- หน้าแรก
- การฟื้นฟูเรกิ ผมแข็งแกร่งขึ้นได้ ก็เพราะหัวล้านเนี่ยแหละ
- บทที่ 28 เฮยอู๋ฉาง
บทที่ 28 เฮยอู๋ฉาง
บทที่ 28 เฮยอู๋ฉาง
บทที่ 28 เฮยอู๋ฉาง
"หึหึ นายน้อยฉินเฟิงช่างปากกล้านัก" แววตาของจ้าวหู่ฉายแววขี้เล่น "ผมล่ะอยากจะเห็นจริงๆ ว่าคุณจะทำอะไรผมได้"
ที่เขากล้าทำตัวไม่เกรงกลัวเช่นนี้ เพราะเขารู้ดีว่าพลังของฉินเฟิงก็อยู่ที่ระดับเจ็ดช้างสาร ซึ่งเท่ากับเขาพอดี
ใบหน้าของฉินเฟิงเย็นชา "ฉันจะพูดอีกครั้ง ไสหัวไปซะ"
น้ำเสียงของจ้าวหู่ก็เย็นชาลงเช่นกัน "งั้นคงต้องดูว่านายน้อยฉินเฟิงมีน้ำยาแค่ไหน?"
ฉินเฟิงขี้เกียจจะต่อความยาวสาวความยืด ร่างของเขาวูบไหว หายตัวไปจากจุดที่ยืนอยู่อย่างรวดเร็ว
ขณะที่จ้าวหู่หน้าถอดสีด้วยความตกใจ กำปั้นที่ห่อหุ้มด้วยพลังวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวก็พุ่งเข้ากระแทกใส่แล้ว
เสียงดังปังสนั่น
ร่างของจ้าวหู่กระเด็นลอยไปตกกระแทกพื้น เขาสำลักเลือดออกมาคำโต ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างรวดเร็ว
ร่างของฉินเฟิงปรากฏขึ้นที่จุดเดิม น้ำเสียงเย็นยะเยือก "ครั้งนี้ฉันจะละเว้นแก ถ้าวันหน้ายังกล้าโผล่หัวมาที่นี่อีก ฉันจะหักขาแกทิ้งซะ"
จ้าวหู่พยายามยันตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและไม่อยากเชื่อ
"แก... ทำไมแกถึงแข็งแกร่งขนาดนี้?"
ไม่ใช่แค่เขาจะมองตามความเร็วในการโจมตีของอีกฝ่ายไม่ทัน แต่พลังหมัดนั้นยังรุนแรงเกินกว่าที่เขาจินตนาการไว้
พลังหมัดเมื่อครู่นี้น่ากลัวมาก เพียงหมัดเดียวก็ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสได้
เมื่อสัมผัสถึงความเจ็บปวดรุนแรงที่อวัยวะภายใน เขาคาดเดาว่าพลังหมัดเมื่อครู่อย่างน้อยต้องอยู่เหนือระดับแปดช้างสาร
"ไม่ใช่เรื่องของแก" เสียงของฉินเฟิงยังคงเย็นชา "รีบไสหัวไปเดี๋ยวนี้"
จ้าวหู่มีสีหน้าลังเล เขามองไปทางเย่เสี่ยวฝานแล้วกัดฟันกรอด "ไอ้หนู ถือว่าแกโชคดีไป"
พูดจบ เขาก็หันหลังเดินโขยกเขยกจากไป
เย่เสี่ยวฝานยิ้มโดยไม่พูดอะไร
ขยะแบบนี้ เขาขี้เกียจจะไปใส่ใจ
ฉินเฟิงหันมาพูดขอโทษ "ขอโทษครับท่านผู้อาวุโส ผมปล่อยเขาไปโดยไม่ได้รับอนุญาต"
เย่เสี่ยวฝานโบกมือ "เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ต้องใส่ใจหรอก"
หมาดำตัวใหญ่พูดอย่างไม่พอใจ "เจ้าหนู ยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ? ใครใช้ให้แกปล่อยมันไปเองตามอำเภอใจ?"
"ท่านอาจารย์ แม้นิสัยของจ้าวหู่จะแย่ แต่ตระกูลจ้าวก็ทำประโยชน์ให้กับเมืองฐานที่มั่นมาไม่น้อยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้น..."
ฉินเฟิงพูดไม่จบ แต่ความหมายก็ชัดเจนอยู่แล้ว
"เอาเถอะๆ ครั้งนี้ยกเว้นให้เจ้าเด็กนั่นไปก่อน" หมาดำตัวใหญ่โบกอุ้งเท้าอย่างไม่ใส่ใจ
ฉินเฟิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วถามต่อ "ท่านอาจารย์ อีกไม่กี่วันยาสมุนไพรล้ำค่าพันปีนั่นน่าจะสุกงอมแล้ว พวกเราจะไปกันเมื่อไหร่ดีครับ?"
หมาดำตัวใหญ่หันไปมองเย่เสี่ยวฝาน
"ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวฉันดูปฏิทินก่อน" เย่เสี่ยวฝานหยิบปฏิทินเก่าๆ ออกมาจากในบ้าน เปิดดูอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "วันมะรืนก็แล้วกัน ฤกษ์งามยามดี เหมาะแก่การปล้น"
"มะ... เหมาะแก่การปล้น?"
ฉินเฟิงงุนงง สงสัยว่าหูตัวเองฝาดไปหรือเปล่า
ในใจของเขา เย่เสี่ยวฝานเป็นผู้อาวุโสที่น่าเคารพนับถือมาตลอด
แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ดูเหมือนสไตล์จะเปลี่ยนไปหน่อยไหม?
ฉินเฟิงขลุกอยู่ในลานบ้านเล็กๆ จนถึงบ่ายจึงขอตัวกลับ
หลังจากเขาจากไปไม่นาน เย่เสี่ยวหม่านก็กลับมาจากโรงเรียน
"พี่คะ หนูมีเรื่องจะบอก"
เด็กสาวตะโกนทันทีที่มาถึงบ้าน
เย่เสี่ยวฝานหันไปมองอย่างสงสัย "เรื่องอะไรเหรอ?"
"ตอนฝึกภาคปฏิบัติคราวที่แล้วเกิดอุบัติเหตุ ทางโรงเรียนเลยจัดให้พวกเราไปฝึกภาคปฏิบัติที่ภูเขาปาในรอบนี้ น่าจะกลับมาอีกทีก็หลังหนึ่งอาทิตย์โน่นเลยค่ะ"
ดวงตาของเย่เสี่ยวฝานเป็นประกายเล็กน้อย เขากำลังคิดอยู่เลยว่าจะบอกเย่เสี่ยวหม่านยังไงดีเรื่องที่เขาจะไม่อยู่บ้านสองสามวัน
นึกไม่ถึงว่าจะบังเอิญขนาดนี้ อีกฝ่ายก็ต้องไปเหมือนกัน
"เข้าใจแล้ว ระวังตัวด้วยล่ะ" เย่เสี่ยวฝานกำชับ
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เด็กสาวออกจากบ้านไปอย่างตื่นเต้น
เย่เสี่ยวฝานหันไปพูดกับไก่แก่ "เสี่ยวหง แกตามไปดูหน่อย อย่าให้เสี่ยวหม่านเป็นอันตรายนะ"
ไก่แก่พยักหน้า แล้วแปลงร่างเป็นลมปีศาจหายวับไปจากตรงนั้น
"พวกแกเฝ้าบ้านนะ ฉันจะออกไปซื้อเครื่องปรุงบาร์บีคิวหน่อย"
พูดจบ เย่เสี่ยวฝานก็ออกจากบ้าน พรุ่งนี้เขาจะออกเดินทางไปภูเขาซู ต้องเตรียมตัวให้พร้อม
ราชาอสูรคางคกทองคำพูดด้วยความตื่นเต้น "ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าจะได้กลับภูเขาซูพรุ่งนี้แล้ว ตื่นเต้นชะมัด ไม่รู้ว่าเจ้าพวกเด็กๆ จะคิดถึงข้าบ้างไหม"
ราชาอสูรคางคกทองคำเคยปกครองพื้นที่ส่วนกลางของภูเขาซู สัตว์อสูรส่วนใหญ่อยู่ภายใต้อาณัติของมัน เรียกได้ว่าชื่อเสียงเกริกไกร
ในตอนนั้น พลังของราชาอสูรตะขาบยังไม่แข็งแกร่งนัก
ผู้เดียวที่พอจะต่อกรกับมันได้คือราชาอสูรงูขาว แต่อีกฝ่ายก็ทำได้แค่ยันเสมอ
ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการพิชิตใจและกายของอีกฝ่าย ราชาอสูรงูขาวคงถูกมันกวาดล้างไปนานแล้ว
น่าเสียดาย สุดท้ายมันดั้นมาเจอกับเย่เสี่ยวฝาน
ราชาอสูรคางคกทองคำยังจำได้แม่นจนถึงทุกวันนี้ เย่เสี่ยวฝานแค่ต่อยเบาๆ หมัดเดียว ก็ทำเอามันเกือบตายไปครึ่งตัว
ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นว่าเนื้อคางคกไม่อร่อย ป่านนี้มันคงไม่ได้อยู่ดูโลกแล้ว
หมาดำตัวใหญ่พูดหยอกล้อ "เจ้าคางคกเฒ่า มีคำกล่าวว่า 'คนจากไป ชาก็เย็นชืด' ข้าว่าป่านนี้เจ้าพวกนั้นคงทรยศเจ้าไปหมดแล้วมั้ง"
ราชาอสูรคางคกทองคำส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ "เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด ลูกน้องข้าซื่อสัตย์ทุกคน พวกมันเคยสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อข้าตลอดไป"
หมาดำตัวใหญ่แค่นเสียง "พูดเองเชื่อเองหรือเปล่าเนี่ย?"
ราชาอสูรคางคกทองคำเริ่มมีสีหน้าไม่มั่นใจ
ทันใดนั้น ร่างสีดำก็พุ่งมาจากท้องฟ้าไกลด้วยความเร็วสูง
เพียงชั่วพริบตา ก็มาถึงลานบ้าน
ผู้มาเยือนสวมชุดคลุมสีดำ ใบหน้าถูกบดบังด้วยหมวกฮู้ดขนาดใหญ่จนมองไม่เห็นรูปโฉม
บนหน้าอกของคนชุดดำ ปักลวดลายดอกกุหลาบสีเลือด ดูลึกลับและน่าขนลุก
"หลบเลี่ยงการตรวจสอบได้ทั้งหมด มาถึงบ้านเป้าหมายอย่างปลอดภัย ไม่มีใครพบเห็น สมบูรณ์แบบ"
คนชุดดำพยักหน้าอย่างพึงพอใจ จากนั้นกวาดสายตามองไปรอบๆ แต่ไม่พบเป้าหมายในครั้งนี้
"แปลกจัง ไม่อยู่บ้านเหรอ?" เสียงพึมพำแผ่วเบาดังมาจากใต้ชุดคลุม
"เฮ้ย แกเป็นใคร มาหาใคร? หลบๆ ซ่อนๆ ให้ข้าดูหน่อยซิหน้าตาเป็นยังไง?"
ลิ้นของราชาอสูรคางคกทองคำพุ่งออกไปรา สายฟ้าแลบ ก่อนที่คนชุดดำจะทันตั้งตัว หมวกฮู้ดก็ถูกตลบเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าสีเข้มเล็กน้อย
นั่นคือชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบห้าหรือยี่สิบหกปี ผมดำเรียบ หน้าตาดูสุภาพเรียบร้อย แต่ในขณะนี้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ดูเหมือนเขายังตั้งตัวไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน
ผ่านไปหลายวินาที ชายหนุ่มจึงได้สติกลับมา เขาค่อยๆ หันหน้าไปมองเจ้าคางคกทองคำที่นอนอยู่บนเก้าอี้ด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ
ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่
ถ้าเมื่อกี้เขาหูไม่ฝาด ดูเหมือนว่าเจ้าคางคกทองคำตัวนี้จะเป็นคนพูด
ซึ่งนั่นหมายความว่า คางคกทองคำตรงหน้าคือราชาอสูร
"เป็นไปไม่ได้ ข้าต้องหูฝาดแน่ๆ"
เขารีบส่ายหน้า สลัดความคิดบ้าๆ นี้ทิ้งไป
"เจ้าโง่ แกมาจากสำนักไหน? มาทำอะไรที่นี่? สารภาพมาซะดีๆ"
ชายหนุ่มตาเบิกโพลง นัยน์ตาฉายแววไม่อยากเชื่อ
ครั้งนี้เขามั่นใจว่าไม่ได้ตาฝาดหรือหูแว่ว คางคกทองคำตัวนี้พูดได้จริงๆ
ตอนนี้เขาเริ่มทำอะไรไม่ถูก ไหนบอกว่าแค่มาฆ่าคนธรรมดาไง?
แล้วไหงจู่ๆ ถึงมีราชาอสูรโผล่มาได้?
แถมทำไมถึงมีราชาอสูรซ่อนตัวอยู่ในเมืองฐานที่มั่นอีกล่ะ?
ความคิดนับหมื่นแล่นพล่านในสมองของชายหนุ่ม
เขาเพิ่งจะมาเป็นนักฆ่าได้ไม่นาน กะว่าจะรับภารกิจระดับต่ำสุดเพื่อฝึกมือ
แต่ลองงานครั้งแรกก็ดันแจ็คพอตแตกเจอราชาอสูรเข้าให้
นี่มันไม่ต่างอะไรกับจุดตะเกียงในห้องส้วม... รนหาที่ตายชัดๆ
เขาฝืนยิ้มแห้งๆ "ผะ... ผู้อาวุโส ถ้าผมบอกว่าผมเดินหลงทางมา ท่านจะเชื่อผมไหมครับ?"
...