เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 1413 วิญญาณอมตะกลายพันธุ์ (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 1413 วิญญาณอมตะกลายพันธุ์ (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 1413 วิญญาณอมตะกลายพันธุ์ (อ่านฟรี)


เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 1413 วิญญาณอมตะกลายพันธุ์ (อ่านฟรี)

แปลโดย iPAT  

ภูตราชสีห์!

สิงโตตัวนี้กินดวงวิญญาณเป็นอาหาร

ในยุคของเทพปีศาจจิตวิญญาณ มันถือเป็นสัตว์อสูรที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ในยุคปัจจุบันมันเป็นสัตว์อสูรแรกกำเนิดที่หาได้ยาก

แท้จริงแล้วภูตราชสีห์เป็นคู่ต่อสู้ที่ยากลำบากของเทพปีศาจจิตวิญญาณในวัยหนุ่ม

เพราะมันสามารถต่อต้านวิธีการบนเส้นทางแห่งจิตวิญญาณ ก่อนที่เทพปีศาจจิตวิญญาณจะกลายเป็นผู้อมตะระดับเก้า เขาใช้เพียงวิธีการบนเส้นทางแห่งจิตวิญญาณเท่านั้น

อย่างไรก็ตามหลังจากเทพปีศาจจิตวิญญาณสามารถสังหารมัน เขาได้ทำวิจัยและได้รับผลประโยชน์มหาศาล

ในช่วงเวลาที่เทพปีศาจจิตวิญญาณบรรลุระดับแปด เขามักจะจับภูตราชสีห์มาทดลอง สุดท้ายจึงสามารถสร้างวิธีกลืนกินดวงวิญญาณได้สำเร็จ

ภูตราชสีห์มีชื่อเสียงมาก เมื่อมันปรากฏตัว ช่วยไม่ได้ที่นางรำหงหยุนจะตกใจ

แต่ในช่วงเวลาสำคัญ เจตจำนงของบรรพชนพันเปลี่ยนแปลงกลับบอกนาง “อย่ากังวล ภูตราชสีห์ตัวนี้ไม่โดดเด่น มันอ่อนแอมาก มันไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดี เราสามารถสู้กับมันได้”

นางรำหงหยุนสงบลงเมื่อได้ยินเรื่องนี้

นางรำหงหยุนพิจารณาและพบว่ามันอ่อนแอจริง นางคิด ‘เจตจำนงของสามีมีเพียงวิญญาณอมตะระดับแปดและพลังงานอมตะจำนวนหนึ่ง เขาไม่มีวิธีการตรวจสอบที่ดีในเวลานี้ แต่เขายังสามารถเปิดเผยจุดอ่อนของภูตราชสีห์ได้ทันที ในทางตรงข้าม ข้ามีวิธีการต่างๆมากมาย แต่ข้ากลับตกตะลึงและไม่สามารถตอบสนอง ช่างน่าละอายนัก’

หลังจากสงบจิตใจ เมฆสีแดงพานางบินเป็นเส้นโค้งเพื่อหลบเลี่ยงภูตราชสีห์

ในไม่ช้านางก็ออกห่างจากมัน

“ฮ่าฮ่าฮ่า ภูตราชสีห์ตัวนี้อยู่ในสภาพที่ไม่ดี หากมันยังเหลือพลังสามสิบส่วน เจ้าคงหนีไม่พ้น”

เจตจำนงของบรรพชนพันเปลี่ยนแปลงหัวเราะและลอยออกมาปรากฏตัวข้างๆนางรำหงหยุน

เจตจำนงของบรรพชนพันเปลี่ยนแปลงส่งพลังงานอมตะให้วิญญาณอมตะระดับแปด

กลิ่นอายของมันปะทุขึ้น

ทันใดนั้นคลื่นพลังลึกลับก็พุ่งเข้าโจมตีภูตราชสีห์

ในเวลาต่อมาภูตราชสีห์ก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดขณะที่หางของมันกลายเป็นอสรพิษ

อสรพิษเลื้อยพันรอบตัวภูตราชสีห์และกัดมันด้วยเขี้ยวพิษ

ภูตราชสีห์กวักแกว่งกรงเล็บของมันไปที่ศีรษะอสรพิษ แต่อสูรพิษตัวนี้กลับแข็งแกร่งมาก มันสามารถต่อต้านกรงเล็บราชสีห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ภูตราชสีห์กระพือปีกบินขึ้นสู่ท้องฟ้าขณะต่อสู้กับอสรพิษตัวนี้

นางรำหงหยุนเฝ้ามองการต่อสู้อย่างระมัดระวัง

เจตจำนงของบรรพชนพันเปลี่ยนแปลงใช้วิญญาณระดับแปดโจมตีภูตราชสีห์อย่างต่อเนื่อง

ในไม่ช้าต้นไม้ก็เริ่มเติบโตขึ้นบนร่างของมัน

นี่คือต้นภูตผีร่ำไห้

รากของมันดูดกลืนสารอาหารจากร่างกายของภูตราชสีห์

นั่นทำให้มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด มันโจมตีต้นภูตผีร่ำไห้และทำลายศีรษะอสรพิษ

ภูตราชสีห์อยู่ในสภาพที่เลวร้ายมากและตอนนี้มันยังได้รับบาดเจ็บสาหัส

‘นี่คือวิญญาณอมตะกลายพันธุ์! มันจะทำให้สิ่งมีชีวิตทุกชนิดกลายพันธุ์!’

‘ภูตราชสีห์ทำลายอสรพิษและต้นภูตผีร่ำไห้ แต่แท้จริงแล้วมันกลับสร้างความเสียหายให้กับตัวมันเอง’

นางรำหงหยุนเฝ้ามองการต่อสู้ด้วยหัวใจที่สั่นไหว แม้นางจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับวิญญาณอมตะกลายพันธุ์อยู่บ้าง แต่หลังจากได้เห็นด้วยตาของตนเอง นางยังรู้สึกอัศจรรย์ใจ

เจตจำนงของบรรพชนพันเปลี่ยนแปลงกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ดังคาด ภูตราชสีห์ตัวนี้ไม่ปกติ มันมีอาการบาดเจ็บภายใน มันมีพลังการต่อสู้อยู่ในระดับสัตว์อสูรบรรพกาลเท่านั้น ปีกของมันไร้ประโยชน์ แปลก...มันไม่ควรขาดอาหารในทะเลทรายผีเขียว”

แม้เจตจำนงของบรรพชนพันเปลี่ยนแปลงจะสงสัยแต่เขาก็ยังไม่หยุดโจมตี

วิญญาณอมตะกลายพันธุ์ระดับแปดถูกกระตุ้นใช้งานอีกครั้ง

คราวนี้ดวงตาข้างขวาของภูตราชสีห์กลายเป็นผึ้งพิษ

ผึ้งไม่ได้บินหนีไป มันยกเหล็กในพิษของมันขึ้นและแทงไปที่เบ้าตาของภูตราชสีห์ สุดท้ายจึงเจาะทะลวงเข้าไปในสมอง

“โฮก...”

ภูตราชสีห์กรีดร้องด้วยความสิ้นหวัง แต่ความทุกข์ทรมานของมันยังไม่สิ้นสุด

ในไม่ช้าภายใต้พลังอำนาจของวิญญาณอมตะกลายพันธุ์ระดับแปด กรงเล็บและฟันของมันก็เติบโตขึ้นจนกลายเป็นพืชอสูรบรรพกาล

ภูตราชสีห์กระพือปีกและพยายามหลบหนี

แต่นางรำหงหยุนไม่ยอมปล่อยมันไป สุดท้ายภูตราชสีห์ก็ร่วงลงสู่พื้นทราย

เมื่อฝุ่นควันจางหาย ภูตราชสีห์ก็นอนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนอยู่บนพื้น มันตายแล้ว

“ไปเก็บกวาดสนามรบ” เจตจำนงของบรรพชนพันเปลี่ยนแปลงกลับเข้าสู่ร่างของนางรำหงหยุนพร้อมกับวิญญาณอมตะ

ดวงตาของนางรำหงหยุนส่องประกายขึ้น นางแทบกระโดดเข้าไปหาซากศพของภูตราชสีห์ทันที

“ข้ารวยแล้ว!”

“นี่คือซากศพของสัตว์อสูรแรกกำเนิด มันเป็นทรัพยากรอมตะระดับแปดที่หายากกระทั่งในสวรรค์สีเหลือง มันสามารถนำไปหลอมรวมวิญญาณอมตะระดับแปด!”

นางรำหงหยุนเริ่มดำเนินการเก็บศพอย่างรวดเร็ว

แม้นางจะเป็นผู้อมตะระดับเจ็ด แต่เผชิญหน้ากับศพของสัตว์อสูรแรกกำเนิด นางยังไม่สามารถชำแหละร่างมันได้อย่างง่ายดาย

หลังจากใช้ความพยายามอย่างมาก นางรำหงหยุนจึงสามารถผ่าครึ่งร่างของมัน

“น่าเสียดายที่ส่วนที่กลายพันธุ์ไม่สามารถใช้งานได้ พวกมันไร้ค่า หือ?”

เป็นเพียงเวลานี้ที่นางรำหงหยุนพบฮันหลี่โดยไม่คาดคิด

ฮันหลี่หมดสติไปแล้วและอยู่ในสภาพใกล้ตาย

“เหตุใดถึงมีผู้ใช้วิญญาณมนุษย์อยู่ที่นี่?” นางรำหงหยุนพบว่ามันแปลก นางหัวเราะ “ข้าควรเรียกเจ้าว่าคนโชคดีหรือคนโชคร้าย? เจ้าถูกกินโดยสัตว์อสูรแรกกำเนิดแต่เพราะมันคือภูตราชสีห์ที่กินเพียงดวงวิญญาณ ด้วยร่างกายที่มีชีวิต เจ้าจึงรอดมาได้จนถึงตอนนี้ หากนี่เป็นสัตว์อสูรทั่วไป เจ้าคงกลายเป็นเนื้อบดไปแล้ว”

นางรำหงหยุนคว้าร่างของฮันหลี่ออกมาและค้นวิญญาณ

“หือ? สหายน้อยผู้นี้ชื่อฮันหลี่? แม้เขาจะไม่มีพื้นฐาน แต่โชคของเขายอดเยี่ยมจริงๆ”

“นี่คือ...มรดกที่แท้จริงบนเส้นทางแห่งค่ายกลของเจิ้งหยวนซืองั้นหรือ!?”

ดวงตาของนางรำหงหยุนเบิกกว้างขึ้นขณะที่นางรู้สึกหายใจลำบาก

จบบทที่ เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 1413 วิญญาณอมตะกลายพันธุ์ (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว