- หน้าแรก
- พลิกสวรรค์ล่าวิถีเซียน ข้าก็แค่จอมโจรขโมยโชค
- บทที่ 6 ธาตุแท้ของน้องชาย
บทที่ 6 ธาตุแท้ของน้องชาย
บทที่ 6 ธาตุแท้ของน้องชาย
บทที่ 6 ธาตุแท้ของน้องชาย
"อย่า—"
โศกนาฏกรรมในครอบครัวดำเนินมาถึงบทสรุปที่ไม่อาจย้อนกลับได้ พร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของหูฮ่าว
ประตูถูกเปิดออก ครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกที่อยู่ด้านในถูกหูเมิ่งที่ระเบิดความโกรธแค้นทุบตีจนเสียชีวิตคาที่
ภายในห้องเก็บของริมหน้าต่าง ยังมีศพของชายวัยกลางคนถูกมัดติดกับเก้าอี้ เขาเพิ่งสิ้นใจไปได้ไม่นาน ทว่าเนื้อบริเวณขาของเขากลับถูกเฉือนหายไปจนเห็นกระดูก
ดวงตาของศพชายผู้นั้นยังคงเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว แม้กระทั่งในวาระสุดท้ายของชีวิต คราบเลือดบนพื้นบ่งบอกว่าเหตุการณ์นี้ผ่านมากว่าหนึ่งหรือสองวันแล้ว...
เย่หลิงยืนพิงกรอบประตู มองดูสองพี่น้องที่กำลังเสียสติ สลับกับมองดูสองแม่ลูกที่กอดกันกลมตอนถูกทุบศีรษะ และชายคนที่เพิ่งออกไปหาเสบียงด้วยแววตาหวาดกลัวเมื่อครู่นี้...
มนุษย์หนอ...
"หูเมิ่ง คนที่พี่ฆ่าไปคือแม่ของผม คือน้องชายของผมนะ! พี่ไม่รู้หรือไงว่านั่นคือแม่และน้องชายของผม!"
หูฮ่าวกำท่อนเหล็กในมือแน่น ชี้หน้าด่าหูเมิ่งที่กำลังร้องไห้อยู่ข้างศพพ่อ ตะโกนซ้ำไปซ้ำมาว่าตอนนี้เขาได้สูญเสียทั้งแม่และน้องชายไปแล้ว
"หูฮ่าว พี่นึกว่าแกจะยังมีจิตสำนึกหลงเหลืออยู่บ้าง..."
หูเมิ่งกอดศพไร้วิญญาณบนเก้าอี้ ใช้ฟันกัดเชือกอย่างทุลักทุเล พยายามจะปลดปล่อยร่างของพ่อให้เป็นอิสระ
แต่ปมเชือกนั้นมัดแน่นเกินไป ประกอบกับเธอกำลังสติแตกจากการเพิ่งฆ่าคนไปถึงสามคน มือไม้จึงสั่นเทาจนทำอะไรไม่ถูก
บางทีเธออาจแค่อยากจะหาที่พักพิงทางใจ เมื่อแน่ใจว่าแก้มัดไม่ได้ เธอจึงทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นที่เจิ่งนองไปด้วยเลือด แนบใบหน้าลงกับกระดูกขาของพ่อ ปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาอย่างไม่ขาดสาย
อีกด้านหนึ่ง หูฮ่าวคุกเข่าลงข้างศพแม่และน้องชายต่างพ่อ หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง จู่ๆ เขาก็ลุกพรวดพราดวิ่งหนีออกจากห้อง ลงบันไดไปชั้นล่าง
เย่หลิงรีบหลบหลังประตูด้วยความสงสัยแต่ไม่ได้ไล่ตามไป ไม่นานนักหูฮ่าวก็วิ่งย้อนกลับขึ้นมา
'มิน่าล่ะหูเมิ่งถึงอยากฆ่าหูฮ่าวมาตลอด เด็กนี่มันอำมหิตจริงๆ...'
เย่หลิงมองลอดช่องว่างประตู เมื่อเห็นชัดเจนว่าในมือของหูฮ่าวถืออะไรมา เขาก็เข้าใจทุกอย่างทันที
ในมือของหูฮ่าวคือเครื่องดื่มพิเศษที่เขาเคยเห็นและทำลายทิ้งไปบ้างแล้วในงานปาร์ตี้ชั้นล่าง
และหูฮ่าวก็หาเจ้านั่นเจออย่างชำนาญ เขาถือมันขึ้นมาพร้อมกับหาแก้วน้ำจากในห้องนั่งเล่น...
เครื่องดื่มที่ทำให้เกิดภาพหลอนและกระตุ้นความตื่นตัวในระยะสั้นถูกเทใส่แก้วจนเต็ม ก่อนจะถือตรงไปหาหูเมิ่ง
"พี่ครับ ผมผิดไปแล้ว ผมขอโทษ ผมมันเลวเอง..."
หูฮ่าวถือแก้วน้ำคุกเข่าลงตรงหน้าศพพ่อ มืออีกข้างตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่สองทีซ้อน
ดูจากแรงที่ตบแล้ว หน้าคงบวมไปอีกหลายวันกว่าจะหาย
แต่เป้าหมายของเขาคือการหลอกล่อให้หูเมิ่งดื่มเครื่องดื่มแก้วนั้นให้หมด
"ฮ่าวฮ่าว พวกมันคือศัตรูที่ฆ่าพ่อของเรา แก... ช่างมันเถอะ แกแค่จำไว้ว่าพวกมันคือศัตรูของเราก็พอ..."
หูเมิ่งไม่คาดคิดเลยว่าน้ำที่น้องชายนำมาให้จะมีปัญหา เธอคิดเพียงว่าอาการคลุ้มคลั่งของหูฮ่าวเมื่อครู่เกิดจากความโศกเศร้าที่ต้องสูญเสียแม่ไป
ในเมื่อน้องชายคิดได้แล้ว เธอก็ไม่อยากจะถือสาหาความอีก
"คิดจะดื่มของต้องห้ามพวกนั้นเข้าไปจริงๆ เหรอ เธอนี่ชะล่าใจเกินไปแล้วนะ"
เดิมทีเย่หลิงไม่ได้อยากจะสอดมือเข้าไปยุ่ง แต่จู่ๆ เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าเขาฆ่าหูฮ่าวทิ้งซะ จะเกิดอะไรขึ้น
ไอ้หมอนี่ในอนาคตจะสร้างประโยชน์ให้ตัวเอกอย่างมหาศาล
แม้ว่าในชาตินี้ตัวเอกอย่างหลินสวีจะไม่รับลูกน้อง แต่เขาก็คงไม่ปฏิเสธคนที่จะเสนอตัวมาเป็นมือเท้าให้ใช้งานแน่ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น หลินสวียังใช้งานสองพี่น้องนี้แบบควบสอง ด้านหนึ่งให้หูฮ่าวทำงานสกปรก อีกด้านก็ให้หูเมิ่งคอยปูทาง...
สองพี่น้องคู่นี้ต่างจงรักภักดีต่อหลินสวี...
"ใครน่ะ?!"
หูเมิ่งวางแก้วน้ำในมือลงทันทีและเงยหน้ามองไปที่ประตู คำว่า 'ของต้องห้าม' ทำให้เธอรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
"ฉันก็แค่คนผ่านทาง พวกปาร์ตี้ซอมบี้ข้างล่างนั่นก็เกิดจากการดื่มไอ้นี่เข้าไป เห็นน้องชายเธอท่าทางคล่องแคล่วขนาดนั้นตอนลงไปหยิบของ ดูท่าจะเกี่ยวข้องกับปาร์ตี้ข้างล่างไม่น้อย หรือไม่ก็... ของพวกนี้เป็นน้องชายเธอนั่นแหละที่เป็นคนเอาไปขายให้พวกมัน?"
เย่หลิงมองดูสีหน้าหวาดกลัวของหูฮ่าว ก็พบว่าเขาเดาถูกเผง
เขาเคยได้ยินคนพวกนั้นคุยกันว่าหูฮ่าวหาเงินได้เยอะมาก นั่นเป็นเหตุผลที่แม่ของเขากล้าพาชู้รักและลูกติดกลับมาที่นี่
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง...
เขาหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำจากการขายของอันตรายพวกนี้
"หุบปากนะ! นี่มันก็น้ำเปล่าธรรมดา แกโผล่มาจากไหน อย่ามาเสี้ยมให้พี่น้องเราแตกคอกันนะเว้ย!"
