- หน้าแรก
- ระบบดัดนิสัยนางร้าย 7 บาป ของท่านประธาน
- บทที่ 4 - คำขอโทษอันน่าอับอายของหญิงสาว
บทที่ 4 - คำขอโทษอันน่าอับอายของหญิงสาว
บทที่ 4 - คำขอโทษอันน่าอับอายของหญิงสาว
บทที่ 4 - คำขอโทษอันน่าอับอายของหญิงสาว
ห้องทำงานที่กว้างขวาง เงียบสงัดจนเกินไป
คำพูดที่แผ่วเบาแต่หนักอึ้งลอยผ่านหู ฮิคาเกะ จิฮารุ หน้าซีดเผือด แค่คิดว่าถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงหูที่บ้าน โดยเฉพาะพ่อของเธอ ร่างกายก็เผลอโอนเอนไปวูบหนึ่ง
ที่เขาพูดมาถูกต้อง พ่อของเธอ ฮิคาเกะ ชูซาคุ เป็นคนหัวโบราณมากจริงๆ เข้มงวดเรื่องการอบรมสั่งสอนลูกมาตั้งแต่เล็ก
ถ้าท่านรู้ว่าเธอกล้าทำเรื่องพรรค์นี้ลับหลังเพียงเพื่อความสนุก ท่านคงหน้าเขียวคล้ำแล้วคว้าไม้เรียวมาแน่
เผลอๆ อาจจะโกรธจนเข้าโรงพยาบาลไปเลยก็ได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอจึงเงยหน้าขึ้น ทาคิซาวะ ยูยะ กำลังยกยิ้มที่มุมปากนิดๆ เป็นรอยยิ้มของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า
ทำไมคนเราถึงยิ้มได้น่ารังเกียจขนาดนี้นะ?
ทำไมตอนนั้นเธอถึงเลือกเขา?
——อ๋อ เพราะเขาหล่อสะดุดตา เธอถึงเล็งเขาตั้งแต่แรกเห็น
เธอไม่น่าเลือกเขาเลย!
ฮิคาเกะ จิฮารุ รู้สึกเสียใจภายหลังสุดๆ
"ตกลง... คุณจะเอายังไง?" เด็กสาวกัดริมฝีปาก
"ประโยคนี้อีกแล้ว?" ทาคิซาวะ ยูยะ ถอนหายใจเหมือนระอาใจเต็มทน "คุณฮิคาเกะ บอกแล้วไง ไม่ใช่ผมจะเอายังไง แต่คุณจะเอายังไง —— อย่าลืมสิ คุณเป็นคนมาขอโทษนะ"
"..."
"คุณคิดว่าท่าทีเมื่อกี้ คือท่าทีของการขอโทษงั้นเหรอ?"
"..."
ฮิคาเกะ จิฮารุ ก้มหน้าลง อ้าปากค้างไว้หลายครั้งอย่างลังเล หลังจากอึกอักอยู่นาน ในที่สุดก็ฝืนใจพูดออกมา: "...ขอโทษ"
ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง
"แค่นี้เหรอ?" ทาคิซาวะ ยูยะ ถามกลับด้วยความประหลาดใจเมื่อรอแล้วไม่มีอะไรต่อ
เงื่อนไขภารกิจของระบบคือ "ขอโทษจากใจจริง" แต่เขารอตั้งนาน ก็ยังไม่เห็นข้อความแจ้งเตือนว่าภารกิจสำเร็จ
ชัดเจนว่า ยัยนี่ปากไม่ตรงกับใจ ไม่ได้สำนึกผิดเลยสักนิด
ในใจคงกำลังด่าเขาอยู่แหงๆ
"...จะเอาอะไรอีก?"
"คำขอโทษของคุณมันดูไม่จริงใจเลยสักนิดไม่ใช่เหรอ?"
"..."
ฮิคาเกะ จิฮารุ เงียบกริบ
ผ่านไปพักหนึ่ง เธอถามหยั่งเชิงเสียงเบา: "งั้นแบบไหนถึงเรียกว่าจริงใจ? เงิน?"
ทาคิซาวะ ยูยะ จนปัญญาจริงๆ: "คุณคิดว่าคนอย่างผมขาดแคลนเงินแสนเยนนี้รึไง?"
"...ไม่ขาดเหรอ?" ฮิคาเกะ จิฮารุ นึกถึงกระเป๋าสตางค์ที่แฟบแบนของทาคิซาวะ ยูยะ
"ผม..." คำพูดของทาคิซาวะ ยูยะ จุกอยู่ที่คอหอย —— เขาขาดจริงๆ นั่นแหละ
เรื่องไม่ขาดเงินน่ะมันอดีตไปแล้ว
แน่นอนว่าสถานการณ์ตอนนี้จะให้ยอมรับไปตรงๆ ว่าถังแตกก็คงเสียฟอร์มแย่ ทาคิซาวะ ยูยะ ทำเสียงเข้ม: "สรุปคือ มันไม่ใช่เรื่องเงิน"
"งั้นจะเอาอะไรอีก?" ฮิคาเกะ จิฮารุ เริ่มหมดความอดทน ดูเหมือนจะเทหมดหน้าตักแล้ว ไม่ยอมใช้สมองคิดเลยว่าควรจะขอโทษยังไง
ดูท่าจนป่านนี้ เธอก็ยังวางมาดคุณหนูไม่ลง
ทาคิซาวะ ยูยะ เคาะโต๊ะ เตือนสติ: "ดูทรงแล้ว ถ้าคุณไม่อยากขอโทษจริงๆ ผมก็คงต้องคุยกับพ่อคุณแล้วล่ะมั้ง?"
"——ห้ามเด็ดขาดนะ"
"ห้าม? งั้นคุณก็ควรจะมีวิธีการขอโทษสิ?"
"..."
"เห็นไหม คุณหาวิธีขอโทษไม่ได้อีกแล้ว งั้นผมคงต้องคุยกับพ่อคุณจริงๆ สินะ?"
ท่ามกลางความเงียบ ฮิคาเกะ จิฮารุ ก้มหน้าลงอีกครั้ง กัดฟันแน่น
จนผ่านไปเนิ่นนาน ทาคิซาวะ ยูยะ ถึงได้ยินเสียงที่พยายามข่มอารมณ์ของเธอ: "คุณจำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ?"
"หือ?" ทาคิซาวะ ยูยะ ไม่เข้าใจ "ทำถึงขนาดนี้ หมายความว่าไง?"
ฮิคาเกะ จิฮารุ จ้องหน้าเขาเขม็ง: "พูดกันตามตรง ฉันก็ไม่ได้ทำความเสียหายอะไรให้คุณสักหน่อยไม่ใช่เหรอ?"
"ไม่ได้ทำความเสียหาย?" ทาคิซาวะ ยูยะ เลิกคิ้ว
"คุณเสียเงินไปหนึ่งแสน ฉันก็คืนให้แล้ว คุณก็ไม่ได้เสียอะไรเลยนี่นา?"
"...คุณหมายความว่า ผมรังแกคุณเกินไป?"
"ถ้าจะพูดแบบนั้นก็ใช่"
ทาคิซาวะ ยูยะ แสยะยิ้ม: "นี่ คุณฮิคาเกะ คุณใช้อะไรคิด ถึงได้พูดจาเพ้อเจ้อแบบนี้ออกมาได้?"
"ฉันทำไม——"
"อะไรคือผมไม่เสียหาย? ผมจะบอกให้นะ ถ้าผมไม่ใช่ประธานคามิชิโระ ถ้าผมไม่มีความสัมพันธ์กับตระกูลโฮชิมิ ป่านนี้ผมคงเสียเงินฟรีไปหนึ่งแสนเยนแล้ว แน่นอน คุณหนูอย่างคุณคงไม่เข้าใจหรอกว่าเงินหนึ่งแสนเยนสำหรับพนักงานกินเงินเดือนทั่วไปมันสำคัญแค่ไหน"
——ไหนบอกว่านายไม่ขาดเงินแสนเยนนี้ไง?
ฮิคาเกะ จิฮารุ อยากจะเถียง แต่ไม่กล้าพูด
"เสียเงินฟรีไปแสนเยนยังไม่พอ เผลอๆ อาจจะต้องรับเคราะห์ ถูกตราหน้าว่าเป็นพวกโรคจิต ถูกขังคุก ตกงาน เรื่องพวกนี้ทำไมไม่พูดถึง?
"คุณฮิคาเกะ โปรดเข้าใจด้วย ที่สุดท้ายแล้วผมไม่ได้รับผลกระทบอะไร เป็นเพราะบังเอิญว่าผมไม่ใช่พนักงานกินเงินเดือนต๊อกต๋อยทั่วไป
"ผมรอดมาได้เพราะสถานะของผม ไม่ใช่เพราะ 'ความเมตตา' ของคุณ"
"..." ฮิคาเกะ จิฮารุ เถียงไม่ออก
"เพราะงั้น ไปคิดให้ดีๆ ว่าจะขอโทษยังไง ไม่อย่างนั้น..."
ไม่อย่างนั้นจะเกิดอะไรขึ้น ทาคิซาวะ ยูยะ ไม่ได้พูดต่อ
แต่จะมีอะไรได้อีก? ก็บอกพ่อเธอน่ะสิ
ฮิคาเกะ จิฮารุ รู้สึกอัดอั้นตันใจ
เธอทำอะไรกับคำขู่นี้ไม่ได้เลย
แต่จะให้เธอขอโทษ? ขอโทษยังไง? พูดขอโทษก็แล้ว คืนเงินก็แล้ว แล้วไงต่อ? ต้องทำยังไงเขาถึงจะยอมจบเรื่องนี้กันแน่?
ฮิคาเกะ จิฮารุ ก้มหน้า จ้องมองธนบัตรที่กระจายอยู่บนโต๊ะ
เขาต้องการให้เธอทำอะไรกันแน่?
บีบกันถึงขนาดนี้
แถม... แถมเมื่อเช้านี้ บนรถไฟฟ้า เขายังจับก้นเธอด้วย!
พอนึกถึงตรงนี้ ฮิคาเกะ จิฮารุ ก็รู้สึกน้อยใจขึ้นมาทันที
สรุปแล้ว แค่เพราะเรื่องเมื่อเช้า นอกจากเธอจะโดนจับก้นแล้ว ยังต้องมาขอโทษคนที่จับก้นเธอ แถมยังโดนเขาขู่อีก!
ยิ่งคิด ฮิคาเกะ จิฮารุ ก็ยิ่งรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
ทาคิซาวะ ยูยะ สังเกตเห็นความผิดปกติของเด็กสาว เธอเม้มปากอย่างหมดแรง ขอบตาเริ่มแดงระเรื่อ เหมือนน้ำตาจะไหล
[วาจาของคุณทลายกำแพงใจของฮิคาเกะ จิฮารุ ลงทัณฑ์ความชั่วร้ายของเธอได้สำเร็จ]
[ฮิคาเกะ จิฮารุ ค่าความร้ายกาจ -10 คุณได้รับ 1,000 คะแนน]
จู่ๆ หน้าต่างระบบก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าทาคิซาวะ ยูยะ
ลงทัณฑ์สำเร็จแล้ว?
ยังไม่ทันที่ทาคิซาวะ ยูยะ จะคิดอะไรต่อ เขาก็ได้ยินเสียงของฮิคาเกะ จิฮารุ ที่ตอนนี้ปล่อยจอยทิ้งทุกอย่างแล้วดังขึ้น: "งั้นคุณก็บอกมาตรงๆ สิว่าจะให้ฉันขอโทษยังไง! จะทำแบบนี้เพื่ออะไร? ทั้งที่... ทั้งที่... ทั้งที่เมื่อเช้านี้ คุณก็จับก้นฉันด้วยซ้ำ!"
ทาคิซาวะ ยูยะ อึ้งไปกึกหนึ่ง ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาแย้งกลับ: "นั่นไม่ใช่เพราะคุณตั้งใจเหรอ?"
"แล้วคุณจับหรือเปล่าล่ะ?"
"คุณ——"
"คุณก็แค่ตอบมาว่าจับหรือไม่จับ?"
เด็กสาวที่ยอมแพ้ทุกอย่างแล้ว จู่ๆ รังสีความกล้าก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาเหมือนลูกสัตว์ที่แยกเขี้ยวขู่คำราม จ้องหน้าเขาเพื่อคาดคั้นคำตอบ
ทาคิซาวะ ยูยะ มองเธออย่างพูดไม่ออก
นี่สินะที่เขาเรียกว่า "สุนัขจนตรอกย่อมสู้ยิบตา"
ดูท่าทาง พอทลายกำแพงใจได้ เธอก็สติแตกไปแล้ว
คนสติแตก ใช้คำพูดโจมตีไปก็ไร้ผล
เมื่อคิดได้ดังนั้น ทาคิซาวะ ยูยะ ก็หมดอารมณ์จะเถียงกับเด็กสาว
แต่จะให้ปล่อยไปแบบนี้ก็ไม่ได้ เธอยังไม่ได้ขอโทษเลย!
แถมเงื่อนไขภารกิจคือต้องขอโทษจากใจจริง
ถ้าไม่ทำให้เธอยอมจำนนด้วยหัวใจก็คงไม่ผ่าน จะทำยังไงดีนะ?
ทาคิซาวะ ยูยะ เหลือบมองฮิคาเกะ จิฮารุ ที่กำลังหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
สายตาของเขาเลื่อนต่ำลงโดยไม่รู้ตัว ผ่านเอวคอดกิ่ว ไปหยุดอยู่ที่ส่วนสัดที่ถูกกระโปรงบดบัง
"ทำไม? จะจับอีกรึไง?" ฮิคาเกะ จิฮารุ พูดประชด
ทาคิซาวะ ยูยะ ทำท่าครุ่นคิด
คำพูดของเด็กสาว เหมือนไปสะกิดต่อมความคิดบางอย่างของทาคิซาวะ ยูยะ เข้า
ครู่ต่อมา ท่ามกลางสายตาแปลกใจของเด็กสาว ทาคิซาวะ ยูยะ ลุกจากเก้าอี้ เดินเข้าไปหาฮิคาเกะ จิฮารุ
และในสายตาที่งุนงงหนักกว่าเดิม ทาคิซาวะ ยูยะ ง้างมือขึ้น
"เพียะ!"
ฝ่ามือเล็งเป้าหมาย แล้วฟาดลงไปที่บั้นท้ายของฮิคาเกะ จิฮารุ อย่างไม่ลังเล ชายกระโปรงชุดกะลาสีสะบัดไหวราวกับระลอกคลื่น
ฮิคาเกะ จิฮารุ ที่เมื่อกี้ยังทำท่าขึงขัง อ้าปากค้าง สมองรวนไปชั่วขณะจนลืมร้องออกมา
[คุณลงทัณฑ์ความชั่วร้ายของฮิคาเกะ จิฮารุ]
[ฮิคาเกะ จิฮารุ ค่าความร้ายกาจ -5 คุณได้รับ 500 คะแนน]
นั่นไง!
ทาคิซาวะ ยูยะ เข้าใจแล้ว
ขนาดคำพูดโจมตีเมื่อกี้ยังนับเป็นการลงทัณฑ์ งั้นการลงมือตีก้นตรงๆ แบบนี้ ที่เป็นการโจมตีทั้งร่างกายและจิตใจ ก็ยิ่งเป็นการลงทัณฑ์เข้าไปใหญ่
อีกอย่าง เมื่อเช้าเธอใช้วิธีนี้ใส่ร้ายเขา ตอนนี้ ก็ถือเป็นกฎแห่งกรรม
"เพียะ!"
ฝ่ามือฟาดลงไปอีกครั้ง แต่คราวนี้ระบบกลับเงียบ
คนที่ไม่เงียบคือฮิคาเกะ จิฮารุ
"นาย—— นายทำบ้าอะไรเนี่ย!"
ใบหน้าของฮิคาเกะ จิฮารุ แดงเถือกไปหมด เธอเบิกตากว้าง มองทาคิซาวะ ยูยะ อย่างไม่อยากจะเชื่อ
"ก็คุณบอกว่าผมจับก้นคุณไม่ใช่เหรอ? ผมจะยอมโดนใส่ร้ายฟรีๆ ได้ไง?" ทาคิซาวะ ยูยะ พูดพลางง้างมือขึ้นอีกครั้ง แล้วฟาดลงไปที่ก้นของเด็กสาว
ฮิคาเกะ จิฮารุ รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่เจ็บแปลบ
"นาย——!" เธอคิดจะขัดขืน
"ทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ หรือคุณอยากให้ผมแจ้งคุณพ่อของคุณ?"
"..."
เมื่อโดนขู่ ฮิคาเกะ จิฮารุ ก็หมดแรงขัดขืนทันที
เหมือนนางเอกในหนังที่ถูกตัวร้ายจับจุดอ่อนได้ และต้องจำใจให้ความร่วมมืออย่างน่าอัปยศ
"ทีนี้จะขอโทษได้หรือยัง?" ทาคิซาวะ ยูยะ หยุดมือ แล้วถาม
"..."
"..."
"เพียะ!"
ทาคิซาวะ ยูยะ ฟาดลงไปอีกที
เนื้อผ้าชุดกะลาสีที่นุ่มนิ่ม กับเนื้อนุ่มๆ ที่เต็มไปด้วยความยืดหยุ่นของเด็กสาว ไม่อาจต้านทานการโจมตีนี้ได้เลย
"ขอโทษแล้ว! ฉันขอโทษแล้ว!" ฮิคาเกะ จิฮารุ เค้นคำพูดออกมาด้วยความอัปยศ
เธอรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แสบๆ คันๆ และชาหนึบที่บั้นท้าย เขาตีจริง ไม่มีการออมมือ
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอถูกตีก้นอย่างน่าอายแบบนี้
ต่อให้เป็นพ่อของเธอ ก็ไม่เคยตีแบบนี้!
"ขอโทษสิ" ทาคิซาวะ ยูยะ รออยู่
"...ขอโทษ" น้ำเสียงของฮิคาเกะ จิฮารุ แฝงไปด้วยความอัปยศและความไม่ยินยอมอย่างเต็มเปี่ยม
ทาคิซาวะ ยูยะ รอสักพัก ไม่เห็นข้อความจากระบบ
"ดูเหมือนคุณจะไม่ค่อยจริงใจนะ" ทาคิซาวะ ยูยะ พูด แล้วง้างมือฟาดลงไปที่บั้นท้ายของเด็กสาวอย่างแรง
ฮิคาเกะ จิฮารุ ร้องออกมาด้วยความเจ็บใจ
"ทำบ้าอะไร! ก็ขอโทษแล้วไง?"
"ไม่จริงใจ"
"นาย——"
"เพียะ!"
"ฉัน——"
"เพียะ!"
"ขอโทษ ฉันผิดไปแล้ว" เสียงของเด็กสาวเริ่มสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้
ทาคิซาวะ ยูยะ รออีกนิด
"?"
เขามองฮิคาเกะ จิฮารุ ที่กำลังเอามือกุมก้น ขอบตาแดงก่ำ หน้าตามีแต่ความน้อยใจ ด้วยความประหลาดใจสุดขีด
เฮ้ย นี่ขนาดนี้ยังไม่จริงใจอีกเหรอ?
ปากแข็งอะไรขนาดนี้?
ฮิคาเกะ จิฮารุ ตกใจกับสายตาของทาคิซาวะ ยูยะ จนถอยหลังไปก้าวหนึ่ง: "ฉันขอโทษไปแล้วนะ"
ทาคิซาวะ ยูยะ ดึงเธอกลับมา: "ยังไม่จริงใจพอ"
"เพียะ!" ฝ่ามือร่วงลงไปอีก
ฮิคาเกะ จิฮารุ ทนไม่ไหวแล้ว ร้องสะอึกสะอื้น: "นายต้องการอะไรกันแน่! ฉันก็ขอโทษจากใจจริงแล้วไง! ถ้านายยังทำอีก——"
"ผมจะบอกพ่อคุณ" ทาคิซาวะ ยูยะ พูดเสียงเรียบ
"..." เด็กสาวเงียบกริบทันที
"จะขอโทษไหม?" ทาคิซาวะ ยูยะ ถามอีกครั้ง
"ขอโทษ!"
"ไม่จริงใจ เอาใหม่" ทาคิซาวะ ยูยะ ฟาดลงไปอีก
"แล้วแบบไหนถึงเรียกว่าจริงใจเล่า?" ฮิคาเกะ จิฮารุ ร้องไห้โฮออกมาแล้ว
"ไม่รู้" ทาคิซาวะ ยูยะ ตอบอย่างจริงใจ
เขาไม่รู้จริงๆ ก็ระบบบอกว่าไม่จริงใจ ก็คือไม่จริงใจนั่นแหละ
"เพียะ!"
"ขอโทษค่ะ!"
"เพียะ!"
"ฉัน ฮือ—— เกิดมาไม่เคยมีใครตีฉันแบบนี้เลย!"
"เพียะ!"
"ขะ... ขอโทษค่ะ ฉันรู้ตัวว่าผิดแล้วจริงๆ!"
"เพียะ"
"ฉันรู้แล้วว่าผิดจริงๆ สาบานได้! ขอโทษค่ะ!"
"เพียะ!"
ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่ครั้ง ทาคิซาวะ ยูยะ เริ่มจะติดลม จนกระทั่งระบบแจ้งเตือนว่า [ภารกิจสำเร็จ] เขาก็ยังเผลอมือฟาดแถมไปอีกทีหนึ่ง
"ฉันรู้แล้วว่าผิดจริงๆ... จริงๆ นะ! ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ ฮือ——"
ความอัปยศทางใจ ความเจ็บปวดทางกาย ภายใต้ฝ่ามือที่ฟาดลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดก็แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกผิดจากใจจริง
ใบหน้าของเด็กสาวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา เสียงสะอื้นไห้ไม่หยุด
"โทษที แถมไปทีนึง" ทาคิซาวะ ยูยะ ชักมือกลับ กล่าวขอโทษอย่างสุภาพ
ฮิคาเกะ จิฮารุ มองค้อนเขา แล้วร้องไห้หนักกว่าเดิม
เธอเอามือกุมก้นที่ในที่สุดก็รอดพ้นจากการถูกทำร้าย ความเจ็บแสบยังคงอยู่ เสียงสะอื้นดังไม่ขาดสาย
ทาคิซาวะ ยูยะ พอใจมาก เก็บหน้าต่างระบบ แล้วถามว่า: "ทีนี้รู้หรือยังว่าตัวเองผิดตรงไหน?"
ฮิคาเกะ จิฮารุ ร้องไห้ไม่หยุด ไม่ได้ตอบเขา
ทาคิซาวะ ยูยะ อารมณ์ดีมาก เลยไม่คิดจะคาดคั้นเธอเรื่องนี้
ส่วนหนึ่งคือภารกิจสำเร็จแล้ว อีกส่วนก็คือ... ได้ระบายอารมณ์จนสะใจแล้ว
คุณหนูรองตระกูลฮิคาเกะที่ตอนแรกวางก้ามใหญ่โต ในที่สุดก็ต้องมาสยบอยู่ใต้ฝ่ามือของเขา
แน่นอนว่า จริงๆ แล้วเขาไม่ได้ตีแรงมากหรอก ที่เจ็บปวดจริงๆ น่าจะเป็นความรู้สึกอัปยศที่ต้องมาโดนจับจุดอ่อนแล้วโดนตีก้นแบบนี้มากกว่า
ถือเป็นการโจมตีทางจิตใจ
ทาคิซาวะ ยูยะ ที่อารมณ์ปลอดโปร่งโล่งสบาย ถอนหายใจยาว สะบัดมือที่เริ่มเมื่อย แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน
เขาเก็บธนบัตรหมื่นเยนสิบใบนั้นขึ้นมาก่อน จากนั้นก็ค้นหาของในลิ้นชัก
"อ่ะ" ทาคิซาวะ ยูยะ ดึงกระดาษทิชชูออกมาหลายแผ่น ยื่นให้ฮิคาเกะ จิฮารุ
ฮิคาเกะ จิฮารุ คว้าหมับ แล้วรีบหันหลังให้ทันที
รอจนเสียงร้องไห้เงียบลง ฮิคาเกะ จิฮารุ เช็ดน้ำตาเสร็จแล้วขยำทิชชูทิ้งลงถังขยะ
จากนั้น เด็กสาวก็เหลือบมองทาคิซาวะ ยูยะ แวบหนึ่ง ไม่พูดอะไรสักคำ เธอก้มหน้าก้มตาเดินเร็วๆ ออกไปจากห้องทำงาน
ทาคิซาวะ ยูยะ ก็ไม่รั้งเธอไว้ มองส่งเธอเดินออกจากห้องไป กำลังจะนั่งลงศึกษาของรางวัลจากระบบรอบนี้ แต่ก็ไม่สมหวัง
หลังจากฮิคาเกะ จิฮารุ เปิดประตูเดินออกไปได้ไม่นาน ประตูห้องทำงานก็ถูกเคาะอีกครั้ง
"เชิญครับ" ทาคิซาวะ ยูยะ จำใจต้องเอ่ยอนุญาต
คนที่เดินเข้ามาคือ เลขานุการ นารา ฮายามิ
"ท่านประธานคะ นี่คือบันทึกการประชุมของวันนี้ค่ะ" เธอเดินมาที่โต๊ะทำงาน
"อืม วางไว้ตรงนั้นแหละ"
"ค่ะ"
หลังจากวางเอกสาร นารา ฮายามิ ก็เหลือบไปเห็นกระดาษทิชชูในถังขยะ แล้วก็จมูกฟุดฟิดดมกลิ่นแปลกๆ ในอากาศ
ทันใดนั้น หน้าของเธอก็แดงระเรื่อ ก้มหน้าลง แล้วรีบจ้ำอ้าวเดินออกจากห้องทำงานไป
เธอตัดสินใจว่าจะทำเป็นไม่เห็น ไม่ได้ยิน และไม่รู้อะไรทั้งนั้น
(จบแล้ว)