- หน้าแรก
- ท่านปู่ทวดสุดแกร่งกับว่าที่ฮ่องเต้ตัวน้อย
- บทที่ 7 - รากฐานแห่งแดนบรรพชน!
บทที่ 7 - รากฐานแห่งแดนบรรพชน!
บทที่ 7 - รากฐานแห่งแดนบรรพชน!
บทที่ 7 - รากฐานแห่งแดนบรรพชน!
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ทั่วทั้งแดนบรรพชน!
สุรเสียงของปฐมบรรพชนดังก้องกังวาน
ทุกคนต่างเปี่ยมไปด้วยความเคารพเทิดทูนต่อฉินอิ๋งอย่างล้นพ้น
สำหรับทุกคนในแดนบรรพชนแล้ว
ทุกสิ่งที่พวกเขามีล้วนได้รับพระราชทานจากฉินอิ๋ง การที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ได้ และมีทรัพยากรบำเพ็ญเพียรมากมายเช่นนี้ ล้วนเป็นพระคุณของฉินอิ๋งทั้งสิ้น
"ลุกขึ้นเถิด"
ฉินอิ๋งยืนอยู่บนบันไดหน้าตำหนักบรรพชน ยกมือขึ้นเล็กน้อย
เพียงแค่เอ่ยปาก
ราวกับวาจาสิทธิ์ที่กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินต้องน้อมรับ จิตใจของทุกคนสั่นสะท้านและรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
"ผู้รับลิขิตสวรรค์ปรากฏตัวแล้ว"
"แผนการห้าร้อยปีของข้า ในที่สุดก็เห็นผล"
"พวกเจ้าจงตั้งใจบำเพ็ญเพียรเถิด"
"ยุคทองของต้าฉิน และยุคทองของเผ่าพันธุ์มนุษย์ กำลังจะมาถึงแล้ว"
ฉินอิ๋งกล่าวด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจและหึกเหิม จากนั้นจึงเดินเข้าไปภายในตำหนักบรรพชน
ซึ่งเป็นสถานที่เก็บตัวบำเพ็ญเพียรของฉินอิ๋ง
เมื่อร่างของฉินอิ๋งหายลับไป
เหล่าศิษย์ในแดนบรรพชนต่างแยกย้ายกันไปบำเพ็ญเพียรต่อ
แต่ก็มีเงาร่างสิบกว่าสายรีบเดินตามเข้าไปในตำหนักบรรพชน
ไม่นานนัก
ภายในตำหนักก็มีคนนั่งอยู่หลายสิบคน
ฉินอิ๋งไม่ได้แปลกใจที่พวกเขามา
ในยามที่เขาออกจากแดนบรรพชนและปิดบังสวรรค์เพื่อไปสอนสั่งจ้าวเจิ้ง เรื่องราวต่างๆ ในแดนบรรพชนจะถูกรายงานให้เขาทราบเสมอ
ไม่ใช่ว่าฉินอิ๋งหวงอำนาจไม่ยอมปล่อยวาง
แต่เพราะเส้นทางสายนี้ยากลำบากเกินไป หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว นั่นหมายถึงจุดจบของทั้งตระกูล
เพื่อความไม่ประมาท ฉินอิ๋งจำเป็นต้องควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเอง
แม้กระทั่งคนในตระกูลที่ออกไปภายนอก ทุกคนต้องผ่านค่ายกลลบความทรงจำ เพื่อผนึกข่าวสารเกี่ยวกับแดนบรรพชนและฉินอิ๋งไว้อย่างสมบูรณ์ จะคลายผนึกได้ก็ต่อเมื่อกลับมาสู่แดนบรรพชนเท่านั้น หากมีใครพยายามฝืนตรวจสอบความทรงจำ ค่ายกลก็จะระเบิดตัวเองทันที
"รายงานมาทีละเรื่อง"
ฉินอิ๋งโบกมือ มองดูผู้คนในตำหนัก
"กราบทูลท่านบรรพชน"
"สองปีมานี้ ศิษย์หอยุทธ์ทะลวงผ่านขั้นปรมาจารย์ได้หนึ่งร้อยห้าสิบคน และทะลวงผ่านขั้นมหาปรมาจารย์ได้สองคนขอรับ"
ชายที่นั่งอยู่หัวแถวเอ่ยขึ้น
เขามีรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายกดดันแห่งวรยุทธ์อันแข็งแกร่ง
เขาคือ อิ๋งต้าง
ถูกต้องแล้ว
เขาคืออิ๋งต้าง หรือพระเจ้าฉินอู่ ผู้ที่ในหน้าประวัติศาสตร์ถูกบันทึกว่ายกกระถางธูปจนกระดูกหักตาย
ตามลิขิตสวรรค์
เขาจะต้องตายเพราะยกกระถางธูป จากนั้นศพจะถูกส่งกลับต้าฉิน และส่งต่อบัลลังก์ให้อิ๋งจี้ก่อนสิ้นใจ
แต่ในวันที่เกิดเหตุ
ฉินอิ๋งสั่งให้นำร่างของอิ๋งต้างกลับมายังแดนบรรพชน และช่วยชีวิตเขาไว้ได้ในขณะที่ลมหายใจร่อแร่
เขาคลั่งไคล้วรยุทธ์ เดิมทีก็ไม่เหมาะจะเป็นกษัตริย์อยู่แล้ว
และพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ของเขาก็ไม่ธรรมดา
แม้ในศาลบรรพชนจะมีป้ายวิญญาณของเขาตั้งอยู่ แต่เขาคือคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่จริง
"อืม" ฉินอิ๋งพยักหน้า "ทำตามกฎของตระกูล ศิษย์ที่ทะลวงขั้นได้ให้มอบทรัพยากรและวิชาที่เหมาะสมให้"
"น้อมรับคำสั่งท่านบรรพชน" อิ๋งต้างขานรับทันที
เมื่อสิ้นเสียงของอิ๋งต้าง
"กราบทูลท่านบรรพชน"
"หอโอสถในสองปีนี้ มีนักปรุงยาขั้นสามเพิ่มขึ้นห้าสิบคน นักปรุงยาขั้นสองเพิ่มขึ้นสองร้อยสามสิบห้าคน และมีศิษย์ของข้าทะลวงสู่ระดับนักปรุงยาขั้นสี่ได้หนึ่งคนขอรับ"
"กราบทูลท่านบรรพชน"
"หอศาสตราในสองปีนี้ มีช่างหลอมอาวุธขั้นสามเพิ่มขึ้นแปดสิบคน ช่างหลอมอาวุธขั้นสองเพิ่มขึ้นสามร้อยยี่สิบคน และผู้ที่ทะลวงสู่ระดับช่างหลอมอาวุธขั้นสี่มีสี่คนขอรับ"
"กราบทูลท่านบรรพชน"
"สวนสมุนไพรวิญญาณทุกอย่างเรียบร้อยดี..."
"กราบทูลท่านบรรพชน"
"หน่วยจารชนทมิฬยังคงแทรกซึมไปทั่วหล้า การรวบรวมยอดฝีมือในเงามืดยังคงดำเนินต่อไปขอรับ"
...
ผู้ดูแลหอต่างๆ ในแดนบรรพชนต่างรายงานความก้าวหน้าในรอบสองปีให้ทราบ
ภายใต้ลิขิตสวรรค์
หลังจากแกล้งตาย
ฉินอิ๋งก็ใช้วรยุทธ์อันแก่กล้าสร้างแดนบรรพชนแห่งนี้ขึ้น โดยใช้มุกโกลาหลเป็นแกนกลาง ชักนำพลังแห่งความโกลาหลสร้างค่ายกลมิติปิดบังสวรรค์ เว้นแต่จะเป็นเซียนตัวจริงเสียงจริง มิเช่นนั้นก็ไม่มีทางค้นพบ ส่วนวิถีสวรรค์ หากไม่ได้ถูกชักนำ ก็จะไม่สามารถตรวจจับการมีอยู่ของแดนบรรพชนได้
หลังจากสร้างแดนบรรพชน
ฉินอิ๋งได้เรียกตัวลูกหลานสายรองที่มีพรสวรรค์ รวมถึงลูกหลานของลูกชายคนอื่นๆ ของเขาเข้ามาอยู่ในแดนบรรพชน พร้อมด้วยข้าราชบริพารที่จงรักภักดี
หอยุทธ์แดนบรรพชน
ถ่ายทอดวรยุทธ์
คือรากฐานการฝึกฝนของแดนบรรพชน
หอโอสถแดนบรรพชน ปรุงยาให้กับคนในแดนบรรพชน จัดสรรทรัพยากรตามระดับการบำเพ็ญเพียร
หอศาสตราแดนบรรพชน ตีอาวุธให้กับคนในแดนบรรพชน ก็ใช้หลักการเดียวกัน
ยังมีสวนสมุนไพรวิญญาณ
หน่วยจารชนทมิฬ
และอื่นๆ
...
