮึกเหิม!
ผู้เฒ่าคือหมอผีประจำเผ่าและเป็นผู้ที่ใกล้ชิดเทพเจ้าที่สุด คำอธิบายของเขาย่อมไม่มีทางผิด!
ดูสิ! พระบิดาทอดพระเนตรลงมาจริงๆ!
ใช่แล้ว ในกลุ่มควันภูเขาไฟ ดวงตายักษ์สีเพลิงสองดวงของคังเฉียวกำลังมองลงมายังมนุษย์ไดโนเสาร์ที่ตีนเขา
ในโลกที่มืดมิด การได้เห็นดวงตายักษ์สีแดงฉานโผล่พ้นเมฆหมอกออกมา ทำให้มนุษย์ไดโนเสาร์โห่ร้องกึกก้องด้วยความตื่นเต้น
พวกมันเริ่มกรูดกันกลับเข้าสู่สนามรบตามเสียงเรียกของผู้นำที่แข็งแกร่ง
ครั้งนี้ไม่ใช่แค่นักรบฉกรรจ์ แต่คนแก่และเด็กต่างก็วิ่งออกไปร่วมทัพ!
บรรยากาศอันบ้าคลั่งถูกจุดติดจนลุกโชน
พระบิดากำลังเฝ้ามอง พวกมันไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว!
ฝูงมนุษย์ไดโนเสาร์และญาติสายเลือดเดียวกันอย่างไดโนเสาร์ดึกดำบรรพ์ พุ่งเข้าสู่สนามรบราวกับหมาบ้าที่หลุดจากโซ่ตรวน ภาพที่เห็นทำเอาคังเฉียวอึ้งกิมกี่ไปเลย
"ให้ตายสิ เจ้าพวกสมองทึบนี่บ้ากันไปหมดแล้วเหรอ? ทำไมจู่ๆ ถึงพุ่งเข้าใส่สนามรบเหมือนฉีดอะดรีนาลีนเข้าไปเต็มสูบแบบนั้น?"
คังเฉียวตาโตด้วยความไร้เดียงสา พอจะเดาสถานการณ์ได้ลางๆ
แต่นี่มัน... บ้าเกินไปแล้วมั้ง?
ศรัทธาดึกดำบรรพ์นี่มันเป็นพิษร้ายชัดๆ!
ฉันแค่สำลักแล้วไอไม่ใช่เหรอ? พวกนายดันตีความเสียงไอเป็นแตรสัญญาณรบซะงั้น?
คังเฉียวพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
แต่ในเมื่อเรื่องมันเลยเถิดมาขนาดนี้แล้ว เขาก็ช่วยไม่ได้
ดังนั้นในวินาทีถัดมา คังเฉียวจึงเลิกคิดที่จะพ่นอะไรออกมา แล้วก้าวลงจากยอดเขาตรงๆ ทันที
และในจังหวะนั้นเอง ทุกย่างก้าวที่คังเฉียวเหยียบลงไป น้ำหนักอันมหาศาลทำให้พื้นดินยุบตัวลึก เศษหินภูเขาถล่มทลายลงมาเป็นวงกว้าง ประกายไฟลาวานับไม่ถ้วนพุ่งกระจายจากใต้ฝ่าเท้า
คังเฉียว สัตว์ยักษ์ดึกดำบรรพ์เริ่มเคลื่อนไหว และเป็นครั้งแรกที่เขาได้ประกาศศักดาให้โลกใบนี้ได้รับรู้