หูฮ่าวรู้สึกกลัว แต่พอนึกขึ้นได้ว่านี่คือวันสิ้นโลก คงไม่มีใครมาตามสืบสวนเขาหรอก
อีกอย่าง ขอแค่ฆ่าไอ้คนที่อยู่หน้าห้อง แล้วจัดการหูเมิ่งซะ ก็ไม่มีใครรู้เรื่องที่เขาทำแล้ว!
"น้ำเปล่าธรรมดา? น้ำเปล่าบ้านแกมีรสหวานด้วยงั้นสิ? ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงกล้าดื่มน้ำแก้วนั้นพิสูจน์ไหมล่ะ?"
เย่หลิงเกานิ้วเล่น ก่อนจะหยิบกระทะเหล็กสีดำใบหนึ่งขึ้นมาถือไว้อย่างทุลักทุเล
จริงๆ เขาอยากใช้ดาบใหญ่มากกว่า แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ต้องรอดูก่อน
ไอ้หมอนี่มีพลังพิเศษ ถึงจะใช้เป็นหรือไม่เป็น เขาก็ต้องระวังตัวไว้ก่อน
"หูฮ่าว น้ำที่แกรินมา แกดื่มให้พี่ดูเดี๋ยวนี้!"
หูเมิ่งมองแววตาของน้องชายก็รู้ทันทีว่าในน้ำต้องมีสิ่งผิดปกติเจือปนอยู่แน่
เมื่อเห็นสีหน้าบิดเบี้ยวของน้องชาย หัวใจของเธอก็สิ้นหวังโดยสมบูรณ์
แม้เธอจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่คำว่า 'ของต้องห้าม' ย่อมไม่ใช่เรื่องดี
ใช่แล้ว เธอไม่เคยเข้าใจน้องชายคนนี้เลยจริงๆ ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องแม่เลี้ยง แต่รวมถึงเรื่องวิธีการหาเงินก่อนหน้านี้ด้วย...
"พี่ครับ พี่ไม่เชื่อใจผมจริงๆ ด้วยสินะ..."
หูฮ่าวรู้ตัวว่าหนีไม่รอด เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลงมือก่อน!
เขาลุกขึ้นยืน เดินตรงเข้าไปหาหูเมิ่ง มือข้างหนึ่งถือแก้วน้ำ ส่วนมืออีกข้างพุ่งเข้าไปบีบคางหูเมิ่งอย่างแรง
ไม่สนว่าเธอจะเต็มใจหรือไม่ เขาจัดการกรอกเครื่องดื่มพิเศษทั้งแก้วลงไปในปากของหูเมิ่งจนหมดสิ้น
"ดูสิ แกช่วยมันไม่ได้หรอก ไม่มีใครช่วยมันได้ทั้งนั้น!"
หูฮ่าวมองดูน้ำครึ่งแก้วที่ถูกกลืนลงคอไป เขาขว้างแก้วกระแทกผนังจนแตกกระจาย พร้อมกับดีดตัวถอยห่างออกมาจากหูเมิ่ง
เขาชี้หน้าเย่หลิงพลางหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
เขาทำสำเร็จแล้ว เขาแก้แค้นให้แม่ผู้ไม่เอาไหนคนนั้นได้แล้ว!
"ใครบอกแกกันว่าฉันจะมาช่วยคน..."
เย่หลิงมองดูหูเมิ่งที่ดวงตาเริ่มพร่าเลือนเพราะได้รับยาปริมาณมากในคราวเดียว แววตาของเขาลึกล้ำขึ้นเล็กน้อย
เขาแค่ต้องการเข้ามาแทรกแซงและเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของว่าที่ลูกน้องหลินสวีคู่นี้ แต่ไหนแต่ไรมา เขาไม่เคยคิดจะช่วยชีวิตใคร
ไม่อย่างนั้น เขาคงไม่ปล่อยให้หูฮ่าวมีโอกาสได้ลงมือหรอก
"แล้วตกลงแกโผล่มาทำไมกันแน่?"
หูฮ่าวเห็นว่าเย่หลิงไม่ได้มาช่วยคน นอกจากจะไม่วางใจแล้ว เขายิ่งระแวงหนักกว่าเดิม
คนนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ช่วยคน ไม่ห้ามปราม หรือว่ามันแค่อยากมาดูละครฉากหนึ่ง?
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา ความโกรธของหูฮ่าวก็พุ่งพล่าน เขาจะยอมให้ใครมามองเขาเป็นตัวตลกในเวลาแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!