- หน้าแรก
- เกิดใหม่รับวันสิ้นโลก พร้อมมรดก สองพันล้านจากแฟนเก่า
- บทที่ 10 : หิมะหนักปิดกั้นเส้นทาง
บทที่ 10 : หิมะหนักปิดกั้นเส้นทาง
บทที่ 10 : หิมะหนักปิดกั้นเส้นทาง
บทที่ 10 : หิมะหนักปิดกั้นเส้นทาง
ในวันที่สี่ หลี่ฮวนเดินทางไปยังร้านขายเมล็ดพันธุ์ เธอเหมาซื้อเมล็ดพันธุ์ผักและผลไม้มาจำนวนมาก และเมื่อเหลือบไปเห็นร้านข้างๆ ขายเมล็ดสมุนไพรจีน เธอจึงตัดสินใจเหมาหมดเกลี้ยงเช่นกัน ระหว่างที่เถ้าแก่และพนักงานของทั้งสองร้านกำลังง่วนอยู่กับการแพ็กของ หลี่ฮวนก็ถือโอกาสไปกว้านซื้อสินค้าจากร้านยาจีนในละแวกใกล้เคียงจนเกลี้ยงสต็อก โดยอ้างว่าจะนำไปส่งออกต่างประเทศ
วันที่ห้า หลี่ฮวนจ้างนักจัดซื้อมืออาชีพ พร้อมมอบรายการสินค้าที่ต้องการให้เขาไปดำเนินการ ได้แก่ หม้อไฟพกพาแบบต่างๆ เครื่องปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมถึงขนมขบเคี้ยวและอาหารฟาสต์ฟู้ดนานาชนิด สินค้าที่จัดซื้อมาได้ถูกกระจายไปเก็บไว้ในโกดังหลายแห่ง หลังจากโอนเงิน 30 ล้านหยวนให้ตัวแทนจัดซื้อ หลี่ฮวนก็ขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้าสู่เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน
ทันทีที่มาถึงทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ หลี่ฮวนจ้างคนท้องถิ่นผ่านออนไลน์ให้มาเป็นไกด์นำทาง เธอเช่าโกดังในพื้นที่และเริ่มกว้านซื้อเนื้อสัตว์ต่างๆ กว่า 20 ตัน ทั้งเนื้อวัว เนื้อแพะ เนื้อหมู เนื้อม้า ไก่ เป็ด และอื่นๆ โดยระบุเงื่อนไขว่าต้องเป็นเนื้อที่ชำแหละและตัดแต่งเรียบร้อยแล้ว กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาครึ่งเดือน จากนั้นเธอก็มุ่งหน้าต่อไปยัง 'อู่ข้าวอู่น้ำ' แห่งสามมณฑลตะวันออกเฉียงเหนือ
เนื่องจากสินค้าต่างประเทศหลายอย่างขาดตลาดหรือไม่ครบครัน หลี่ฮวนจึงตัดสินใจกลับมาซื้อของในประเทศแทน เธอสั่งซื้อข้าวสาร 100 ตัน แป้งสาลี 100 ตัน ถั่วแดง 10 ตัน ถั่วเขียว 10 ตัน ข้าวไรซ์เบอร์รี่ 10 ตัน... หลังจากไตร่ตรองดูแล้ว เธอก็เดินทางต่อไปยังซินเจียง เพื่อเหมาซื้อผลไม้ขึ้นชื่อของที่นั่นชนิดละ 10 ตัน จากนั้นก็ตระเวนไปตามตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ในหลายเมือง เพื่อจัดหาอุปกรณ์จำเป็นต่างๆ อย่างเช่นแผงโซลาร์เซลล์ให้ครบครัน
หนึ่งเดือนต่อมา หลี่ฮวนที่ผิวคล้ำขึ้นกว่าเดิมเดินทางกลับมาถึงจี๋ซื่อพร้อมกับ 'อันอัน' ที่ตัวโตขึ้นผิดหูผิดตา เธอรู้สึกหมดเรี่ยวแรงอย่างถึงที่สุด เพราะต้องทำงานแข่งกับเวลาแบบไม่ได้หยุดพัก แถมยังต้องคอยระแวดระวังไม่ให้ใครล่วงรู้ความลับเรื่องมิติพิเศษ จนอาจถูกมองว่าเป็นตัวประหลาด
เมื่อแผนการดำเนินไปได้ร้อยละ 90 เวลาก็ล่วงเลยไปสามเดือน หลี่ฮวนมองดูยอดเงินคงเหลือ 300 ล้านหยวนในบัญชี เธอเก็บเงินสดไว้เพียง 10 ล้านหยวน ส่วนที่เหลือเปลี่ยนเป็นทองคำทั้งหมด เพราะตั้งแต่โบราณกาล ทองคำคือสกุลเงินที่มั่นคงที่สุด
เช้าตรู่วันที่ 1 กันยายน ปี 2023 หลี่ฮวนนอนกอดอันอันที่โตพ้นวัยเด็กแล้วหลับไปพร้อมรอยยิ้ม ในเวลาเดียวกันนั้น สัญญาณเตือนภัยเร่งด่วนถูกส่งไปยังสำนักข่าวกรองกลาง จาก IP Address กว่า 200 แห่ง ที่กระจายตัวอยู่ตามสถานที่และเวลาที่แตกต่างกันในกว่า 20 มณฑล รวมถึงซินเจียง มองโกเลียใน และสามมณฑลตะวันออกเฉียงเหนือ
เวลาตีสามของคืนนั้น รัฐบาลกลางเรียกประชุมฉุกเฉินและประกาศเริ่มแผนจัดการและควบคุมเสบียงอาหารแบบรวมศูนย์ในวันรุ่งขึ้น
เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า หลี่ฮวนซุกหน้าลงกับพุงนุ่มๆ ของอันอันแล้วเอ่ยถาม "อันอัน แกก็สนับสนุนฉันใช่ไหม?"
