เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 ฉันไม่อยากทำงานให้คุณแล้ว

บทที่ 23 ฉันไม่อยากทำงานให้คุณแล้ว

บทที่ 23 ฉันไม่อยากทำงานให้คุณแล้ว


บทที่ 23 ฉันไม่อยากทำงานให้คุณแล้ว

เมื่อได้ยินคำพูดของผู้จัดการ จ้าวชิงเสวี่ยก็กำหมัดแน่น "ฉันไตร่ตรองมาอย่างดีแล้วค่ะผู้จัดการ!"

"เหรอ?"

เมื่อเห็นสีหน้าของจ้าวชิงเสวี่ย ผู้จัดการก็คิดว่าอีกฝ่ายคงยอมจำนนแล้ว เธอจึงหยิบขคีย์การ์ดห้องพักใบหนึ่งจากบนโต๊ะ แล้วยัดใส่ลงในกระเป๋าเสื้อของจ้าวชิงเสวี่ย "ในเมื่อคิดดีแล้ว ก็รับคีย์การ์ดนี่ไป เธอรู้นะว่าต้องทำยังไง อย่ามาทำหน้าตาไม่เต็มใจหน่อยเลย แล้วก็ไม่ต้องกังวลเรื่องแฟนของเธอหรอก ถ้าเธอหาเงินได้เยอะๆ แฟนเธออาจจะยินดีให้เธอเลี้ยงดูก็ได้..."

เพี๊ยะ!

ยังไม่ทันที่ผู้จัดการจะพูดจบ จ้าวชิงเสวี่ยก็คว้าคีย์การ์ดออกมาจากกระเป๋า แล้วปาใส่หน้าหล่อนเต็มแรง

"แก..."

ผู้จัดการคาดไม่ถึงว่าจ้าวชิงเสวี่ยจะกล้าทำขนาดนี้ จึงตั้งตัวไม่ทัน พอตั้งสติได้ หล่อนก็ตัวสั่นเทิ้มด้วยความโทสะ "จ้าวชิงเสวี่ย!!!"

เสียงตวาดแหลมสูงดังลั่น และด้วยความที่ห้องทำงานเก็บเสียงไม่ค่อยดี คนข้างนอกจึงได้ยินเสียงตะโกนเกรี้ยวกราดนั้นอย่างชัดเจน

"เกิดอะไรขึ้นน่ะ?"

"มีเรื่องอะไรกัน? ทำไมผู้จัดการถึงโกรธขนาดนั้น?"

"แย่แล้ว ชิงเสวี่ยจะเป็นอะไรไหมเนี่ย..."

ปกติจ้าวชิงเสวี่ยเป็นที่รักของคนในออฟฟิศ ทุกคนรู้ว่าเธอถูกผู้จัดการเรียกเข้าไปพบ พอได้ยินเสียงคำรามของผู้จัดการ ทุกคนต่างก็เป็นห่วงชิงเสวี่ย

ทว่า อิงอิงเดินถือแก้วกาแฟเข้ามาพร้อมกระซิบว่า "รอบนี้ชิงเสวี่ยไม่รอดแน่ ฉันบอกเลย เมื่อกี้ตอนไปชงกาแฟ ฉันเดินผ่านหน้าห้องผู้จัดการ เห็นแวบๆ ผ่านช่องประตูว่ามีของถูกปาใส่หน้าผู้จัดการด้วย!"

"???"

"อิงอิง เธอตาฝาดหรือเปล่า? ชิงเสวี่ยจะกล้าทำแบบนั้นได้ยังไง?"

ในสายตาของทุกคน จ้าวชิงเสวี่ยเปรียบเสมือนกระต่ายน้อยแสนซื่อ ไม่มีใครเชื่อว่าเธอจะกล้าทำเรื่องรุนแรงแบบนั้น

เมื่อเห็นว่าไม่มีใครเชื่อ อิงอิงจึงรีบเล่าฉากที่เธอเพิ่งเห็นมาอย่างออกรสออกชาติ

ทุกคนต่างตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ

แต่ยังไม่ทันที่อิงอิงจะเล่าจบ ประตูห้องทำงานผู้จัดการก็ถูกผลักเปิดออกกว้าง จ้าวชิงเสวี่ยเดินออกมาด้วยดวงตาแดงก่ำ

"ขอโทษนะทุกคน ฉันขอตัวก่อนนะคะ"

"เอ่อ..."

เมื่อเห็นสภาพของจ้าวชิงเสวี่ย ทุกคนต่างพูดไม่ออก สีหน้าดูอึดอัดทำตัวไม่ถูก

โชคดีที่จ้าวชิงเสวี่ยไม่ได้อธิบายอะไรกับพวกเธอ เพียงแค่ยกมือเช็ดน้ำตาแล้ววิ่งออกไป

"มองอะไรกัน? ฉันจะบอกให้นะ นี่คือจุดจบของคนไม่รู้จักเจียมตัว!"

ร่างของจ้าวชิงเสวี่ยเพิ่งจะลับสายตาไปที่หน้าประตูบริษัท ผู้จัดการก็ตามออกมาด้วยใบหน้าถมึงทึง

ทุกคนรีบก้มหน้ากลับไปประจำที่แสร้งทำเป็นทำงานต่อทันที

แต่ผู้จัดการยังไม่ยอมจบ ดูเหมือนความโกรธยังคงคุกรุ่น หล่อนยังคงตะโกนด่าทอไล่หลังไปยังทิศทางที่จ้าวชิงเสวี่ยจากไปอย่างไม่สาสมใจ "ทำเป็นใสซื่อมือถือสากปากถือศีล ที่แท้ก็พวกแพศยา วันๆ แต่งตัวสวยมายั่วผู้ชาย... แล้วดูสิ ทิ้งภาระงานไว้ให้ฉันตามแก้ แล้วก็สะบัดตูดหนีไป คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกถูกรังแกงั้นสิ? คนสวะพรรค์นั้นสมควรจนดักดานไปตลอดชาตินั่นแหละ..."

ถ้อยคำของผู้จัดการนั้นหยาบคายและร้ายกาจเหลือเกิน พนักงานบางคนทนฟังไม่ไหวจึงหนีไปหลบมุมสงบจิตสงบใจที่ระเบียงทางเดิน

ตรงระเบียงมีหน้าต่างบานหนึ่งที่มองลงไปเห็นหน้าประตูทางเข้าบริษัทได้ชัดเจน

เวลาว่างๆ หรืออยากหนีความวุ่นวาย พวกเธอมักจะมารวมตัวกันเมาท์มอยที่ริมหน้าต่างนี้

"ชิงเสวี่ยไปทำอะไรให้ผู้จัดการโกรธขนาดนั้นนะ? ปากคอเราะร้ายชะมัด!"

"ใครจะไปรู้... เฮ้อ ชิงเสวี่ยก็วู่วามเกินไป จะว่าไปสวัสดิการบริษัทเราก็ดีมากนะ ถ้าเป็นฉันคงไม่ยอมลาออกง่ายๆ หรอก"

"แต่ฉันว่าชิงเสวี่ยคงไม่แคร์หรอกมั้ง? ก็แฟนเธอซื้อปอร์เช่ คาเยนน์ ให้ขับเลยนะ..."

พวกเธอคุยกันพลางทอดสายตามองลงไปที่หน้าประตูบริษัท

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่มีรถสปอร์ต 'เฟอร์รารี่ ลาเฟอร์รารี่' มาจอดเทียบท่าอยู่หน้าตึก

"เชอะ ปอร์เช่ คาเยนน์ อะไรกัน? สำหรับคนธรรมดาอย่างเราอาจจะหรู แต่ในสายตาเศรษฐีตัวจริง มันก็แค่เศษเหล็กเท่านั้นแหละ"

เพื่อนคนหนึ่งชี้ไปที่รถสปอร์ตหรูด้วยรอยยิ้ม "เห็นลาเฟอร์รารี่คันข้างล่างนั่นไหม? นั่นแหละรถหรูของจริง!"

"จริงของเธอ โลกทัศน์พวกเรามันแคบเกินไปจริงๆ!"

"โอ๊ย ถ้าลาเฟอร์รารี่คันนั้นมารับฉันบ้างก็คงดี..."

พวกเธอพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน พอเห็นประตูรถลาเฟอร์รารี่เปิดออก ต่างก็ชะโงกหน้าอยากเห็นว่าชายหนุ่มแบบไหนกันที่เป็นเจ้าของรถสุดหรูคันนี้

"หุ่นเพอร์เฟกต์เกินไปไหมเนี่ย? ไหล่กว้าง เอวสอบ ขายาว... นี่มันเทพบุตรลงมาจุติชัดๆ!"

"หุ่นแบบนี้ใส่เสื้อผ้าก็ดูผอมเพรียว แต่ถอดออกมาต้องกล้ามแน่นแน่ๆ พนันได้เลยว่าต้องมีซิกแพคแปดลูก!"

"หน้าตาแบบนี้สเปคฉันเลย..."

ตอนแรกพวกเธอคิดว่าลูกเศรษฐีที่ขับลาเฟอร์รารี่คงจะตัวเตี้ยหน้าตาธรรมดา แต่ไม่นึกเลยว่าจะเป็นหนุ่มหล่อขั้นเทพขนาดนี้

สาวๆ กลุ่มนั้นเกิดอาการคลั่งรักขึ้นมาทันที จินตนาการบรรเจิดไปไกลถึงฉากพบรักกับหนุ่มหล่อ แทบจะระทดระทวยกองกับพื้น

แต่ยังไม่ทันที่พวกเธอจะฝันหวานจบ วินาทีต่อมาดวงตาของทุกคนก็ต้องเบิกโพลง!

เพราะพวกเธอเห็นจ้าวชิงเสวี่ยที่เพิ่งวิ่งออกจากบริษัท โผเข้าสู่อ้อมกอดของเทพบุตรคนนั้นเต็มแรง!

และเทพบุตรที่พวกเธอแทบจะคลั่งตายคนนั้น ก็กำลังโอบกอดเธอไว้อย่างทะนุถนอม คอยปลอบโยนเธอ แม้มองจากตึกสูงหลายสิบชั้น ก็ยังสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนอันไร้ขีดจำกัดของเขา...

"นั่น... นั่น... นั่น... นั่นใครน่ะ?"

"ดูเหมือนจะเป็นแฟนของชิงเสวี่ยนะ..."

"คุณพระ! มิน่าล่ะชิงเสวี่ยถึงกล้าปาของใส่หน้าผู้จัดการ ไม่นึกเลยว่าแฟนเธอจะโปรไฟล์เลิศหรูอลังการขนาดนี้ ทำไมพวกเราไม่เคยรู้มาก่อนเลยล่ะ?"

พวกเธอมองหน้ากันด้วยความตกตะลึงสุดขีด

"มายืนทำอะไรกันตรงนี้? ฉันก็ว่าหายหัวไปไหนกันหมด ที่แท้ก็มาแอบอู้งานชมวิวกันตรงนี้นี่เอง วิวมันสวยนักหรือไง?"

โดยไม่มีใครรู้ตัว ผู้จัดการก็โผล่มายืนอยู่ข้างหลังพวกเธอพร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

พวกเธอสะดุ้งโหยง กำลังจะอ้าปากแก้ตัว แต่ผู้จัดการก็มองออกไปนอกหน้าต่างเสียแล้ว

เพียงแวบเดียว ใบหน้าที่เคยเชิดหยิ่งด้วยความจองหองพลันแข็งค้างไปทันที

ชัดเจนว่าหล่อนเองก็เห็นภาพจ้าวชิงเสวี่ยกำลังซบอยู่ในอ้อมกอดของซูหยวนที่ด้านล่างเช่นกัน

"ผู้จัดการคะ พวกเรากลับไปทำงานก่อนนะคะ!"

เห็นสีหน้าผู้จัดการเริ่มดำทะมึนลงเรื่อยๆ พวกเธอกลัวจะโดนหางเลขเป็นที่ระบายอารมณ์ จึงรีบชิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

ทิ้งให้ผู้จัดการยืนหน้าซีดเผือดอยู่คนเดียว จ้องมองภาพเบื้องล่างอย่างไม่วางตา

ผ่านไปเนิ่นนาน หล่อนถึงกัดฟันพูดออกมาว่า "ฉันกะแล้วเชียวว่านังเด็กนี่มันร้าย ที่แท้ก็ไปจับผู้ชายรวยได้นี่เอง!"

น้ำเสียงของหล่อนเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม แต่ภายใต้ความดูแคลนนั้น กลับแฝงไปด้วยความอิจฉาริษยาอย่างปิดไม่มิด

ไม่ว่าจ้าวชิงเสวี่ยจะไปจับผู้ชายรวยมาจริงหรือไม่ แต่ความรักและการตามใจที่ชายหนุ่มคนนั้นมีให้เธอ การกระทำที่อ่อนโยนและทะนุถนอมเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องโกหก

ความรักความเอาใจใส่ที่บริสุทธิ์ใจแบบนั้น เป็นสิ่งที่หล่อนไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิต!

จบบทที่ บทที่ 23 ฉันไม่อยากทำงานให้คุณแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว