- หน้าแรก
- จงจุดธูปบูชา เทพเจ้าผู้นี้จะปกป้องเจ้าเอง
- ตอนที่ 1 แดนที่ถูกทอดทิ้ง
ตอนที่ 1 แดนที่ถูกทอดทิ้ง
ตอนที่ 1 แดนที่ถูกทอดทิ้ง
หย่งอัน
ณ ดินแดนรัศมีหลายร้อยลี้แห่งนี้ ประด้วยทิวเขาสูงต่ำสลับซับซ้อน หมู่บ้านน้อยใหญ่ตั้งอยู่ระหว่างหุบผา
ห่างจากตัวหย่งอันไปทางตะวันออกหลายสิบกิโลเมตร ในหุบเขามีหมู่บ้านนามว่าเหอซี หมู่บ้านนี้มิได้ใหญ่โต มีเพียงสามสิบหกครัวเรือน ชาวบ้านรวมกันนับร้อยชีวิต
ณ ตีนเขาเขียวขจี เด็กชายวัยหกขวบผู้หนึ่ง สวมใส่เสื้อผ้าปุปะขาดวิ่น ใบหน้าซีดขาว ร่างกายผ่ายผอม กำลังก้มหน้าก้มตาขุดผักป่าอย่างสุดกำลัง จอบเล็กในมือกระทบเข้ากับของแข็งบางอย่าง เขาจึงขุดคุ้ยดินขึ้นมาด้วยความสงสัย เผยให้เห็นเทวรูปดินเหนียวสูงราวหนึ่งฟุต
ดวงจิตที่ถูกพันธนาการในรูปปั้นนั้น พลันถูกแสงตะวันสาดส่องจนพร่ามัว
หลินชิง ผู้ซึ่งกำลังพักผ่อนบนเกาะ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตขณะดำน้ำ
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่ารอบกายมืดมิดสนิท นึกว่าตนเองได้มาถึงปรโลกแล้ว
ทว่าในไม่ช้าเขาก็พบว่าดวงจิตของตนถูกกักขังอยู่ในเทวรูปดินเหนียว ซึ่งถูกฝังอยู่ใต้ดินเหลือง
"ตัJวโซ่ว ฟ้าจะมืดแล้ว พวกเราต้องกลับกันแล้ว" น้ำเสียงเด็กน้อยดังแว่วมาจากที่ไกล
"ข้าไปเดี๋ยวนี้"
สวี่ตัJวโซ่วเหลียวมองเทวรูปดินเหนียว ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็อุ้มเทวรูปดินเหนียวนั้นกลับบ้านไป
เมื่อสวี่ตั๋วโซ่วเคลื่อนไหว หลินชิงผู้ถูกจองจำในรูปปั้นจึงมีโอกาสได้เห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างชัดเจน
ในหมู่บ้านเล็กๆ ที่โอบล้อมด้วยขุนเขาแห่งนี้ ประตูบ้านทุกหลังกลับเหมือนกันอย่างน่าประหลาด ผู้คนยืนพิงกรอบประตู ทุกคนล้วนมีใบหน้าซีดขาว ท่าทางอมทุกข์ ดวงตาเหม่อลอยมองไปเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย
ผู้คนเหล่านี้ล้วนมีผมขาวแซมอยู่บนศีรษะ แม้แต่เด็กๆ ก็มิได้ยกเว้น
มองจากระยะไกล พวกเขามิคล้ายมนุษย์ หากแต่คล้ายหุ่นเชิดรูปคนเสียมากกว่า
มิอาจสัมผัสได้ถึงไอชีวิตจากพวกเขาแม้แต่น้อย
ที่ประหลาดยิ่งกว่านั้นคือ ในหมู่บ้านนี้ไม่มีผู้เฒ่าผู้แก่ มีเพียงคนหนุ่มสาวและเด็กๆ เท่านั้น
สวี่ซานหยวนสังเกตเห็นบุตรชายอุ้มเทวรูปดินเหนียวไว้ในอ้อมอก จึงเอ่ยถามอย่างอ่อนแรงว่า "ตั๋วโซ่ว เจ้าเอาเทวรูปดินเหนียวมาทำอะไร?"
สวี่ตั๋วโซ่วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสาตามประสาเด็ก "ขอพรขอรับ! ท่านลุงหลี่บอกว่า สถานที่อันไกลแสนไกล ผู้คนที่นั่นบูชาเทพเจ้า แล้วเทพเจ้าจะคุ้มครองหมู่บ้านของพวกเขา"
"ท่านพ่อ ดูเทวรูปดินเหนียวนี่สิขอรับ ดูคล้ายเทพเจ้าที่ท่านลุงหลี่เล่าเลย ข้าจะบูชาเทพเจ้า แล้วเทพเจ้าจะคุ้มครองพวกเรา"
สวี่ซานหยวนมองบุตรชายผู้ไร้เดียงสาของตน
อยากจะบอกบุตรชายเหลือเกินว่า สิ่งที่ตาเฒ่าหลี่พูดนั้นเป็นเพียงเรื่องเล่าขาน
ดินแดนแห่งนี้ไร้ซึ่งเทพเจ้า ถูกทอดทิ้งจากทวยเทพมาเนิ่นนานแล้ว
แต่เมื่อเห็นประกายแห่งความหวังในดวงตาของบุตรชาย เขาก็กล้ำกลืนถ้อยคำที่จวนเจียนจะหลุดจากปากกลับลงไป
แม่ของตั๋วโซ่วมิได้มีเรี่ยวแรงพอจะดุด่าความซุกซนของบุตรชาย จึงปล่อยให้เขาวางเทวรูปดินเหนียวไว้ในบ้าน
ขณะที่พ่อแม่ไม่ได้ใส่ใจ สวี่ตั๋วโซ่วแอบหยิบธูปดอกหนึ่งมาจุด แล้วคุกเข่าโขกศีรษะคำนับหน้ารูปปั้นดินเหนียว
"ท่านเทพเจ้า ท่านเทพเจ้า โปรดคุ้มครองพวกเราด้วยเถิด"
หลินชิงมองเด็กน้อยที่คุกเข่าเบื้องหน้าด้วยท่าทีเลื่อมใสศรัทธา เขาอยากจะบอกเด็กน้อยเหลือเกินว่า ตนมิใช่เทพเจ้า ทั้งยังไม่มีพลังเทพใดๆ จึงมิอาจปกป้องคุ้มครองพวกเขาได้
[ติ๊ง! สวี่ตั๋วโซ่วถวายแต้มธูปเทียนศรัทธา 10 แต้ม]
【ติ๊ง! ระบบธูปเทียนศรัทธาเปิดใช้งาน】
หลินชิงประหลาดใจเล็กน้อย ในไม่ช้าหน้าต่างระบบเสมือนก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขา
[ผู้เป็นนาย: หลินชิง]
[ระดับ: เทพเจ้าเถื่อน]
[อาณาเขตปกครอง: บ้านของสวี่ซานหยวนในหมู่บ้านเหอซี]
[พลังเทพ: 0]
[วิชาเทพ: 0]
[ค่าพลังธูปเทียน: 10 (สามารถเปลี่ยนเป็นพลังเทพและใช้ซื้อวิชาเทพได้)]
[ร้านค้าระบบ: ปลดล็อกแล้ว]
ข้ากลายเป็นเทพเจ้าแล้วงั้นรึ?!!!
หลินชิงยังพอรู้ความหมายของคำว่าเทพเจ้าเถื่อนอยู่บ้าง
เทพเจ้าเถื่อนคือเทพแห่งขุนเขาและป่ากว้างที่ยังไม่ได้รับการยอมรับจากฟ้าดิน และยังไม่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากสวรรค์
คนเหล่านี้มักเป็นผู้มีชื่อเสียงในท้องถิ่นนั้นๆ ครั้นเมื่อสิ้นชีพไปแล้ว ผู้คนในท้องถิ่นจะสร้างรูปปั้นของพวกเขาขึ้นแล้วกราบไหว้บูชา พวกเขากลายเป็นเทพเจ้าเถื่อนผ่านเครื่องหอมและควันธูปเทียน
แม้จะเป็นเพียงเทพเจ้าเถื่อนชั้นต่ำ แต่ถึงอย่างไรก็ยังได้ชื่อว่าเป็น "เทพ"
เพียงแต่...หลินชิงเหลือบมองข้อมูลบนหน้าต่างระบบที่ว่างเปล่า
บัดนี้ เขา เทพเจ้าเถื่อนไร้นามผู้นี้ ช่างไม่มีสิ่งใดเลยจริงๆ
โอ้ ไม่สิ! เขายังเป็นเทพเจ้าเถื่อนที่มีค่าพลังธูปเทียนสิบแต้ม
ค่าพลังธูปเทียนสิบแต้มทำให้หลินชิงรู้สึกตัวเบาขึ้น ความรู้สึกถูกพันธนาการบนร่างราวกับจะเลือนหายไป
เขาลองดูแล้วพบว่าตนสามารถแยกตัวออกจากรูปปั้นและเดินเหินภายนอกได้อย่างอิสระจริงๆ
เขาลองพยายามเดินออกจากบ้านอีกครั้ง ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูและหมายจะก้าวต่อไปอีกสองสามก้าว ก็มีพลังบางอย่างจากเบื้องหลังดึงรั้งดวงจิตของเขาไว้ ทำให้มิอาจเคลื่อนไปข้างหน้าได้
ดูเหมือนว่าขอบเขตการเคลื่อนไหวของตนจะอยู่ได้เพียงภายในบ้านของสวี่ซานหยวนเท่านั้น
นี่ก็สอดคล้องกับตำแหน่งของ [อาณาเขตปกครอง]
ในขณะนั้นเอง แม่ของตั๋วโซ่วที่กลับเข้ามาในบ้าน เหลือบเห็นธูปที่ปักอยู่หน้าเทวรูปดินเหนียวก็เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก
นางรีบร้อนดึงธูปออกแล้วดับไฟ หันมาตวาดด้วยความโมโห "ตั๋วโซ่ว! ใครใช้ให้เจ้าเล่นธูปหา! อยากตายรึ?!"
สวี่ตั๋วโซ่วหดคอ เอ่ยอธิบายด้วยความหวาดกลัว "ท่านลุงหลี่บอกว่า เวลาบูชาเทพเจ้าต้องจุดธูปขอรับ"
ผู้เป็นแม่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ "ตาเฒ่าหลี่โกหกเจ้า! โลกนี้ไม่มีเทพเจ้าอะไรทั้งนั้น! ต่อให้มีเทพเจ้าจริง ท่านก็ไม่ปกป้องคุ้มครองพวกเราหรอก!"
สวี่ตั๋วโซ่วรู้ว่าตนทำผิด จึงก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัว "ท่านแม่ ข้าผิดไปแล้ว"
ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันนั้น แสงสุดท้ายของดวงตะวันบนท้องฟ้าก็ลับหายไป ความมืดมิดเข้าปกคลุมทั้งหมู่บ้านในทันใด
หลินชิงมองแม่ของตั๋วโซ่วที่เมื่อครู่ยังดุด่าบุตรชายอยู่ พลันหันหลังกลับเข้าบ้านไปด้วยท่าทีลนลาน แล้วรีบร้อนหยิบกระถางธูปใบหนึ่งออกมาจากในบ้าน
เมื่อนางกำลังจะจุดธูป สวี่ซานหยวนก็ห้ามนางไว้พลางกล่าวว่า "วันนี้ข้าจะจุดเอง"
แม่ของตั๋วโซวส่ายหน้า กล่าวว่า "สามี ท่านคือเสาหลักของบ้าน หากท่านเป็นอะไรไป ข้ากับตั๋วโซ่วคงอยู่ได้ไม่นาน"
สวี่ซานหยวนถอนหายใจหนักหน่วง "แต่เจ้าจุดธูปมาสามคืนแล้ว หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ร่างกายเจ้าจะทนไม่ไหว"
หลินชิงฟังบทสนทนาของสองสามีภรรยาแล้วรู้สึกพิกลยิ่งนัก
"สามี ส่งธูปมาให้ข้าเถอะ เดี๋ยวจะไม่ทันเอา" แม่ของตั๋วโซวเหลือบมองท้องฟ้าด้านนอก
สวี่ซานหยวนก็เหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างเช่นกัน และมิกล้าชักช้าอีกต่อไป จึงส่งธูปให้นาง
แม่ของตั๋วโซ่วรีบจุดธูปปักลงในกระถางธูปที่เก่าคร่ำคร่า วางกระถางธูปไว้ที่หน้าประตูอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงปิดประตูหน้าต่างและประตูใหญ่ของบ้านจนหมดสิ้น
หลินชิงมองภาพนี้ด้วยความมึนงง ดวงจิตของเขาลอยออกไปนอกประตู ยืนอยู่ใต้ชายคา แล้วมองไปรอบๆ
หน้าบ้านทุกหลังมีกระถางธูปวางอยู่หนึ่งใบ ในกระถางมีธูปปักอยู่หนึ่งถึงสองดอก
ประตูหน้าต่างทุกบ้านปิดสนิท ในบ้านไม่มีแสงไฟแม้แต่น้อย ทั้งหมู่บ้านตกอยู่ในความเงียบสงัดราวป่าช้า