- หน้าแรก
- เกิดใหม่รับวันสิ้นโลก พร้อมมรดก สองพันล้านจากแฟนเก่า
- บทที่ 13: ไม่ต้อนรับคนนอก
บทที่ 13: ไม่ต้อนรับคนนอก
บทที่ 13: ไม่ต้อนรับคนนอก
บทที่ 13: ไม่ต้อนรับคนนอก
【ล้มลุกคลุกคลาน】: ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่สถานการณ์จะดีขึ้น ที่บ้านอาหารแทบไม่เหลือแล้ว ซูเปอร์มาร์เก็ตก็ไม่เปิด ออกไปข้างนอกก็ไม่ได้! ใครพอมีอาหารเหลือแบ่งขายให้ฉันบ้างไหม?
【คนกลัวแสง】: ญาติผู้ใหญ่ที่บ้านมีไข้สูง ใครมียาลดไข้บ้าง?
【อีฟนิ่งพริมโรส】: ฉันยังพอมียาลดไข้เหลืออยู่ @คนกลัวแสง
...
หลี่ฮวนนอนอยู่บนเตียง เลื่อนอ่านข้อความในโทรศัพท์ ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังลั่น
หูของอันอันตั้งชันขึ้นทันที มันจ้องเขม็งไปที่ประตูอย่างระแวดระวัง
หลี่ฮวนกำกริชในมือแน่นพลางเดินไปที่ประตู "ใคร?"
เสียงของจางหนิงดังมาจากด้านนอก "ลูกบ้านหลี่ฮวน ผมจางหนิงเองครับ"
หลี่ฮวนเปิดประตู นอกจากจางหนิงแล้ว ยังมีเด็กสาวอีกสองคนที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกับเธอยืนอยู่ด้วย
"มีธุระอะไร?"
จางหนิงมีสีหน้าลำบากใจ "คืออย่างนี้ครับ หิมะที่ชั้นหนึ่งถล่มลงมาทับหน้าต่างห้องพักเสียหายไปแปดห้อง ทางนิติบุคคลเลยกำลังดูว่าลูกบ้านคนอื่นพอจะช่วยรับคนไปอยู่ด้วยได้ไหม ผมจำได้ว่าคุณอยู่คนเดียว ส่วนน้องสองคนนี้เป็นรูมเมตกัน ผมรู้จักทั้งคู่ครับ เป็นคนนิสัยดี คุณจะได้มีเพื่อนอยู่ด้วยกัน"
เด็กสาวทั้งสองรีบพยักหน้า "พวกเราขอเช่าแค่ห้องเดียวค่ะ ค่าน้ำค่าไฟเราจะช่วยหาร แล้วจ่ายค่าเช่าให้เดือนละ 2,000 หยวน ได้ไหมคะ?"
หลี่ฮวนส่ายหน้า "เสียใจด้วยค่ะ บ้านฉันเพิ่งรีโนเวตเมื่อเดือนกรกฎาคม ตอนนี้ทุบห้องรวมกันจนเหลือแค่ห้องนอนใหญ่ห้องเดียว"
เด็กสาวทั้งสองมีสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด จางหนิงถอนหายใจ "งั้นก็ได้ครับ เดี๋ยวผมพาพวกเธอขึ้นไปถามชั้นบนดู"
หลี่ฮวนปิดประตูลง แล้วส่ายหน้าเบาๆ เธอไม่เหมาะที่จะใช้ชีวิตร่วมกับใคร ต่อให้ตอนนี้พวกเธอจะดูเป็นคนดี แต่จิตใจมนุษย์นั้นยากแท้หยั่งถึง เธอไม่อยากชักศึกเข้าบ้าน
จางหนิงพาเด็กสาวทั้งสองขึ้นไปที่ชั้น 25 ซึ่งมีคู่ตายายคู่หนึ่งรับพวกเธอไว้ เด็กสาวทั้งสองกล่าวขอบคุณจางหนิงและตายาย ก่อนจะเริ่มขนย้ายเสบียงจากห้องเดิมขึ้นมา
เมื่อถึงชั้น 20 ป้าจ้าวกำลังยืนกดลิฟต์ซ้ำๆ แต่ไม่ยอมเข้าไป พอเห็นเด็กสาวสองคนหอบหิ้วถุงเสบียงใบใหญ่หลายใบ สีหน้าของแกก็บูดบึ้งขึ้นมาทันที เมื่อป้าจ้าวพยายามจะแทรกตัวเข้ามา จางหนิงก็กันร่างแกออกจากลิฟต์อย่างแนบเนียน "ป้าจ้าวครับ รอเที่ยวถัดไปนะครับ เที่ยวนี้คนเต็มแล้ว"
ริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณกรามของป้าจ้าวห้อยย้อยลงมา ทำให้ดวงตาของแกดูรีแหลมเหมือนรูปสามเหลี่ยม ส่งผลให้ใบหน้าดูร้ายกาจ แกแค่นเสียง 'เฮอะ' อย่างเย็นชา
เมื่อประตูลิฟต์ปิดลง จางหนิงก็หันไปเตือนเด็กสาวทั้งสองว่า "อยู่ให้ห่างยายแก่นั่นไว้ แกเป็นตัวปัญหา"
เด็กสาวทั้งสองมองจางหนิงด้วยความซาบซึ้งใจและกล่าวว่า "ขอบคุณค่ะพี่จาง"
ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ หิมะสะสมหนาถึงเจ็ดแปดเมตร อุณหภูมิภายนอกดิ่งลงไปแตะลบ 28 องศาเซลเซียส ขีดจำกัดความอดทนของมนุษย์ใกล้จะถึงจุดแตกหัก มีคนชราหนาวตายในตึกไปสามราย เนื่องจากการคมนาคมเป็นอัมพาต ญาติจึงต้องเก็บศพไว้เองชั่วคราว โชคดีที่อากาศหนาวจัดทำให้ไม่มีกลิ่นเน่าเหม็น แต่บรรยากาศทั่วทั้งตึกกลับเต็มไปด้วยความกดดันและหดหู่
ในช่วงค่ำ หน้าต่างชั้นสองก็ทนแรงดันไม่ไหวพังถล่มลงมา หิมะทะลักเข้ามาในห้องจนไม่สามารถกวาดออกได้ทัน แม้จะเตรียมการรับมือไว้บ้างแล้ว แต่ครอบครัวสามครัวเรือนก็ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้อีกต่อไป
คราวนี้ เจ้าหน้าที่นิติบุคคลแซ่หวังเป็นคนมาเคาะประตูห้องหลี่ฮวน เมื่อหลี่ฮวนเปิดประตู ก็พบผู้จัดการหวังหลินและคู่สามีภรรยาอีกคู่หนึ่ง ยืนชะเง้อมองเข้ามาในห้องตั้งแต่ยังไม่ได้ก้าวเข้ามา เมื่อเห็นสภาพห้องที่ค่อนข้างสะอาดเรียบร้อย พวกเขาก็พยักหน้าให้กัน
"ผู้จัดการหวัง พวกเราจะอยู่ที่นี่แหละ"
หวังหลินมองหลี่ฮวนด้วยท่าทางเหมือนกำลังออกคำสั่ง "คุณคือหลี่ฮวนใช่ไหม? เคลียร์ห้องสักห้องให้สองคนนี้ย้ายเข้ามาอยู่ด้วย หน้าต่างชั้นสองพังหมดแล้ว เราต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้"
พูดจบ เขาก็ทำท่าจะผลักประตูเดินเข้ามาดื้อๆ
หลี่ฮวนมองเขาด้วยสายตาเย็นชา "บ้านพวกเขานอนไม่ได้ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน?"
สีหน้าของหวังหลินดำคล้ำลงทันที นิติบุคคลเคยชินกับการจัดระเบียบและสั่งการในช่วงภัยพิบัตินี้ พอมาเจอคนที่ไม่ให้ความร่วมมือแบบนี้ หวังหลินจึงรู้สึกเสียหน้าอย่างแรง
"อะไรกัน! นี่มันเวลาไหนแล้ว! การช่วยเหลือกันมันควรเป็นเรื่องจิตอาสาไม่ใช่เหรอ! คุณเป็นอะไรของคุณ! ทำไมถึงแล้งน้ำใจแบบนี้!"
คู่สามีภรรยาด้านหลังรีบพูดแทรกขึ้นมา แย่งกันพูดจนลิ้นพันกัน
"ใช่จ้ะแม่หนู สงสารพวกเราเถอะนะ"
"เรามีอาหารมาเอง ไม่กินของหนูหรอก จบเรื่องภัยพิบัติแล้วเดี๋ยวเราย้ายกลับลงไป ไม่ต้องห่วง!"
"แม่หนูอยู่คนเดียวมันไม่ปลอดภัยหรอก มีพวกเราอยู่ด้วยอีกสองคนจะได้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา เกิดอะไรขึ้นจะได้ช่วยเหลือกันไง"
หลี่ฮวนหัวเราะเย็น "ไม่จำเป็น"
"ปัง!"
เธอปิดประตูกระแทกใส่หน้าพวกเขาอย่างแรงจนเกือบจะฟาดจมูกหวังหลิน!
