เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 - การจ้องมองจากห้วงลึก

บทที่ 1 - การจ้องมองจากห้วงลึก

บทที่ 1 - การจ้องมองจากห้วงลึก


บทที่ 1 - การจ้องมองจากห้วงลึก

แสงแดดสีทองสาดส่องลงบนโต๊ะ เงาหน้าต่างทอดตัวไหวระริกตามแรงลม เสียงพลิกหน้ากระดาษดังแผ่วเบาในความเงียบ

[เจ้าได้จ้องมองสิ่งต้องห้าม]

[เงื่อนไขการตรวจสอบ ‘ค่าเทวภาพ’ ทำงาน ค่าต่ำสุดที่ต้องการคือ ‘10’ ค่าเทวภาพของเจ้าคือ ‘12’...]

[ตรวจสอบผ่าน ยกเว้นการปนเปื้อนทางจิตในครั้งนี้]

...

เด็กหนุ่มนามว่า ‘หลัวซิว’ หรือหากจะกล่าวให้ชัดเจนกว่านั้นคือนักบวชฝึกหัดเพียงหนึ่งเดียวของวิหารแห่งแสงประจำตำบลเฉินซีในยามนี้ เขากำลังพลิกดูหนังสือปกสีดำลวดลายโบราณที่แผ่กลิ่นอายไม่น่าไว้ใจออกมา

“ขออีกหน้า แค่หน้าเดียว...”

หลัวซิวพึมพำออกมาแทบจะโดยไม่รู้ตัว ด้วยแรงดึงดูดบางอย่างในขณะที่กำลังจะพลิกเปิดหน้าต่อไป

ทว่าสัญญาณเตือนภัยในใจของหลัวซิวกลับดังลั่นขึ้นมาเสียก่อน

เขาได้สติกลับมาทันควัน เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผาก เมื่อยกมือขึ้นปาดเช็ดก็สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบ

“อันตรายจริงๆ เกือบไปแล้ว...”

หลัวซิวหอบหายใจอย่างหวาดหวั่น เสียงหัวใจเต้นรัวแรงราวกับกลองศึกดังก้องอยู่ในหู

สิ่งที่นักบวชหนุ่มผู้นี้กำลังเปิดอ่านคือหนังสือต้องห้ามที่มีนามว่า ‘คัมภีร์ห้วงลึก’

หลัวซิวตระหนักดีว่าในฐานะ ‘นักบวช’ เขาไม่ควรริอ่านสอดรู้สิ่งที่มาจาก ‘ห้วงลึก’ เช่นนี้เลย

แต่ในขณะเดียวกัน หลัวซิวก็รู้ซึ้งถึงความจริงอีกข้อหนึ่งเป็นอย่างดี

...ว่าอีกไม่นาน ตนเองกำลังจะถูกไล่ล่าสังหารอย่างบ้าคลั่งจากลัทธิชั่วร้ายที่มีชื่อว่า ‘ภาคีโลหิตหนาม’

และเจ้า ‘คัมภีร์ห้วงลึก’ ในมือเล่มนี้ แม้จะเป็นสิ่งต้องห้าม แต่มันก็เป็นอาวุธและหนทางรอดที่พึ่งพาได้มากที่สุด!

“ชิ ยังดีที่เคยเห็นเนื้อเรื่องส่วนนี้มาก่อน...”

หลัวซิวขยี้ขมับที่ปวดตุบๆ ใบหน้าฉายแววซับซ้อน

เบื้องหลังสถานะ ‘นักบวช’ นั้น แท้จริงแล้วหลัวซิวคือผู้ที่ข้ามมิติมา

เขาเพิ่งจะมาถึงโลกใบนี้ได้ไม่นาน

...

ครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้

ณ โลกเทียนฉี่ ทวีปฟาโนล

ภายในจักรวรรดิโนแลน ตำบลเฉินซี ณ วิหารแห่งแสง

หลัวซิวตื่นขึ้นมาหน้าโต๊ะที่เต็มไปด้วยกองหนังสือ

สมองของเขาหนักอึ้ง สีหน้ามึนงงขณะพยายามรื้อฟื้นความทรงจำก่อนหน้านี้

หลัวซิวจำได้ลางๆ ว่าเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เขาเพิ่งจะพาดูดในเกม ‘เส้นทางสู่เทพ’ บุกทะลวงห้วงลึกทั้งเจ็ดชั้นจนราบคาบ และกลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่สังหารบอสระดับโลกอย่าง ‘มังกรหายนะแห่งห้วงลึก’ ได้สำเร็จ

แต่ทว่าในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่ตำหนักบาปและเตรียมจะกดรับรางวัลลิมิเต็ดประจำแพตช์อย่าง ‘คัมภีร์ห้วงลึก’ อยู่นั้น...

สติของเขาก็พลันดำดิ่งสู่ความโกลาหลและหลับใหลไปอย่างไม่อาจควบคุม...

พอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ก็มาอยู่ที่นี่เสียแล้ว

‘ข้าเป็นใคร ข้าอยู่ที่ไหน แล้วข้ากำลังทำอะไรอยู่...’

‘หรือว่าข้าจะทะลุมิติมาแล้ว...’

หลัวซิวเอามือกุมหน้าผาก ความคิดไร้สาระทว่าดูสมจริงผุดขึ้นมาในหัวมากมาย

สิ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าหลัวซิวพร้อมกันนั้นยังมีหน้าต่างสถานะเกม ‘เส้นทางสู่เทพ’ ที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี

แต่นี่ไม่ใช่การเล่นเกมอย่างแน่นอน...

หลัวซิวชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะลองหยิกแก้มตัวเองอย่างแรง ความเจ็บปวดจากการที่ผิวหนังถูกดึงรั้งส่งผ่านมาอย่างชัดเจน

...หลัวซิวเริ่มตระหนักได้อย่างเลือนรางว่าตนเองอาจจะ หรือบางทีคงจะทะลุมิติมาแล้วจริงๆ

และเขาได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในโลกของเกม ‘เส้นทางสู่เทพ’!

“...”

หลัวซิวขยี้ขมับด้วยความรู้สึกปวดหัวตึบ

“...โหลดเซฟกลับไปได้ไหมเนี่ย?”

“มีบั๊กแล้วเห้ย?! ทีมงานได้ยินไหม? ฮัลโหลๆ?”

ด้วยความหวังอันน้อยนิด หลัวซิวพยายามเรียกหน้าต่างระบบเกมขึ้นมา

แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้น หน้าต่างระบบโปร่งใสปรากฏอยู่เบื้องหน้า

[แด่นักเดินทางจากต่างแดน...]

[ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่ง ‘เส้นทางสู่เทพ’...]

[...] (...)

[ตั้งค่าเกม] (ปุ่มสีเทา ขีดฆ่า)

[ออกจากเกม] (ปุ่มสีเทา ขีดฆ่า)

[รายชื่อผู้พัฒนา] (ปุ่มสีเทา ขีดฆ่า)

“...”

บัดซบ

“...ไอ้เวรเอ๊ย! มีแค่ข้าคนเดียวรึไงที่โดนดึงเข้ามาแบบซอร์ดอาร์ตออนไลน์เนี่ย?”

เมื่อแน่ใจแล้วว่าตนเองทะลุมิติมาจริง ไม่ใช่การล็อกอินเข้ามาในฐานะ ‘ผู้เล่น’ เหมือนชาติก่อน แม้แต่หลัวซิวที่เป็นผู้เล่นระดับเทพก็ยังอดรู้สึกหวาดหวั่นและสับสนไม่ได้

“สรุปแล้วตอนนี้ข้าเป็นผู้เล่น หรือว่าเป็น NPC กันแน่...”

“NPC ในชาติก่อนถ้าถูกฆ่าก็ตายจริงนะเว้ย...”

ความกังวลสารพัดถาโถมเข้ามาในจิตใจ ผ่านไปครู่ใหญ่หลัวซิวจึงยอมรับความจริงได้ในที่สุด

เขาอยากกลับโลกเดิม

แต่ดูทรงแล้วคงจะกลับไปไม่ได้ในเร็ววันนี้...

แม้จะคุ้นเคยกับโลกเกมนี้เป็นอย่างดี แต่พอต้องมาเจอกับพล็อต ‘ทะลุมิติ’ เหมือนในนิยายเข้ากับตัวจริงๆ ความรู้สึกจุกแน่นในอกก็ตีตื้นขึ้นมา

หลัวซิวพยายามกดเรื่อง ‘กลับบ้าน’ เอาไว้ในใจก่อน แล้วรีบปรับอารมณ์ให้เข้าที่

‘ลองสังเกตการณ์ดูก่อนดีกว่า’ หลัวซิวคิดในใจ

โชคยังดีที่หน้าต่างสถานะผู้เล่นยังอยู่ ไอคอนจดหมายที่มุมขวาบนกะพริบแจ้งเตือนจุดแดง หลัวซิวจึงกดเข้าไปดูตามความเคยชิน

แสงสว่างวาบขึ้นพร้อมกับหน้าต่างสีฟ้าอ่อน

[ตรวจพบไอเทมรางวัลที่ยังไม่ได้รับ ต้องการรับหรือไม่? — ตกลง/ยกเลิก]

“...ตกลง?”

หลัวซิวตอบรับในใจอย่างงุนงง

[กำลังดำเนินการรับของรางวัล...]

[ได้รับ ‘คัมภีร์ห้วงลึก’ สำเร็จ]

หนังสือโบราณเล่มหนาสีดำสนิท หน้าปกมีลวดลายสีม่วงเข้มวิจิตรบรรจงไหลเวียนราวกับมีชีวิต ปรากฏขึ้นในมือของหลัวซิว

“...คัมภีร์ห้วงลึก?!”

ดวงตาของหลัวซิวเบิกกว้างเป็นประกาย!

นี่คือรางวัลลิมิเต็ดที่เขาเตรียมจะกดรับใน ‘ตำหนักบาป’ ก่อนหน้านี้!

“นี่ถือเป็นสวัสดิการสำหรับผู้ข้ามมิติสินะ...”

พอนึกย้อนกลับไป ตอนที่กำลังจะรับรางวัลในตำหนักบาปเขายังไม่ทันได้กดยืนยันก็ทะลุมิติมาเสียก่อน ไอเทมที่ค้างสถานะอยู่คงถูกระบบดึงเข้ากล่องจดหมายอัตโนมัติ กลายเป็นจุดแดงแจ้งเตือนว่า ‘รอรับ’ สินะ...

แม้นิสัยเห็นจุดแดงแล้วต้องกดจะเคยทำให้เขาพลาดเสียเงินไปหลายรอบ แต่ครั้งนี้หลัวซิวกลับน้อมรับของขวัญจากกล่องจดหมายด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง

เยี่ยมไปเลย! หลัวซิวคิดพลางยิ้มกริ่ม

สำหรับ ‘คัมภีร์ห้วงลึก’ ที่เพิ่งได้มานี้ ในฐานะผู้เล่นระดับฮาร์ดคอร์ของเกม ‘เส้นทางสู่เทพ’ หลัวซิวจำข้อมูลที่ทางผู้พัฒนาปล่อยออกมาเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ได้แม่นยำ

...มันคือไอเทมระดับรังสรรค์โลกที่บันทึกองค์ความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับวิถีแห่ง ‘ห้วงลึก’ เอาไว้อย่างครบถ้วน และมีเพียงเล่มเดียวในเซิร์ฟเวอร์!

...ตามเนื้อเรื่องในเกม มันคือหนึ่งในจุดกำเนิดพลังของโลกเหนือธรรมชาติใบนี้ และเป็นต้นฉบับของศาสตร์แห่งห้วงลึกทั้งมวล!

ตัวเขาในชาติก่อน หรือจะพูดให้ถูกคือเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ต้องทุ่มทุนมหาศาลจ้างปาร์ตี้ผู้เล่นเลเวลตันมายกทีม เพื่อล่าสังหาร ‘มังกรหายนะแห่งห้วงลึก’ จนสำเร็จเป็นกลุ่มแรก

การฆ่าบอสตัวนี้ได้เป็นเงื่อนไขแรกในการครอบครอง ‘หนังสือห้วงลึก’ ทำให้หลัวซิวได้รับสิทธิ์เข้าสู่ ‘ตำหนักบาป’ เพื่อรับไอเทมระดับตำนานเล่มนี้

เดิมทีหลัวซิววางแผนไว้หมดแล้วว่าพอได้หนังสือมา จะต้องมีทั้งผู้เล่นและ NPC แห่กันมาแย่งชิงแน่นอน เขาจึงเตรียมกลยุทธ์ป้องกันเมืองและวางกับดักซุ่มโจมตีไว้เพียบ

แต่ใครจะไปนึกว่า... พ่อเจ้าประคุณรุนช่อง ดันทะลุมิติมาเสียก่อน...

นั่นหมายความว่าเขาจะไม่มีคู่แข่งใดๆ อีกต่อไป เขาจะได้ครอบครอง ‘คัมภีร์ห้วงลึก’ เล่มนี้แต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ต้องระแวงว่าจะมีใครมาแย่งชิงไปในระยะนี้!

มุมปากของหลัวซิวหยักยกขึ้นเล็กน้อย เริ่มวาดฝันถึงอนาคตอันสดใส

หลัวซิวจำได้รางๆ ว่าผู้เล่นที่เลือกวิถีแห่ง ‘ห้วงลึก’ ในชาติก่อนนั้น สกิลอัญเชิญอสูรจากขุมนรกกับเวทมนตร์แห่งความโกลาหลนั้นเอฟเฟกต์อลังการงานสร้างสุดๆ...

ไหนจะเผ่ามังกรผู้พิทักษ์ห้วงลึกที่แข็งแกร่งและเป็นอมตะ คืนแห่งความตายที่เมฆโลหิตปกคลุมฟ้า...

ชุดสกิลสาย ‘ห้วงลึก’ นั้นทั้งเท่ทั้งโหด หากปั้นตัวละครดีๆ แทบจะไร้เทียมทาน!

แต่ข้อเสียของวิถี ‘ห้วงลึก’ คือสกิลหาได้ยากมาก เพราะก่อนแพตช์ 2.0 แผนที่ห้วงลึกทั้งเจ็ดชั้นยังไม่เปิดให้เข้า

จนกระทั่งแพตช์ 3.0 มาถึง ผู้เล่นถึงจะเริ่มได้รับพลังและสกิลจาก ‘เสียงสะท้อนแห่งห้วงลึก’ ทำให้สายอาชีพนี้กลายเป็นเมตาของเกมทันที

แต่ถึงจะเปิดแผนที่ห้วงลึกแล้ว การจะหาคัมภีร์สกิลหรือวิชาสายนี้ก็ยังยากเลือดตาแทบกระเด็นอยู่ดี

ด้วยเหตุนี้ ‘คัมภีร์ห้วงลึก’ จึงเป็นที่หมายปองของประดาผู้เล่นทุกคน

ผู้ที่ครอบครองมันจะไม่ต้องเสียเวลาตามหาวิชาสาย ‘ห้วงลึก’ ให้เหนื่อยเปล่าอีกต่อไป

‘หนังสือห้วงลึก’ จะทำให้ผู้เล่นกลายเป็น ‘ราชันแห่งห้วงลึก’ ได้อย่างสมศักดิ์ศรี!

ในชาติก่อน แม้แต่หลัวซิวที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของวิถีแห่ง ‘แสงสว่าง’ พอได้เห็นความเท่และความโกงของสาย ‘ห้วงลึก’ ก็ยังเคยคิดจะย้ายสายอยู่เหมือนกัน

นั่นคือเหตุผลที่เขายอมทุ่มไม่อั้นจัดทีมยอดฝีมือไปถล่มก้นบึ้งเหวเพื่อชิงหนังสือเล่มนี้มา

แต่ตอนนี้...

หลัวซิวรู้สึกว่ายุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้ว!

ไม่นึกเลยว่าหนังสือแห่งความสุขที่ชาติก่อนยังไม่ทันได้ใช้ จะตามติดวิญญาณเขาข้ามมิติมาพร้อมกับกล่องจดหมายแบบนี้!

ขอบคุณธรรมชาติ... เอ้ย ขอบคุณกล่องจดหมายที่ประทานมาให้!

ใบหน้าของหลัวซิวฉายแววปิติยินดีจนแทบเก็บอาการไม่อยู่

หลังจากดื่มด่ำกับจินตนาการแสนหวานอยู่ครู่หนึ่ง หลัวซิวก็เริ่มรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองในตอนนี้

เพียงแค่คิด หน้าต่างสถานะตัวละครก็ปรากฏขึ้น

[หลัวซิว · ดูแรนท์ (Lv.1, NPC ทั่วไป)]

[เผ่าพันธุ์: มนุษย์]

[ระดับชั้น: ผู้รู้แจ้ง]

[พลังชีวิต: 50/50, พลังเวท: 36/36]

[โจมตีกายภาพ: 10, โจมตีเวทมนตร์: 18, ลดความเสียหาย: 5]

[ค่าสถานะ: พละกำลัง 5, ความทนทาน 5, ความว่องไว 5, สติปัญญา 9, ค่าเทวภาพ 12, การรับรู้ 7, การต้านทาน 5, โชค 1]

[วิถีหลัก: วิถีแห่งแสง (ขั้น 1)]

[อาชีพหลัก: นักบวชฝึกหัด (Lv.1)]

[วิถีรอง: ไม่มี]

[อาชีพเสริม: ไม่มี]

[ทักษะวิถี (1/8): จารึกแห่งแสง (แสง, Lv.1)]

[สกิลอาชีพ (2/8): ภาวนาขั้นต้น (แสง, Lv.1), รักษาขั้นต้น (แสง, Lv.1)]

[พรสวรรค์เฉพาะตัว: หัวใจเทียนฉี่ (ตำนาน, หนึ่งเดียว), ผู้หลงเหลือ (หายาก)]

[สถานะผิดปกติ: ไม่มี]

[คำอธิบาย: นักบวชตัวน้อยที่พบเห็นได้ทั่วไป อีกเพียงก้าวเดียวก็จะกลายเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ]

[เวลานับถอยหลังเปิดเซิร์ฟเวอร์ Closed Beta: 189 วัน 23 ชั่วโมง...]

“ซี้ด...”

ที่แท้ก็ไม่ได้เอาไอดีเดิมมา แต่มาสิงอยู่ในร่าง NPC ไร้ชื่อเสียงที่มีชื่อเหมือนกันนี่เอง...

แต่ก็ไม่แปลก เพราะชื่อหลัวซิวเป็นชื่อโหลๆ ที่พบได้ทั่วไปทั้งในโลกตะวันตกและตะวันออกในชาติก่อน

ทว่าความเก่งกาจนี่สิที่ทำให้หลัวซิวปวดตับ นี่มันสเตตัสตัวละครเริ่มต้นชัดๆ

วิถีแรกเริ่มของหลัวซิวคือ ‘วิถีแห่งแสง’ ในเกม ‘เส้นทางสู่เทพ’ นั้น แต่ละวิถีจะบ่งบอกถึงฝ่ายและแนวทางพลังที่ต่างกัน

การก้าวสู่วิถีแห่งแสง หมายถึงการเป็นสาวกผู้ภักดีของ ‘เทพจู้รื่อ’ หรือเทพผู้สร้างตะวัน หนึ่งในเทพเจ้าหลัก

แนวทางของวิถีนี้คือ ‘ความศักดิ์สิทธิ์’ และ ‘แสงสว่าง’ ต้องรอให้ถึงขั้น 2 ก่อนถึงจะก้าวเข้าสู่เส้นทางเหนือมนุษย์อย่างเต็มตัว

การได้วิถีเริ่มต้นเป็นสายแสงสว่างก็นับว่าโชคดี เพราะอาชีพ ‘เจ้านภาปีกแสง’ ในชาติก่อนของเขาก็เป็นอาชีพชั้นสูงของสายนี้ หลัวซิวจึงคุ้นเคยกับเส้นทางการเลื่อนระดับเป็นอย่างดี

แต่ปัญหาคือ ‘วิถีแห่งแสง’ กับ ‘วิถีแห่งห้วงลึก’ เป็นขั้วตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง ตามกฎของโลกนี้มันไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้

หลัวซิวเริ่มกังวล แต่ความกังวลนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน

เมื่อตรวจสอบข้อมูลในหน้าต่างสถานะอย่างละเอียด เขาก็พบว่าร่าง ‘NPC ไร้ทางสู้หลัวซิว’ ที่เขามาสิงอยู่นี้ มีพรสวรรค์ระดับตำนานที่ชื่อว่า ‘หัวใจเทียนฉี่’ ติดตัวอยู่ด้วย!

พอกดดูรายละเอียด คำอธิบายก็ระบุไว้ว่า:

[ครั้งหนึ่งเคยมีนักบวชผู้ปลุก ‘หัวใจเทียนฉี่’ ขึ้นมาได้ แต่สุดท้ายก็ไม่อาจหนีพ้นชะตากรรมแห่งความตาย ‘หัวใจเทียนฉี่’ จึงหายสาบสูญไปตั้งแต่นั้น ไร้ร่องรอย...

มันคือสิ่งที่สามารถหลอมรวมวิถีแห่งพลังทั้งปวงเข้าด้วยกัน คือพรแห่งวงแหวนเทียนฉี่...]

สรุปง่ายๆ คือมันทำให้วิถีที่ขัดแย้งกันสามารถอยู่ร่วมกันได้ และถ้ามีช่องสกิลพอ ก็สามารถเรียนรู้วิชาของวิถีอื่นมาผสมผสานกันได้ตามใจชอบ

และในเมื่อเขามีพรสวรรค์ ‘หัวใจเทียนฉี่’ นี้ ก็หมายความว่าในตัวเขานั้น วิถีแห่งแสงและวิถีแห่งห้วงลึกสามารถดำรงอยู่ร่วมกันได้!

“สุดยอดไปเลย...” หลัวซิวอุทานด้วยความทึ่ง

ทว่าแม้การค้นพบพรสวรรค์นี้จะน่ายินดี แต่หลัวซิวก็ยังรู้สึกทะแม่งๆ ชอบกล...

ทันใดนั้น รูม่านตาของหลัวซิวก็หดเกร็ง หัวใจเริ่มเต้นระส่ำ

ในคำอธิบายของ ‘หัวใจเทียนฉี่’ ดูเหมือนจะมีประโยคหนึ่งเขียนไว้ว่า:

[ครั้งหนึ่งเคยมีนักบวชผู้ปลุก ‘หัวใจเทียนฉี่’ ขึ้นมาได้ แต่สุดท้ายก็ไม่อาจหนีพ้นชะตากรรมแห่งความตาย...]

“...”

มุมปากของหลัวซิวเริ่มกระตุก ลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้น

จากเวลานับถอยหลังเปิดเซิร์ฟเวอร์ด้านล่างสุด ทำให้รู้ว่าช่วงเวลาในเกมตอนนี้คือก่อนแพตช์ 1.0 จะเปิดให้เล่น

ในอนาคตอาจจะมีผู้เล่นเข้ามา แต่ในช่วงเวลานี้ สงครามการพิพากษาอันยิ่งใหญ่ยังไม่เริ่ม จันทร์สีเลือดและเงามืดยังหลับใหล เสียงสะท้อนแห่งห้วงลึกทั้งเจ็ด เผ่าพันธุ์บรรพกาลตื่นรู้ การรุกรานของโลกที่ล่มสลาย การจุติของเทพเจ้าแห่งความเสื่อมทรม เหตุการณ์ใหญ่ๆ เหล่านี้ยังคงก่อตัวเงียบๆ

ความสงบสุขในตอนนี้ เป็นเพียงคลื่นลมสงบก่อนพายุใหญ่จะมาเยือน

และถ้านักบวชตัวประกอบที่ควรจะตายไปแล้ว ยังมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลานี้ ก็มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว...

“ไอ้นักบวชตัวประกอบที่จะต้องตายห่านั่น... หมายถึงข้าเรอะ?!”

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 1 - การจ้องมองจากห้วงลึก

คัดลอกลิงก์แล้ว