- หน้าแรก
- หวานเจี๊ยบ เปย์ภรรยาปุ๊บ รับเงินคืนคูณสิบ
- บทที่ 12 ขอแค่เขาดีกับลูกก็พอ
บทที่ 12 ขอแค่เขาดีกับลูกก็พอ
บทที่ 12 ขอแค่เขาดีกับลูกก็พอ
บทที่ 12 ขอแค่เขาดีกับลูกก็พอ
"นี่มันจะไม่แพงเกินไปหน่อยเหรอ?"
ตอนที่ป้าใหญ่รับของมา นางไม่ได้สังเกตว่าซูหยวนให้อะไร คิดว่าเป็นเพียงของฝากเล็กๆ น้อยๆ แสดงน้ำใจ แต่พอเห็นตัวหนังสือบนกล่องชัดๆ นางก็ถึงกับตะลึง
มันคือรังนกนางแอ่นทองคำเกรดพรีเมียมของจั้นจี้หนึ่งกล่องเต็มๆ!
ตอนแรกป้าใหญ่ก็ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร แต่รังนกถือเป็นยาบำรุงชั้นยอดสำหรับสตรีมาตั้งแต่โบราณ และเป็นที่นิยมในหมู่คุณนายไฮโซเป็นพิเศษ
เนื่องจากลุงเขยทำธุรกิจ นางจึงต้องคอยเอาอกเอาใจเหล่าคุณนายไฮโซพวกนั้นบ้างเพื่อช่วยหาลูกค้า
นางเคยเห็นรังนกจั้นจี้นี้ในบ้านของคุณนายท่านหนึ่ง เขาว่ากันว่าราคาตกตำลึงละพันกว่าหยวน!
กล่องนี้หนักหนึ่งชั่ง อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีราคาหลายหมื่นหยวน!
ของฝากติดไม้ติดมือเล็กๆ น้อยๆ ปาเข้าไปหลายหมื่น บ้านนี้ทำธุรกิจอะไรกันแน่?
ความจริงไม่ใช่แค่ป้าทั้งสองคนที่ตกใจ ลุงเขยทั้งสองคนเองก็ตื่นตะลึงกับเหล้าเหมาไถที่ซูหยวนมอบให้เช่นกัน
แม้จะเป็นเหมาไถเหมือนกัน แต่เหมาไถก็มีการแบ่งเกรด!
เหมาไถปีใหม่ๆ ราคาขายอยู่ที่สามถึงห้าพันหยวน พวกเขาพอจะเคยเห็นผ่านตามาบ้างเพราะต้องออกงานสังคม!
แต่ขวดที่ซูหยวนให้มาเป็นเหมาไถเก่าเก็บอายุ 50 ปี ซึ่งราคาตลาดตอนนี้พุ่งไปเกือบสองหมื่นหยวนต่อขวด!
แค่ "ของฝากเล็กน้อย" ยังมูลค่าสูงขนาดนี้ พวกเขาต่างพากันมองไปที่ของขวัญที่ซูหยวนเตรียมไว้ให้พ่อกับแม่ของจ้าวชิงเสวี่ย ซึ่งมูลค่าคงไม่ต่ำกว่าหลายแสนหยวนแน่นอน!
นี่มันลูกเขยระดับเพชรน้ำงามชัดๆ!
"น้องสาม ทำไมพี่เขยยังไม่กลับมาอีก? เขาไม่รู้เหรอว่าลูกเขยจะมาวันนี้?"
หลังจากบทสนทนาสั้นๆ ป้าใหญ่และลุงเขยก็เปลี่ยนท่าทีที่มีต่อซูหยวนจากหน้ามือเป็นหลังมือ พวกเขากระตือรือร้นจนออกนอกหน้า แถมยังหันมาตำหนิแม่ของจ้าวชิงเสวี่ยที่ไม่ได้เรียกสามีกลับมา
แม่ของจ้าวชิงเสวี่ยทำตัวไม่ถูก ความวางก้ามใหญ่โตในตอนแรกมลายหายไปจนหมดสิ้น "พ่อของชิงเสวี่ยไปสอนพิเศษเด็กช่วงวันหยุดน่ะสิ กว่าจะกลับก็คงมืดค่ำ"
"กลับมืดเหรอ? งั้นก็ดีเลย"
ลุงเขยหันไปมองซูหยวนด้วยสายตาอบอุ่น "พ่อหนุ่ม เธอไม่ได้รีบไปไหนใช่ไหม? ถ้าไม่รีบก็อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันสิ ตอนนี้เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ทานข้าวด้วยกันสักมื้อถือเป็นเรื่องสมควร"
"ได้ครับ ยินดีเลยครับ"
พูดคุยหัวเราะกันอย่างถูกคอจนเดินมาถึงหน้าประตูบ้านจ้าวชิงเสวี่ย เมื่อประตูเปิดออก จ้าวชิงเสวี่ยถึงกับยืนตัวแข็งทื่อ
เธอรีบเหลือบมองซูหยวนด้วยความกังวล พอเห็นว่าเขาปลอดภัยดีก็โล่งอก จากนั้นจึงหันไปมองแม่ตัวเองอย่างกล้าๆ กลัวๆ "แม่..."
"เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ"
เมื่อเห็นท่าทางหวาดระแวงของลูกสาว แม่ของจ้าวชิงเสวี่ยก็ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายลำบากใจ นางยอมให้ทุกคนเดินเข้าบ้านแต่โดยดี
จ้าวชิงเสวี่ยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเชิญทุกคนให้นั่งลงด้วยความประหม่า แล้วรีบกุลีกุจอไปปลอกผลไม้และรินน้ำชา
แต่แล้วเธอก็เริ่มรู้สึกว่า สถานการณ์มันดูต่างจากที่จินตนาการไว้ลิบลับ...
ทำไมทุกคนถึงดูอบอุ่นและเป็นกันเองกับซูหยวนขนาดนั้น?
เธอแอบชำเลืองมองซูหยวน เขาทำมือเป็นสัญลักษณ์ 'โอเค' ส่งมาให้เธอแบบเนียนๆ!
แม้จ้าวชิงเสวี่ยจะยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง แต่พอเห็นสัญญาณนั้น เธอก็พลอยโล่งใจไปด้วย
"น้องสาม ซูหยวนเป็นเด็กดีขนาดนี้ ฉันว่าเขากับชิงเสวี่ยเป็นคู่สร้างคู่สมกันเลยนะ ฉันรู้ว่าคนเป็นแม่ย่อมลำเอียงรักลูกตัวเอง เห็นว่าชิงเสวี่ยดีเลิศเลอไปหมด แต่เธอจะช่างเลือกกับลูกเขยมากเกินไปไม่ได้นะ!"
พอนั่งลงปุ๊บ บรรดา "กองหนุน" ที่แม่ของจ้าวชิงเสวี่ยเชิญมา ก็เริ่มแปรพักตร์และหันมากล่อมให้นางเปลี่ยนใจแทน
ทำเอาแม่ของจ้าวชิงเสวี่ยถึงกับไปไม่เป็น "ไม่ใช่ว่าฉันมาตรฐานสูงหรอกนะ แต่คือ..."
"แต่อะไรล่ะ?"
นางแค่ไม่คิดว่าซูหยวนจะรวยขนาดนี้ นางหลงคิดจริงๆ ว่าบ้านเขาจนจนแทบไม่มีข้าวกิน!
แน่นอนว่าแม่ของจ้าวชิงเสวี่ยพูดเรื่องนี้ต่อหน้าซูหยวนตอนนี้ไม่ได้ นางจึงได้แต่อ้อมแอ้มหาข้ออ้าง "ฉันก็แค่... อยากจะทดสอบใจเขาดูหน่อยก็เท่านั้นเอง"
"โธ่ น้องสาม ดูทำเข้าสิ เด็กดีขนาดนี้ยังต้องทดสอบอะไรอีก?"
พอได้ยินแม่ของจ้าวชิงเสวี่ยแก้ตัว คนอื่นๆ ก็เริ่มผสมโรงวิจารณ์นาง
สุดท้าย ป้าใหญ่ทนไม่ไหว จึงหันไปมองของขวัญที่ซูหยวนวางไว้ให้แม่ของจ้าวชิงเสวี่ยบนโต๊ะ แล้วเอ่ยยิ้มๆ "ซูหยวน ของขวัญที่เธอให้น้องสามต้องเลือกมาอย่างพิถีพิถันแน่ๆ ให้อะไรคุณแม่เขาไปล่ะ?"
