- หน้าแรก
- ช่วยไม่ได้ ก็โลกวิญญาณบีบให้ผมต้องเป็นเซียนเองนี่นา
- บทที่ 9 ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง!
บทที่ 9 ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง!
บทที่ 9 ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง!
บทที่ 9 ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง!
ไม่กี่วันต่อมา นักเรียนห้องหนึ่งรวมตัวกันที่ลานฝึก ไม่ใช่เพื่อการฝึกซ้อม แต่เพราะเพิ่งได้รับข่าวจากครูอู๋
เล่อหมิงรุ่ยปลอบใจทุกคนว่า "สิบที่นั่งก็ถือว่าเยอะแล้วนะ ห้องอื่นมีคนลงสมัครแค่คนสองคนเอง"
ใครคนหนึ่งบ่นอย่างเสียดาย "เสียดายจัง ถ้าห้องเรามีคนผ่านสักหลายสิบคน คงเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่แน่ๆ"
"ไม่ต้องเสียดายไปหรอก การแข่งขันครั้งนี้ดุเดือดมาก มีที่นั่งรวมแค่สามที่เท่านั้น"
"ปกติก็ประมาณนี้แหละ สามถึงห้าที่ถือเป็นเรื่องปกติ"
"แต่คราวนี้คนจากห้องอื่นเก่งๆ ทั้งนั้นเลยนะ ห้องสามของครูสวี่ สามอันดับแรกเปิดสองทวารได้แล้ว เราจะไปสู้ไหวเหรอ?"
มีคนแย้งขึ้นมา "หัวหน้าห้องเราก็เปิดสองทวารแล้วเหมือนกัน แถมระดับพลังของพวกนั้นก็ไม่เท่าหัวหน้าห้องเราด้วย"
"ฮ่าๆ ถ้าพวกนั้นสู้หัวหน้าห้องไม่ได้ แล้วจะมาสู้พวกนายไม่ได้เหรอ?"
"..."
พอเห็นสถานการณ์เป็นแบบนี้ ความเสียดายของทุกคนก็ลดลงไปมาก
เล่อหมิงรุ่ยไม่สนใจคนอื่น สายตาของเขากวาดมองไปทั่วฝูงชน
เฉินม่อไปไหน?
เฉินม่อกำลังยืนขวางประตูห้องพักครูอีกครั้ง
"โอ้ เธอมาได้จังหวะพอดี ครูมีเรื่องจะคุยด้วย"
ครูอู๋กวักมือเรียกเขาเข้าไป ท่าทางไม่เกรงกลัวนั่นทำเอาเฉินม่อแปลกใจไม่น้อย
"ครูอู๋ มีอะไรหรือเปล่าครับ?"
"เธอคงรู้สถานการณ์การคัดเลือกเข้า 'สำนักใน' ครั้งนี้ดีใช่ไหม?"
"แน่นอนครับ อาทิตย์หน้าห้องเราจะคัดเลือกสิบคน แล้วไปแข่งกับทั้งโรงเรียนใช่ไหมครับ? คู่แข่งจากห้องอื่นมี จ้าวเสี่ยวอวี่จากห้องสอง หงเทาจากห้องสอง ถานจื่อหนิงจากห้องสาม ห้องสาม..."
เฉินม่อสรุปกลยุทธ์ของตัวเองมาแล้ว นั่นคือทำให้คู่ต่อสู้ตายใจ แล้วจู่ๆ ก็เริ่มร่ายรายชื่อรัวๆ แบบแร็ปเปอร์ รู้ตัวอีกทีคงร่ายรายชื่อไปถึงห้องสิบแปดนู่น
【จบลูปปัจจุบัน ค่าประสบการณ์ +1】
เห็นท่าไม่ดี ครูอู๋ต้องรีบเบรกตัวโก่ง "พอๆ หยุดท่องก่อน ประเด็นของครูคือคนพวกนี้เก่งๆ ทั้งนั้น การฝึกฝนนำหน้าเธอไปไกล บางคนเปิดได้สองทวารแล้ว เป็นเรื่องดีที่เธออยากท้าทายพวกเขา แต่ก็ต้องพยายามหน่อย เข้าใจไหม?"
เฉินม่อพยักหน้าหงึกหงัก เห็นด้วยอย่างยิ่ง "ครูอู๋พูดถูกครับ ผมต้องเริ่มพยายามตั้งแต่ตอนนี้เลย"
ครูอู๋รู้สึกโล่งอกอีกครั้ง
กะแล้วเชียว เด็กคนนี้เป็นเด็กมีเหตุผล
จากนั้นเฉินม่อก็หันขวับไปหาอีกคน "ครูจางครับ เรามาเริ่มกันเลยดีไหม? ครูอู๋บอกให้ผมพยายามแล้ว"
ความพยายามแบบนี้เรอะ?!
ครูอู๋รู้สึกเหมือนเลือดลมตีขึ้นคอ
ยังไม่ทันได้ห้าม ครูจางก็ตบโต๊ะดังปังแล้วลุกยืน "เฉินม่อ เลิกเล่นได้แล้ว เชื่อฟังครูอู๋แล้วไปฝึกซ้อมดีๆ ซะ"
ครูจางแซ่จาง ชื่อกังเฉียง (แปลว่า แข็งแกร่ง) รับผิดชอบการฝึกร่างกาย รูปร่างของเขาเหมือนประตูเหล็ก เป็นเหลี่ยมเป็นสัน กล้ามเนื้อแข็งปั๋งดั่งเหล็กไหล
นิสัยของเขาก็เข้ากับรูปร่าง ว่ากันว่าสมัยวัยรุ่นเขาเคยเป็นนักเลงหัวไม้ พอดูหนังเรื่อง "Young and Dangerous" (กู๋หว่าไจ๋) จบ ก็เกิดแรงบันดาลใจอยากเป็นเจ้าพ่อบ้าง
น่าเสียดายที่เส้นทางสายเจ้าพ่อล่มไม่เป็นท่าเสียก่อน
พออายุสิบแปด ครอบครัวก็ลากกลับบ้านไปทำพิธีปลุกพลัง แล้วก็พบว่าเขามีพรสวรรค์ที่จะเป็นผู้เหนือมนุษย์
ทีนี้ จางกังเฉียงวัยหนุ่มก็ยิ่งคึกคะนองหนักกว่าเก่า
นักเลงที่ได้พลังเหนือมนุษย์ไม่ใช่นักเลงธรรมดา แต่เป็นนักเลงเหนือมนุษย์!
เขาเดินอาดๆ เข้าโรงเรียนเตรียมศิลปะการต่อสู้ด้วยความฮึกเหิม แล้วก็โดนครูบาอาจารย์สั่งสอนจนหน้าบวมฉุเป็นหัวหมู
คนที่จะมาเป็นครูในโรงเรียนเตรียมศิลปะการต่อสู้ได้ ต่อให้ผลการเรียนในสถาบันยุทธ์จะไม่โดดเด่น แต่ก็ต้องเคยผ่านสถาบันยุทธ์มาแล้ว และมีระดับพลังอย่างน้อยขอบเขตที่สี่หรือห้า
นักเลงที่ทำได้แค่เก๊กท่าว่าเป็นพี่ใหญ่ พอมาเจอผู้เหนือมนุษย์ตัวจริง ก็มีสภาพไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้วเช็ดพื้น
ต่อมา ไม่รู้ว่าเพราะบรรลุธรรมหรือเพราะสมองได้รับการขัดเกลาจนเข้าที่ จางกังเฉียงก็กลับตัวกลับใจ เลิกภูมิใจกับการเป็นอันธพาล พอจบจากสถาบันยุทธ์ ก็ผันตัวมาเป็นครูสอนนักเรียนแทน
แม้อารมณ์จะร้อนไปบ้าง แต่เนื้อแท้เป็นคนซื่อๆ ตรงไปตรงมา แฝงความดื้อรั้นแบบลูกผู้ชาย ทำให้เป็นที่รักของนักเรียนพอสมควร
ข้อมูลทั้งหมดนี้ เฉินม่อสืบมาระหว่างปั๊มค่าประสบการณ์ในช่วงสองวันที่ผ่านมา
เมื่อเผชิญคำตักเตือนของจางกังเฉียง เขาไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย กลับยิ้มร้ายกาจ
"ครูจางคงไม่ได้กลัวหรอกนะครับ?"
"ว่าไงนะ? ฉันกลัวเนี่ยนะ?"
จางกังเฉียงตัวแข็งทื่อไปทั้งตัว
เฉินม่อฉีกยิ้มกว้าง "ใครๆ ก็บอกว่าครูจางตัวสูงใหญ่ แข็งแกร่ง ผมก็นึกว่าจริง ที่แท้ก็ไม่กล้าแม้แต่จะฟังผมพูดไม่กี่คำ"
ครูคนอื่นๆ ในห้องต่างมีเส้นดำขึ้นหน้าผาก
นั่นเรียกว่าพูดไม่กี่คำเหรอ?
ใครจะไปหลงกลยั่วยุโง่ๆ แบบนี้กัน!
จางกังเฉียงไง เขาฮุบเหยื่อเต็มคำ "ได้! ฉันจะแข่งกับแก! เข้ามาเลย ถ้าฉันขมวดคิ้วแม้แต่นิดเดียว ฉันไม่ใช่ลูกผู้ชาย!"
"เยี่ยม! นี่สิการประลองของลูกผู้ชาย!" เฉินม่อตีเหล็กเมื่อยังร้อน
เมื่อมองเข้าไปในดวงตาของนักเรียนที่ลุกโชนไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้ ความรู้สึกตื้นตันบางอย่างก็ผุดขึ้นในใจจางกังเฉียง
เขานึกถึงภาพตัวเองวิ่งท่ามกลางแสงตะวันยามเย็นในอดีต... นั่นคือวัยเยาว์ที่หายไปของเขา
ติ๊ง!
จางกังเฉียงยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาววาววับ
"เข้ามา!"
ลานฝึกซ้อมเปรียบเสมือนทะเลทรายที่กักขังนักเรียนทุกคนเอาไว้
อย่างน้อยก็จนกว่าจะเลิกเรียน
"ซู้ดดด."
เฉินม่อนั่งยองๆ อยู่ข้างสนาม ค่อยๆ จิบน้ำบ๊วยจากกระติกน้ำ
จางกังเฉียงนั่งขัดสมาธิอยู่ใกล้ๆ หอบหายใจแฮกๆ
"บ้าเอ๊ย จบหรือยังเนี่ย?"
"ฉันจะยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด! คอยดูเถอะ ขอปรับลมปราณแป๊บเดียว เดี๋ยวก็หาย"
คำตอบของเฉินม่อคือ "ซู้ดดด."
จางกังเฉียงเก่งกาจด้านศิลปะการต่อสู้ แต่ไม่ว่าจะฝึกสายไหน สุดท้ายการจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตเหนือมนุษย์ ก็ต้องฝึกเคล็ดวิชาจิต
เขาถูกต้อนจนมุม เสียงกระซิบข้างหูเปรียบเสมือนคำล่อลวงจากมารร้ายที่ดังไม่หยุดหย่อน บีบให้เขาต้องท่องบทสวดทำสมาธิที่ไม่ถนัดเพื่อรักษาความสงบในจิตใจ
เฉินม่อไม่ได้เร่งรัด เขาเองก็ต้องการพักเหมือนกัน
ตอนนี้คนที่กำลังพึมพำบทสวดคือจางกังเฉียง แต่ไม่นานเขาก็รู้ตัวว่ามันไม่ได้ผล
เพราะบทสวดทำสมาธิต้องท่องต่อเนื่องถึงจะเกิดผล แต่ตอนนี้เขากำลังปฏิบัติหน้าที่ครูอยู่
...จิตใจไม่กระจ่าง กิเลสไม่ดับสูญ... หลี่รุ่ย! บอกให้ใช้แรงจากเอว ทำบ้าอะไรของแก!
