- หน้าแรก
- หวานเจี๊ยบ เปย์ภรรยาปุ๊บ รับเงินคืนคูณสิบ
- บทที่ 22 ขี้เกียจตัวเป็นขนแบบนี้ ระวังจะหาแฟนไม่ได้นะ
บทที่ 22 ขี้เกียจตัวเป็นขนแบบนี้ ระวังจะหาแฟนไม่ได้นะ
บทที่ 22 ขี้เกียจตัวเป็นขนแบบนี้ ระวังจะหาแฟนไม่ได้นะ
บทที่ 22 ขี้เกียจตัวเป็นขนแบบนี้ ระวังจะหาแฟนไม่ได้นะ
แค่ทำใจยอมรับความจริงที่ว่าซูหยวนขับรถเฟอร์รารี่ ลาเฟอร์รารี่ ก็ยากพอแรงแล้ว แต่หลังจากที่ฉีหานขับรถปอร์เช่ คาเยนน์ตามรถบรรทุกคันใหญ่มาจนถึงอพาร์ตเมนต์หรูในโครงการเต๋อหลานแมนชั่น ย่านผู่ตง โลกทัศน์และค่านิยมของเธอก็ถูกรื้อสร้างใหม่อีกครั้ง
คราวนี้ ต่อให้เธอเป็นคนไม่คิดอะไรมากแค่ไหน ก็ยังสังเกตเห็นความผิดปกติเข้าจนได้
ซูหยวนรวยจริงๆ!
เริ่มจากเหมาของในตะกร้าช้อปปิ้งจนเกลี้ยง ตามด้วยรถลาเฟอร์รารี่ และตอนนี้ก็อพาร์ตเมนต์หรูสไตล์วิลล่า... ของพวกนี้ต่อให้หยิบมาแค่อย่างเดียว คนธรรมดาทั่วไปกี่คนกันที่จะมีปัญญาครอบครองไหว?
ตอนแรกเธออยากจะถามซูหยวนตรงๆ ว่าไปเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะ
แต่พอมาลองตรองดู แม้เธอจะเป็นเพื่อนสนิทของจ้าวชิงเสวี่ย แต่เธอก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะไปละลาบละล้วงถามเรื่องพวกนี้ได้!
ดังนั้น เธอจึงทำได้แค่รูดซิปปากให้สนิท แล้วเบิกตาให้กว้างเพื่อชื่นชมทิวทัศน์อันงดงามนอกหน้าต่างอพาร์ตเมนต์แทน
ก่อนจะย้ายเข้ามา ซูหยวนได้จ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว ห้องจึงสะอาดเอี่ยมอ่อง เหลือแค่ขนของใช้ส่วนตัวเข้ามาก็พอ
"นี่มันชีวิตระดับเทพชัดๆ..."
ฉีหานทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนพรมแคชเมียร์หนานุ่มริมหน้าต่างอย่างไม่เกรงใจใคร เธอเอาหน้าถูไถไปกับพรมด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข "อ๊า... ปล่อยให้ฉันนอนตายอยู่บนพรมผืนนี้เถอะ ตอนนี้ฉันกลายเป็นคนไร้ประโยชน์โดยสมบูรณ์แล้ว"
"นี่ๆๆ ไหนบอกว่าจะมาช่วยขนของไง? ไปนอนเกลือกกลิ้งทำอะไรตรงนั้น?"
ซูหยวนที่กำลังช่วยขนของมองฉีหานแล้วเบ้ปาก "ขี้เกียจตัวเป็นขนแบบนี้ ระวังจะหาแฟนไม่ได้นะ!"
"เชอะ ชิงเสวี่ยก็ไม่ได้ทำอะไรเหมือนกันนี่นา!"
ฉีหานหันไปมองจ้าวชิงเสวี่ยที่กำลังนั่งเล่นเกมมือถืออยู่ข้างๆ "เร็วเข้า พูดแก้ต่างให้ฉันหน่อยสิ! ยังเห็นฉันเป็นเพื่อนรักอยู่ไหมเนี่ย?"
"ชิงเสวี่ยเขามีสามีดีๆ แบบผมแล้ว คุณจะไปเทียบกับชิงเสวี่ยได้ยังไง?"
"..."
ฉีหานแทบกระอักเลือดตายเพราะคำพูดของซูหยวน เธอหันไปกอดแขนจ้าวชิงเสวี่ย "ชิงเสวี่ย ฉันพูดจริงนะ วันนี้ถ้าไม่ได้กินหม้อไฟไหตี่เลา อย่าหวังว่าฉันจะยกโทษให้พวกเธอสองคน"
"โอเคๆ ไหตี่เลาก็ไหตี่เลา"
กว่าจะจัดของเสร็จก็หมดเวลาไปทั้งช่วงเช้า ฉีหานยังคงโวยวายจะไปกินไหตี่เลา ขู่ว่าจะกินล้างผลาญให้ทั้งคู่หมดเนื้อหมดตัว
แต่ทว่า ยังไม่ทันจะได้ออกจากห้อง จ้าวชิงเสวี่ยก็ถูกโทรศัพท์จากบริษัทเรียกตัวกลับด่วน
เดิมทีซูหยวนไม่อยากให้เธอกลับไป อุตส่าห์เกลี้ยกล่อมให้เธอลาหยุดได้หนึ่งวันแล้วแท้ๆ เขาอยากพาจ้าวชิงเสวี่ยไปเที่ยวให้สนุก!
แต่จ้าวชิงเสวี่ยเห็นว่าข้าวของส่วนใหญ่จัดเสร็จแล้ว และทางบริษัทก็เร่งยิกๆ เธอจึงรู้สึกเกรงใจและต้องกลับไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
ซูหยวนจึงจำใจต้องปล่อยเธอไป
ฉีหานเองก็รู้จังหวะจึงขอตัวลากลับ "ช่างเถอะๆ ฉันรู้ทันหรอกน่าว่าพวกเธอจะเบี้ยวเลี้ยงข้าวฉัน อืม... งั้นอันนี้ถือเป็นค่าทำขวัญฉันแล้วกัน~~"
พูดจบ เธอก็หยิบลิปสติกทรงกระสุนปืนขึ้นมาจากกองพัสดุของจ้าวชิงเสวี่ย
รอบนี้ซูหยวนซื้อลิปสติกให้เธอมาเป็นสิบๆ แท่ง จ้าวชิงเสวี่ยจึงไม่ว่าอะไรที่ฉีหานจะขอไปสักแท่ง "ดูสีอื่นด้วยไหม ถ้าชอบก็เอาไปให้หมดเลย ฉันใช้ไม่ทันหรอก"
"โฮะๆ อย่าเพิ่งให้ถอนขนแกะทีเดียวหมดสิ ต้องเก็บไว้ถอนวันหลังบ้าง!"
...
"ชิงเสวี่ย วันนี้ระวังตัวหน่อยนะ เจ๊ผู้จัดการแกอาจจะเมนส์มา อารมณ์บ่อจอยสุดๆ เข้าไปโดนด่ายับแน่!"
ทันทีที่จ้าวชิงเสวี่ยก้าวเท้าเข้าบริษัท เธอก็สัมผัสได้ว่าบรรยากาศวันนี้ดูแปลกๆ
'ยิงยิง' ที่นั่งเงียบกริบอยู่ที่โต๊ะไม่กล้าส่งเสียง เห็นจ้าวชิงเสวี่ยเดินเข้ามาก็รีบกระซิบเตือน
จ้าวชิงเสวี่ยทำมือเป็นสัญลักษณ์ OK ให้เธอ ก่อนจะเคาะประตูห้องทำงานผู้จัดการอย่างระมัดระวัง
"เข้ามา"
บริษัทที่จ้าวชิงเสวี่ยทำงานอยู่เป็นบริษัทออกแบบแฟชั่นเล็กๆ รับตัดเย็บเสื้อผ้าตามสั่ง
เจ้าของบริษัทเป็นลูกเศรษฐีรุ่นสองที่ไม่เอาถ่าน วันๆ เอาแต่เที่ยวเล่น ไม่ค่อยสนใจการบริหารบริษัทเท่าไหร่
อำนาจที่แท้จริงในบริษัทจึงตกอยู่ที่ผู้จัดการหญิงคนนี้
เธอเป็นคนใจแคบ ปกติก็ดูใจดีอยู่หรอก แต่ถ้าใครทำผิดขึ้นมา ก็เตรียมตัวรับพายุอารมณ์ของเธอได้เลย
นี่เป็นเหตุผลที่จ้าวชิงเสวี่ยยอมกลับมาบริษัททันทีที่ผู้จัดการโทรตาม เธอไม่อยากโดนเพ่งเล็งทีหลังเพราะเรื่องแค่นี้ จึงคิดว่า 'ลำบากนิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก!'
"ผู้จัดการคะ มีงานใหม่ให้ฉันเหรอคะ?"
"ปัง!"
พอได้ยินจ้าวชิงเสวี่ยถามแบบนั้น ผู้จัดการก็ปาสิ่งของในมือลงบนโต๊ะแล้วแสยะยิ้ม "เธอไม่รู้หรือไงว่าตัวเองไปก่อเรื่องอะไรไว้?"
"ฉัน... ฉันทำอะไรคะ?"
จ้าวชิงเสวี่ยกำมือแน่น จริงๆ แล้วเธอก็พอจะรู้แก่ใจ ช่วงนี้งานของเธอไม่มีอะไรผิดพลาด ลูกค้าก็พอใจกับชุดที่เธอออกแบบ คนเดียวที่เธอไปทำให้ขุ่นเคืองก็มีแค่ 'จินจื้อเหวิน'
พี่สาวของจินจื้อเหวินเป็นลูกค้ารายใหญ่ของบริษัท สั่งตัดชุดทุกเดือน คราวก่อนจินจื้อเหวินมารับชุดแทนพี่สาว ก็เลยได้เจอกับเธอ
"ไม่ต้องมาทำไขสือ คุณหนูจินยื่นคำขาดมาแล้ว ถ้าเธอไม่ไปขอโทษเขา เขาจะไม่สั่งชุดจากบริษัทเราอีก"
ผู้จัดการลุกขึ้นจ้องหน้าจ้าวชิงเสวี่ยเขม็ง "เธอก็รู้ว่าพี่สาวของคุณหนูจินเป็นลูกค้ารายใหญ่ ถ้าเราเสียลูกค้าระยะยาวรายนี้ไป เธอก็ไม่ต้องมาทำงานที่นี่อีกแล้วเหมือนกัน"
"ผู้จัดการคะ ฉัน..."
จ้าวชิงเสวี่ยพูดไม่ออก จะให้เธอทำยังไงกับเรื่องของจินจื้อเหวินได้
"ฉันเชินอะไร? อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ พูดง่ายๆ ก็คือเธอแค่ดูถูกคุณหนูจินใช่ไหมล่ะ? พอเถอะ เลิกทำตัวเป็นแม่ดอกบัวขาวผู้สูงส่งได้แล้ว มีแต่คนไม่ประสาอย่างเธอนั่นแหละที่ชอบวางมาด"
ผู้จัดการจิ้มไหล่จ้าวชิงเสวี่ยแล้วลดเสียงลง "เธอรู้ไหมว่าคนรวยระดับคุณหนูจินน่ะ แค่เศษเงินที่เล็ดลอดออกมาจากซอกนิ้วของเขา ก็มากกว่าที่แฟนเธอหาได้ทั้งครึ่งชีวิตเสียอีก!"
"ผู้จัดการจะว่าฉันยังไงก็ได้ แต่อย่าลามปามถึงแฟนฉันนะคะ"
เดิมทีจ้าวชิงเสวี่ยยืนน้อมรับคำด่าอย่างว่าง่าย เธอเป็นคนนิสัยดี โดนด่านิดหน่อยไม่ใช่เรื่องใหญ่ อย่างมากก็แค่เสียใจพักเดียว
แต่พอได้ยินผู้จัดการพูดจาดูถูกซูหยวน เธอก็ทนไม่ไหว
ขีดจำกัดของเธอคือซูหยวน นอกจากพ่อแม่แล้ว ใครจะทำอะไรเธอก็ยอมได้ แต่ห้ามใครมาใส่ร้ายซูหยวนเด็ดขาด!
"เหอะ? เดี๋ยวนี้กล้าเถียงแล้วเหรอ?"
ตอนที่จ้าวชิงเสวี่ยเข้ามาทำงานใหม่ๆ เธอเป็นเด็กใหม่ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ โดนผู้จัดการด่ามาไม่น้อย
เวลาโดนด่า จ้าวชิงเสวี่ยจะยืนฟังเงียบๆ เสมอ ไม่เคยเถียงหรือแก้ตัว เหมือนลูกนกกระทาที่สั่นกลัว
แต่คาดไม่ถึงเลยว่า พอพาดพิงถึงแฟนหนุ่ม จ้าวชิงเสวี่ยจะกล้าต่อปากต่อคำ ซึ่งทำให้ผู้จัดการแปลกใจมาก
แต่ที่มากยิ่งกว่าคือความโกรธและความดูแคลน!
"เคยได้ยินคำว่า 'ผัวเมียยากจน เรื่องทุกข์ระทมร้อยแปด' ไหม? ฉันจะบอกให้นะ จ้าวชิงเสวี่ย น้ำในสมองของเธอตอนนี้ ต่อไปมันจะกลายเป็นน้ำตาที่ไหลออกมาทีหลัง คุณหนูจินเป็นบ่อเงินบ่อทองขนาดนี้ ถ้าพลาดโอกาสนี้ไป จะมาหาทีหลังไม่ได้แล้วนะ คิดให้ดีๆ"