- หน้าแรก
- โคนัน ภารกิจทวงคืนเชอร์รี่ ของตาแก่ในร่างหนุ่ม
- บทที่ 24 ฆ่าผิดดีกว่าปล่อยไป
บทที่ 24 ฆ่าผิดดีกว่าปล่อยไป
บทที่ 24 ฆ่าผิดดีกว่าปล่อยไป
"เข้าใจแล้วคาซามิ พวกนายลองพาเธอขึ้นชิงช้าสวรรค์อีกรอบดู ไม่สิ ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันแต่ก็คุ้มที่จะลอง ถ้าจำเป็นก็ใช้วิธีรุนแรงได้เลย ทางผมสถานการณ์ยังไม่นิ่ง แค่นี้นะ"
โดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบรับ อามุโร่ โทรุ ตัดสายทิ้งทันที ร่างสูงเอนหลังพิงเบาะคนขับพลางหลับตาลงเพื่อพักสายตาครู่หนึ่ง ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้จิตใจของเขากระวนกระวายไม่เป็นสุข ด้วยเพราะสมาชิกองค์กรที่ลักลอบเข้าไปขโมยรายชื่อสายลับในสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อคืนสามารถหนีรอดเงื้อมมือสันติบาลไปได้ แต่ยังนับว่าเทพีแห่งโชคยังไม่ทอดทิ้งพวกเขาไปเสียทีเดียว เพราะถึงแม้สมาชิกองค์กรปริศนาคนนั้นจะหนีไปได้ แต่ระหว่างทางกลับประสบอุบัติเหตุจนความจำเสื่อม และโชคดียิ่งกว่านั้นคือคนที่พบตัวเธอก่อนเป็นตำรวจ ไม่ใช่คนขององค์กร
อย่างน้อย ณ วินาทีนี้ สถานการณ์ก็กลับมาอยู่ในความควบคุมของตำรวจอีกครั้ง ขั้นตอนต่อไปเพียงแค่นำตัวเธอเข้ามาอยู่ในการดูแลของสันติบาล หาทางฟื้นความทรงจำ แล้วรีดข้อมูลความลับภายในออกมา เท่านี้ก็จะสามารถสร้างความเสียหายให้กับองค์กรชุดดำได้อย่างรุนแรงแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนั้น มุมปากของอามุโร่ก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย นึกไปถึงใครบางคนที่เขาไม่ชอบหน้า รีเกล... นายคิดจริงๆ หรือว่าแค่จับตาดูฉันไว้แล้วทุกอย่างจะเรียบร้อย งี่เง่าสิ้นดี ใครบอกนายกันว่าสายลับที่ตำรวจส่งเข้าไปในองค์กรมีแค่ฉันคนเดียว ต่อให้จับตาดูฉันแล้วจะทำไม สายลับคนอื่นๆ ก็ยังเคลื่อนไหวและส่งข้อมูลมาให้ตำรวจได้อย่างต่อเนื่อง นายไม่มีทางนึกถึงหรอกว่าสายลับคนที่แพร่งพรายแผนการขโมยข้อมูลขององค์กรในครั้งนี้ แท้จริงแล้วอยู่ใกล้ตัวนายแค่ไหน
เสียงเคาะกระจกรถดังขึ้นเป็นจังหวะจากด้านนอกปลุกภวังค์ความคิด อามุโร่หันไปมองก็พบหญิงสาวสวยสวมหมวกปีกกว้างและแว่นกันแดดยืนอยู่ เบลม็อทนั่นเอง
"กว่าจะหาตัวเจอ เล่นเอาเหนื่อยเลยนะ เบอร์เบิน"
เมื่ออามุโร่ลดกระจกลง หญิงสาวก็ส่งยิ้มที่มีความหมายลึกซึ้งมาให้ ชายหนุ่มจึงสวนกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกันพลางถามว่ามีธุระสำคัญอะไร แม่มดพันหน้าแห่งองค์กรถึงต้องถ่อมาหาเขาด้วยตัวเองแบบนี้ อีกฝ่ายเพียงตอบกลับมาสั้นๆ ให้ลองทายดู แม้ภายนอกจะพูดคุยหยอกล้อกันอย่างเป็นกันเอง แต่ลึกๆ แล้วในใจของอามุโร่เริ่มตื่นตระหนก ทำไมเบลม็อทถึงมาหาเขาในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้
"ช่างเถอะ"
หลังจากต่อปากต่อคำพอหอมปากหอมคอ เบลม็อทก็ดูจะหมดความสนใจ เธอยกมือขวาที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุมขึ้น เผยให้เห็นลำกล้องปืนวับวาวที่เล็งมายังเขา
"ไปกับฉันที่ที่หนึ่ง อย่าคิดขัดขืนให้เหนื่อยเปล่าเลย"
เมื่อเห็นปืนติดที่เก็บเสียง อามุโร่ใจหายวาบ แต่ก็จำต้องยอมจำนนด้วยคำสั่งขององค์กรที่ไม่อาจขัดขืน
...
ท่ามกลางความมืดมิด แสงสปอตไลท์สว่างจ้าถูกเปิดขึ้นฉับพลัน สาดส่องไปยังร่างสองร่างที่ถูกใส่กุญแจมือไพล่หลังติดกับเสาเหล็ก แสงไฟที่แยงตาทำให้อามุโร่ต้องหรี่ตาลง พยายามเพ่งมองไปยัง "ยิน" ที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ใต้แสงไฟเบื้องหน้า และข้างกายเขา คนที่ถูกจับมาด้วยกันก็คือ "คีร์" สมาชิกองค์กรอีกคนหนึ่ง ดูเหมือนพวกเขาทั้งคู่จะถูกสงสัยว่าเป็นสายลับเสียแล้ว
"ในรายชื่อสายลับที่คูราโซ่ส่งมาก่อนหน้านี้ มีชื่อของพวกแกอยู่ด้วย"
เสียงของยินยังคงเย็นชาและทุ้มต่ำ ควันบุหรี่ลอยอ้อยอิ่งจากปลายนิ้วก่อให้เกิดเงาตะคุ่มบนผนัง อามุโร่แสร้งทำเป็นถามถึงคูราโซ่ว่าเป็นคนสนิทของรัมใช่หรือไม่ คีร์ที่ถูกพันธนาการอยู่จึงตอบกลับว่าใช่ เธอเป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองที่เชี่ยวชาญด้านการรวบรวมข้อมูล ทันใดนั้นเงาร่างหนึ่งก็เดินออกมาจากความมืด เบลม็อทผู้พาตัวอามุโร่มานั่นเอง
"หึ เอกลักษณ์ของเธอคือดวงตาสองข้างคนละสี เป็นเนตรสองสีที่หายากมาก เรื่องนี้เป็นตำนานที่เล่าขานกันในองค์กรเลยนี่นา"
อามุโร่เปรยขึ้น แต่ถูกวอดก้าที่เดินล้วงกระเป๋าออกมาจากความมืดตวาดให้เลิกพล่าม พร้อมยื่นข้อเสนอว่าหากยอมรับสารภาพมาตรงๆ จะช่วยให้ไปสบายแบบไม่ทรมาน ทว่าอามุโร่กลับหัวเราะออกมาเสียงดังเมื่อได้ยินเช่นนั้น
"ที่จับเรามามัดไว้แทนที่จะฆ่าทิ้งทันที แสดงว่าข้อมูลที่ยัยคูราโซ่อะไรนั่นส่งมามันไม่ครบถ้วนล่ะสิ ผมพูดถูกไหม"
วอดก้าเดาะลิ้นอย่างขัดใจเมื่อถูกรู้ทัน ยินที่นั่งอยู่ใต้แสงสปอตไลท์ปรบมือชมเชยท่าทีอันเยือกเย็นของเบอร์เบินราวกับผู้ควบคุมเกม เขาอธิบายว่าปฏิบัติการของคูราโซ่เมื่อคืนช่วงแรกราบรื่นดี แต่ตอนถอนตัวดันถูกตำรวจเจอเข้า ระหว่างหลบหนีก็เกิดอุบัติเหตุจนความจำเสื่อม
"ยิน!" คีร์รีบตะโกนแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "ถ้าอย่างนั้น สิ่งที่เราควรทำตอนนี้ไม่ใช่การหาทางชิงตัวคูราโซ่กลับมา เพื่อเอารายชื่อสายลับฉบับสมบูรณ์หรอกเหรอ เอาไว้ให้นายเห็นรายชื่อฉบับสมบูรณ์แล้ว ค่อยมาตัดสินความเป็นความตายของพวกเราทีหลังก็ยังไม่สายไม่ใช่หรือไง"
ขณะพูด ร่างกายของคีร์สั่นเทาไปตามอารมณ์ แต่มือซึ่งถูกไพล่หลังกลับแอบใช้ลวดที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อพยายามสะเดาะกุญแจมืออย่างเงียบเชียบ ยินพยักหน้ารับว่าที่เธอพูดก็มีเหตุผล แต่ทว่า... ชายผมเงินยาวกลับลุกขึ้นยืนแล้วยกปืนเล็งไปที่ทั้งสองคน ท่ามกลางความตกตะลึงของวอดก้าและเบลม็อท
"ฆ่าผิดดีกว่าปล่อยไป นี่คือกฎของฉัน"
ยินทิ้งบุหรี่ลงพื้นแล้วใช้เท้าขยี้จนดับ ประกาศลั่นว่าได้เวลาลงทัณฑ์คนทรยศ ก่อนที่เสียงปืนจะดังสนั่นก้องไปทั่วโกดังร้าง
...
อีกด้านหนึ่ง โคนันกำลังซิ่งสเก็ตบอร์ดติดเทอร์โบพร้อมกับคุยโทรศัพท์เร่งรัดด็อกเตอร์อากาสะที่กำลังจ้องเขม็งไปที่แถบดาวน์โหลดบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ รอคอยการถอดรหัสอย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งสัญญาณเตือนความสำเร็จดังขึ้น โคนันจึงกำชับให้ด็อกเตอร์ปลอมแปลงข้อความตามแผนที่วางไว้ทันที ก่อนจะวางสายแล้วเก็บสเก็ตบอร์ดวิ่งตรงไปยังรถเก๋งของโจดี้ที่จอดรออยู่ข้างทาง
"อาจารย์โจดี้ครับ ถอดรหัสข้อความได้แล้วครับ"
เด็กชายร้องบอก แต่คนที่รับโทรศัพท์ไปดูกลับเป็นชายชราที่นั่งอยู่เบาะหลัง เจมส์ แบล็ก หัวหน้าของโจดี้ และยังมีคาเมล เจ้าหน้าที่หน้าโหดนั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับอีกด้วย โคนันกล่าวทักทายทุกคนสั้นๆ ก่อนที่เจมส์จะอ่านเนื้อหาในข้อความให้ฟัง
"สายลับคือ สตาท์, อควาวิท, รีสลิ่ง และ... เบอร์เบินกับคีร์ที่คุณสงสัยมาตลอด ดูเหมือนจะเป็นข้อความที่ยังพิมพ์ไม่จบแต่ถูกส่งออกไปก่อนนะ"
โคนันรับโทรศัพท์คืนมา มุมปากยกยิ้มอย่างมั่นใจเมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวได้ เจ้าหน้าที่ข่าวกรองจากประเทศต่างๆ ที่ถูกเก็บไปเมื่อเช้าตามที่อาจารย์โจดี้บอก น่าจะเป็น สตาท์, อควาวิท และ รีสลิ่ง สามรายชื่อแรกในข้อความ ส่วนเบอร์เบินกับคีร์ สองคนสุดท้าย เนื่องจากข้อความนี้ดูเหมือนจะยังส่งไม่ครบ เขาจึงสันนิษฐานว่าพวกเขาน่าจะยังไม่ถูกสังหาร ภายในองค์กรนั่นน่าจะยังไม่มั่นใจสถานะสายลับของทั้งคู่ร้อยเปอร์เซ็นต์
"ถ้าเป็นอย่างนั้น ขอแค่เราใช้เบอร์ของมือถือเครื่องนั้น แก้ไขและเติมข้อความส่วนท้ายลงไปอีกนิดหน่อย ก็อาจจะมีโอกาสช่วยชีวิตพวกเขาได้ครับ"