"ของเล็กๆ น้อยๆ ครับ ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไร"
ของขวัญสำหรับแม่ยาย นอกจากรังนกนางแอ่นทองคำเกรดพรีเมียมของจั้นจี้แล้ว ยังมีถุงกระดาษใบสวยที่พิมพ์โลโก้ร้านเฟิ่งเสียงอยู่อีกใบ
เมื่อเห็นว่ามีคนเปิดช่องให้ลง แม่ของจ้าวชิงเสวี่ยก็รีบรับมุก คว้าของขวัญมาเปิดโชว์ทุกคนทันที
ตอนแรกนางไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอเปิดดูถึงได้รู้ว่าข้างในคือชุดเครื่องประดับทองคำแท้!
ไม่ใช่แค่ลวดลายที่สวยงามวิจิตร แต่ดูจากขนาดแล้วรู้เลยว่าหนักไม่เบา!
น้ำหนักรวมๆ กันอย่างน้อยต้องครึ่งชั่ง!
"ซูหยวน เธอนี่ใจป้ำจริงๆ พ่อคุณ!"
"ฉันว่าเครื่องทองชุดนี้ดีไซน์เก๋มาก ต้องเป็นผลงานของดีไซเนอร์ชื่อดังแน่ๆ ใช่ไหม?"
"น้องสาม ฉันละอิจฉาเธอจริงๆ ดูของขวัญที่ลูกเขยให้สิ มูลค่าอย่างต่ำก็เป็นแสน สมัยลูกสาวฉันแต่งงาน ลูกเขยยังไม่ซื้อเครื่องทองชุดใหญ่ขนาดนี้ให้เลย!"
คนอื่นๆ พอเห็นเครื่องประดับชุดนี้ต่างก็เข้ามารุมล้อม พลางร้องอุทานด้วยความชื่นชม!
"เธอ... เธอเกรงใจกันเกินไปแล้ว..."
คำพูดอิจฉาของพี่สาวและพี่เขยช่วยเติมเต็มความภาคภูมิใจของแม่จ้าวชิงเสวี่ยจนพองโต ตอนนี้นางวางมาดใส่ซูหยวนไม่ลงแล้วจริงๆ ในใจรู้สึกทั้งผิดและดีใจระคนกัน
"คุณแม่ครับ ขอแค่คุณแม่ชอบก็พอ ผมบอกทางร้านไว้แล้วว่าถ้าไม่ชอบแบบนี้ โทรหาดีไซเนอร์ให้เขาออกแบบใหม่ตามที่คุณแม่ต้องการได้เลย..."
ซูหยวนตีเหล็กต้องตีตอนร้อน เขานั่งลงข้างๆ แม่ยายแล้วหยิบกำไลข้อมือขึ้นมาลองสวมให้
แม่ของจ้าวชิงเสวี่ยสวมกำไลทองหนักร้อยกรัม พลางถามด้วยความปลื้มปริ่ม "สวยไหม?"
"สวยแน่นอนครับ ไม่งั้นชิงเสวี่ยจะเกิดมาสวยขนาดนี้ได้ยังไง ทั้งหมดก็เพราะได้กรรมพันธุ์ที่ดีจากคุณแม่นี่แหละครับ"
เจอการระดมยิงด้วยกระสุนเงินและคำหวานของซูหยวนเข้าไป แม่ของจ้าวชิงเสวี่ยก็ยอมจำนนโดยสิ้นเชิง นางไม่พูดเรื่องหย่าอีกเลย หนำซ้ำยังเดินไปหยิบทูเบียนสมรสส่งคืนให้จ้าวชิงเสวี่ย แล้วกำชับให้เก็บรักษาไว้ให้ดี
"แม่... แม่ไม่คัดค้านแล้วเหรอคะ?"
จ้าวชิงเสวี่ยเห็นซูหยวนเอาชนะใจแม่ได้ราบคาบ ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"ไม่ค้านแล้วล่ะ ขอแค่เขาดีกับลูกก็พอ"
แม่ของจ้าวชิงเสวี่ยตบหลังมือลูกสาวเบาๆ แล้วถอนหายใจ "เขามีพร้อมขนาดนี้ ทำไมลูกไม่บอกแม่ให้ชัดเจนตั้งแต่แรกล่ะ"
อะไรคือบอกไม่ชัดเจน?
ประเด็นคือ ตัวเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันต่างหาก!
จ้าวชิงเสวี่ยยิ้มเจื่อนๆ ในใจ แต่ภายนอกยังคงยิ้มสู้ "หลักๆ คือซูหยวนเขาเป็นคนถ่อมตัวค่ะ เขาบอกหนูว่าไม่อยากให้เอิกเกริกเกินไป"