เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.42 : ผู้สังหารยักษ์

EP.42 : ผู้สังหารยักษ์

EP.42 : ผู้สังหารยักษ์


เกาะบร็อคโคลี่... อยู่ห่างจากเกาะที่ตั้งของ 'บ้านแกะ' เพียงแค่สองวันเดินเรือเท่านั้น นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ สตรอยเซน และ ชาร์ล็อตต์ ลินลิน ได้มาเยือนเกาะแห่งนี้

ในอนาคต เกาะที่ตั้งของบ้านแกะจะถูกลินลินเปลี่ยนให้กลายเป็น 'เกาะโฮลเค้ก' ศูนย์กลางของอาณาจักรท็อตโตะแลนด์

หลังจากที่ลูฟี่เอาชนะโดฟลามิงโก้ได้ การขาดแคลนอาวุธในตลาดมืดทำให้เกิดการกบฏขึ้นจนรัฐบาลของเกาะบร็อคโคลี่ถูกโค่นล้ม ราชาผู้สิ้นหวังต้องทุ่มเงินมหาศาลจ้างกองทัพรับจ้าง 'เจอร์ม่า 66' ซึ่งสามารถบดขยี้กบฏได้ภายในเวลาเพียง 4 ชั่วโมง แสดงให้เห็นว่าอาณาจักรแห่งนี้ร่ำรวยและมีทรัพยากรมากแค่ไหน

"ลินลิน ! ฉันได้ยินมาว่าเรือของบรู๊คเป็นเรือทองคำบินได้เชียวนะ ! มันต้องสุดยอดมากแน่ๆ !"

นับตั้งแต่ปรับแผน สตรอยเซนก็คอยเก็บรวบรวมข้อมูลของกลุ่มโจรสลัดเฮลอย่างละเอียด ความแข็งแกร่งของพวกเขาน่าประทับใจก็จริง แต่สิ่งที่เตะตาเขาที่สุดคือเรือทองคำลำนั้น ถ้าบรู๊คไม่ได้คิดจะแย่งตัวลินลินไปจากเขา เรือลำนั้นก็จะเป็นขุมทรัพย์ที่สมบูรณ์แบบ !

"เรือบินได้เหรอ ? ฮ่า ! ซุสของฉันก็บินได้เหมือนกัน !"

ชาร์ล็อตต์ ลินลิน ยิ้มกว้าง พลางตบโฮมมี่เมฆสายฟ้า 'ซุส' ที่นุ่มฟูเบาๆ อย่างไรก็ตาม ในฐานะโฮมมี่ที่สร้างจากวิญญาณของเธอเอง ซุสจึงจงรักภักดีต่อลินลินแต่เพียงผู้เดียว แม้แต่สตรอยเซนก็ห้ามขี่ ถ้าเขาพยายามจะขึ้นไป เมฆสีขาวปุกปุยก็จะเปลี่ยนเป็นเมฆฝนดำทะมึน พร้อมช็อตด้วยสายฟ้าเปรี๊ยะๆ ทันที !

"ประเด็นไม่ได้อยู่ที่บินได้หรอก... มันอยู่ที่ทองคำต่างหาก ! เธอรู้ไหมว่าต้องรวยล้นฟ้าขนาดไหนถึงจะสร้างเรือทั้งลำด้วยทองคำได้ ?"

สตรอยเซนเลียริมฝีปาก หลังจากปล้นสะดมมาสิบปี เขาและลินลินก็มีทองกองเป็นภูเขาเลากา แต่พวกเขาก็ไม่เคยฟุ่มเฟือยขนาดเอาไปสร้างเรือทองคำทั้งลำ มันเว่อร์วังเกินไป ขืนสร้างมาโดยไม่มีปัญญาปกป้อง ก็คงโดนพวกโจรสลัดในนิวเวิลด์รุมทึ้งจนไม่เหลือซาก !

"ฮ่าฮ่าฮ่า ! งั้นฉันก็ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินค่าขนมหวานแล้วสินะ !"

ดวงตาของลินลินเป็นประกาย เป็นที่รู้กันดีว่าเงินไม่เคยอยู่ในมือเธอนาน เธอใช้มันหมดเร็วพอๆ กับตอนที่ปล้นมาได้

ได้ยินแบบนั้น หัวใจของสตรอยเซนกระตุกวูบ แต่เขาก็ฝืนยิ้มออกมา

"ใช่แล้ว ! จากนี้ไป เธอขอเงินจากบรู๊คได้เลย !"

เยี่ยม... เข้าแผนเป๊ะ พอลินลินเริ่มพึ่งพาเงินของบรู๊ค เธอก็จะตัวติดกับเขาแจ แต่ถ้าฉันแอบไปกระซิบกอกบรู๊คเรื่อง... เหตุการณ์นั้น... เหตุการณ์ที่ลินลินกิน... 'คน' เข้าไป... บรู๊คจะต้องมองเธอเป็นสัตว์ประหลาดแน่นอน

พอได้เห็นธาตุแท้ของเธอ เขาอาจจะเตะพวกเราลงจากเรือเลยก็ได้ !

หรือต่อให้ไม่ไล่ตะเพิดออกมา บรู๊คก็ต้องเริ่มระแวง ใครมันจะอยากได้ลูกเรือที่กินคนแถมยังสติแตกเวลาหิวกันล่ะ ? แค่นั้นก็น่าจะพอทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ห่างเหินกันได้แล้ว !

"โอเค เข้าใจแล้ว ! แต่ฉันก็จะยังขโมยของมาให้บรู๊คบ้างเป็นการตอบแทนนะ !"

ชาร์ล็อตต์ ลินลิน หัวเราะร่า เธอไม่รู้เลยว่าสตรอยเซนกำลังวางแผนชั่วร้ายอะไรอยู่ในหัว

การขึ้นฝั่งที่เกาะบร็อคโคลี่

เมื่อกลับมาถึงเกาะ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการหาอะไรใส่ท้องลินลิน

แม้ว่าพลังผลคุคุ (ผลอาหาร) ของสตรอยเซนจะสร้างอาหารได้ แต่ลินลินไม่ชอบรสชาติอาหารที่ทำจากพลังผลปีศาจ เธอจะกินก็ต่อเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น ปกติเธอชอบอาหารจริงๆ มากกว่า แม้ส่วนใหญ่เธอจะไม่เคยจ่ายเงินก็ตาม

บางครั้งพวกเขาก็จ่าย แต่ส่วนใหญ่มักจะปล้นร้านอาหารดื้อๆ ใครขัดขืนก็โดนอัดจนพิการ หรือแย่กว่านั้น

นี่คือวิธีที่สตรอยเซนบ่มเพาะลินลินให้กลายเป็นโจรสลัดที่โหดเหี้ยม หล่อหลอมเธอให้กลายเป็น 'บิ๊กมัม' ผู้น่าสะพรึงกลัวในอนาคต

"ดูนั่นสิ สตรอยเซน ! ตรงนั้นมี 'ยักษ์แคระ' ด้วย ! ตัวสูงกว่าฉันอีก !"

ลินลินชี้อย่างตื่นเต้นไปที่ชายร่างยักษ์ที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น แบกดาบขนาดมหึมาไว้บนหลัง ชายคนนี้สูงประมาณ 12 เมตร สูงกว่ามนุษย์ทั่วไปมาก และแค่ยืนเฉยๆ ก็น่าเกรงขามแล้ว

"นั่นมันยัยผู้หญิงบ้าที่พังร้านฉันนี่หว่า !"

เจ้าของร้านอาหารคนหนึ่งกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ พอเขาตะโกนขึ้นมา คนอื่นๆ ก็หันมาจ้องเขม็งที่ชาร์ล็อตต์ ลินลิน และ สตรอยเซน รวมถึงนักดาบยักษ์คนนั้นด้วย

นี่คือ กิแกนท์ ผู้สังหารยักษ์ นักล่าค่าหัวชื่อดังในนิวเวิลด์ เขาจัดการโจรสลัดมาแล้วกว่าร้อยกลุ่ม ทั้งพวกรุกกี้หน้าใหม่และกัปตันชื่อดังที่มีค่าหัวเกิน 300 ล้าน !

"ท่านกิแกนท์ ! นังนั่นแหละ ! ฆ่ามันเลย !"

