- หน้าแรก
- พลิกสวรรค์ล่าวิถีเซียน ข้าก็แค่จอมโจรขโมยโชค
- บทที่ 7 ดาบหนักปะทะพลังจิต
บทที่ 7 ดาบหนักปะทะพลังจิต
บทที่ 7 ดาบหนักปะทะพลังจิต
บทที่ 7 ดาบหนักปะทะพลังจิต
"แกมาที่นี่ต้องการอะไรกันแน่? แกเป็นใคร...?"
หูฮ่าวตะโกนถามพลางสาวเท้าก้าวเข้าหาเย่หลิงไม่หยุด
"นายเอาชนะฉันไม่ได้หรอก ถึงแม้นี่จะเป็นแค่กระทะเหล็กธรรมดาๆ ก็เถอะ..."
เย่หลิงมองหูฮ่าวที่เดินรี่เข้ามา ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วส่ายหน้า เตือนว่าอย่าพยายามเข้ามาใกล้กว่านี้
"ไม่! กูจะฆ่ามึง! กูจะฆ่ามึงให้ได้!!!"
เมื่อระยะห่างเหลือไม่ถึงสองเมตร หูฮ่าวก็แผดเสียงร้องประหลาด ร่างของเขาพลันหายวับไปจากสายตาของเย่หลิงในชั่วพริบตา
จากนั้นเขาก็ไปโผล่ที่หน้าประตู ซึ่งเป็นตำแหน่งด้านหลังของเย่หลิง
"ตายซะ!"
เขาหัวเราะเสียงประหลาดพร้อมกับเหวี่ยงไม้เข้าใส่ศีรษะเย่หลิง หูฮ่าวมั่นใจในพลังเทเลพอร์ตของตัวเองอย่างเปี่ยมล้น
ทว่าเย่หลิงที่อยู่ตรงหน้ากลับเบี่ยงตัวหลบวูบ กระทะเหล็กในมือแปรเปลี่ยนเป็นดาบหนักสีทองอร่าม พร้อมกับจังหวะที่เขาหมุนตัวกลับมาตบดาบยักษ์เข้าใส่หน้าของหูฮ่าวเต็มแรง
ใช้ดาบหนักตบหน้า แบบนี้สิถึงจะเป็นวิธีใช้ที่ถูกต้อง
ต่อให้มีพลังมิติ หูฮ่าวก็ยังเป็นมนุษย์ กะโหลกศีรษะยังคงเปราะบางเหมือนคนทั่วไป
เมื่อเจอกับดาบหนักบวกแรงเหวี่ยงจากการหมุนตัวฟาดเข้าเต็มหน้า เขาไม่มีโอกาสหนีรอด หนึ่งดาบปลิดชีพทันที!
ผัวะ!
เศษเลือดเนื้อสีแดงขาวสาดกระเซ็นเปรอะเต็มผนังทางเดิน
ศพไร้หัวหมุนติ้วหนึ่งรอบก่อนจะล้มฟาดลงกับพื้นทางเดิน กระดอนอีกสองครั้งแล้วแน่นิ่งไป
พลังทำลายล้างของการโจมตีครั้งนี้ทำให้เย่หลิงรู้สึกพอใจไม่น้อย
ทว่า... แววตาของหูเมิ่งช่างน่าสนใจจริงๆ!
ก่อนหน้านี้เธอถูกควบคุมด้วยฤทธิ์ยาในเครื่องดื่ม แต่พอหูฮ่าวตาย เธอกลับสร่างเมาขึ้นมาทันที
และดูเหมือนเธอจะอยากแก้แค้นให้น้องชายสินะ?
ครอบครัวนี้น่าสนใจดีแท้ อย่างน้อยในแง่สายสัมพันธ์พี่น้อง พวกเขาก็มีความปรารถนาในการแก้แค้นที่คล้ายคลึงและแปลกประหลาดเหมือนกัน
"เธออยากเก็บศพเขาไหม?"
เย่หลิงมองหูเมิ่งที่อยู่ในห้อง ทำท่าเหมือนไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไร เพียงแค่ชี้ไปที่ศพหูฮ่าวบนพื้นแล้วเอ่ยถาม
"เขาเป็นน้องชายฉัน ตอนที่เขาอายุยังไม่ถึงหกเดือน นังแพศยานั่นก็หนีตามผู้ชายไป
ฉันเป็นคนเลี้ยงเขามากับมือ ตอนนั้นฉันอายุไม่ถึงห้าขวบด้วยซ้ำ ต้องอุ้มเขาที่ตัวเล็กนิดเดียว ค่อยๆ เรียนรู้วิธีป้อนนม วิธีทำอาหารเสริมให้เขา...
ต่อมา เขาได้ดอกไม้สีแดงดอกแรกจากที่โรงเรียน...
ตอนเขาตีกันที่โรงเรียนประถม ฉันรีบวิ่งจากโรงเรียนมัธยมข้างๆ ไปโดนครูเทศนา แต่พอกลับถึงบ้าน ฉันแค่อยากรู้ว่าน้องชายเจ็บหนักหรือเปล่า...
ต่อมาเขาลาออกจากโรงเรียนตอนมัธยมปลาย เรียนไปได้แค่ครึ่งปีเพราะที่บ้านไม่มีเงิน เขาบอกว่าหาลู่ทางทำเงินได้แล้ว แล้วเขาก็เอาเงินก้อนโตกลับมาส่งเสียฉันเรียนจนจบมหาลัย..."
หูเมิ่งลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปที่ประตูทีละก้าว
ทุกย่างก้าว เธอจะพร่ำเพ้อเรื่องราวของหูฮ่าว ตั้งแต่เกิดจนโต กระทั่งถึงของขวัญชิ้นล่าสุดที่เขาซื้อให้เธอ...
เย่หลิงรับรู้ได้ว่าในชีวิตของสองพี่น้องคู่นี้ ไม่เพียงแต่ขาดบทบาทของแม่ แม้แต่บทบาทของพ่อก็เลือนลางเช่นกัน
แต่ด้วยสถานะครอบครัว ผู้เป็นพ่อที่ต้องตรากตรำทำงานเช้าจรดค่ำก็ไม่อาจกล่าวได้ว่าละเลยหน้าที่ เพราะต่อให้ทำงานหนักสายตัวแทบขาด ก็ยังหาเงินไม่พอค่าเทอมลูกสองคนอยู่ดี
เพียงแต่สองพี่น้องผูกพันกันมากกว่า เรียกได้ว่าเติบโตมาด้วยกันและพึ่งพิงกันและกัน
แต่เขาก็แค่รับฟังข้อมูลเหล่านี้ หัวใจของเขาไร้ซึ่งความระลอกไหว
แม้ว่าหูเมิ่งจะเริ่มใช้พลังพิเศษตั้งแต่เริ่มเล่าเรื่องความหลังแล้วก็ตาม
พลังของหูเมิ่งคือพลังจิต
พลังจิตสายภาพลวงตา
เธอสามารถควบคุมจิตใจคนผ่านภาพลวงตาที่สร้างขึ้น ทำให้เหยื่อแยกไม่ออกว่าอะไรคือความจริงอะไรคือความฝัน
น่าเสียดายที่พลังจิตของเย่หลิงนั้นเหนือชั้นกว่าหูเมิ่งที่เพิ่งจะปลุกพลังได้
พลังจิตถือเป็นหนึ่งในพลังที่น่าอัศจรรย์ที่สุดในโลกนี้ แต่พลังชนิดนี้มีข้อจำกัดตายตัวอยู่ที่ความแข็งแกร่งของพลังจิต
ตราบใดที่พลังจิตไม่แข็งแกร่งพอ ความสามารถก็จะไร้ผล หรือร้ายแรงกว่านั้นคือตีกลับเข้าหาตัวผู้ใช้เอง
นี่เป็นการตั้งค่าที่มีการเฉลยในภายหลัง ตอนที่ตัวร้ายลอบโจมตีพระเอกแล้วโดนพระเอกสวนกลับ แต่ไม่ว่าจะรู้ช้าหรือเร็ว กฎนี้ก็มีอยู่จริง
ตอนนี้หูเมิ่งเริ่มโจมตีแล้ว เธอมองเย่หลิงที่ยืนนิ่งฟังเรื่องเล่าความหลัง ริมฝีปากแสยะยิ้มอย่างบ้าคลั่ง แล้วเหวี่ยงไม้ฟาดเข้าที่หัวเย่หลิง
วิธีการโจมตีของสองพี่น้องเหมือนกันไม่มีผิด
ครั้งนี้ เย่หลิงจึงมอบจุดจบแบบเดียวกันให้ทั้งคู่
ดาบหนักตบหน้า มันสมองสาดกระเซ็น
จนกระทั่งร่างนั้นล้มลงกับพื้น เย่หลิงมองดาบหนักในมือแล้วใช้อีกมือบีบนวดเอวตัวเอง
การใช้ดาบหนักให้คล่องนี่ไม่ง่ายเลยจริงๆ
ร่างกายต้องเคลื่อนไหวไปพร้อมกับดาบ พลาดนิดเดียวอาจเกิดอาการเคล็ดขัดยอกได้
เขาไม่รู้ว่าเจ้าของเดิมของดาบเล่มนี้เป็นใคร ถ้าได้เจอกันก็อยากจะขอเคล็ดลับการใช้งานสักหน่อย
แต่คงไม่มีโอกาสนั้นหรอก
【สังหารผู้ใช้พลังมิติระดับ 1 ได้รับค่าประสบการณ์ 50 แต้ม】
【สังหารผู้ใช้พลังจิตระดับ 1 ได้รับค่าประสบการณ์ 50 แต้ม】
ค่าประสบการณ์สองเด้งปรากฏขึ้น ดูเหมือนเมื่อกี้นี้จะดีเลย์ไปหน่อย
แต่ค่าประสบการณ์จากผู้ใช้พลังพิเศษที่เป็นมนุษย์นั้นสูงกว่ามาก
แถมผู้ใช้พลังพิเศษยังมีแกนคริสตัลเหมือนกัน แต่เรียกว่า 'แกนคริสตัลพลังพิเศษ'
