เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11: อีกฝ่ายกำลังพิมพ์ข้อความ

บทที่ 11: อีกฝ่ายกำลังพิมพ์ข้อความ

บทที่ 11: อีกฝ่ายกำลังพิมพ์ข้อความ


บทที่ 11: อีกฝ่ายกำลังพิมพ์ข้อความ

สงเจียงอีถอนหายใจ

ในฐานะเพื่อนเพียงคนเดียวของเจียงชิงหน่วนในมหาวิทยาลัย เธอรู้สึกกลุ้มใจเป็นอย่างมาก

"หนวนหนวน ช่วงนี้แกมีอะไรปิดบังฉันอยู่หรือเปล่า?"

ไม่ใช่ว่าเธอคิดมากไปเอง แต่ช่วงนี้อาการของเจียงชิงหน่วนมันผิดปกติเกินไปจริงๆ

จู่ๆ เธอก็ชอบเหม่อลอยเป็นพักๆ และจากการสังเกตของสงเจียงอี เจียงชิงหน่วนดูโทรศัพท์บ่อยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อย่างเมื่อกี้นี้ เธอก็จ้องหน้าจอโทรศัพท์แล้วทำหน้าเหม่อ

พอถาม ก็ไม่ยอมบอก

ในฐานะคนเดียวที่รู้เรื่องอาการโหยหาการสัมผัสของเจียงชิงหน่วน สงเจียงอีรู้สึกว่าจำเป็นต้องคอยจับตาดุสภาพจิตใจของเพื่อนคนนี้ให้ดี

แต่เจียงชิงหน่วนก็กลับมาวางมาดเย็นชาอีกครั้ง ถามอะไรไปก็บอกแค่ว่าไม่เป็นไร

ทว่าระหว่างกินข้าว เธอก็ยังแอบชำเลืองมองโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะเป็นระยะๆ

พอกินข้าวเสร็จ เธอก็เปิดหน้าแชทขึ้นมาดู

ว่างเปล่า

เขาไม่ตอบเหรอ?

ทำไมเขาถึงไม่ตอบเธอล่ะ?

ช่างหัวมันสิ เธอไม่ได้แคร์อะไรขนาดนั้นสักหน่อย!

เจียงชิงหน่วนเดาว่าเขาคงยังไม่เห็นข้อความมั้ง

ในขณะเดียวกัน ความจริงคือฟางเหยียนโจวเห็นเครื่องหมาย '?' ที่เธอส่งมาตั้งนานแล้ว

เขาแค่เลือกที่จะไม่ตอบ

ช่วยไม่ได้ เขาไม่ได้สนใจผู้หญิงที่มาจากการนัดบอดจับคู่แบบนี้

ต่อให้สวยหยาดเยิ้มมาจากสวรรค์ชั้นไหน เขาก็ไม่สน

พูดตรงๆ คือ เขามีอาการอนามัยจัดทางความรู้สึกอยู่หน่อยๆ

ยกตัวอย่างเช่นจางเสี่ยวเหอ เขารับได้ที่เธอมีฐานะทางบ้านยากจน เขายินดีช่วยเหลือเรื่องเรียน และไม่รังเกียจที่จะโอนเงินให้เธอใช้เป็นประจำ

แต่เขารับไม่ได้ที่เธอไม่มีความรู้สึกรักใคร่ต่อเขาเลย

เขารับไม่ได้ที่เธอคอยแต่จะคำนวณว่าจะรีดไถเงินจากเขาได้เท่าไหร่

ถ้าจะให้พูดแบบคนเจ้าน้ำตาหน่อย ฟางเหยียนโจวรู้สึกว่านี่เป็นการดูถูกความรู้สึกที่เขาทุ่มเทลงไป

เขาเป็นคนหัวโบราณและยึดติดกับค่านิยมเก่าๆ อยู่บ้าง

เขารับไม่ได้กับความรักแบบอาหารจานด่วน เขาเชื่อเสมอว่าความรักที่ค่อยเป็นค่อยไปคือเครื่องพิสูจน์ความจริงใจ

เขากะว่าอีกไม่กี่วันจะลบแม่สาว 'นอนตอนสามทุ่มตรง' คนนี้ทิ้งซะด้วยซ้ำ!