...เมื่อสามทวารเปิดแจ้ง เห็นเพียงความว่างเปล่า... เฮ้ย! แกน่ะ! วิ่งครบสามพันเมตรหรือยัง เปลี่ยนท่าบริหารเฉยเลย? กลับไปวิ่งต่อเดี๋ยวนี้!
...ไร้ซึ่งความว่าง คือความสงบนิรันดร์... ฉางเทียน! กดขาลง ยกมือขึ้น!
"อ๊ากกก!"
จางกังเฉียงขยี้ผมเกรียนที่แข็งเหมือนขนเม่น ท่าทางเหมือนคนใกล้บ้า "ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ฉันแพ้แน่! ต้องสงบสติอารมณ์... เฮ้ยๆๆ! เสี่ยวเหลียง! ท่าทางผิดแล้ว บอกกี่ครั้งแล้วฮะ?!"
เขาถอนหายใจอย่างจนปัญญา อยากจะจดจ่อกับการท่องบทสวด แต่สายตาก็อดเหลือบไปมองนักเรียนในสนามฝึกไม่ได้
จังหวะนั้นเอง เฉินม่อก็โบกมือ "เอาล่ะครับ ครูจาง ผมยอมแพ้"
"หือ?"
"ผมบอกว่า ผมยอมแพ้ครับ"
จางกังเฉียงทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก "หมายความว่า ฉันชนะเหรอ?"
เฉินม่อยิ้มกว้าง "ครับ ผมหมดคำจะพูดแล้ว"
แววตาของจางกังเฉียงค่อยๆ เปลี่ยนจากความงุนงงเป็นความปิติยินดี
"ฉันชนะ?"
"ฮ่าๆๆ ฉันชนะแล้วเว้ย!"
เขากระโดดผางลุกขึ้นจากพื้นราวกับปลาดีดดิ้น แล้วพุ่งตัวเข้าไปในสนามฝึก
"ฉันชนะแล้ว! ฉันชนะแล้ว! จ้าวอวี่หาง ระวังหัวเข่าหน่อย!"
เห็นเขาดีใจราวกับลิงโลด เฉินม่อก็ได้แต่อ่อนใจ เขาส่ายหน้าแล้วจัดสรรค่าประสบการณ์ที่เพิ่งได้รับมาในห้วงจิตสำนึก
【เคล็ดวิชาจิต: คัมภีร์สัจธรรมเฮอเฮอเซิงชี่】
【ระดับพลัง: เปิดทวาร (0/1000)】
【ทวารหยาง: 0/300】
【จุดชีพจรกัง: 194/300】
【ทวารสว่าง: 0/300】
【ทวารวิญญาณ: 0/300】
【ทวารไฟ: 0/300】
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาเปิด 'จุดชีพจรกัง' ไปได้เกินครึ่งแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้นั้นชัดเจนมาก ในแง่ของพละกำลังเพียวๆ เขาเทียบได้กับผู้ฝึกตน 'ขอบเขตที่สอง' ขั้นกลางโดยทั่วไปแล้ว ทั้งที่ระดับพลังของเขายังไม่ขยับเลยสักนิด
"คอผมน่าจะยังไหวอีกสักหกเจ็ดแต้ม งั้นปัดเศษให้ครบ 200 แล้วที่เหลือค่อยไปรีดไถจากครูอู๋ก็แล้วกัน"