- หน้าแรก
- ร้านขายของชำแห่งห้วงมิติ
- บทที่ 2 มิติแฟนตาซี
บทที่ 2 มิติแฟนตาซี
บทที่ 2 มิติแฟนตาซี
【โพชั่นรักษาขั้นต้น】
ราคานำเข้า: 50 เหรียญเงิน/ขวด
ราคาขาย: 1 เหรียญทอง/ขวด
คำอธิบาย: สามารถฟื้นฟูบาดแผลได้อย่างรวดเร็ว สินค้าจากระบบ ย่อมต้องเป็นของชั้นเลิศ ฤทธิ์ยาเทียบเท่ากับโพชั่นรักษาระดับกลางของโลกนี้เลยนะ~~~
【โพชั่นเพิ่มมานาขั้นต้น】
ราคานำเข้า: 1 เหรียญทอง/ขวด
ราคาขาย: 3 เหรียญทอง/ขวด
คำอธิบาย: สามารถฟื้นฟูมานาของนักรบได้อย่างรวดเร็ว สินค้าจากระบบ ย่อมต้องเป็นของชั้นเลิศ ฤทธิ์ยาเทียบเท่ากับโพชั่นมานาระดับกลางของโลกนี้เลยนะ~~~
【ม้วนคัมภีร์ฝึกสัตว์ขั้นต้น】
ราคานำเข้า: 3 เหรียญทอง/ม้วน
ราคาขาย: 10 เหรียญทอง/ม้วน
คำอธิบาย: สามารถฝึกสัตว์มายาที่ต่ำกว่าระดับสิบได้ และแม้แต่ฝึกสัตว์วิญญาณที่อยู่ในสภาวะอ่อนแอได้ด้วย
“เอาแค่สามอย่างนี้แหละ ช่วยเอาไปจัดวางบนชั้นวางของให้หน่อยนะ” ซูโม่เงยเปลือกตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน และเริ่มสั่งการระบบอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย
ระบบที่อ่อนแอ น่าสงสาร และไร้ที่พึ่ง ก็ทำได้เพียงทำงานตามสั่งภายใต้ 'คำขู่' ของ 'นางมารร้าย' เท่านั้น
หลังจากแลกสินค้าเริ่มต้นเสร็จ ระบบก็มอบสินค้าแต่ละชนิดให้ฟรีอย่างละห้าชิ้น
ระบบควบคุมร้านค้าทั้งหมด จัดเรียงสินค้าทั้งสิบห้าชิ้นนี้อย่างเป็นระเบียบบนชั้นวาง
บนชั้นวางสีขาว มีขวดแก้วขนาดเท่าฝ่ามือเรียงเป็นแถวแถวละห้าขวด
แต่ละขวดบรรจุของเหลวสีแดงกึ่งโปร่งแสงเต็มขวดประมาณแปดส่วน—นี่คือโพชั่นรักษา
ส่วนด้านล่างของโพชั่นรักษา วางขวดของเหลวสีน้ำเงินเข้มห้าขวด เมื่อมองดูก็รู้ว่าเป็นชุดเดียวกับโพชั่นรักษา
สำหรับม้วนคัมภีร์ฝึกสัตว์ ระบบได้จัดวางไว้บนชั้นวางด้านหลัง โดยการแขวนเอาไว้
หลังจากจัดการทั้งหมดนี้ ระบบยังติดป้ายราคาสินค้าและจำนวนคงคลังของสินค้าแต่ละชิ้นไว้อย่างละเอียดถี่ถ้วนที่สุด
เมื่อระบบทำงานเสร็จสิ้น มันก็หันไปหาโฮสต์ของตัวเอง แต่กลับพบว่าคนที่อยู่ตรงนี้เมื่อครู่ได้หายไปเสียแล้ว
ซูโม่ปล่อยให้ระบบวุ่นวายอยู่กับการจัดร้าน ส่วนตัวเองก็ขึ้นไปดูที่พักอาศัยบนชั้นสอง—
เป็นห้องนอนเล็ก ๆ ที่ตกแต่งเรียบง่ายและสดใส ไม่ใหญ่มาก แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบครัน
บนโต๊ะมีแจกันดอกไม้ ซึ่งเป็นดอกเดซี่แรกแย้มหลายดอก ดูบอบบางน่ารัก
ซูโม่เปิดตู้เสื้อผ้า และพบเสื้อผ้าแปลก ๆ อยู่ข้างใน ถ้าคาดเดาไม่ผิด ก็น่าจะเป็นชุดของโลกนี้
“ไม่เลวเลยนี่นา…” ซูโม่พยักหน้าด้วยความพอใจ
เพราะสภาพที่พักที่น่าอยู่ ทำให้เธอมีความกระตือรือร้นในการทำภารกิจในอนาคตอยู่บ้าง
ถึงแม้จะเทียบกับที่บ้านไม่ได้ แต่มันก็ไม่ได้แย่จนเกินไป อย่างน้อยก็ให้เจ็ดคะแนนได้
“โฮสต์ ฉันจัดสินค้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านสนใจจะสั่งซื้อสินค้าเพิ่มไหม?” เสียงของระบบเจือไปด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย
แม้ร้านจะไม่ใหญ่ แต่การวางม้วนคัมภีร์เพียงห้าม้วน และโพชั่นเพียงสิบขวด ก็ทำให้ร้านดูว่างเปล่า
ระบบจะได้ส่วนแบ่งเมื่อซูโม่สั่งซื้อสินค้า ดังนั้นมันจึงมีความกระตือรือร้นอย่างเต็มเพื่อนเร่งให้โฮสต์สั่งซื้อสินค้า
น่าเสียดายที่โฮสต์ของมันไม่เคยทำตามสามัญสำนึก
“สั่งซื้อสินค้า? จะสั่งซื้อทำไม” ซูโม่เดินกลับลงมาจากชั้นสองอย่างเชื่องช้า
“ร้านขายของชำสั่งซื้อสินค้าได้แค่วันละครั้งนะ~ โฮสต์แน่ใจหรือว่าจะไม่ตุนสินค้าไว้หน่อย?”
ซูโม่ส่ายหัว และตอบกลับอย่างมีเหตุผล “ยังไม่มีลูกค้าเลย จะสั่งซื้อสินค้าทำไม รอให้ขายหมดก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
ราวกับรู้สึกได้ถึงความไม่พอใจและความลังเลใจของระบบ ซูโม่ก็แค่นเสียงออกมาครั้งหนึ่ง
“เจ้าหนูระบบ แกต้องคิดแบบนี้สิ ของหายากย่อมมีค่า! แกอย่ามองว่าในร้านมีของแค่นี้ แต่พวกมันเป็นของดีทั้งหมดใช่ไหมล่ะ?”
ระบบรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่ก็พูดไม่ถูกว่าคืออะไร
ท้ายที่สุดแล้ว สินค้าของระบบก็คือสินค้าของมันเอง แล้วมันจะบอกว่าสินค้าของตัวเองไม่ดีได้อย่างไร?
ดังนั้น มันจึงทำได้แค่ตอบว่า 'ใช่'
“นั่นแหละถูกแล้ว ฉันไม่สั่งซื้อสินค้าก็เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาแล้วเห็นว่าสินค้าของเราหายากแค่ไหน แบบนี้ถึงจะขายง่าย ถ้ามีเยอะเกินไป คนก็ไม่อยากซื้อแล้ว…”
ระบบเข้าใจทันที
ความรู้สึกภายในใจเปลี่ยนจากความสงสัยไปสู่ความเข้าใจอย่างถ่องแท้
“โฮสต์เก่งจังเลย!”
ซูโม่ยิ้มกริ่ม เปิดหน้าร้านค้า แล้วเลือกขนมขบเคี้ยวที่เธอชอบมากมายอย่างรวดเร็ว
แล้ว… ชำระเงิน!
ในพริบตาเดียว เงินทุนเริ่มต้นหนึ่งร้อยเหรียญทองก็หายไปครึ่งหนึ่ง
ระบบมองดูเธอใช้เงินห้าสิบเหรียญทองไปอย่างไม่ลังเล ก็รู้สึกปวดใจอย่างยิ่ง
ต้องรู้ไว้ว่าสินค้าที่ไม่ใช่ประเภทสินค้าขายนี้ มันไม่ได้ส่วนแบ่งใด ๆ เลย ระบบจะไม่รู้สึกเสียดายได้อย่างไร!
แต่ในวินาทีถัดมา มันก็ได้รับข้อความบางอย่าง ทันใดนั้นอารมณ์ของมันก็เปลี่ยนเป็นตื่นเต้นอย่างมาก
“โฮสต์! เตรียมตัวให้พร้อม ลูกค้าคนแรกกำลังจะมาแล้ว!”
**
“ฮึ่ก… ไอ้เสือเขี้ยวดาบนี่มันอะไรกันแน่! อาร์ช! นายไม่เป็นไรใช่ไหม!”
ภายในป่าฝึกสัตว์ สองชายหนุ่มกำลังอยู่ในสภาพมอมแมม หนึ่งในนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส
เสื้อผ้าครึ่งตัวเกือบจะเปียกชุ่มไปด้วยเลือด ร่างกายของเขาราวกับเพิ่งคลานออกมาจากบ่อเลือด
“บัดซบเอ๊ย! อาร์ช ทนไว้ก่อนนะ ฉันจะรีบพาไปหาหมอรักษา…” เยเกอร์กัดฟัน
เขาอดทนต่อบาดแผลและความเจ็บปวดที่เกิดจากการต่อสู้กับสัตว์ป่า พยุงร่างของคนที่อยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาอย่างยากลำบาก
แต่บังเอิญไปถูกบาดแผลของอีกฝ่าย อาร์ชถึงกับสั่นไปทั้งตัวด้วยความเจ็บปวด
เขาหอบหายใจพลางเอ่ยปากเตือน
“อย่า… สน… ฉันเลย เจ้า… รีบไป… เถอะ… ถ้ามัน… ตามมาทัน… จะหนี… ไม่รอด… ทั้งคู่…”
เยเกอร์และอาร์ชเป็นนักรบจากสถาบันเดียวกัน ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ดี เดิมทีวันนี้พวกเขาตั้งใจมาที่ป่าฝึกสัตว์เพื่อหาสัตว์เลี้ยงของตัวเอง ใครจะรู้ว่าป่าฝึกสัตว์ที่ปกติมีแต่สัตว์มายา ไฉนเลยจึงมีเสือเขี้ยวดาบโผล่มา!
นักรบตัวน้อยอย่างพวกเขาแม้แต่สัตว์วิญญาณระดับหนึ่งยังเอาชนะไม่ได้ นับประสาอะไรกับเสือเขี้ยวดาบที่เป็นสัตว์วิญญาณระดับห้าเล่า
ตอนที่เสือเขี้ยวดาบพุ่งเข้ามา อาร์ชเป็นคนดึงเยเกอร์หลบไป เขาถึงรอดมาโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ ไม่อย่างนั้นคนที่ปางตายอยู่ตอนนี้ก็คงเป็นตัวเขาเอง
เยเกอร์ไม่ใช่คนอกตัญญู เขาทอดทิ้งสหายไม่ได้
ยิ่งให้ทิ้งผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตไว้เพื่อเอาตัวรอด ก็ยิ่งทำไม่ได้
“แกหุบปากไปเถอะ ยิ่งพูดมาก เลือดก็ยิ่งไหลมาก…”
เยเกอร์กัดฟัน พยุงเขาเดินไปเป็นระยะทางไกล
ทุกที่ที่พวกเขาเดินผ่าน มีแต่รอยเลือดที่ไหลออกมาจากบาดแผลของอาร์ชเต็มไปหมด
“ฉันเห็นร้านค้าอยู่ข้างหน้า! อาร์ช ตั้งสติหน่อย… พวกเราไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าของร้านกัน…”
อาร์ชหัวเราะอย่างขมขื่น คิดว่าเยเกอร์กำลังปลอบใจเขา
ป่าฝึกสัตว์แห่งนี้มีร้านค้าตั้งแต่เมื่อไหร่?
ทำไมเขาถึงไม่รู้?
ถึงแม้ว่าที่นี่จะไม่มีสัตว์ป่าระดับสูงมาก แต่จำนวนก็ไม่น้อยเลย
มาเปิดร้านที่นี่ จะไม่โดนสัตว์ป่าก่อกวนทุกวันหรือ?
“นายไม่ต้อง…” ปลอบฉันหรอก…
ยังพูดไม่ทันจบ อาร์ชก็รู้สึกว่าตัวเองเหมือนได้เห็นร้านค้าเล็ก ๆ จริง ๆ
หรือว่าตาฝาดไป?
เยเกอร์ไม่รู้ว่าอาร์ชกำลังคิดอะไรอยู่ตอนนี้
เขาไม่มีเวลาคิดว่าทำไมถึงมีร้านค้าในสถานที่อย่างป่าฝึกสัตว์
เมื่อเห็นว่าประตูไม่ได้ปิด เขาก็เดินเข้าไปข้างในทันที