หลี่ฮวนคิดว่าการที่เธอเร่งรวบรวมเสบียงอย่างบ้าคลั่งก็เพื่อซื้อเวลาสำหรับการส่งคำเตือนระดับชาติ เหตุผลที่เธอเลือกส่งเมื่อวานตอนเช้า เพราะคืนนั้นเวลาตีหนึ่งจะมีปรากฏการณ์ฝนดาวตกนาน 10 นาที ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาไม่ได้คาดการณ์หรือประกาศล่วงหน้า มันเกิดขึ้นอย่างกะทันหันและงดงามตระการตา
ส่วนเรื่องที่ว่าเธอจะตกอยู่ในอันตรายหรือไม่ หลี่ฮวนคิดว่าไม่น่ามีปัญหา อย่างแรกคือเธอได้ลบร่องรอยทุกอย่างที่อาจสาวมาถึงตัวทิ้งไปหมดแล้ว ต่อให้ทางการอยากใช้ Big Data ตรวจสอบทีละจุดก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ปรู๊ดปร๊าด และเวลาที่เหลืออยู่ก็น้อยเต็มที หลี่ฮวนเดาว่าพวกเขาคงไม่มีเวลามานั่งสืบหาที่มาของจดหมายเตือนภัยฉบับนั้น
อาศัยความทรงจำจากชาติก่อน หลี่ฮวนเขียนระบุช่วงเวลาและลักษณะของภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น รวมถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะตามมา รายละเอียดบางอย่างอาจเลือนราง แต่เธอยังจำไทม์ไลน์คร่าวๆ ได้ สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือช่วงสามเดือนก่อนวันสิ้นโลก ทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นโดยไร้สัญญาณเตือน ทั้งฤดูใบไม้ร่วงที่ร้อนผิดปกติ ลูกเห็บขนาดเท่าก้อนหินที่ตกลงมากะทันหัน การสั่นสะเทือนของแผ่นเปลือกโลกยูเรเชีย และคำเตือนเรื่องภูเขาไฟระเบิด ทุกอย่างล้วนมีเค้าลางมาก่อนทั้งสิ้น
ในชาติก่อน รัฐบาลมักจะเป็นด่านหน้าในการควบคุมสถานการณ์เสมอ แต่ทว่า... พอพัฒนาชุดกันหนาวสำเร็จ โลกก็เข้าสู่สภาวะร้อนจัด พอวิจัยพันธุ์ข้าวตัดต่อพันธุกรรมที่ให้ผลผลิตสูงได้ โลกก็เข้าสู่ยุครัตติกาลนิรันดร์ พวกเขาทำได้แค่รับมือกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นแล้ว และก้าวตามหลังสถานการณ์อยู่หนึ่งก้าวเสมอ ครั้งนี้หลี่ฮวนจึงอยากรู้ว่า หากมีการแจ้งเตือนล่วงหน้า มนุษยชาติจะสามารถมีชีวิตรอดได้จริงๆ หรือจะเป็นเพียงแค่ซากศพเดินดินเหมือนเดิม?
หลังจากหลี่ฮวนเก็บกวาดของในโกดังจนเกลี้ยงและจ่ายค่าแรงให้คนงาน ทุกคนก็เลิกงานกลับบ้านอย่างมีความสุข ส่วนหลี่ฮวนก็ใช้เวลาแต่ละวันไปกับการพาอันอันตะลอนไปทั่ว เห็นอะไรก็ซื้อเก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อย
เดือนตุลาคม รัฐบาลประกาศเตือนภัยเรื่องสภาพอากาศหนาวเย็นผิดปกติในปีนี้ แจ้งเตือนไปทั่วโลก เดือนพฤศจิกายน มีการประกาศเตือนภัยเกี่ยวกับยุคน้ำแข็งน้อย (Little Ice Age) และในเดือนธันวาคม ก็มีประกาศเตือนภัยพายุหิมะตกหนักอย่างแม่นยำ
ในโลกออนไลน์เริ่มมีกระทู้แนะนำวิธีเอาตัวรอดในวันสิ้นโลกติดเทรนด์คำค้นหายอดนิยม ข้อดีของนิสัยรักการออมของชาวหัวกั๋วเริ่มเห็นผลชัดเจน ผู้คนเริ่มตื่นตระหนกและแห่กักตุนสินค้า ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นเงิน 200,000 หยวนที่เหลือในบัญชี หลี่ฮวนก็พาอันอันเข้าร่วมมหกรรมกว้านซื้ออาหารกับฝูงชนทันที ราคาผักและผลไม้พุ่งขึ้นไปห้าเท่า ธัญพืชต่างๆ ขึ้นราคาไปสามเท่า ส่วนสินค้าอื่นๆ ก็ขยับขึ้น 1.5 ถึง 2 เท่า นี่ขนาดรัฐบาลเข้ามาควบคุมราคาแล้วนะ
วันที่ 18 ธันวาคม หลี่ฮวนยืนถือแก้วชานมอยู่ที่ระเบียง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยขณะมองท้องฟ้าเบื้องนอก อันอันนั่งยองๆ อยู่ข้างกายอย่างว่าง่าย กัดแทะกระดูกชิ้นโตอย่างเพลิดเพลิน
หิมะตกแล้ว... วันสิ้นโลกได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
หลี่ฮวนมองดูพื้นที่ในมิติที่เต็มไปถึงสองในสามส่วน แล้วก็รู้สึกอุ่นใจ เธอลูบหัวขนาดใหญ่ของอันอันพลางคิดในใจว่า 'ชาตินี้ฉันคงไม่ถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัวหรอกนะ?'
ซู้ดดด เธอดูดไข่มุกเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ
ข้อความเตือนภัยสภาพอากาศเด้งขึ้นบนหน้าจอมือถือรัวๆ: ยุคน้ำแข็งน้อยกำลังมาเยือน จะเกิดความหนาวเย็นจัดและหิมะตกหนักต่อเนื่องอย่างน้อยสามเดือน โปรดเตรียมตัวรับมือล่วงหน้า
หิมะโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน วันรุ่งขึ้น นิติบุคคลอาคารชุดได้ส่งประกาศเข้ากลุ่มเจ้าของห้อง ขอความร่วมมือให้แต่ละครัวเรือนส่งตัวแทนออกมาช่วยกันกวาดหิมะ
พนักงานออฟฟิศบางคนยังนอนอืดอยู่บนเตียง ไม่อยากจะลุกไปไหน ในที่สุดก็ได้หยุดพักผ่อนยาวๆ แถมที่บ้านก็ตุนเสบียงไว้เพียบ ใครจะอยากลุกออกจากเตียงอุ่นๆ กันล่ะ?
เนื่องจากครั้งนี้รัฐบาลมีการแจ้งเตือนทันท่วงทีและวางแผนรับมือไว้ล่วงหน้า ประชาชนชาวหัวกั๋วที่เตรียมตัวมาดีจึงรู้สึกเบาใจขึ้นมาก
หลี่ฮวนพาอันอันลงไปข้างล่างเพื่อช่วยกวาดหิมะ ขณะที่เธอจูงสายจูงรอลิฟต์ลงมา ก็มีคนอื่นลงมาพร้อมกัน
อันอันในตอนนี้ไม่ใช่เจ้าอ้วนกลมในอดีตอีกต่อไป มันกลายเป็นสุนัขที่ดูสง่างามราวกับผ่านการบำเพ็ญเพียร ตัวยาวร่วมเมตร ปกติแล้วสุนัขพันทางยิ่งโตจะยิ่งดูขี้เหร่ แต่อันอันกลับไม่เป็นเช่นนั้น มันดูเพรียว ปราดเปรียว เต็มไปด้วยมัดกล้ามและทรงพลัง
มีแต่หลี่ฮวนเท่านั้นที่รู้ว่า ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูดีมีชาติตระกูลนี้ เนื้อแท้มันเป็นหมาจอมกวนขนาดไหน
"ว้าย! หมาตัวเบ้อเริ่มเลย!" หญิงวัยกลางคนสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นอันอัน หลานชายในอ้อมกอดของนางแผดเสียงร้องจ้าด้วยความตกใจทันที
"แง้! ยายจ๋า หนูลัว! หนูลัว!"
ผู้หญิงคนนี้คือป้าจ้าวจากชั้น 20 ซึ่งในความทรงจำของหลี่ฮวน ป้าแกถือเป็น 'มนุษย์ป้าตัวตึง' คนหนึ่งเลยทีเดียว
เมื่อป้าจ้าวเห็นหลานรักร้องไห้จ้าเพราะความกลัว สีหน้าของนางก็บูดบึ้งทันควัน "นังหนู! นี่มันหมายความว่ายังไง! เลี้ยงหมาตัวใหญ่ขนาดนี้ในชุมชนได้ยังไงฮะ!"