เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 เนื้ออสูรเวท

บทที่ 11 เนื้ออสูรเวท

บทที่ 11 เนื้ออสูรเวท


อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เขาวางขาย ไม้ของเขาก็ถูกซื้อไปจนเกลี้ยง

มู่เฟิงได้รับแร่เหล็กมา 30 หน่วย ซึ่งทำให้เขาประหลาดใจเล็กน้อย

ในเวลาเดียวกัน คำขอเป็นเพื่อนก็เด้งขึ้นมาบนหน้าต่างลอร์ดของเขา

เมื่อตรวจสอบดู มู่เฟิงก็พบว่ามาจากคนที่เขาเพิ่งแลกแร่เหล็กด้วยนั่นเอง

ตอนนี้ทุกคนเพิ่งมาถึงโลกแห่งลอร์ด ต่อให้เป็นคนที่มาพร้อมกับมู่เฟิง ก็ยังไม่มีใครอัปเกรดค่ายทหารเป็นเลเวล 2 ได้ตั้งแต่วันแรก

ไม่ต้องพูดถึงว่าแถวนั้นมีไม้หรือเปล่า แค่ประสิทธิภาพในการขุดแร่ก็คนละชั้นกันแล้ว

ดังนั้น ในเมื่อต่างฝ่ายต่างมีทรัพยากรที่อีกฝ่ายต้องการ ก็ไม่แปลกที่จะส่งคำขอเป็นเพื่อนและตอบรับทันที

ขณะเดียวกัน มู่เฟิงก็เห็นชื่อของอีกฝ่าย

หลี่ชิง

หลังจากเพิ่มเพื่อนแล้ว อีกฝ่ายก็ส่งข้อความมาทันที

"ลูกพี่ ยังมีไม้อีกไหม? ฉันเอาแร่เหล็กแลกกับนายได้นะ"

"ตอนนี้ไม่มีแล้ว แต่เดี๋ยวคงตัดเพิ่มได้ อีกเดี๋ยวมาแลกกันใหม่คืนนี้"

หลี่ชิงดีใจจนเนื้อเต้นเมื่อเห็นคำตอบของมู่เฟิง

เขาเป็นลอร์ดระดับธรรมดา แต่ดวงดีสุดๆ ดันไปเกิดบนเหมืองแร่

แถมกองกำลังของเขายังเป็นคนแคระภูเขา ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการขุดแร่เป็นพิเศษ

แต่โชคร้ายที่เหมืองนี้ไม่ขาดแคลนแร่หรือหิน ทว่ากลับไม่มีต้นไม้เลยแม้แต่ต้นเดียว แห้งแล้งกันดารชนิดที่ว่าแม้แต่คนตัดไม้ยังต้องหลั่งน้ำตา

เขาเลยต้องเอาหินและแร่ไปแลกไม้บนแพลตฟอร์มการค้า

แม้จะแลกได้ แต่ปริมาณไม้ที่แต่ละคนหามาได้ก็น้อยนิดเหลือเกิน

มู่เฟิงที่เทขายไม้ทีละหลายร้อยหน่วยแบบนี้แหละคือสิ่งที่เขาตามหามานาน

"ได้ๆ คืนนี้แลกกันใหม่ เดี๋ยวฉันไปขุดแร่เพิ่มก่อน"

"ว่าแต่ลูกพี่ ชื่อพี่คุ้นๆ นะ มู่เฟิง มู่เฟิง... เชี่ย! พี่คือคนที่มีพรสวรรค์ระดับราชันคนนั้นนี่นา!!"

ระดับราชันมีแค่ 43 คน และชื่อมู่เฟิงก็จำง่าย หลี่ชิงเลยจำได้ลางๆ

มู่เฟิงยังคงนิ่งเฉย ไม่ได้ปฏิเสธ

คนอื่นอาจจะรู้ว่าเขาเป็นระดับราชัน แต่ความจริงแล้วเขาคือระดับเทพไปแล้วต่างหาก

และแม้แต่ในหมู่ระดับเทพด้วยกัน เขาก็น่าจะอยู่บนจุดสูงสุด

หลี่ชิงเห็นอีกฝ่ายเงียบไปนาน แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายมีทรัพยากรพื้นฐานเยอะขนาดนี้ คงเป็นอย่างที่เขาคิดแน่ๆ

"ลูกพี่ พี่คือลูกพี่ตัวจริงของผม รับผมเป็นลูกน้องเถอะครับ!"

"ฉันไม่คิดจะตั้งพันธมิตร แต่เราแลกเปลี่ยนของกันได้"

"ครับลูกพี่"

หลี่ชิงไม่ได้ผิดหวังมากนัก ยังไงซะเขาก็เป็นแค่ลอร์ดธรรมดา

ต่อให้ใครจะรับลูกน้อง ก็คงมองหาพวกระดับแกรนด์ลอร์ดมากกว่า

ตอนนี้ได้รู้จักมักจี่และแลกเปลี่ยนของกันแล้ว อนาคตยังมีโอกาสอีกเยอะ ไม่ต้องรีบร้อน

แต่หลี่ชิงก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี ส่งข้อความรัวๆ ใส่มู่เฟิงไม่ยั้ง

ชัดเจนว่าเป็นพวกพูดมาก

มู่เฟิงขี้เกียจตอบแล้ว ไม่ใช่ไม่อยากตอบ แต่เพราะร่างกายเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว

พลังในกายปะทุขึ้นเรื่อยๆ ราวกับพันธนาการบางอย่างถูกทำลายลง

ระดับอีลีท ขั้น 1!!

นับรวมๆ แล้ว เขาเพิ่งมาอยู่โลกนี้ได้แค่ 24 ชั่วโมงนิดๆ แต่ข้ามระดับใหญ่ได้แล้ว

ประสิทธิภาพการเก็บเลเวลขนาดนี้ ถ้าพูดออกไปคงไม่มีใครเชื่อ

การเลื่อนขั้นย่อยในระดับเลือดลมใช้ค่าประสบการณ์ 10 แต้ม ตอนนี้มีแวมไพร์ 3 ตนอยู่ข้างนอก การฆ่าสัตว์ป่า 100 ตัวจึงเป็นเรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

แถมเขายังฆ่างูหลามยักษ์ที่เป็นสัตว์อสูรเวทไปแล้วด้วย

มู่เฟิงค่อยๆ ลุกขึ้นและเดินออกจากโถงลอร์ด

ที่หน้าประตู แอฟฟิลิเออร์ยืนเฝ้าอยู่ตลอดเวลา พอเห็นมู่เฟิงออกมา เธอก็โค้งคำนับอย่างนอบน้อม แล้วเดินตามหลังเขาต้อยๆ

มู่เฟิงเดินมาที่ลานโล่ง กำหมัดแน่น สัมผัสถึงพลังที่พลุ่งพล่านในกาย

เขามองไปที่ต้นไม้ใหญ่ไกลๆ ถีบตัวพุ่งออกไปแล้วปล่อยหมัด

เงาหมัดสีแดงฉานพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

ตูม~

ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นถูกหมัดเดียวซัดจนหักโค่น เศษไม้ปลิวว่อน

"นี่แค่ออกแรงครึ่งเดียวนะ พลังทำลายล้างยังขนาดนี้!"

ตามความรู้ของมู่เฟิง ระดับอีลีท ขั้น 1 ไม่น่าจะมีพลังมหาศาลขนาดนี้

นี่คือพลังแห่งสายเลือดบรรพชนโลหิตแท้จริง!

ในระดับเดียวกัน แทบจะไร้คู่ต่อสู้

จากนั้นมู่เฟิงก็หันไปมองรอบๆ อาณาเขตถูกทำความสะอาดจนเรียบร้อยแล้ว

เขาพยักหน้ากับตัวเอง แล้วเปิดหน้าต่างลอร์ดขึ้นมา

แค่ช่วงที่เขาคุยกับหลี่ชิงและทดสอบพลัง ฮัวหลัวก็เก็บไม้มาได้อีก 80 หน่วยแล้ว

เขามองรายการสิ่งก่อสร้างพื้นฐาน

รั้วไม้, หอคอยธนู, หอสังเกตการณ์, บ้านพัก

สิ่งก่อสร้างทั้ง 4 อย่างนี้คือสิ่งที่โถงลอร์ดเลเวล 2 สามารถสร้างได้

"ตอนนี้ยังมีช่วงคุ้มครองมือใหม่อยู่ รั้วไม้กับหอคอยธนูยังไม่จำเป็น สร้างหอสังเกตการณ์ก่อนดีกว่า"

หลังจากสร้างหอสังเกตการณ์ มุมมองภาพสูงในหน้าต่างลอร์ดจะขยายกว้างขึ้น ทำให้มองเห็นสถานการณ์ภายนอกอาณาเขตได้บ้าง

และสิ่งมีชีวิตที่ยืนบนหอสังเกตการณ์ก็จะได้รับโบนัสวิสัยทัศน์ ทำให้มองเห็นได้ไกลกว่าปกติ

[ใช้ไม้ 50 หน่วย, หิน 10 หน่วย สร้างหอสังเกตการณ์เสร็จสิ้น]

หอคอยไม้เรียบง่าย สูง 10 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางอาณาเขต

สิ่งก่อสร้างพื้นฐาน ยกเว้นค่ายทหาร ไม่มีข้อจำกัดเรื่องจำนวน จะสร้างกี่อันก็ได้

เพราะแบบนี้ บางคนเลยถึงขั้นเอาหอคอยธนูมาเรียงเป็นกำแพงเมืองเลยก็มี

แต่นี่คือโลกที่มีเวทมนตร์ ธนูธรรมดาทำอะไรไม่ได้มากนัก ไม่งั้นหอคอยธนูคงไม่ถูกจัดเป็นสิ่งก่อสร้างพื้นฐานหรอก

ไม่นาน ค่ำคืนก็มาเยือน มู่เฟิงแทบไม่ได้ทำอะไรเลยในครึ่งวันนี้

มู่เฟิงเอาไม้ที่เตรียมไว้ล่วงหน้าแลกกับแร่เหล็ก 40 หน่วยจากหลี่ชิง

ไม่ใช่ว่ามู่เฟิงมีไม้ไม่พอ แต่หลี่ชิงขุดแร่มาได้แค่นั้นทั้งบ่าย

เขาปิดช่องแชทเพื่อนแล้วเปิดโถงการค้า

มู่เฟิงเทขายไม้ส่วนเกินและอาหารทั้งหมดที่แวมไพร์ทั้งสามหามาได้ลงในโถงการค้า

เป้าหมายครั้งนี้คือหินและแร่เหล็กจำนวนเล็กน้อย

หลังจากสิ่งมีชีวิตที่ถูกฆ่ากลายเป็นบริวาร มันจะแบกศพตัวเองกลับมาด้วย

การที่มีอาหารจำนวนมากโผล่มาในโถงการค้าไม่ใช่เรื่องแปลก

เพราะยังมีพวกดวงดีที่อาจจะไปเจอคอกแกะเข้าก็ได้

แต่ทว่า เมื่อเนื้อสัตว์อสูรเวท 10 หน่วยปรากฏขึ้นในโถงการค้า มันก็สร้างความฮือฮาทันที

เนื้อสัตว์อสูรเวท 10 หน่วยนี้มาจากงูหลามที่โรซ่าสังหาร

"คุณพระช่วย เพิ่งมาถึงวันเดียว มีคนเริ่มล่าสัตว์อสูรเวทแล้วเหรอเนี่ย?"

"แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าเป็นตัวพ่อระดับราชัน!"

"หนูเป็นได้ทั้งโลลิและสาวสวยเลยนะ ท่านมู่เฟิงรับหนูไปอยู่ด้วยเถอะ!"

สัตว์อสูรเวท กับสัตว์ป่า แม้จะต่างกันแค่คำเดียว แต่นั่นคือความแตกต่างระหว่างธรรมดากับเวทมนตร์

"แต่นี่มันก็แปลกๆ อยู่นะ ฉันก็มีพรสวรรค์ระดับราชันเหมือนกัน แต่ไม่มีทางฆ่าสัตว์อสูรเวทได้หรอก"

จบบทที่ บทที่ 11 เนื้ออสูรเวท

คัดลอกลิงก์แล้ว