เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 1412 นางรำหงหยุน (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 1412 นางรำหงหยุน (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 1412 นางรำหงหยุน (อ่านฟรี)


เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 1412 นางรำหงหยุน (อ่านฟรี)

แปลโดย iPAT  

เมฆสีแดงกำลังบินอยู่บนท้องฟ้า

“ทะเลทรายผีเขียวอยู่ข้างหน้า” นางรำหงหยุนนอนปิดเปลือกตาอยู่บนก้อนเมฆสีแดงอย่างผ่อนคลาย

นางมีรูปร่างที่ทรงเสน่ห์ นางอยู่ในชุดนางรำสีแดงที่เผยให้เห็นหน้าท้อง

มีกำไลหยกสีทองอยู่ที่ข้อมือและข้อเท้าของนาง

บนนิ้วของนางมีแหวนที่ประดับด้วยเพชรพลอยหลากหลายสีสัน

นางมีดวงตาลึก คิ้วหนาและยาว ใบหน้าครึ่งหนึ่งของนางอยู่ใต้ผ้าคลุมโปรงแสง จมูกและริมฝีปากของนางซ่อนอยู่หลังม่านและทำให้ผู้คนรู้สึกต้องการสำรวจสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านนั้น

นางรำหงหยุนเป็นผู้อมตะระดับเจ็ด

ครั้งหนึ่งนางเคยเป็นปีศาจอมตะที่ท่องเที่ยวไปทั่วทะเลทรายตะวันตก แต่โชคร้ายที่นางล้อเล่นกับผู้อมตะระดับแปดฝ่ายธรรมะและตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤต ในเวลานั้นบรรพชนพันเปลี่ยนแปลงได้ช่วยชีวิตนางไว้

ด้วยวิธีนี้นางรำหงหยุนจึงกลายเป็นหนึ่งในนางสนมของบรรพชนพันเปลี่ยนแปลง

แต่น่าเสียดายที่นางไม่ใช่หญิงประเภทที่เขาชื่นชอบ แม้นางจะงดงามและเย้ายวนใจ แต่สถานะของนางยังต่ำกว่าเทพธิดาซุ้ยป๋อ

ลมพัดผ่านใบหูของนาง เมฆสีแดงเหมือนปุยนุ่นที่สะดวกสบาย

มันคือท่าไม้ตายอมตะที่เป็นเอกลักษณ์ของนาง เมฆาแดงเริงระบำ

แม้นางจะไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อเทพธิดาซุ้ยป๋อและยังแข่งขันกันอย่างดุเดือด แต่ตอนนี้เทพธิดาซุ้ยป๋อกำลังมีปัญหา นางรำหงหยุนยังต้องออกมาช่วยเทพธิดาซุ้ยป๋ออย่างรวดเร็วที่สุด

แน่นอนว่านางไม่เต็มใจ แต่มันเป็นคำสั่งของบรรพชนพันเปลี่ยนแปลง

สิ่งสำคัญก็คือเจตจำนงของบรรพชนพันเปลี่ยนแปลงยังเฝ้ามองนางอยู่

ด้วยวิธีนี้นางรำหงหยุนจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเทพธิดาซุ้ยป๋อ

เมฆสีแดงเดินทางไปถึงทะเลทรายผีเขียวขณะที่เมฆสีดำเริ่มปรากฎขึ้น

แสงอาทิตย์แทบไม่สามารถสาดส่องลงมายังทะเลทรายผีเขียว มันดูค่อนข้างมืดครึ้ม

มีต้นไม้มากมายอยู่ในทะเลทรายแห่งนี้

ต้นภูตผีร่ำไห้มีรูปร่างบิดเบี้ยวและเปลือกไม้ที่ดูคล้ายใบหน้ามนุษย์ที่กำลังร้องไห้

ทุกครั้งที่ลมพัดผ่าน ต้นไม้เหล่านี้จะส่งเสียงโหยหวนออกมา

แม้แต่ตอนกลางวัน สถานที่แห่งนี้ก็ยังหนาวเย็นและมืดมิด เมื่อถึงเวลากลางคืน สายลมอันหนาวเหน็บจะพัดมาราวกับภูตผีจำนวนนับไม่ถ้วน

นางรำหงหยุนที่อยู่บนก้อนเมฆสีแดงเคลื่อนผ่านเมฆสีดำด้วยความรู้สึกกดดัน

นางไม่ผ่อนคลายเหมือนก่อนหน้าอีกต่อไป

ทะเลทรายผีเขียวเป็นสถานที่อันตรายของทะเลทรายตะวันตก

มันเกี่ยวข้องกับเทพปีศาจจิตวิญญาณ

ก่อนที่เทพปีศาจจิตวิญญาณจะกลายเป็นผู้อมตะระดับเก้า เขาต่อสู้กับกลุ่มผู้อมตะที่นี่และสามารถสังหารผู้อมตะทั้งหมด

ผลพวงของการต่อสู้ทำให้เกิดเป็นทะเลทรายผีเขียว

สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความเกลียดชังและความโกรธของผู้แพ้ พวกเขารู้สึกโศกเศร้าต่อชะตากรรมอันน่าสยดสยองของตนเอง

มีอสูรวิญญาณจำนวนมากอาศัยอยู่ที่นี่ กระทั่งอสูรวิญญาณระดับสัตว์อสูรแรกกำเนิดก็ยังหาได้ไม่ยาก

หลังจากหนึ่งแสนปีมีผู้อมตะของทะเลทรายตะวันตกจำนวนมากเสียชีวิตลงที่นี่

นางรำหงหยุนกล้ามาที่นี่ไม่ใช่เพราะการบ่มเพาะระดับเจ็ดของนาง แต่มันเป็นเพราะเจตจำนงของบรรพชนพันเปลี่ยนแปลงและวิญญาณอมตะระดับแปดที่อยู่กับนาง

เมฆสีแดงยังบินไปข้างหน้า

“อะวู้...”

เสียงโหยหวนราวเสียงร้องของหมาป่าดังขึ้น อสูรวิญญาณขนาดเท่าเนินเขาปรากฏต่อหน้านางรำหงหยุน

มันคืออสูรวิญญาณระดับสัตว์อสูรบรรพกาล มันคิดว่านางรำหงหยุนเป็นเหยื่อ

รูม่านตาของนางรำหงหยุนหดเล็กลง นางกัดฟันและกำลังจะเข้าสู่การต่อสู้

แต่ในจังหวะนี้เจตจำนงของบรรพชนพันเปลี่ยนแปลงกลับส่งเสียงออกมา “ให้ข้าจัดการมัน หงหยุนเดินทางต่อไป”

นางรำหงหยุนดีใจมาก นางทำตามอย่างเชื่อฟัง

เมฆสีแดงเคลื่อนที่ไปข้างหน้าโดยไม่เปลี่ยนทิศทาง

วิญญาณอมตะระดับแปดถูกกระตุ้นใช้งานและส่งคลื่นพลังงานลึกลับไปยังอสูรวิญญาณบรรพกาลตัวนั้น

อสูรวิญญาณบรรพกาลอ้าปากอยู่ด้านหน้านางรำหงหยุน แต่ในช่วงเวลาสำคัญการโจมตีของมันกลับหยุดลงอย่างกะทันหัน

ต่อมาศีรษะของมันก็ระเบิดและมีวานรตัวหนึ่งกระโดดออกมา กรงเล็บของมันกลายเป็นเถาวัลย์ ขนของมันกลายเป็นหญ้า และยังมีจระเข้จำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากร่างกายของมัน

ร่างของอสูรวิญญาณถูกแยกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและร่วงหล่นลงจากท้องฟ้า

‘น่าประทับใจนัก นี่คือพลังอำนาจของวิญญาณอมตะกลายพันธุ์ระดับแปดงั้นหรือ?’ นางรำหงหยุนตกตะลึง

อสูรวิญญาณบรรพกาลถูกฆ่าเหมือนไก่

มันง่ายเกินไป

นางรำหงหยุนรู้ว่าหากนางต่อสู้กับมัน นางต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อบังคับให้อสูรวิญญาณบรรพกาลตนนี้ล่าถอย หากโชคดี นางอาจสามารถสังหารมัน

เมื่ออสูรวิญญาณบรรพกาลตัวนี้ตาย อสูรวิญญาณบรรพกาลที่อยู่รอบๆก็ตื่นขึ้นและปรากฏตัวออกมา

เจตจำนงของบรรพชนพันเปลี่ยนแปลงก่นเสียงเย้ยหยันก่อนจะปลดปล่อยกลิ่นอายของวิญญาณอมตะระดับแปดออกไป

เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายนี้ อสูรวิญญาณบรรพกาลหลายตัวเร่งหลบหนี

แน่นอนว่าอสูรวิญญาณบรรพกาลบางส่วนยังพุ่งเข้าโจมตีนางรำหงหยุน

หลังจากทั้งหมดมันไม่ใช่กลิ่นอายของผู้อมตะระดับแปดแต่เป็นเพียงกลิ่นอายของวิญญาณอมตะระดับแปด

อสูรวิญญาณมีสติปัญญาไม่สูง ดังนั้นพวกมันจึงถูกสังหารไปในที่สุด

สัตว์ป่ามีสัญชาตญาณการเอาตัวรอด หลังจากตระหนักถึงภัยคุกคามร้ายแรง พวกมันจึงเลือกที่จะล่าถอย

“โฮก...”

อย่างไรก็ตามเพียงเมื่อนางรำหงหยุนผ่อนคลายจิตใจลง เสียงคำรามของสัตว์ร้ายก็ดังเข้าหูของนางอีกครั้ง

สิงโตตัวใหญ่ที่มีปีกสีเทาขาวพุ่งเข้าโจมตีนาง

เห็นสิ่งนี้ หัวใจของนางรำหงหยุนสั่นสะท้านขึ้น นางตะโกน “โอ้ ไม่ นี่คือสัตว์อสูรแรกกำเนิด ภูตราชสีห์!”

จบบทที่ เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 1412 นางรำหงหยุน (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว