เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 การกลับมาของเย่หลิง

บทที่ 9 การกลับมาของเย่หลิง

บทที่ 9 การกลับมาของเย่หลิง


บทที่ 9 การกลับมาของเย่หลิง

"ช่วยด้วย!"

เสียงกรีดร้องดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วภูเขา กลุ่มคนที่ทำงานอยู่ในไร่ข้าวโพดต่างวิ่งหนีตายกันอลหม่าน ไม่มีใครสนใจคนที่ถูกลากตัวไปแม้แต่น้อย

"งู! งูเขียวยาวหลายเมตรเลย!"

"ไม่ใช่! นั่นมันปีศาจหญ้า หญ้าสีเขียวมันมีชีวิต!"

"ไม่! มันคืองู!"

"หญ้าต่างหากโว้ย!"

กลุ่มคนที่วิ่งหนีตายออกมารวมตัวกันที่ชายป่า เถียงกันหน้าดำหน้าแดงว่าสิ่งที่ลากคนหายไปเมื่อครู่คืองูยักษ์หรือปีศาจหญ้ากันแน่

เย่เหิงที่เพิ่งได้รับแจ้งข่าวรีบวิ่งมาถึง เมื่อเห็นเขา กลุ่มคนเหล่านั้นถึงได้ยอมหยุดทะเลาะกัน

"เกิดอะไรขึ้น? ใครถูกลากตัวไป?"

เย่เหิงกวาดสายตาไปรอบๆ ด้วยความกังวล หากมีคนถูกลากหายไปในช่วงเวลานี้ ไม่ใช่เพราะงูกลายพันธุ์ก็ต้องเป็นพืชกลายพันธุ์แน่ๆ

แต่เขาจำได้แม่นว่าพืชกลายพันธุ์จะปรากฏขึ้นหลังฝนกรดเท่านั้น แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น?

"เสี่ยวเฉิง... เสี่ยวเฉิงถูกลากไป!"

เด็กหนุ่มวัยรุ่นอายุราวสิบห้าสิบหกปีตะโกนบอก ท่ามกลางความลังเลของคนอื่น เขาเป็นคนเดียวที่ระบุตัวตนผู้เคราะห์ร้ายได้ชัดเจน

เสี่ยวเฉิง หรือ เย่อันเฉิง

ลูกชายของเย่เหิง แม้ปากจะบอกว่าเป็นลูกบุญธรรม แต่ความจริงแล้วคือเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆ

เมื่อสิบกว่าปีก่อน เย่เหิงไปไข่ทิ้งไว้นอกบ้าน แต่ไม่อยากแต่งงานรับผิดชอบ ฝ่ายหญิงจึงคลอดลูกแล้วเอามาทิ้งไว้หน้าประตูบ้าน ก่อนจะตัดขาดกันไป

เพราะมีลูกชายคนนี้ เย่เหิงถึงครองตัวเป็นโสดมาจนอายุปาเข้าไปเกือบสี่สิบ

อันที่จริงมีผู้หญิงหลายคนอยากเสนอตัวมาเป็นแม่เลี้ยงให้เสี่ยวเฉิง แต่สเปคของเย่เหิงสูงลิบลิ่ว คนที่เขาหมายปองย่อมไม่มีทางชายตามองเขาแน่นอน

"หา! ยืนบื้ออะไรกันอยู่ ไปหาเซ่!"

เย่เหิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดอารมณ์ออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด

ลูกชาย... ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขาถูกลากตัวไป!

แล้วไอ้พวกนี้ยังมายืนมุงดูเรื่องชาวบ้านกันหน้าสลอน!

"หา! ทุกคนรีบช่วยกันหาเร็วเข้า แยกย้ายกันไปดูให้ทั่ว!"

มีคนตะโกนรับลูก ทำให้ฝูงคนแตกฮือกระจายตัวกันออกค้นหา บางส่วนวิ่งกลับไปตามคนในหมู่บ้านมาช่วยสมทบ

ทว่าพวกเขาพลิกแผ่นดินหาทั่วทั้งเนินเขาอยู่นาน กลับไม่พบแม้แต่ร่องรอยการถูกลากถู ราวกับว่าร่างนั้นอันตรธานหายไปในอากาศ

กระทั่งตกเย็น มีคนพบเสื้อแจ็คเก็ตของเย่อันเฉิงตกอยู่ใต้ต้นแอปเปิ้ลที่สวนอีกฝั่งของหมู่บ้าน

สวนแอปเปิ้ลผืนนี้เป็นสมบัติของตระกูลเย่เหิง

แต่ในความทรงจำของผู้เฒ่าผู้แก่บางคน สวนผลไม้ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำทุกปีนี้ แท้จริงแล้วเป็นที่ดินของครอบครัวน้องชายเย่เหิง

เพียงแต่เรื่องราวมันผ่านมานานโข ตอนนั้นก็ไม่มีใครทักท้วงอะไร

ต่อให้มีคนพูดถึงบ้าง ก็มองว่าเป็นเรื่องปกติ น้องชายตาย สมบัติก็ตกเป็นของพี่ชาย ดีกว่าตกไปอยู่ในมือคนนอก

ส่วนเรื่องที่ว่าน้องชายคนนั้นเคยมีลูกชายอีกคนหรือไม่...

ทะเบียนบ้านถูกย้ายออกไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายหลังจากพ่อแม่เด็กเสียชีวิต เด็กคนนั้นจึงไม่นับเป็นคนในหมู่บ้านนี้อีกต่อไป

"ตรงนี้! ตอนที่ผมเจอมันก็เป็นแบบนี้แล้ว มีรอยลากที่พื้นด้วย..."

คนที่พาเย่เหิงมายังพร่ำพรรณนาถึงตอนที่พบเจอเบาะแส แต่เวลานี้เย่เหิงไม่มีกะจิตกะใจจะฟัง

หางตาของเขาเหมือนจะเห็นอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าอยู่บนต้นแอปเปิ้ลรอบตัว

"ทำไมฉันรู้สึกแปลกๆ... เหมือนเย็นสันหลังวาบๆ ยังไงชอบกล..."

คนข้างๆ เริ่มรู้สึกหวาดกลัว สายตาสอดส่ายไปรอบทิศ ยิ่งกลัวก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็น...

"กริ๊ดดดดดดด—"

เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นของเด็กสาววัยรุ่นชื่อ เย่ซินซิน ลูกพี่ลูกน้องของเย่เหิง และมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของเย่หลิงในชาตินี้ด้วย

รุ่นพ่อของพวกเขามีพี่น้องสามคน

ตอนที่พ่อแม่เจ้าของร่างเดิมเสียชีวิต พ่อของเย่ซินซินเคยช่วยเย่เหิงไว้มาก แต่ใครจะคิดว่าครอบครัวเย่เหิงจะงกสมบัติไว้คนเดียวไม่แบ่งแม้แต่น้ำแกง ทำให้สองบ้านเริ่มหมางเมินกัน

ครั้งนี้ที่กลับมาญาติดีกันได้ ก็เพราะเย่เหิงแสดงพลังพิเศษให้เห็นในวันที่สามหลังวันสิ้นโลก พ่อของเย่ซินซินจึงรีบพาลูกสาวมาฝากเนื้อฝากตัว

"ซินซิน ร้องทำไม... ผี! ผีหลอก!!!"

ใครบางคนกำลังจะหันไปดุเย่ซินซินด้วยความรำคาญ แต่พอหันมองตามสายตาของเด็กสาว ปฏิกิริยาของเขากลับรุนแรงยิ่งกว่า

ศพหนึ่งศพ ห้อยต่องแต่งอยู่บนต้นแอปเปิ้ล ร่างถูกม้วนจนกลมดิกราวกับผลแอปเปิ้ลยักษ์สีเขียวคล้ำ

"เสี่ยวเฉิง—"

วินาทีที่เห็นภาพนั้นชัดตา เย่เหิงเบิกตาโพลงด้วยความโกรธแค้น มีดบินพวงใหญ่ที่เอวปรากฏขึ้นในมือ เขาพุ่งตัวเข้าไปฟันเถาวัลย์ที่พันธนาการร่างนั้นจนขาดสะบั้น

สองมือประคองร่างลูกชายไว้ เย่เหิงรีบตรวจเช็คร่างกาย แต่เมื่อพบว่าลูกชายไร้ลมหายใจไปแล้ว ความเกลียดชังก็แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ

ลูกชายเขา... ตายแล้ว!

ในชาติก่อน เขาปกป้องลูกไม่ดี ปล่อยให้ลูกวิ่งออกมาเก็บแอปเปิ้ลกินแก้หิว จนถูกซอมบี้ในสวนรุมทึ้งเป็นอาหาร

แต่นี่เขาอุตส่าห์ได้ย้อนเวลากลับมา กลับต้องมาเห็นศพลูกชายในสวนแอปเปิ้ลเร็วกว่าเดิมเสียอีก

เขาแน่ใจว่าได้พาคนในหมู่บ้านมาเคลียร์ซอมบี้แถบนี้จนเหี้ยนแล้ว แล้วทำไมถึงมีเถาวัลย์กลายพันธุ์โผล่มาได้? ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้น...

ความสับสนตีตื้นขึ้นมาจุกอก หากย้อนเวลากลับมาแล้วยังปกป้องลูกไม่ได้ การกลับมาเกิดใหม่ครั้งนี้จะมีความหมายอะไร!

"เป็นยังไงบ้าง เจอเสี่ยวเฉิงหรือยัง?"

พ่อของเย่เหิงวิ่งกระหืดกระหอบตามมาด้วยความเป็นห่วง พอได้ข่าวว่าเจอหลานชายที่สวนแอปเปิ้ล แกก็ไม่สนคำสั่งลูกชายที่ให้รออยู่หมู่บ้าน รีบพาคนวิ่งตามมาทันที

"พ่อ... เสี่ยวเฉิง..."

เย่เหิงอาจเป็นคนเลวในสายตาคนอื่น แต่ในบทบาทพ่อและลูก เขาพยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเสมอมา

เขาไม่เคยแต่งงาน และมักโดนพ่อด่าเรื่องนี้ประจำ แต่เพราะมีหลานชายให้เชยชม พ่อจึงไม่เคยบังคับให้เขาต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ชอบ

แต่ตอนนี้หลานชายไม่อยู่แล้ว เย่เหิงรู้สึกได้ทันทีว่าพ่อของเขาคงหัวใจสลายยิ่งกว่าเขาเสียอีก

"เสี่ยวเฉิง... เสี่ยวเฉิง ลืมตาดูปู่สิลูก..."

พ่อของเย่เหิงทรุดตัวลงคุกเข่า มือไม้สั่นเทาขณะยื่นไปจะสัมผัสศพ แต่กลับชักมือกลับด้วยความหวาดกลัวในวินาทีสุดท้าย

คนแก่อายุกว่าหกสิบ จู่ๆ หลานชายตัวโตๆ ก็มาจากไปแบบไม่มีวันกลับ...

"เจ็บปวดไหม? ทำเรื่องชั่วช้าสารเลวไว้ตั้งมากมาย พอถึงคราวตัวเองเจ็บปวดบ้าง รู้ซึ้งหรือยังว่าคนที่ถูกพวกแกทำร้ายต้องทนทุกข์ทรมานมานานแค่ไหน..."

เสียงเย็นยะเยือกดังแว่วมาจากมุมมืดของสวนแอปเปิ้ล เถาวัลย์พุ่งฉกราวกับงูร้าย รวบร่างสามรุ่นตระกูลเย่ ทั้งปู่ พ่อ และลูกชาย ขึ้นแขวนกลางอากาศในพริบตา

แม้คนเล็กสุดจะเป็นเพียงศพไร้วิญญาณ แต่ก็ไม่ได้รับการละเว้น

"ไอ้บ้า! ถ้าจะแก้แค้นก็มาลงที่ฉันคนเดียวสิ เด็กมันไม่เกี่ยว แกกำลังทำบาปมหันต์นะ!"

ชายชราจำเสียงนั้นได้ทันที ตะโกนร้องขอชีวิตหลานชายทั้งน้ำตา

"ฉันจำได้ว่าตอนนั้น ฉันอายุน้อยกว่าเย่อันเฉิงเสียอีก เรื่องระยำที่พวกแกทำได้ พอฉันทำบ้างกลับกลายเป็นเรื่องบาปงั้นเหรอ? สองมาตรฐานแบบนี้ ระวังจะตายไม่รู้ตัว!"

เย่หลิงปรากฏตัวขึ้นราวกับปีศาจเถาวัลย์ เดินย่างสามขุมออกมาจากเงามืด ท่ามกลางเถาวัลย์ที่บิดเกลียวแยกเขี้ยวขู่คำราม

ดวงตาเย็นชามองร่างทั้งสามที่ถูกแขวนต่องแต่ง เขาเพียงยกมือขึ้น หนามแหลมคมกริบก็ผุดขึ้นจากเถาวัลย์ แทงทะลุร่างสองพ่อลูกที่ยังมีลมหายใจจนพรุนราวกับตะแกรง

เด็กไม่เกี่ยวอย่างนั้นรึ?

ตลกสิ้นดี!

ตอนนั้นพวกมันบีบคั้นเจ้าของร่างเดิมที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ต่อให้รอดมาได้ เจ้าของร่างเดิมก็กลายเป็นคนหวาดกลัวสังคมอย่างรุนแรง

ต้องขลุกอยู่แต่ในอพาร์ตเมนต์รูหนู ใช้ความรู้เท่าที่มีดิ้นรนหาเงินค่าเช่าและค่ากินอยู่...

ครอบครัวที่แย่งชิงทุกอย่างไปจากเขา มีสิทธิ์อะไรมาใช้ชีวิตสุขสบายเสวยสุขอยู่ได้ตั้งหลายปี!

อยู่บ้านของเขา หากินบนที่ดินและสวนผลไม้ของเขา เอาเงินที่ได้ไปประเคนให้ลูกหลานตัวเอง

พวกมันเสพสุขบนกองเลือดของคนอื่น แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าตัวเองบริสุทธิ์ ไร้สาระสิ้นดี!

"แก... แกคือ... ผี! ผีหลอก——"

เย่ซินซินกลัวจนตัวสั่นงันงก แม้ตอนนั้นเธอยังเด็ก แต่ก็พอรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น

พ่อของเธอก็มีส่วนรู้เห็นเป็นใจ พ่อชอบด่าลุงรองให้ฟังบ่อยๆ ก็เพราะร่วมมือทำเรื่องชั่วด้วยกัน แต่ดันไม่ได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์

"เย่ซินซิน เธอก็อยู่ด้วยกันที่นี่แหละ พ่อแม่เธอเป็นคนวิ่งเต้นหาเส้นสายช่วยให้ฉันต้องระเห็จออกจากที่นี่ จะไปฟ้องร้องใครก็ไม่ได้ไม่ใช่หรือไง?"

เย่หลิงเกือบจะลืมครอบครัวนี้ไปแล้ว ในเมื่อเสนอหน้ามาให้เห็นกันเอง ก็อยู่เสพความเจ็บปวดทรมานเป็นเพื่อนครอบครัวเย่เหิงไปพร้อมกันเลยแล้วกัน

จบบทที่ บทที่ 9 การกลับมาของเย่หลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว