- หน้าแรก
- วันพีช : พรสวรรค์ระดับเทพ
- บทที่ 16 รวมพล
บทที่ 16 รวมพล
บทที่ 16 รวมพล
บทที่ 16 รวมพล
วันรุ่งขึ้น ฟ้าสาง
ร็อดตื่นขึ้นจากการฝึกฝนกายาสายฟ้า เมื่อเหลือบไปเห็นค่าพลังงานที่เพิ่มขึ้นมา 2 แต้มบนหน้าต่างสถานะ เขาก็อดประหลาดใจไม่ได้
โดยปกติแล้ว การฝึกกายาสายฟ้าตลอดทั้งคืน จะเพิ่มพลังงานได้เพียง 1 แต้มเท่านั้น
“เป็นเพราะเมื่อวานฆ่างูยักษ์ตัวนั้นไปหรือเปล่านะ?”
ร็อดลูบคาง ดูท่าว่ายิ่งสู้กับสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งเท่าไหร่ ประสิทธิภาพในการเก็บเกี่ยวพลังงานก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
ช่างเถอะ หาอะไรกินเป็นมื้อเช้าก่อนดีกว่า
ร็อดสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอายป่ายามเช้าสดชื่นเป็นพิเศษ ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ไม่นานก็ล็อกเป้าหมายเป็นวัวเหลืองตัวใหญ่ที่กำลังเล็มหญ้าอย่างสบายใจ
วัวตัวนี้สูงกว่า 2 เมตร ตัวสีเหลืองทอง เขาคู่ที่หน้าผากชี้ตรงขึ้นฟ้า ดูแหลมคมเป็นอย่างยิ่ง
“แกนี่แหละ”
ร็อดยิ้มมุมปาก แล้วพุ่งตัวเข้าไป
วูบๆๆ!
ความเร็วของเขาสูงมาก ก่อให้เกิดลมกรรโชก เสียงดังอึกทึก
วัวเหลืองที่เอาชีวิตรอดในป่าแห่งนี้มาได้จนป่านนี้ ย่อมมีความตื่นตัวสูงอย่างไม่ต้องสงสัย มันตอบสนองทันที หันขวับมามองร็อด
มอออ!
มันร้องออกมาด้วยความโกรธที่ถูกรบกวนมื้อเช้า กีบเท้ากระทืบพื้น พุ่งเข้าใส่ร็อดอย่างไม่ยอมลดละ เขาคู่แหลมสะท้อนแสงเย็นเยียบ
“อารมณ์ร้อนซะด้วย”
ร็อดส่ายหน้า ทั้งที่ยังเข้าไม่ถึงตัว เขาก็ตวัดดาบฟันกลางอากาศ
ฉัวะ!
คลื่นดาบสีฟ้าจางๆ พุ่งออกมาจากคมดาบ ฉีกกระชากอากาศ เร็วดั่งสายฟ้าแลบ ผ่าเข้ากลางหัววัวเต็มๆ
โฮก!
แสงสายฟ้าสว่างวาบ ระเบิดออกพร้อมกับความคมกริบของคลื่นดาบ
เพียงชั่วพริบตา หัวเหล็กที่วัวเหลืองใช้กวาดล้างศัตรูในป่ามานักต่อนัก ก็เกิดรอยแผลเหวอะหวะ เลือดไหลอาบ ดวงตาทั้งสองข้างบอดสนิท ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
“พลังทำลายของคลื่นดาบระยะไกล สู้ใช้ดาบฟันตรงๆ ไม่ได้จริงๆ”
ความคิดแล่นผ่านสมอง ร็อดพุ่งสวนทางกับวัวเหลือง ลมแรงจากการเคลื่อนที่ทำให้ขนวัวปลิวไสว
ด้วยแรงเฉื่อย วัวเหลืองยังคงวิ่งต่อไปอีก 3-4 เมตร ก่อนที่หัวของมันจะหลุดกระเด็นกลิ้งลงพื้น เลือดพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุ
ร็อดเก็บดาบเข้าฝักโดยไม่หันกลับไปมอง แล้วลงมือหาวัสดุแถวนั้น เตรียมทำมื้อเช้าเมนูเนื้อวัวชุดใหญ่
ซู่... ซู่...
ไฟลุกโชน ไขมันหยดลงกองไฟดังฉ่าๆ
ขณะที่กัดน่องวัวชิ้นโต เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำไหลลงท้อง ร็อดก็ครุ่นคิดเงียบๆ
คลื่นดาบ เป็นวิธีการโจมตีระยะไกลของจอมดาบ พลังทำลายย่อมสู้การฟันด้วยตัวดาบตรงๆ ไม่ได้เป็นเรื่องธรรมดา
ทว่า คลื่นดาบถือเป็นสัญลักษณ์ของจอมดาบ และเป็นความสามารถที่เท่ที่สุด
ในสงครามมารีนฟอร์ด 'ตาเหยี่ยว' มิฮอว์ค นักดาบอันดับหนึ่งของโลก ใช้คลื่นดาบฟันผ่าแผ่นดิน ตัดภูเขาน้ำแข็ง สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วโลก ประกาศศักดาความเป็นมหาจอมดาบได้อย่างสมบูรณ์แบบ เท่ระเบิดเถิดเทิง
“แก่นแท้ของคลื่นดาบ คือการที่จอมดาบบีบอัดและควบแน่นแรงฟันจนถึงขีดสุด แล้วระเบิดออกไปกลายเป็นคลื่นดาบเหินเวหา”
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพละกำลังร่างกาย และระดับความเข้าใจในวิชาดาบ ทั้งสองสิ่งส่งเสริมซึ่งกันและกัน
ยิ่งแรงเยอะ ยิ่งเข้าใจลึกซึ้ง คลื่นดาบก็จะยิ่งควบแน่น พลังทำลายสูง และโจมตีได้ไกลขึ้น
สมรรถภาพร่างกายของร็อดหลังจากผ่านการขัดเกลาด้วยสายฟ้ามากว่าหนึ่งเดือน เมื่อเทียบกับตอนที่เพิ่งมาโลกนี้ ย่อมแข็งแกร่งขึ้นมากโข อาจกล่าวได้ว่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
แต่ถ้าเทียบกับยอดฝีมือที่ก้าวข้ามขีดจำกัดไปแล้ว เขายังถือว่าอ่อนหัด
เหมือนที่โคอาล่าบอก ถ้าวัดกันที่พละกำลังและความเร็ว จอมดาบคนไหนก็กดเขาลงได้สบายๆ
“แต่ด้วยร่างกายที่ถูกกระตุ้นด้วยสายฟ้า ความเร็วพื้นฐานน่าจะใกล้เคียงกันแล้ว ติดแค่พละกำลังที่ยังห่างชั้นอยู่พอสมควร”
ร็อดหรี่ตาลง ส่วนเรื่องความเข้าใจในวิชาดาบ ด้วยพรสวรรค์ 'ผู้เชี่ยวชาญวิชาดาบ' อันทรงพลัง เขาไม่มีทางด้อยกว่าใครแน่นอน!
“กลางวันต่อสู้ เก็บเกี่ยวพลังงาน กลางคืนฝึกกายาสายฟ้า เสริมสร้างร่างกาย!”
เส้นทางของร็อดชัดเจนมาก เขาแค่ต้องก้าวเดินต่อไปอย่างมุ่งมั่น อีกไม่นานก็จะสลัดฉายา “จอมดาบที่อ่อนแอที่สุดในประวัติศาสตร์” ทิ้งไปได้
...
สองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในที่สุดเวลาของภารกิจภาคสนามก็สิ้นสุดลง สัญญาณรวมพลของคณะปฏิวัติดังสนั่นไปทั่วเกาะ เหล่าสมาชิกสำรองจึงหยุดกิจกรรมของตน แล้วมุ่งหน้าไปยังจุดรวมพล
ในป่า
เงาดำ 5 สายกำลังรุมโจมตีเด็กหนุ่มรูปงามอย่างต่อเนื่อง
เงาดำทั้ง 5 คือแมวป่า ที่มีความคล่องตัวสูง ความเร็วปานสายฟ้า เขี้ยวเล็บแหลมคม แต่กลับมีร่างกายแข็งแกร่งเทียบเท่าเสือโคร่ง เป็นหนึ่งในนักฆ่าระดับท็อปของป่า
แต่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อคือ ภายใต้การรุมโจมตีอย่างหนักหน่วง เด็กหนุ่มคนนั้นกลับเดินทอดน่องราวกับเดินเล่น หลบหลีกกรงเล็บที่พุ่งมาจากทุกทิศทางได้อย่างง่ายดายและผ่อนคลาย
ความเฉียบคมนี้ ช่างน่าทึ่งจริงๆ
“จบแล้วเหรอ?”
“งั้นไม่เล่นด้วยแล้วนะ”
เมื่อได้ยินเสียงแตรสัญญาณที่ดังไปทั่วเกาะ ร็อดยิ้มบางๆ มือจับด้ามดาบ แล้วตวัดฟันออกไป
ฉัวะ!
คลื่นดาบสีฟ้าจางๆ ระเบิดออกเป็นวงแหวน กวาดไปรอบทิศทาง ประกายสายฟ้าเล็กๆ แลบแปลบปลาบแล้วระเบิดออก
ฝูงแมวป่ารอบตัวตั้งรับไม่ทัน ถูกคลื่นดาบฟันเข้าเต็มๆ ร่างกระเด็นลอยไปพร้อมเลือดที่สาดกระจาย
คลื่นดาบที่ระเบิดออกในระยะประชิดขนาดนี้ มีพลังมากพอจะตัดผิวหนังและกระดูกที่ไม่แข็งมากนักของแมวป่า สร้างความเสียหายถึงชีวิตได้สบาย
ขณะเดียวกัน พลังสายฟ้าที่แฝงมากับคลื่นดาบ ก็ทำให้แมวป่าเหล่านี้หมดทางดิ้นรนก่อนตาย
หนึ่งดาบ สังหารห้า
เสียง 'คลิก' ดังขึ้นเมื่อเขาเก็บดาบเข้าฝัก จากนั้นก็เดินมุ่งหน้าไปยังจุดรวมพล
เมื่อร็อดมาถึงชายฝั่ง ที่นั่นก็เต็มไปด้วยสมาชิกสำรอง เขากวาดตามอง เรซและคนอื่นๆ ก็อยู่ในกลุ่ม แม้จะมีบาดแผลและดูมอมแมมไปบ้าง แต่สภาพจิตใจยังดูดี
เนียก็อยู่ด้วย ดูเหมือนกำลังคุยเล่นกับเพื่อน
ร็อดไม่มีอารมณ์จะคุยกับใคร เขาเดินปลีกตัวไปด้านหนึ่ง เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นดู
“ตอนขึ้นเกาะ มีพลังงาน 73 แต้ม ตอนนี้มี 88 แต้มแล้วเหรอ?”
ร็อดไม่แปลกใจ
สองวันหลังมานี้ สัตว์ร้ายเก่งๆ ถูกล่าไปเยอะ เขาหาตัวโหดๆ ยากขึ้น พลังงานที่ได้ก็น้อยลงตาม ถ้าไม่ได้รังแมวป่าโหดๆ เมื่อกี้มาเป็นคู่ซ้อม คงได้น้อยกว่านี้อีก
แค่นี้ก็พอแล้ว พลังงาน 15 แต้ม ทำให้พลังสายฟ้าของเขาแข็งแกร่งขึ้นมากโข
“เจ้าหมอนั่น เก็บตัวชะมัด”
เนียมมองร็อดที่ยืนแยกตัวออกไปคนเดียว ไม่คิดจะเข้ามาคุยกระชับมิตรกับลูกทีมเลย ก็ได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ
“แต่เขาก็มีดีพอจะทำแบบนั้น ด้วยพรสวรรค์ระดับเขา คงเลื่อนขั้นออกจากสมาชิกสำรองได้ในไม่ช้า”
คิดได้ดังนั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปมองชายหนุ่มอีกคนที่ยืนโดดเดี่ยวอยู่อีกด้านของฝูงชน
“ไม่รู้ว่าภารกิจรอบนี้ ผลงานของชาโนเป็นยังไงบ้าง?”
“ได้ยินว่าเขาลุยเดี่ยวกับฝูงจระเข้ ฆ่าล้างบางจระเข้ฝูงนั้นในป่าลึกจนเหี้ยนเลย!”
“พลังโจมตีของจอมดาบนี่รุนแรงจริงๆ เรื่องนี้พวกเราเทียบไม่ติดเลยแฮะ”
พวกหัวหน้าหน่วยต่างวิจารณ์กันเซ็งแซ่ ทุกคนมองไปที่จอมดาบหนุ่มผู้นั้นด้วยสายตาเลื่อมใสระคนยำเกรง
ในหมู่หัวหน้าหน่วยก็มีการแบ่งระดับความเก่ง ชาโนเห็นได้ชัดว่าเหนือกว่าพวกเขาขั้นหนึ่ง
เนียเห็นแล้วขำ จระเข้เหรอ จะสู้เจ้างูยักษ์นั่นได้ไง?
ไม่รู้เหมือนกันว่าจอมดาบสองคนนี้ ใครจะเก่งกว่ากัน
เธอลองประเมินดู คิดว่าน่าจะ 30-70 ร็อด 30 ชาโน 70
เพราะถึงร็อดจะมีพลังสายฟ้าที่ดูเทพซ่า แต่ร่างกายของเขายังอ่อนกว่าเธอด้วยซ้ำ แถมยังไม่ได้ฝึกสุดยอดวิชาทางกายภาพ ถ้าสู้กันจริงจัง คงยากที่จะชนะ