บนแผ่นดินเสินโจว
นอกจากเหล่าเทพเซียนที่ไม่มีทางย่างกรายลงมาแล้ว ฉินอิ๋งย่อมเป็นผู้ที่มีอายุยืนยาวที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
แม้แต่ในสำนักปราชญ์ร้อยตระกูล เหล่าสัตว์ประหลาดเฒ่าในสำนักเหล่านั้นก็ไม่มีใครอยู่มานานเท่าฉินอิ๋ง
หากจะพูดถึงสัตว์ประหลาดเฒ่า
ฉินอิ๋งคือสัตว์ประหลาดเฒ่าตัวจริงเสียงจริงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเสินโจว
"สองปีมานี้พัฒนาได้ไม่เลว"
"พวกเจ้าทำต่อไป"
เมื่อฟังจบ ฉินอิ๋งก็กล่าวชมเชยทุกคนด้วยความพึงพอใจ
"เพื่อต้าฉิน เพื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์"
ทุกคนตอบรับด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง
"สถานการณ์ภายนอกตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง" ฉินอิ๋งถาม
"ทูลท่านบรรพชน"
"กองทัพพันธมิตรห้าแคว้นตั้งค่ายอยู่ที่ด่านอีเชวี่ย อิ๋งจิวนำทัพสองแสนนายตั้งรับ ต้านทานการโจมตีของพันธมิตรได้หลายครั้ง"
"ฝ่าบาทได้มีราชโองการให้เหมิงอ้าวนำทัพค่ายเป่ยเจียงสามแสนนายบุกโจมตีเมืองลั่วอี้เมืองหลวงของราชวงศ์โจว"
"ป่านนี้คงใกล้จะสำเร็จแล้วขอรับ" ไป๋ฉีตอบทันที
ในทางเปิดเผย
ไป๋ฉีถูกอิ๋งจี้สั่งประหารชีวิต แต่ความจริงแล้วถูกเรียกตัวกลับสู่แดนบรรพชน แกล้งตายเพื่อหลบหนีลิขิตสวรรค์
เพราะตามลิขิตฟ้า ไป๋ฉีสมควรตาย
"แคว้นโจวจะล่มสลายก็ช่างมันเถิด"
"แต่กระถางสำริดเก้าใบของโจว ข้าต้องการมัน"
"เมื่อขนย้ายกระถางเก้าใบกลับมาแล้ว ให้ส่งเข้ามาในแดนบรรพชนทันที" ฉินอิ๋งสั่งเสียงเข้ม
"ข้าน้อยจะใช้นามของศาลบรรพชนแจ้งแก่ฝ่าบาทขอรับ"
อิ๋งปิ่ง ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้านักบวชแห่งศาลบรรพชนในทางเปิดเผย และเป็นหนึ่งในเก้าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ตำแหน่งจงเจิ้ง (ผู้ดูแลราชสกุล) รับคำทันที
เขาคือผู้รับผิดชอบหลักในการติดต่อระหว่างศาลบรรพชนกับราชสำนัก
"เอาล่ะ"
"แยกย้ายกันได้"
ฉินอิ๋งไม่พูดพร่ำทำเพลง
โบกมือไล่
"ข้าน้อยขอลา"
ทุกคนลุกขึ้นและถอยออกจากตำหนักบรรพชน
เมื่อพวกเขากลลับไปแล้ว
ฉินอิ๋งสะบัดมือ
ประตูตำหนักปิดลง
ม่านพลังไร้สภาพเข้าปกคลุมทั่วทั้งตำหนักทันที
จากนั้น
คันฉ่องสีทองอร่ามที่ส่องแสงระยิบระยับก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าฉินอิ๋ง
ฉินอิ๋งยกมือขึ้น พลังโชคชะตาที่มองไม่เห็นสายหนึ่งปรากฏออกมา แล้วหลอมรวมเข้าไปในคันฉ่องตรงหน้า "โชคชะตาแห่งบุตรสวรรค์ สังเวย"
วินาทีต่อมา
คันฉ่องปลดปล่อยวงแสงออกมาเป็นระลอก
แสงแห่งความลึกลับสาดส่องลงมาที่ร่างของฉินอิ๋ง ราวกับกำลังถ่ายทอดบางสิ่งบางอย่าง
ฉินอิ๋งหลับตาลง ตั้งสมาธิรับการตอบแทนจากคันฉ่องวิถีมนุษย์
ผ่านไปครู่ใหญ่
ฉินอิ๋งจึงลืมตาขึ้น
"ระดับฟ้าขั้นต้น ค่ายกลจิตวิญญาณกองทัพ"
"ใช้เลือดเนื้อและปราณของกองทัพเป็นรากฐาน รวบรวมจิตวิญญาณแห่งกองทัพเลือด"
"ใช้จิตวิญญาณกองทัพเป็นตัวนำ รวมพลังทั้งกองทัพเพื่อต้านศัตรู"
"เจิ้งเอ๋อร์สมกับเป็นบุตรแห่งสวรรค์จริงๆ เพียงแค่ดึงเอาโชคชะตามานิดหน่อยก็ได้ผลตอบแทนกลับมาขนาดนี้"
"แต่นี่ยังสังเวยไม่หมด ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็อนุมานวิชาต่อไปเลย"
"อนุมาน คัมภีร์ยุทธ์วิถีราชันย์"
ฉินอิ๋งจมดิ่งลงสู่ห้วงสมาธิอีกครั้ง คันฉ่องวิถีมนุษย์สาดแสงเป็นระลอกตกลงบนร่างของเขา
แสงทุกสายที่ตกลงมาเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการอนุมาน ช่วยส่งเสริมให้ฉินอิ๋งขบคิดค้นคว้าวิชาวรยุทธ์ให้สมบูรณ์
[จบแล้ว]