- หน้าแรก
- นักเรียนพลังเหนือโลก บทเรียนที่หวนคืน สู่การเป็นอัจฉริยะ
- บทที่ 16: คะแนนคณิตศาสตร์ของหลี่เมิ่งฉีพุ่งทะยาน!
บทที่ 16: คะแนนคณิตศาสตร์ของหลี่เมิ่งฉีพุ่งทะยาน!
บทที่ 16: คะแนนคณิตศาสตร์ของหลี่เมิ่งฉีพุ่งทะยาน!
บทที่ 16: คะแนนคณิตศาสตร์ของหลี่เมิ่งฉีพุ่งทะยาน!
โรงเรียนมัธยมหมายเลข 10 แห่งเมืองเฝย
...
"หือ~"
"เธอ... ทำได้ถึง 138 คะแนนเลยเหรอเนี่ย!"
จางเหวินเทามองกระดาษคำตอบวิชาคณิตศาสตร์ในมือด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
การทำคะแนนวิชาคณิตศาสตร์ระดับมัธยมปลายให้ได้เกิน 130 คะแนนไม่ใช่เรื่องง่าย
แน่นอนว่าในห้องย่อมมีนักเรียนที่ทำคะแนนระดับนี้ได้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นพวกหัวกะทิด้านคณิตศาสตร์อยู่แล้ว
สาเหตุที่จางเหวินเทารู้สึกประหลาดใจ ก็เพราะกระดาษคำตอบในมือของเขาเป็นของนักเรียนที่ไม่ได้เก่งคณิตศาสตร์เป็นพิเศษ
อันที่จริง ต้องบอกว่าเป็นของนักเรียนที่อ่อนคณิตศาสตร์เลยด้วยซ้ำ
"มีอะไรเหรอครับครูจาง?"
เมื่อได้ยินเสียงอุทานเบาๆ ของจางเหวินเทา หลี่ถง ครูวิชาเคมีที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
หลี่ถงรู้สึกเอ็นดูพ่อหนุ่มนักเรียนนอกที่จบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยฟู่ตั้นคนนี้พอสมควร
แน่นอนว่าไม่ใช่ความรักในเชิงชู้สาว แต่เป็นความชื่นชมในความสามารถ
เป็นการยอมรับของครูอาวุโสที่มีต่อความสามารถในการทำงานของครูรุ่นใหม่
"ไม่มีอะไรครับ แค่มีเรื่องที่คิดไม่ตกนิดหน่อย"
"คิดไม่ตก?"
หลี่ถงชะงักไปครู่หนึ่ง ขยับแว่นสายตาแล้วถามว่า "มีเรื่องอะไรที่มหาบัณฑิตจากฟู่ตั้นอย่างคุณคิดไม่ตกด้วยเหรอ?"
"อย่าแซวผมเลยครับครูหลี่ ผมเพิ่งสอนหนังสือมาได้ไม่กี่ปีเอง" จางเหวินเทายิ้ม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามว่า
"ครูหลี่ครับ ครูมีประสบการณ์เยอะ ผมขอถามอะไรหน่อยสิครับ"
"ว่ามาสิ"
"ตลอดหลายปีที่สอนมา ครูเคยเจอกรณีที่จู่ๆ คะแนนของนักเรียนก็พุ่งพรวดขึ้นมาแบบก้าวกระโดดบ้างไหมครับ?"
"คะแนนพุ่งพรวดเหรอ?"
หลี่ถงนิ่งคิดไปครู่หนึ่งแล้วตอบว่า "เคยสิ ต้องเคยเจออยู่แล้ว"
"ในช่วง ม.6 มันเป็นเรื่องปกติที่จะมีนักเรียนบางคนทำคะแนนดีขึ้นอย่างรวดเร็ว"
"เมื่อไม่กี่ปีก่อน ฉันเคยมีลูกศิษย์คนหนึ่งที่ผลการเรียนแย่มากตอน ม.4 กับ ม.5 หรือแม้แต่เทอมแรกของ ม.6 ก็ได้คะแนนรวมแค่ประมาณ 400 กว่าๆ แต่พอสอบเอนทรานซ์จริงกลับทำได้ถึง 620 คะแนน"
สุดท้าย หลี่ถงก็เสริมว่า "ครูจาง แต่มันมีเงื่อนไขอยู่นะ คือพื้นฐานเดิมของเด็กคนนั้นต้องแย่มากๆ มันถึงจะมีช่องว่างให้พัฒนาได้เยอะ"
"คุณก็รู้ ยิ่งคะแนนสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งพัฒนายากขึ้นเท่านั้น"
"และ..."
"...เด็กคนนั้นก็ต้องมีหัวในการเรียนรู้ในระดับหนึ่งด้วย"
"สถานการณ์แบบนี้จริงๆ แล้วหาได้ยากมากนะ"
จางเหวินเทาพยักหน้าอย่างครุ่นคิด เขาพอจะเข้าใจสถานการณ์ที่หลี่ถงอธิบาย
เขารู้ดีว่าการเรียนรู้ต้องเป็นไปตามลำดับขั้น
แต่ทว่า... กระดาษคำตอบที่ได้ 138 คะแนนของหลี่เมิ่งฉีที่อยู่ตรงหน้าเขานี้ มันต่างจากสถานการณ์ที่ครูหลี่เล่ามาอย่างสิ้นเชิง
ภายในเวลาแค่ 10 วัน คะแนนคณิตศาสตร์ของหลี่เมิ่งฉีเพิ่มขึ้นมามากกว่า 40 คะแนน
นี่คือเหตุผลที่จางเหวินเทารู้สึกประหลาดใจ
เพราะเขารู้สึกว่ามันไม่ค่อยเป็นวิทยาศาสตร์เท่าไหร่
"เป็นอะไรไป? มีนักเรียนในห้องคุณคะแนนคณิตศาสตร์พุ่งขึ้นมาเหรอ?"
"ครับ พุ่งขึ้นมาเยอะมากๆ"
"เรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องปกติเหมือนกัน เด็กบางคนเครื่องร้อนช้า บางทีเขาอาจจะเพิ่งบรรลุอะไรบางอย่างก็ได้"
หลี่ถงอธิบายด้วยรอยยิ้ม
ในฐานะครูมากประสบการณ์ เธอก็เคยเห็นกรณีแบบนี้มาบ้าง
แม้คำว่า 'การบรรลุทางการเรียนรู้' จะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ แต่ในฐานะคนเป็นครู เธอเห็นตัวอย่างมาเยอะแล้ว
เด็กหลายคนตอนแรกเรียนยังไงก็ไม่เข้าหัว คะแนนร่วงกราวรูด
แต่พอถึงจุดหนึ่ง เหมือนจู่ๆ เส้นลมปราณก็ทะลุปรุโปร่ง คะแนนก็พุ่งพรวดๆ ขึ้นมาเสียอย่างนั้น
"สงสัยผมจะคิดมากไปเอง" จางเหวินเทาพึมพำกับตัวเอง แล้วสลัดความสงสัยทิ้งไป
เขาตัดสินใจว่าจะรอดูสถานการณ์ไปอีกสักพัก
ส่วนเรื่องที่ว่าหลี่เมิ่งฉีจะทุจริตจนได้ 138 คะแนนหรือไม่นั้น เขาตัดความเป็นไปได้ข้อนี้ทิ้งไปโดยสิ้นเชิง
ไม่ต้องพูดถึงว่าการโกงข้อสอบเพื่อหลอกตัวเองในช่วง ม.6 นั้นโง่เขลาแค่ไหน แต่จางเหวินเทาเชื่อมั่นในนิสัยของลูกศิษย์คนนี้
หลังจากตรวจข้อสอบชุดสุดท้ายเสร็จอย่างรวดเร็ว จางเหวินเทาก็ลุกขึ้นถือปึกกระดาษคำตอบวิชาคณิตศาสตร์ แล้วเดินตรงไปยังห้องเรียนชั้น ม.6 ห้อง 10 ของโรงเรียนมัธยมหมายเลข 10
...
ยังคงเป็นช่วงเวลาทบทวนบทเรียนภาคค่ำ
เนื่องจากเพิ่งสอบประจำเดือนเสร็จ เส้นประสาทที่ตึงเครียดของเหล่านักเรียนจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย
แต่ก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น ทุกคนยังคงตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือ ทำโจทย์ และทบทวนจุดที่ตัวเองยังไม่แม่นยำ
ท้ายที่สุดแล้ว ตัวเลขถอยหลัง 97 วันสู่วันสอบเอนทรานซ์ที่เขียนอยู่บนผนังห้องก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
หลี่เมิ่งฉีที่นั่งอยู่แถวที่สาม วันนี้ยังคงมัดผมหางม้ายาว เธอนั่งตัวตรง หน้าอกคู่งามวางแนบไปกับโต๊ะเรียน
หลี่เมิ่งฉีไม่ได้ลดความเข้มงวดในการเรียนลงเพียงเพราะการสอบจำลองครั้งที่หนึ่งจบลงในวันนี้
ในเวลานี้ เธอกำลังตั้งใจทำข้อสอบวิชาฟิสิกส์อยู่
การได้เรียนคณิตศาสตร์กับลู่หยวนในช่วงที่ผ่านมา สร้างความมั่นใจและความสนใจในการเรียนให้เธออย่างมหาศาล
อะไรคือความยากลำบากที่สุดในการเรียน?
คือการเจอกับโจทย์ปัญหาที่ยากแสนเข็ญเหล่านั้น
ไม่ว่าจะเป็นคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี หรือชีววิทยา โจทย์ยากๆ ทุกข้อคืออุปสรรคก้อนใหญ่ที่ขัดขวางความสนใจและความมั่นใจของนักเรียน
ถ้าคุณกัดฟันข้ามผ่านอุปสรรคนี้ไปได้ คะแนนก็จะดีขึ้นเอง และการเรียนก็จะยิ่งง่ายขึ้นเรื่อยๆ
แต่... ถ้าคุณข้ามมันไปไม่ได้ คะแนนก็จะยิ่งแย่ลง และคุณก็จะยิ่งรู้สึกว่าการเรียนให้เก่งนั้นยากขึ้นทุกที
และหลี่เมิ่งฉีที่ได้รับการติวจากลู่หยวนในช่วงนี้ รู้สึกว่าเส้นทางการเรียนของเธอเหมือนจะไร้ซึ่ง 'อุปสรรค' ใดๆ
หลังจากได้รับคำอธิบายจากลู่หยวน โจทย์ที่เคยยากแสนยากเหล่านั้นกลับดูง่ายดายสำหรับเธอ หรือแม้กระทั่ง... รู้สึกว่าเป็นโจทย์ที่ใครๆ ก็ทำได้
สิ่งนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เธอเป็นอย่างมาก
"คาบต่อไป ฉันสามารถแบ่งพลังงานที่เคยใช้กับคณิตศาสตร์มาทุ่มให้กับฟิสิกส์ได้แล้ว"
"บางที... ในเวลาอีก 97 วันที่เหลือก่อนสอบเอนทรานซ์ การจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศอาจจะไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับฉันก็ได้"
เมื่อแก้โจทย์ฟิสิกส์ข้อยากได้สำเร็จ รอยยิ้มบางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ขาวผ่องดุจหิมะของหลี่เมิ่งฉี
หลี่เมิ่งฉีคนก่อนมีคะแนนคาบเกี่ยวอยู่ระหว่างมหาวิทยาลัยระดับหนึ่งกับระดับสอง ถ้าทำข้อสอบเอนทรานซ์ได้ดีก็อาจจะติดมหาวิทยาลัยระดับหนึ่ง แต่ถ้าพลาดก็คงได้แค่ระดับสอง
แต่ตอนนี้ มหาวิทยาลัยระดับหนึ่งทั่วไปไม่ได้อยู่ในสายตาของเธออีกแล้ว
เป้าหมายของเธอเปลี่ยนไปเป็นมหาวิทยาลัยระดับท็อปของประเทศ
"เขาไม่ใช่คนแล้วมั้ง เพิ่งสอบคณิตศาสตร์เสร็จเมื่อบ่าย ตอนนี้ตรวจเสร็จแล้วเหรอเนี่ย"
"ครูจางครับ ทำไมครูถึงได้ไวปานวอกขนาดนี้!!!"
"อ๊าก~ คืนนี้จะไม่ได้นอนดีๆ อีกแล้วสินะ"
"น่ารำคาญชะมัดเลย!"
ทันใดนั้น เสียงบ่นระงมก็ดังขึ้นในห้องเรียน
หลี่เมิ่งฉีเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นจางเหวินเทา ครูสอนคณิตศาสตร์และครูประจำชั้น ยืนอยู่บนแท่นหน้าชั้นเรียนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"ตอนมีชีวิตอยู่จะนอนเยอะไปทำไม ตายไปก็ได้นอนตลอดกาลแล้ว"
"เหลือเวลาอีกแค่ 97 วันก็จะสอบเอนทรานซ์แล้ว สอบเสร็จเมื่อไหร่พวกคุณจะนอนให้ตายยังไงก็ได้"
เมื่อได้ยินเสียงบ่นของนักเรียน จางเหวินเทาก็กระแอมไอ ส่งสัญญาณให้นักเรียนเงียบเสียงลง
หลังจากทุกคนเงียบลงแล้ว เขาก็เคาะปึกข้อสอบคณิตศาสตร์ในมือแล้วพูดว่า "เนื่องจากเป็นการสอบจำลองครั้งแรก ความยากของโจทย์เลยสูงขึ้นหน่อย แต่ทว่า..."
"ก็ยังมีนักเรียนในห้องเราที่ทำคะแนนดีขึ้นกว่าครั้งที่แล้วแบบก้าวกระโดดอยู่เหมือนกัน!"