"บ้าเอ๊ย! นังเด็กเปรต!"
ทั้งสามคนยืนด่าทอเสียงดังอยู่หน้าห้องพักใหญ่ก่อนจะยอมล่าถอยไปในที่สุด
หลี่ฮวนฟังเสียงความวุ่นวายภายนอก แววตาเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมอำมหิตปนเย้ยหยัน มันเป็นความรู้สึกเหมือนอยากจะระเบิดอารมณ์ออกมาแต่ต้องข่มกลั้นเอาไว้สุดกำลัง คนที่ใช้ชีวิตผ่านวันสิ้นโลกมาสิบปี จะมีจิตใจปกติได้อย่างไร?
เธอขยี้หัวเจ้าอันอันเพื่อระบายอารมณ์จนขนบนหัวมันยุ่งเหยิงไปหมด ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา "แม่งเอ๊ย! อยากจะเป่าสมองไอ้โง่สามตัวนั่นชะมัด!"
อันอันในสภาพขนยุ่งเหยิงมองหลี่ฮวนด้วยความงุนงงปนตัดพ้อ: 'หมาทำอะไรผิด? มาทำขนหมาเสียทรงหมด!'
มันสะบัดตูดหันหลังให้หลี่ฮวนทันที
หลี่ฮวนมองบั้นท้ายใหญ่ๆ ตรงหน้า แล้วใช้เท้าเขี่ยเบาๆ แต่อันอันก็ยังทำเมิน
ด้วยความจนใจ เธอนวดขมับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหยิบกระดูกวัวออกมาโยนให้อันอัน ถึงจะทำให้มันหายงอนได้
เมื่อเห็นท่าทางประจบสอพลอของอันอันแล้ว ช่างแตกต่างจาก "เจ้าอัปลักษณ์" ผู้ทรนงและไม่ยอมก้มหัวให้ใครในชาติก่อนอย่างสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม หลี่ฮวนสังเกตเห็นว่าสัตว์ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้เร็วกว่ามนุษย์มาก อุ้งเท้าของอันอันหนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เล็บที่ซ่อนอยู่มีลักษณะคล้ายตะขอเกี่ยว เมื่อเธอลองทดสอบกับชิ้นเนื้อวัว มันก็ฉีกกระชากขาดได้อย่างง่ายดาย ขนของมันยาวและหนาขึ้นกว่าเดิม แถมยังมีขนอ่อนนุ่มๆ งอกขึ้นมาปกคลุมบริเวณท้อง ร่างกายของมันก็โตขึ้นราวๆ 20 เซนติเมตรภายในเวลาแค่สองสัปดาห์
เธอหยิบมะเขือเทศสองลูกและไข่ไกสองฟองออกมาจากมิติ แล้วหุงข้าวด้วยหม้อหุงข้าว
หลี่ฮวนไม่เคยมีพรสวรรค์ในการทำอาหาร อาหารที่เธอทำรสชาติแค่พอ "กันตาย" เท่านั้น แต่หลี่ฮวนก็ไม่ได้ใส่ใจ สำหรับคนที่เคยเคี้ยวเปลือกไม้ประทังชีวิตในชาติก่อนมาแล้ว การได้กินข้าวสวยร้อนๆ ก็นับเป็นอาหารเลิศรสแล้ว
เธอเปิดคลิปสอนทำอาหารดู ขั้นแรกตอกไข่... มีเปลือกไข่ตกลงไปชิ้นหนึ่ง... ไม่เป็นไร ใช้ตะเกียบคีบออก จากนั้นใส่น้ำมันในปริมาณที่เหมาะสมลงในกระทะ 'ปริมาณที่เหมาะสม' คือเท่าไหร่? ดูจากในคลิป หลี่ฮวนกะเอาว่าน่าจะประมาณ 10 มิลลิลิตร เธอเลยเทลงไป 10 มิลลิลิตร แล้วผัดให้ทั่ว เมื่อในคลิปพลิกไข่ หลี่ฮวนก็พลิกตาม จากนั้นตักไข่ออก ใส่มะเขือเทศหั่นเต๋าลงไปผัด แล้วเอาไข่ใส่กลับลงไป ผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือในปริมาณที่เหมาะสม... 'ปริมาณที่เหมาะสม' อีกแล้ว? เธอดูคลิปย้อนไปมาสามรอบ เดาว่าน่าจะใส่สัก 3 กรัม หลี่ฮวนเลยใส่ไป 3 กรัม แม้สุดท้ายมันจะไหม้นิดหน่อยก็เถอะ
เธอตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่ชามให้ตัวเอง ส่วนที่เหลือก็คลุกกับอาหารเม็ดให้เจ้าอันอัน