- หน้าแรก
- โคนัน ภารกิจทวงคืนเชอร์รี่ ของตาแก่ในร่างหนุ่ม
- บทที่ 20 แผนรั่วไหล หนอนบ่อนไส้ข้างกายรัม
บทที่ 20 แผนรั่วไหล หนอนบ่อนไส้ข้างกายรัม
บทที่ 20 แผนรั่วไหล หนอนบ่อนไส้ข้างกายรัม
เบลม็อทตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า แม้เธอจะระวังตัวแจกับชิราคาวะ คิโยชิมากเพียงใด แต่ก็ดูเหมือนจะยังประเมินเขาต่ำไปถนัดตา ชายหนุ่มระเบิดเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีพลางขยับตัวถอยห่างออกไปเล็กน้อยเพื่อรักษาระยะห่าง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย
"ล้อเล่นน่า อย่าเครียดไปเลยเบลม็อท ดูสิ คืนนี้พระจันทร์สวยจังเลยนะ เหมือนกับเมื่อสามสิบปีก่อนที่เราเจอกันครั้งแรกเลย ตอนนั้นผมเพิ่งจบจากโรงเรียนตำรวจมาหมาดๆ แทบไม่อยากเชื่อเลยว่าวันหนึ่งเราจะได้มาอยู่ฝ่ายเดียวกัน ถึงตอนนี้สถานะมันจะดูคลุมเครือก็เถอะ... ขอโทษที พอแก่ตัวลงคนเราก็มักจะเผลอคิดถึงอดีต พูดจาไร้สาระไปบ้าง อย่าถือสาเลยนะ แล้วสรุปว่าเชอร์รี่ตอนนี้อยู่ที่ไหน"
คำถามสุดท้ายถูกเอ่ยขึ้นพร้อมกับสายตาที่ตวัดกลับมามองหญิงสาวอย่างกะทันหัน ในเมื่อคุโด ชินอิจิยังไม่ตาย นั่นหมายความว่าเชอร์รี่ หรือมิยาโนะ ชิโฮะ ลูกสาวคนเล็กของสองสามีภรรยานักวิทยาศาสตร์ที่ทรยศองค์กรก็น่าจะยังมีชีวิตอยู่เช่นกัน น่าเสียดายที่เมื่อเช้านี้เขาไม่ได้เบาะแสอะไรเกี่ยวกับเธอจากปากของโมริ โคโกโร่เลยแม้แต่น้อย สำหรับเขาแล้วการมีอยู่ของคุโด ชินอิจิไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญ ไม่ว่าเด็กนั่นจะตัวหดลงหรือมีสภาพเป็นอย่างไรก็ช่าง แต่กับมิยาโนะ ชิโฮะนั้นต่างออกไป เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของเธอชิงฆ่าตัวตายหนีความผิดไป ในโลกใบนี้ก็อาจเหลือเพียงแค่เธอคนเดียวที่สามารถสานต่อการพัฒนายานั้นให้สำเร็จได้ ซึ่งตลอดสิบปีที่ผ่านมาตัวเขาได้พิสูจน์ความจริงข้อนี้แล้ว
"ฉันไม่รู้"
เบลม็อทตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้พิรุธ ชิราคาวะเพียงแค่ยักไหล่พลางบิดขี้เกียจขับไล่ความเมื่อยขบ หมุนคอไปมาแล้วทำท่าจะเดินจากไปพร้อมเปรยขึ้นลอยๆ ว่าเวลาโกหกเธอชอบทำหน้าแบบนี้เสมอ
"ใส่ชุดนี้แล้วอึดอัดชะมัด ช่างเถอะ ไม่บอกก็ไม่เป็นไร ยังไงผมก็ต้องหาเธอจนเจออยู่ดี และเชื่อว่าคงใช้เวลาไม่นานหรอก งั้นผมขอตัวก่อนนะ คืนนี้ทางนั้นยังมีภารกิจของรัมรออยู่"
ร่างสูงเดินผ่านเบลม็อทไปอย่างเชื่องช้าคล้ายกำลังรอคอยปฏิกิริยาตอบกลับ แต่ทว่าจนกระทั่งเขาเดินพ้นตรอกไป หญิงสาวก็ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ชิราคาวะหันกลับมามองแผ่นหลังนั้นแวบหนึ่งแล้วถอนหายใจด้วยความผิดหวัง นึกเสียดายที่อุตส่าห์จงใจไม่พาบลูโอเชี่ยนมาด้วยแล้วแท้ๆ
ในขณะที่ชิราคาวะกำลังยืนสนทนากับเบลม็อท อีกฟากหนึ่งของเมืองกลับกำลังเกิดฉากไล่ล่าสุดระทึกราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์แอ็กชันฟอร์มยักษ์ หญิงสาวปริศนาผู้สามารถแทรกซึมเข้าไปในสำนักงานตำรวจแห่งชาติและขโมยรายชื่อสายลับที่หน่วยข่าวกรองของประเทศต่างๆ ส่งเข้ามาแฝงตัวในองค์กรกำลังตกอยู่ในวงล้อม แม้ตัวตนจะถูกเปิดเผย แต่เธอก็สามารถฝ่าด่านออกมาได้เพียงลำพังด้วยทักษะการขับรถระดับพระกาฬ ทั้งการดริฟต์เข้าโค้ง ปาดหน้า และขับสวนเลนหนีการไล่ล่าของรถตำรวจที่ตามกัดไม่ปล่อยอย่างดุเดือด ภาพเหตุการณ์อันน่าตื่นตะลึงนี้ทำให้บลูโอเชี่ยนที่ขับรถสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ อดไม่ได้ที่จะนึกชื่นชมในใจว่าสมกับที่เป็นมือขวาคนสนิทของรัม
ตามแผนการเดิม คืนนี้รัมจะส่งคูราโซ่ปลอมตัวเข้าไปในสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อขโมยรายชื่อสายลับเหล่านั้น หรือที่รู้จักกันในนามรายชื่อ Noc (Non-official Cover) เพื่อป้องกันไม่ให้สายลับของตนถูกสังหารจากความเข้าใจผิด หน่วยข่าวกรองระดับสูงของแต่ละประเทศจึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ดังนั้นรายชื่อชุดนี้จึงไม่ได้มีแค่ของญี่ปุ่น แต่รวมถึงสายลับจากประเทศอื่นๆ ด้วย และเป็นที่รู้กันดีว่าตำรวจญี่ปุ่นมีความสามารถที่โดดเด่นเพียงใด รัมจึงตัดสินใจเลือกที่นี่เป็นเป้าหมาย
ตามหลักการแล้ว รัมถูกย้ายออกจากญี่ปุ่น การปฏิบัติการในญี่ปุ่นช่วงนี้จึงควรต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของรีเกล แต่เพราะรีเกลเป็นคนง่ายๆ และเห็นว่าไม่มีอะไรเสียหายหากเป็นความต้องการของรัม เขาจึงปล่อยเลยตามเลย โดยแผนกำหนดไว้ว่าคูราโซ่จะปลอมตัวเข้าไปขโมยรายชื่อ ส่วนบลูโอเชี่ยนจะรอรับอยู่ด้านนอกเพื่อพาหลบหนีทันทีที่ภารกิจสำเร็จ แต่ทว่าแผนกลับแตก ตำรวจญี่ปุ่นเหมือนรู้ล่วงหน้าว่าคูราโซ่จะลงมือในคืนนี้จึงวางกำลังดักรอเล่นงาน แม้หญิงสาวจะแหวกวงล้อมออกมาได้ แต่ก็หลุดจากเส้นทางหลบหนีที่วางไว้ ทำให้ไปไม่ถึงจุดนัดพบ
คำถามคือแผนนี้รั่วไหลได้อย่างไร ในฝั่งโตเกียวคนที่รู้เรื่องนี้มีเพียงไม่กี่คน คือรีเกล บลูโอเชี่ยน ยิน และเบลม็อท ซึ่งเบลม็อทไม่มีทางตุกติกเรื่องนี้แน่ ส่วนตัวเขาเอง รีเกล และยิน ก็ไม่มีทางเป็นสายลับ เพราะฉะนั้นความเป็นไปได้จึงเหลือเพียงทางเดียว ปัญหาต้องมาจากฝั่งรัม มีหนอนบ่อนไส้แฝงตัวอยู่ข้างกายของเบอร์สองแห่งองค์กร
เมื่อประมวลผลได้ดังนั้น บลูโอเชี่ยนจึงพิมพ์ข้อความรายงานรีเกล ถึงแม้หน่วยข่าวกรองของแต่ละประเทศจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลสายลับกันบ้างก็จริง แต่ในทางปฏิบัติด้วยความไม่ไว้ใจหน่วยงานต่างชาติ หรือความมั่นใจในคนของตัวเอง รวมไปถึงความลับดำมืดอื่นๆ ไม่มีประเทศไหนยอมคายข้อมูลสายลับของตัวเองให้คนอื่นรู้ทั้งหมด อย่างมากก็บอกแค่บางส่วนพอเป็นพิธี ไม่รู้ว่าในรายชื่อที่คูราโซ่ขโมยมาได้ จะมีชื่อหนอนบ่อนไส้ข้างกายรัมรวมอยู่ด้วยหรือไม่ ถ้ามีก็ถือเป็นโชคดี แต่ถ้าไม่มี สงสัยทางฝั่งรัมคงต้องมีการกวาดล้างครั้งใหญ่
ทันใดนั้นเสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาทก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นบนสะพานข้ามทะเลเบื้องหน้า ปลุกบลูโอเชี่ยนให้ตื่นจากภวังค์ความคิด รถบรรทุกน้ำมันระเบิดกลางสะพานจนเกิดเปลวเพลิงลุกโชติช่วง รถของคูราโซ่หายไปจากครรลองสายตา เมื่อพิจารณาจากรอยพังยับเยินของราวสะพาน คาดว่ารถคงพุ่งตกลงไปในน้ำเบื้องล่างเรียบร้อยแล้ว กลุ่มรถตำรวจที่ไล่กวดมารีบจอดดูตรงรอยแตกของราวสะพาน และที่ด้านหลังกลุ่มตำรวจเหล่านั้น บลูโอเชี่ยนเหลือบไปเห็นใบหน้าของคนที่คุ้นเคย
ดวงตาภายใต้กรอบแว่นหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจที่เห็นพวก FBI มาโผล่ในที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว เขาตัดสินใจส่งข้อความยืนยันสถานะภารกิจว่าล้มเหลวและคูราโซ่น่าจะตกน้ำไปแล้ว ก่อนจะถอยฉากออกมา
เช้าวันต่อมา ณ สำนักงานนักสืบโมริ รันกล่าวทักทายคาราสึมะ โฮตารุที่เดินเข้ามาในครัวด้วยรอยยิ้มสดใส หญิงสาวผู้มาเยือนเอ่ยถามด้วยความห่วงใยเมื่อเห็นโมริ โคโกโร่ ฟุบหลับคาโต๊ะทำงาน รันจึงบ่นอุบว่าเมื่อคืนพ่อของเธอดื่มหนักเพราะมัวแต่ดูรายการของคุณโอคิโนะ โยโกะจนเมาค้างต่างหาก ว่าแล้วเด็กสาวก็เดินปึงปังเข้าไปตะโกนปลุกบิดาที่ข้างหูจนโคโกโร่สะดุ้งสุดตัว ร้องเสียงหลงพลัดตกลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ รันไม่สนใจอาการงัวเงียของพ่อ เดินไปกระชากผ้าม่านเปิดออกให้แสงแดดจ้าสาดเข้ามาจนคนที่นอนอยู่ต้องหยีตาด้วยความไม่ชิน
"โธ่เอ๊ย พ่อจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงเมื่อไหร่คะ ข้าวเช้าจะเสร็จแล้วนะ อ๊ะ จริงสิ เมื่อเช้าโคนันส่งรูปนี้มาให้ค่ะ เขาไปเจอผู้หญิงความจำเสื่อมที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทโตะ อยากให้พ่อช่วยสืบประวัติเธอหน่อย"
รันหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดรูปให้ดู โคโกโร่รับไปถือไว้โดยมีโฮตารุชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ในรูปปรากฏเป็นหญิงสาวผมสีเงิน ดวงตาสองสี หน้าตาสะสวยและรูปร่างดีมาก แต่ที่น่าแปลกคือตามร่างกายของเธอมีรอยถลอกหลายแห่ง บนเสื้อผ้าบางจุดยังมีคราบคล้ายน้ำมันติดอยู่ โฮตารุตั้งข้อสังเกตในใจว่าเธออาจจะเพิ่งประสบอุบัติเหตุมาจนความจำเสื่อม ในขณะที่โคโกโร่นั้นตื่นเต้นจนตาเป็นประกายขึ้นมาทันที
"โอ้โห นี่คือผู้ว่าจ้างของฉันงั้นเรอะ สวยใช้ได้เลยนี่นา อยู่ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทโตะใช่ไหม โอเค ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ"
ยังไม่ทันที่รันจะทักท้วง โคโกโร่ก็วางโทรศัพท์แล้วพุ่งตัวออกจากสำนักงานด้วยความเร็วดุจสายฟ้าแลบ หายวับไปต่อหน้าต่อตา ทิ้งให้ลูกสาวถอนหายใจอย่างระอาที่พ่อนอกจากจะยังไม่ได้กินข้าวเช้าแล้ว ยังทึกทักเอาเองว่าเป็นผู้ว่าจ้างทั้งที่ไม่ใช่เสียหน่อย