แกนคริสตัลพลังพิเศษมีลักษณะเป็นผลึกเหลี่ยม ในขณะที่แกนคริสตัลซอมบี้จะเป็นทรงกลม ทั้งสองชนิดมีสีจางๆ ตรงกลางเพื่อแยกประเภท
แกนคริสตัลทั้งสองเปลี่ยนเป็นพลังงานในมือ เย่หลิงดูเวลา เขาต้องรีบทำงานต่อ
แต่พอนึกถึงครอบครัวดราม่าน้ำเน่าพวกนั้น เขาก็หมดอารมณ์จะค้นของชั้นนี้แล้ว
เขาก้าวเท้าเดินขึ้นไปยังชั้น 7 กลิ่นมนุษย์ดึงดูดซอมบี้ให้พุ่งเข้ามา แต่ก็ถูกเย่หลิงจัดการเรียบ
เขาค้นห้องทีละห้อง ตอนนี้เขาต้องการแกนคริสตัลและเสบียง ดังนั้นต่อให้ฟ้ามืดแค่ไหน เขาก็ต้องเก็บแกนคริสตัลให้เพียงพอก่อน
โชคดีที่ชั้นนี้ไม่มีคนเป็น ก่อนความหิวจะเล่นงาน ในที่สุดเย่หลิงก็สะสมค่าพลังงานได้ครบ เขาเปิดห้องว่างห้องหนึ่งเข้าไป เอาของขวางประตู แล้วปักหลักพักชั่วคราว
ซอมบี้ข้างนอกจะทำหน้าที่ยามเฝ้าประตูให้ชั่วคราว เขาต้องเติมท้องให้เต็มก่อน แล้วค่อยอัปเกรดพลัง
【ชื่อ: เย่หลิง
เลือด: 300 / 300
ความอึด: 240 / 300
ความอิ่ม: 26 / 100
เลเวล: 3 (930 / 1000)
สถานะ: พละกำลัง (6), ความเร็ว (4), ความอดทน (3), จิตวิญญาณ (9)
พลังพิเศษ: ธาตุไม้ (ระดับ 1 / ต้องการ 1000 แต้มพลังงานเพื่ออัปเกรด)
พลังงาน: 1000
ช่องเก็บของ 98 / 100: ดาบหนัก (ดาเมจการโจมตีหนัก + 200%, การใช้ความอึด / 30), กระทะเหล็กหล่อ, เสื้อผ้าหนึ่งห่อ...】
ข้อมูลส่วนตัวของเขาดีขึ้นจากการอัปเกรดครั้งก่อน ตอนนี้เขาเอาดาบหนักมาใส่ในช่องแรก ซึ่งช่วยให้เรียกใช้งานได้สะดวกขึ้น
ส่วนกระทะเหล็กหล่อย้ายไปช่องที่สอง มันไม่ถือเป็นอาวุธ เอาไว้ใช้ยามไม่จำเป็นต้องรบราฆ่าฟัน
【พลังธาตุไม้สามารถอัปเกรดเป็นระดับ 2 ได้ ต้องการ 1000 แต้มพลังงาน ยืนยันการอัปเกรดหรือไม่?】
หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จ เย่หลิงเปิดหน้าต่างพลังพิเศษและเลือกอัปเกรด
พอกดยืนยัน เขาแบมือออก ต้นกล้าเล็กจิ๋วบนฝ่ามือเติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นแส้ที่ฟั่นเกลียวจากเถาหญ้า แล้วจึงหยุดลง
พลังธาตุไม้ของเขาจัดอยู่ในประเภทพืชล้มลุก
ตอนนี้พอมองใบหญ้าบนฝ่ามือกลายสภาพเป็นแส้ แล้วแส้ก็เปลี่ยนกลับเป็นกอวัชพืช อารมณ์ของเขาก็ซับซ้อนขึ้นมานิดหน่อย
ใช่ว่าเขาปลูกต้นไม้ไม่ได้ แต่มันต้องใช้ความพยายามในการแปลงสภาพ ตอนนี้ที่พลังต้องการเลื่อนระดับอย่างเร่งด่วน ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปแปลงสภาพอะไร
อีกอย่าง ใครบอกว่าหญ้าไม่ดี?
เขาแค่รู้สึกขัดแย้งในใจเฉยๆ ไม่ได้ไม่พอใจแต่อย่างใด
แต่การอัปเกรดระดับต่อไปนี่สิที่น่าหนักใจของจริง
【พลังธาตุไม้อัปเกรดเป็นระดับ 3 ต้องการ 5000 แต้มพลังงาน ค่าพลังงานไม่เพียงพอ ไม่สามารถอัปเกรดได้】
พลังงานที่ต้องใช้เลื่อนระดับกระโดดขึ้นไปถึงห้าเท่า...