หลังจากทุกคนกินปิ้งย่างกันเสร็จ นักศึกษาหนุ่มก็เป็นคนจ่ายเงิน แล้วพวกเขาก็พากันไปเดินเล่นต่อที่ถนนคนเดิน

ระหว่างทาง สองสาวแวะซื้อถังหูลู่ หมี่เย็นย่าง และขนมกินเล่นอีกสารพัดอย่างที่ฟางเหยียนโจวเรียกชื่อไม่ถูก

เขาอดทึ่งไม่ได้จริงๆ ว่ากระเพาะผู้หญิงนี่มันมหัศจรรย์ชะมัด

เมื่อกี้ตอนเช็คบิล ทั้งคู่ยังบ่นว่าอิ่มจะตายอยู่เลย

พอเดินออกมาปุ๊บ กระเพาะก็เหมือนจะว่างขึ้นมาทันตาเห็น!

ยัดขนมอะไรเข้าไปก็ได้ไม่อั้น!

"ช่วยด้วย! ฆ่าฉันให้ตายเถอะ ชาตินี้ฉันจะไม่มานัดเจอตัวจริงแบบนี้อีกแล้ว รักออนไลน์ประหยัดตังค์กว่าเยอะ!"

อันจั๋วกระซิบระบายความในใจกับฟางเหยียนโจวขณะควักเงินจ่ายค่าขนม

ลำพังแค่ส่วนแบ่งค่าปิ้งย่างบวกกับค่าขนมจุกจิกพวกนี้ สิ้นเดือนนี้เขาคงต้องต้มมาม่ากินแน่นอน

เขาเพิ่งจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าทำไมคนจนถึงไม่เหมาะจะมีความรัก

ฟางเหยียนโจวพูดเยาะเย้ย "ก็ใครใช้ให้นายเสนอหน้าไปแย่งเขาจ่ายล่ะ"

"ไอ้น้องชาย ความตระหนักรู้ทางอุดมการณ์ของนายยังไม่สูงพอ เป็นลูกผู้ชายเวลาออกมาข้างนอกต้องหัดแย่งจ่าย ถึงจะหมดตูดจนต้องถอดกางเกงจำนำ ก็เสียหน้าไม่ได้เว้ย!"

"คำพูดอาจจะหยาบคายแต่ความหมายลึกซึ้ง แต่คำพูดนายมันหยาบเกินไปจริงๆ ว่ะ"

ยังไงซะ เขาแค่อยากให้ไอ้การนัดบอดครั้งนี้มันจบๆ ไปซะที

ในที่สุด สองสาวก็เริ่มเดินจนเหนื่อย ตอนจะแยกย้ายกัน อันจั๋วก็รีบขอแอดกรีนบับเบิ้ลของสองสาวด้วยท่าทางกระตือรือร้น

สองสาวก็ใจดี ยอมให้แอดโดยไม่อิดออด

พอกลับถึงหอพัก สามหนุ่มแทบจะคลานเข้าห้อง

เปิดดูตัวนับก้าวในโทรศัพท์ ปาเข้าไปเกือบสองหมื่นก้าว

เดินเก่งฉิบหาย!

ฟางเหยียนโจวรู้สึกหมดพลังงานชีวิต

"ฉันขอพูดไว้ก่อนนะ ต่อไปฉันจะไม่ร่วมกิจกรรมแบบนี้อีกเด็ดขาด"

เอาเวลาไปปั่นการ์ตูนเพิ่มสักสองสามตอนยังจะดีกว่า

จะได้ป้อนอาหารใจให้แฟนคลับตัวน้อยๆ ของเขา

"+1! ฉัน อันจั๋วคนนี้ จะขอกลับไปเป็นเทพบุตรออนไลน์ผู้อ่อนโยนอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวต่อไป!"

ลวี่หยวนเฉิงมองดูสภาพของทั้งสองคนแล้วอดขำไม่ได้ "พวกแกจะอะไรขนาดนั้นวะ? อีกอย่างนะไอ้จั๋ว เมื่อกี้ตอนขอไลน์สาว ฉันเห็นแกยังดี๊ด๊าอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?"

อันจั๋วเช็ดรองเท้าคู่เก่งแล้วเก็บเข้าที่ เปลี่ยนมาใส่รองเท้าแตะราคาเก้าร้อยเก้าสิบเก้าที่ซื้อจาก Pinduoduo พอได้ยินเพื่อนแซวก็กลอกตามองบน "ไร้สาระ เสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา ขอคอนแทคไว้ถอนทุนคืนบ้างจะเป็นไรไป?"

(ผู้แปล: แบรนด์ต่างๆ เว็บต่างๆ แอพต่างๆผมขออนุญาตใช้ ภาษาอังกฤษนะครับเนื่องจากลองใช้ภาษาไทยแล้วมันแปลก แจ้งไว้ก่อนเพื่อป้องกันการถูกรายงานครับ)

"อีกอย่าง ด้วยหนังหน้าอย่างฉัน พวกเธอจะมาสนใจเหรอ? ก็แค่เอาไว้ปลอบใจตัวเองเท่านั้นแหละ"

ปกติอันจั๋วมักจะทำตัวลอยชายและมั่นใจในตัวเองสุดขีด พอมาเห็นเขาจริงจังแบบนี้ ฟางเหยียนโจวกับลวี่หยวนเฉิงก็เลยไม่ค่อยชิน

ทั้งสองมองหน้ากัน แล้วก็เงียบไปโดยไม่ได้นัดหมาย

คำโบราณว่าไว้ยังไงนะ?

ในโลกนี้ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกคนอื่นได้อย่างแท้จริงหรอก

ความเห็นอกเห็นใจนั้นง่าย แต่การเข้าใจความรู้สึกจริงๆ นั้นยาก โดยเฉพาะในหมู่ผู้ชายด้วยกัน การพูดปลอบใจสวยหรูสู้ซื้อซาลาเปาสองลูกไปฝากตอนเรียนเช้าไม่ได้หรอก

ไม่นานนัก เสียงทุ้มต่ำดัดจริตของอันจั๋วที่แกล้งทำเสียงหล่อคุยกับสาวก็ดังลอดออกมาจากในห้องอีกครั้ง

ลวี่หยวนเฉิงอาบน้ำเสร็จแล้ว นอนเล่นโทรศัพท์บนเตียง คุยกับสาวคณะไหนก็ไม่รู้

ส่วนฉินอวี้จือก็ตามเคย คืนนี้ไม่กลับหอ

ฟางเหยียนโจวดูเวลา ดึกมากแล้ว

พรุ่งนี้ยังมีเรียนเช้าอีก

เขานึกถึงอาหารเม็ดที่เทให้เสี่ยวไป๋เมื่อเช้า น่าจะยังพออยู่

ขี้เกียจวิ่งไปวิ่งมา คืนนี้นอนที่หอพักเลยแล้วกัน

คิดได้ดังนั้น เขาก็หยิบชุดนอนออกจากตู้ไปอาบน้ำ

"สบายตัว!"

ในที่สุดก็ได้ล้มตัวลงนอน กะว่าจะไถดูคลิปเพลินๆ ก่อนหลับ

แต่พอเปิดโทรศัพท์ ก็เจอข้อความที่ยังไม่ได้อ่านหนึ่งข้อความ

มาจาก 'นอนตอนสามทุ่มตรง' ส่งมาเมื่อสิบนาทีที่แล้ว

นอนตอนสามทุ่มตรง: คุณเป็นใคร?

ฟางเหยียนโจวคิดดูแล้ว ถ้าไม่ตอบกลับไปอีกคงจะดูเสียมารยาท

เขาเลยพิมพ์ตอบกลับไปสั้นๆ: "นักศึกษาปีหนึ่ง มหาวิทยาลัยเป่ยเฉิง ฟางเหยียนโจวครับ"

เขาคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่เห็นข้อความเร็วขนาดนี้หรอก

แต่ทันทีที่ข้อความถูกส่งออกไป คำว่า "อีกฝ่ายกำลังพิมพ์ข้อความ..." ก็ปรากฏขึ้นที่ด้านบนสุดของหน้าแชท

เขารออยู่ครึ่งนาที แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ส่งข้อความมาสักที

และคำว่า "อีกฝ่ายกำลังพิมพ์ข้อความ..." ก็เดี๋ยวโผล่เดี๋ยวหายอยู่อย่างนั้น

บั๊กเหรอ?

ฟางเหยียนโจวจ้องหน้าจอจนตาจะปิด ผ่านไปห้านาที ในที่สุด 'นอนตอนสามทุ่มตรง' ก็ส่งข้อความมา

คำเดียวสั้นๆ: อ้อ

???

แค่นเนี้ย?

ตามตรรกะคนปกติ ถึงตรงนี้อีกฝ่ายควรจะแนะนำตัวกลับมาบ้างไม่ใช่เหรอ?

ลูกพี่ลูกน้องของจงเสี่ยวถิงนี่เป็นคนประหลาดจริงๆ

ในเมื่อเป็นแบบนี้ เขาก็ไม่ตอบเหมือนกัน

เขาวางโทรศัพท์ลง แล้วเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างมีความสุข

อีกด้านหนึ่ง

เจียงติ้งอพาร์ตเมนต์

เจียงชิงหน่วนจ้องมองหน้าแชทกับชื่อแฝงอย่างเหม่อลอย

หมอนี่เย็นชาชะมัด

จงเสี่ยวถิงไม่ได้บอกเขาเหรอว่าคนที่แอดไปเป็นสาวสวยหุ่นดี?

แต่มาลองคิดดูอีกที ถ้าเขาทำท่ากระตือรือร้นใส่เพียงเพราะรู้ว่าเธอเป็นดาวโรงเรียน เธอก็คงไม่ดีใจเหมือนกันแหละมั้ง

เจียงชิงหน่วนปลอบใจตัวเอง แล้วฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี

เธอกดปิดหน้าจอมือถือ เดินไปที่ห้องนอน เตรียมจะเอาเสื้อผ้าที่ใส่แล้ววันนี้ไปซัก

ทว่า ท่ามกลางกองเสื้อผ้า มีเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ของผู้ชายรวมอยู่ด้วย

เจียงชิงหน่วนแยกมันออกมา ถือไว้ลังเลอยู่ไม่กี่วินาที แล้วยกขึ้นมาดม กลิ่นเฉพาะตัวของเจ้าของเสื้อจางลงไปเยอะมากแล้ว

แทบจะไม่เหลือกลิ่นแล้ว

พอคิดได้แบบนี้ อาการคันยุบยิบก็เริ่มลามไปทั่วตัวอีกครั้ง

ความปรารถนาที่จะถูกสัมผัสพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรง

ทรมานชะมัด... ทำยังไงดี!

ในหัวของเธอหวนนึกถึงสัมผัสตอนที่แตะตัวนักศึกษาหนุ่มคนนั้นหลายครั้งก่อนหน้านี้ การได้รับการเติมเต็มจากใครสักคนมันรู้สึกดีขนาดนี้เชียวเหรอ

จบบท

จบบทที่ บทที่ 11: อีกฝ่ายกำลังพิมพ์ข้อความ

คัดลอกลิงก์แล้ว