- หน้าแรก
- จี้หยวน จอมราชันย์เปลี่ยนชะตา
- บทที่ 601 - โลกมนุษย์ไร้เงาจี้เก้าหลาง (ตอนอวสาน)
บทที่ 601 - โลกมนุษย์ไร้เงาจี้เก้าหลาง (ตอนอวสาน)
บทที่ 601 - โลกมนุษย์ไร้เงาจี้เก้าหลาง (ตอนอวสาน)
บทที่ 601 - โลกมนุษย์ไร้เงาจี้เก้าหลาง (ตอนอวสาน)
เหมือนเพิ่งงีบหลับไปตื่นหนึ่ง พอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที
โลกภายนอกหน้าต่างบานใหญ่นี้ ก็ผ่านฝนฤดูใบไม้ผลิมาเป็นร้อยครั้ง ผ่านแดดร้อนฤดูคีรมาศมาเป็นร้อยหน ผ่านลมฤดูสารทและเสียงฟ้าร้องฤดูเหมันต์มานับร้อยรอบ
หนึ่งร้อยปีอันยาวนาน ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว
บนทางเดินในวังหลวง ไป๋สิงเฉินหลังค่อมลงไปมาก
ท่ามกลางพายุหิมะที่โปรยปราย เขาเดินอยู่อย่างโดดเดี่ยว
ด้านหลังมีขันทีเฉินที่เป็นข้ารับใช้มาถึงสามรัชกาลเดินตามมาห่างๆ
"กงกง ท่านว่าในบรรดาลูกชายของข้า ใครพอจะฝากผีฝากไข้ได้บ้าง?"
ไป๋สิงเฉินยื่นมือออกไปรับเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่น แล้วถามขึ้นมาลอยๆ
"ทาสเฒ่าผู้นี้ขวัญอ่อน ไม่กล้าสอดแทรกเรื่องราชกิจ หรือวิจารณ์เรื่องรัชทายาทหรอกพะยะค่ะ"
ขันทีเฉินก้มตัวตอบ
"กะแล้วเชียวว่าท่านต้องตอบแบบนี้ หากเก้าหลางอยู่ที่นี่ เขาคงจะวิจารณ์ฉอดๆ ให้ข้าฟังไปแล้ว"
ไป๋สิงเฉินถอนหายใจเบาๆ เขาเป็นถึงเจ้าเหนือหัวของมนุษย์ อีกทั้งยังเคยเป็นมหาปรมาจารย์ขอบเขตที่ห้า ก้าวเข้าสู่ขอบเขตอิทธิฤทธิ์เป็นคนแรก
ตามหลักแล้วน่าจะมีอายุยืนยาวสองสามร้อยปีได้สบายๆ
แต่การบริหารบ้านเมือง แบกรับภาระราชวงศ์จิ่ง ทำให้เขาตรากตรำทำงานหนักจนผมขาวโพลนไปทั้งหัว
พลังชีวิตและเลือดลมเหือดแห้งลงแทบไม่เหลือ
"ฝ่าบาท..."
ขันทีเฉินเงยหน้าขึ้นมอง แววตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
เขารู้ดีว่า เวลาของจักรพรรดิองค์นี้ เหลือไม่มากแล้ว
"ไม่ต้องเศร้าไปหรอก คนเราเกิดมาก็ต้องตาย เป็นเรื่องธรรมดา"
ไป๋สิงเฉินยิ้มบางๆ
"ข้าแค่เสียดาย ที่ไม่ได้เห็นหน้าสหายเก่าอีกสักครั้ง"
"ป่านนี้ เขาคงไปถึงที่นั่นแล้วกระมัง"
...
...
ณ ดินแดนที่อยู่เหนือสวรรค์ชั้นเก้า เหนือความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขต
ที่นี่ไม่มีกาลเวลา ไม่มีทิศทาง ไม่มีแสงสีหรือเสียงใดๆ
มีเพียงความเงียบสงบที่เป็นนิรันดร์
และท่ามกลางความว่างเปล่านั้น
ชายหนุ่มชุดแดงนั่งขัดสมาธิอยู่บนดอกบัวสีทองดอกมหึมา
จี้หยวน!
ร้อยปีในโลกมนุษย์ สำหรับที่นี่อาจเป็นเพียงชั่วพริบตา หรืออาจยาวนานชั่วกัลปาวสาน
เขาลืมตาขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างสะท้อนภาพจักรวาลนับล้านๆ จักรวาล
เกิดและดับ วนเวียนไม่รู้จบ
"ครบแล้ว"
จี้หยวนพึมพำเบาๆ
ในมือของเขา มีกลุ่มแสงห้าสีหมุนวนอยู่
ชะตาแห่งภัยพิบัติ ชะตาแห่งจุดจบ ชะตาแห่งการตัดรอน... ทั้งหมดถูกเขารวบรวมมาจนครบถ้วน
เมื่อรวมกับ "แผนภาพมรรคาแห่งฟ้าดิน" และ "มงกุฎโกลาหล" ที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเขาแล้ว
เวลานี้ จี้หยวนได้ก้าวข้ามขอบเขตของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง
ก้าวข้ามแม้กระทั่งคำว่า "เทพเจ้า" หรือ "นักบุญ"
"สี่เทพ... พวกเจ้าแพ้แล้ว"
จี้หยวนมองไปเบื้องหน้า
เงาร่างมหึมาสี่ร่าง ที่เคยเป็นดั่งฝันร้ายของจักรวาล บัดนี้ดูเลือนรางและสั่นไหว
พวกมันสัมผัสได้ถึงอำนาจที่เหนือกว่า อำนาจที่สามารถกำหนดความเป็นไปของทุกสรรพสิ่ง
"เจ้า... เจ้าทำอะไรลงไป?"
เสียงของยอดคนสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว
"ข้าไม่ได้ทำอะไร"
จี้หยวนลุกขึ้นยืน
"ข้าแค่... เขียนตอนจบใหม่ ให้กับเรื่องราวนี้"
เขายื่นมือออกไป คว้าจับความว่างเปล่า
"โลกมนุษย์ สวรรค์ ยมโลก... สามภพรวมเป็นหนึ่ง"
"อดีต ปัจจุบัน อนาคต... หลอมรวมเป็นจุดเดียว"
"ข้าขอใช้นามแห่ง 'ไท่อี' ผู้เป็นหนึ่งเดียว"
"และ 'ปฐมกัลป์' ผู้เริ่มต้นใหม่"
"จงกลับคืนสู่... ความโกลาหล!"
ตูม!
แสงสว่างวาบขึ้น กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง
สี่เทพนอกด่าน กรีดร้องโหยหวน ก่อนจะถูกลบหายไปตลอดกาล
ความว่างเปล่าสั่นสะเทือน แล้วค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปร่างใหม่
โลกใบใหม่ ที่ไม่มีเทพมารคอยรังควาน
โลกที่มนุษย์สามารถกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้อย่างแท้จริง
...
...
กลับมาที่โลกมนุษย์
หิมะหยุดตกแล้ว แสงแดดอุ่นๆ สาดส่องลงมา
ไป๋สิงเฉินนั่งพิงพนักเก้าอี้มังกรในตำหนักจื่อเวย หลับตาลงอย่างสงบ
ลมหายใจของเขาแผ่วเบาลงเรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดนิ่งไปในที่สุด
"ฝ่าบาท... สวรรคตแล้ว!"
เสียงร้องไห้ระงมดังไปทั่ววังหลวง
ระฆังมรณสักขีดังเหง่างหง่าง ก้องกังวานไปทั่วแผ่นดิน
ผู้คนต่างพากันไว้อาลัยให้กับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า
ในวินาทีสุดท้ายที่วิญญาณของไป๋สิงเฉินหลุดลอยออกจากร่าง
เขาได้เห็นภาพนิมิตบางอย่าง
ภาพของชายหนุ่มชุดแดง ยืนยิ้มให้เขาอยู่ที่ปลายทางของแสงสว่าง
"ไปกันเถอะ พี่รอง"
"พี่ใหญ่กับท่านพ่อ รอพวกเราอยู่"
ไป๋สิงเฉินยิ้มตอบ เป็นรอยยิ้มที่มีความสุขที่สุดในรอบร้อยปี
"อืม... ไปกันเถอะ"
วิญญาณของเขาล่องลอยไปพร้อมกับสหายรัก
สู่การเดินทางครั้งใหม่ ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
...
...
หลายปีต่อมา
ในร้านน้ำชาเล็กๆ แห่งหนึ่ง
นักเล่านิทานชรา ตบไม้ปลุกใจลงบนโต๊ะเสียงดังปัง
"และนี่ก็คือเรื่องราวของ 'ราชันย์มังกรจี้หยวน'!"
"ผู้แบกตะวันจันทรา ผ่าฟันอุปสรรค จนก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด!"
"เขาไม่เพียงแต่ปราบมารร้าย แต่ยังสร้างโลกที่สงบสุขให้กับพวกเรา!"
เด็กน้อยคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม
"ท่านปู่ แล้วท่านจี้หยวนหายไปไหนแล้วล่ะ?"
นักเล่านิทานยิ้ม ลูบเคราขาวโพลนของตัวเอง
"ไม่มีใครรู้หรอก ไอ้หนู"
"บ้างก็ว่าเขากลายเป็นเทพเจ้าสถิตอยู่บนดวงดาว"
"บ้างก็ว่าเขาท่องเที่ยวไปในจักรวาลอันกว้างใหญ่"
"แต่ปู่เชื่อว่า..."
"เขายังคงเฝ้ามองพวกเราอยู่ จากที่ไหนสักแห่ง"
"เพราะในโลกมนุษย์แห่งนี้..."
"แม้จะไร้เงาจี้เก้าหลาง"
"แต่ตำนานของเขา... จะคงอยู่ตลอดไป!"
(จบบริบูรณ์)