เจ้าของร้านตะโกนอย่างบ้าคลั่ง พวกเขาไม่ใช่กลุ่มเดียวที่ต้องการแก้แค้น นักล่าค่าหัวอีกหลายคนก็เริ่มเข้ามาล้อมกรอบลินลินและสตรอยเซนเช่นกัน

เคร้ง !

กิแกนท์วางดาบพาดบ่า สายตาเย็นชาจ้องมองลินลิน

"แกคือ... ชาร์ล็อตต์ ลินลิน งั้นรึ ? คนที่ทำลายหมู่บ้านนักรบในเอลบัฟเมื่อสิบปีก่อน ?"

น้ำเสียงของเขาหนักแน่น ลินลินเคยพลั้งมือฆ่า ยอรูล หนึ่งในวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอลบัฟ ตอนที่เธอเกิดอาการสติแตก

และตอนนี้ ชายผู้มีสายเลือดคนยักษ์ก็มายืนอยู่ตรงหน้าเธอ ชายผู้เกลียดชังเธอเข้ากระดูกดำ

แต่ลินลินกลับตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น

เธอชอบอยู่ใกล้คนตัวเท่ากันหรือใหญ่กว่า นั่นคือเหตุผลว่าทำไมในอนาคตเธอถึงทุ่มเงินให้ซีซาร์ทดลองเรื่องขยายร่าง และพยายามอย่างหนักที่จะเป็นมิตรกับเผ่าคนยักษ์

แต่ก่อนที่ลินลินจะได้พูดอะไร

ตูม !

กิแกนท์พุ่งเข้าใส่ เหวี่ยงดาบยักษ์ด้วยแรงมหาศาลจนพื้นดินใต้เท้าแตกกระจาย !

"เวรเอ๊ย—"

สตรอยเซนวิ่งหนีสุดชีวิตแบบไม่ต้องคิด การต่อสู้ระดับนี้มันเรื่องของลินลิน ไม่ใช่เขา !

ชาร์ล็อตต์ ลินลิน ปะทะ กิแกนท์ ผู้สังหารยักษ์

ผลั๊วะ !

ดาบยักษ์ฟาดลงมา... แต่กลับหยุดกึกอยู่ที่แขนของลินลินที่ยกขึ้นมากัน

เธอไม่ได้ใช้ฮาคิด้วยซ้ำ แค่ใช้ร่างกาย 'บอลลูนเหล็ก' เพียวๆ รับการโจมตี !

"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าปู่ยอรูลนะ !"

สีหน้าของเธอเปลี่ยนไป ดวงตาแดงก่ำเมื่อความทรงจำอันเจ็บปวดผุดขึ้นมา

เมื่อสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของเจ้านาย 'โพรมีธีอุส' ก็ลุกโชนอย่างเกรี้ยวกราด ปล่อยคลื่นเพลิงเข้าใส่กิแกนท์

ในขณะเดียวกัน 'ซุส' ก็เปลี่ยนเป็นสีดำทมิฬ ปล่อยสายฟ้าฟาดใส่นักล่าค่าหัวรอบๆ จนไหม้เกรียมท่ามกลางพายุสายฟ้า !

เปรี้ยง !

สตรอยเซนแสยะยิ้มอย่างโหดเหี้ยม จากระยะปลอดภัย

ไอ้พวกโง่ ไม่รู้เลยว่ากำลังเล่นอยู่กับอะไร

เมื่ออยู่ต่อหน้าลินลิน พวกมันก็เป็นแค่แมลงที่รอวันถูกขยี้

กิแกนท์ถูกพละกำลังมหาศาลของลินลินซัดกระเด็น !

เขาไอโขลก รีบเคลือบฮาคิเกราะเพื่อป้องกันเปลวไฟของโพรมีธีอุส

"ทำไมยักษ์แคระอย่างแกถึงแรงเยอะกว่าข้าได้วะ !?"

เสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

พละกำลังคือความภาคภูมิใจสูงสุดของเผ่าคนยักษ์ แต่เขากลับโดนคนที่ตัวเล็กกว่าข่มมิด !

ลินลินจ้องมองเขาด้วยความเจ็บปวดและสับสน

"ฉันแค่อยากเป็นเพื่อนกับพวกคนยักษ์... ทำไมพวกนายทุกคนต้องเกลียดฉันขนาดนี้ด้วย ?"

น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากใจจริง

เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนยักษ์ทุกคนที่เจอถึงอยากจะสู้กับเธอ

แต่สำหรับกิแกนท์ คำตอบมันง่ายนิดเดียว :

เพราะแกมันคือสัตว์ประหลาด

กิแกนท์ ผู้สังหารยักษ์ โกรธจัดเมื่อเห็นชาร์ล็อตต์ ลินลิน ยังมาบีบน้ำตาทำตัวน่าสงสาร มีแรงควายแถมพลังผลปีศาจขนาดนี้ ยังจะมาแกล้งทำเป็นอ่อนแออีกเรอะ ?

"แกจะเป็นศัตรูของเผ่าคนยักษ์ตลอดไป ! แกฆ่าผู้อาวุโสยอรูล ! คนยักษ์ไม่มีวันให้อภัยแก !"

กิแกนท์เหวี่ยงดาบเหล็กยักษ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ระดมโจมตีไม่ยั้ง พลังทำลายล้างและความเร็วที่น่าทึ่งคือสิ่งที่ทำให้เขาเป็นนักล่าค่าหัวที่มีชื่อเสียงในนิวเวิลด์

อย่างไรก็ตาม ในฐานะลูกครึ่งคนยักษ์ที่เกิดนอกเอลบัฟ เขาไม่เคยเรียนรู้วิชาในตำนานของเผ่าคนยักษ์อย่าง 'หอกเอลบัฟ' หรือ 'ฮาโคคุ'

ถึงกระนั้น เขาก็สร้างชื่อขึ้นมาได้ด้วยพละกำลังโดยกำเนิดและการฝึกฝนอย่างหนัก จับโจรสลัดค่าหัวสูงในนิวเวิลด์มาเป็นร้อยคน อาชญากรที่เขาล่าไม่ใช่พวกกระจอกงอกง่อยค่าหัวไม่กี่ล้าน แต่เป็นตัวอันตรายทั้งนั้น ถ้าไม่ติดว่าค่าอาหารของลูกครึ่งคนยักษ์มันแพงหูฉี่ ป่านนี้เขาคงมีเงินเก็บเป็นพันล้านเบรีไปแล้ว

ในบรรดาลูกครึ่งคนยักษ์ทั้งหมด เขาถือเป็นคนที่ขยันและรวยที่สุดคนหนึ่ง

"ไม่นะ ! ฉันอยากสร้างดินแดนในฝันที่ทุกเผ่าพันธุ์อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ! ในฝันของฉันจะขาดเผ่าคนยักษ์ไปได้ยังไง ?!"

พอได้ยินว่าคนยักษ์เกลียดเธอขนาดไหน ความโกรธของชาร์ล็อตต์ ลินลิน ก็ระเบิดออกมา ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ออร่ารอบตัวรุนแรงขึ้นไปอีก

โฮมมี่พระอาทิตย์ 'โพรมีธีอุส' เผาพวกนักล่าค่าหัวกระจอกจนเป็นเถ้าถ่าน ส่วนพวกที่เหลือรอดก็หนีตายกันจ้าละหวั่น ส่วนเมฆสายฟ้า 'ซุส' ก็ระดมยิงสายฟ้าใส่กิแกนท์ บีบให้เขาต้องหลบหัวซุกหัวซุน

ลินลินที่กำลังเดือดดาล ตัดสินใจว่าจะไม่ยอมให้ไอ้ยักษ์แคระนี่มาใส่ร้ายเธออีกต่อไป

แกมันไม่ใช่คนยักษ์แท้ๆ ด้วยซ้ำ ! มีสิทธิ์อะไรมาพูดแทนพวกเขา ?!

ด้วยเสียงคำราม เธอก็เหวี่ยงหมัดเหล็กปะทะกับดาบของกิแกนท์ แรงปะทะส่งคลื่นกระแทกไปทั่วอากาศ เกิดเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว แถมยังมีประกายไฟแลบ !

สตรอยเซนมองดูจากวงนอกด้วยสีหน้าขบขันปนโหดเหี้ยม เขาคว้าเศษหินที่ลอยมา ใช้พลังผลคุคุเปลี่ยนเป็นเชอร์รี่กำมือ แล้วเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเพลิดเพลินขณะชมการแสดง

แล้วก็เกิดเสียง เพล้ง ! ดังสนั่น ชาร์ล็อตต์ ลินลิน ใช้มือเปล่าหักดาบเหล็กยักษ์ของกิแกนท์จนแตกละเอียด

เมื่อรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ กิแกนท์ก็หันหลังเตรียมหนีทันที

แต่ชาร์ล็อตต์ ลินลิน ไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ ซุสและโพรมีธีอุสเร่งเครื่องโจมตี ประสานงานรุมกินโต๊ะจากสามทิศทางพร้อมกัน สายฟ้าและเปลวเพลิงถล่มใส่เขาไม่ยั้ง ปิดทางหนีทุกทิศทาง !

การต่อสู้ลุกลามไปทั่วถนนของเกาะบร็อคโคลี่ ทุกที่ที่ลินลินผ่านไป ตึกรามบ้านช่องพังพินาศ จมอยู่ในกองเพลิงและสายฟ้า

สรุปว่าไอ้นักล่าค่าหัวนี่มาจับโจรสลัด หรือพามันมาถล่มเมืองกันแน่ฟะ ?!

เจ้าของกิจการและชาวบ้านร้องโหยหวนด้วยความสิ้นหวัง ทรัพย์สินที่สร้างมาทั้งชีวิตพังยับเยิน บางคนไม่รู้จะไปอธิบายกับ 'ขาใหญ่' (ผู้มีอิทธิพลมืด) ที่หนุนหลังพวกเขายังไงดี

สตรอยเซนวิ่งตามลินลินที่กำลังไล่ล่ากิแกนท์ เห็นความพินาศกับตาตัวเอง การต่อสู้เริ่มจากถนนฝั่งตะวันออก ลามไปจนสุดฝั่งตะวันตก ทิ้งให้เกาะทั้งเกาะจมกองเพลิง

อย่าทำให้ชาร์ล็อตต์ ลินลิน โกรธเด็ดขาด

เห็นความพินาศตรงหน้าแล้ว สตรอยเซนถึงกับเหงื่อกาฬไหลพราก เขานึกถึงสายตาอาฆาตที่เธอเคยมองเขาบางครั้ง... มันเหมือนกับยืนอยู่ปากเหวแห่งความตายชัดๆ !

ที่ชายฝั่งเกาะบร็อคโคลี่

ด้วยความสิ้นหวัง กิแกนท์กระโดดลงทะเลเพื่อหนีตายเป็นครั้งสุดท้าย

ซุสคำรามอย่างเกรี้ยวกราด ยังคงช็อตกระแสไฟลงน้ำ ในขณะที่ชาร์ล็อตต์ ลินลิน เตรียมจะขี่เมฆสายฟ้าไล่ตามเขาไปกลางทะเล

"ลินลิน ! เลิกไล่ได้แล้ว ! ลืมไปแล้วเหรอว่าเรามาทำอะไร ?! เราต้องตามหาบรู๊คนะ !" สตรอยเซนตะโกน รีบวิ่งเข้ามาห้าม

ขืนปล่อยให้เธอออกทะเลไปคนเดียว มีหวังหลงทางกู่ไม่กลับแน่

ที่สำคัญกว่านั้น สตรอยเซนเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี พลังของลินลินมันเกินควบคุมไปแล้ว ถ้าเผ่าคนยักษ์ส่งกองทัพมาล่าเธอจริงๆ เขาจะไม่โดนลูกหลงไปด้วยเหรอ ?!

ลินลินน่ะรอดแน่ แต่เขาน่ะตายชัวร์ ! เขาไม่ใช่นักสู้สายบู๊ ความสามารถของเขาไม่ได้มีไว้เพื่อการนั้น

พอได้ยินคำพูดของสตรอยเซน ดวงตาสีแดงคลั่งของลินลินก็ค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ โพรมีธีอุสหดตัวลงกลายเป็นพระอาทิตย์ดวงจิ๋วหน้าตาน่ารัก เหมือนขนมเค้กสีเหลือง ส่วนซุสก็กลับไปเป็นเมฆขาวดูไม่มีพิษมีภัย

"สตรอยเซน เขาบอกว่าคนยักษ์จะไม่มีวันให้อภัยฉัน ฉันควรทำยังไงดี ?! ฉันอยากเป็นเพื่อนกับพวกเขาจริงๆ นะ !" ลินลินถาม น้ำเสียงเจือความเศร้า

"ไม่ต้องห่วง ! เธอยังมีฉัน... แล้วเดี๋ยวก็จะมีบรู๊คอีกคนไง !" สตรอยเซนปลอบใจ

นั่นเป็นอีกเหตุผลที่เขาอยากจะไปรวมกลุ่มกับโจรสลัดที่แข็งแกร่ง ถ้าพวกคนยักษ์ส่งนักรบมาล่าลินลินจริงๆ เขาจะได้มีทางรอด

จากทะเลไกลๆ ควันดำโขมงลอยขึ้นมาจากเกาะบร็อคโคลี่ เป็นสัญญาณบอกเรือที่อยู่ใกล้เคียงว่าหายนะได้เกิดขึ้นแล้ว

พวกโจรสลัดกลุ่มเล็กๆ พอเห็นความพินาศก็รีบหันหัวเรือหนีทันที ไม่มีใครอยากโดนลูกหลงจากการต่อสู้ของโจรสลัดบ้าคลั่งกับนักล่าค่าหัวหรอก โดยเฉพาะถ้าโจรสลัดคนนั้นคือ ชาร์ล็อตต์ ลินลิน

เหนือฟากฟ้า บนเรืออวกาศทองคำ "เอเรบัส"

"กัปตันบรู๊ค ! สัญญาณหอยทากสื่อสารใกล้เข้ามาแล้วครับ ! เกาะที่มีควันโขมงอยู่ข้างหน้านั่น... ดูเหมือนลูกเรือใหม่ของเราจะอยู่ที่นั่นครับ !" อันโตนิโอรายงาน

หอยทากสื่อสารที่พวกเขาใช้ติดตามลินลินมีความเสถียรขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การสื่อสารแม่นยำกว่าเดิม

เมื่อเห็นว่าระบบติดตามได้ผลดีเยี่ยม บรู๊คจึงปิ๊งไอเดียแผนการกระจายหอยทากสื่อสารรุ่นพิเศษนี้ออกไปให้ทั่วท้องทะเล

แต่ติดปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง : จะเอาหอยทากสื่อสารไปวางไว้บนเรือโจรสลัดกับเรือกองทัพเรือแบบ ‘เนียนๆ’ ได้ยังไง ?

ส่งไปกับนกส่งข่าวนางนวลก็เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ถ้าคนรับดันฆ่าหอยทากสื่อสารทิ้งทันทีที่เห็น ก็เสียของเปล่าๆ

อันโตนิโออุตส่าห์ใช้เวลาเพาะพันธุ์เจ้าพวกนี้มาตั้งนาน จะให้มาตายฟรีๆ ก่อนได้ใช้งานก็น่าเสียดาย แต่จะให้เก็บดองไว้เฉยๆ ก็ไม่ได้เหมือนกัน

บรู๊คครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

บางที... ให้ มัวร์ โทมัส จัดแคมเปญโปรโมทหนังสือพิมพ์ดีไหม ?

แจกรางวัลแบบลอตเตอรี่น่าจะเวิร์ค

แนบตั๋วรันหมายเลขไปกับหนังสือพิมพ์ ใครก็ได้ไม่ว่าจะเป็น—โจรสลัด ทหารเรือ คณะปฏิวัติ—ก็สามารถตัดเก็บไว้ลุ้นรางวัลได้

ประกาศเลขที่ออกในฉบับถัดไป แล้วผู้โชคดีก็เอาตั๋วไปแลกรางวัลกับนกส่งข่าวนางนวลตอนซื้อฉบับหน้า

พอถึงวันที่สาม ผู้โชคดีก็จะได้รับหอยทากสื่อสารส่วนตัว ส่งตรงถึงมือแบบเงียบๆ

บรู๊คยิ้มกว้าง

แผนนี้เฉียบขาด ถึงจะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่อัตราความสำเร็จน่าจะสูง แถมยังอาจช่วยเพิ่มยอดขายหนังสือพิมพ์ ขยายอิทธิพลของสำนักข่าวเศรษฐกิจโลกไปในตัวด้วย !

จบบทที่ EP.42 : ผู้สังหารยักษ์

คัดลอกลิงก์แล้ว