เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - รากฐานแห่งแดนบรรพชน!

บทที่ 7 - รากฐานแห่งแดนบรรพชน!

บทที่ 7 - รากฐานแห่งแดนบรรพชน!


บทที่ 7 - รากฐานแห่งแดนบรรพชน!

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ทั่วทั้งแดนบรรพชน!

สุรเสียงของปฐมบรรพชนดังก้องกังวาน

ทุกคนต่างเปี่ยมไปด้วยความเคารพเทิดทูนต่อฉินอิ๋งอย่างล้นพ้น

สำหรับทุกคนในแดนบรรพชนแล้ว

ทุกสิ่งที่พวกเขามีล้วนได้รับพระราชทานจากฉินอิ๋ง การที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ได้ และมีทรัพยากรบำเพ็ญเพียรมากมายเช่นนี้ ล้วนเป็นพระคุณของฉินอิ๋งทั้งสิ้น

"ลุกขึ้นเถิด"

ฉินอิ๋งยืนอยู่บนบันไดหน้าตำหนักบรรพชน ยกมือขึ้นเล็กน้อย

เพียงแค่เอ่ยปาก

ราวกับวาจาสิทธิ์ที่กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินต้องน้อมรับ จิตใจของทุกคนสั่นสะท้านและรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว

"ผู้รับลิขิตสวรรค์ปรากฏตัวแล้ว"

"แผนการห้าร้อยปีของข้า ในที่สุดก็เห็นผล"

"พวกเจ้าจงตั้งใจบำเพ็ญเพียรเถิด"

"ยุคทองของต้าฉิน และยุคทองของเผ่าพันธุ์มนุษย์ กำลังจะมาถึงแล้ว"

ฉินอิ๋งกล่าวด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจและหึกเหิม จากนั้นจึงเดินเข้าไปภายในตำหนักบรรพชน

ซึ่งเป็นสถานที่เก็บตัวบำเพ็ญเพียรของฉินอิ๋ง

เมื่อร่างของฉินอิ๋งหายลับไป

เหล่าศิษย์ในแดนบรรพชนต่างแยกย้ายกันไปบำเพ็ญเพียรต่อ

แต่ก็มีเงาร่างสิบกว่าสายรีบเดินตามเข้าไปในตำหนักบรรพชน

ไม่นานนัก

ภายในตำหนักก็มีคนนั่งอยู่หลายสิบคน

ฉินอิ๋งไม่ได้แปลกใจที่พวกเขามา

ในยามที่เขาออกจากแดนบรรพชนและปิดบังสวรรค์เพื่อไปสอนสั่งจ้าวเจิ้ง เรื่องราวต่างๆ ในแดนบรรพชนจะถูกรายงานให้เขาทราบเสมอ

ไม่ใช่ว่าฉินอิ๋งหวงอำนาจไม่ยอมปล่อยวาง

แต่เพราะเส้นทางสายนี้ยากลำบากเกินไป หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว นั่นหมายถึงจุดจบของทั้งตระกูล

เพื่อความไม่ประมาท ฉินอิ๋งจำเป็นต้องควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเอง

แม้กระทั่งคนในตระกูลที่ออกไปภายนอก ทุกคนต้องผ่านค่ายกลลบความทรงจำ เพื่อผนึกข่าวสารเกี่ยวกับแดนบรรพชนและฉินอิ๋งไว้อย่างสมบูรณ์ จะคลายผนึกได้ก็ต่อเมื่อกลับมาสู่แดนบรรพชนเท่านั้น หากมีใครพยายามฝืนตรวจสอบความทรงจำ ค่ายกลก็จะระเบิดตัวเองทันที

"รายงานมาทีละเรื่อง"

ฉินอิ๋งโบกมือ มองดูผู้คนในตำหนัก

"กราบทูลท่านบรรพชน"

"สองปีมานี้ ศิษย์หอยุทธ์ทะลวงผ่านขั้นปรมาจารย์ได้หนึ่งร้อยห้าสิบคน และทะลวงผ่านขั้นมหาปรมาจารย์ได้สองคนขอรับ"

ชายที่นั่งอยู่หัวแถวเอ่ยขึ้น

เขามีรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายกดดันแห่งวรยุทธ์อันแข็งแกร่ง

เขาคือ อิ๋งต้าง

ถูกต้องแล้ว

เขาคืออิ๋งต้าง หรือพระเจ้าฉินอู่ ผู้ที่ในหน้าประวัติศาสตร์ถูกบันทึกว่ายกกระถางธูปจนกระดูกหักตาย

ตามลิขิตสวรรค์

เขาจะต้องตายเพราะยกกระถางธูป จากนั้นศพจะถูกส่งกลับต้าฉิน และส่งต่อบัลลังก์ให้อิ๋งจี้ก่อนสิ้นใจ

แต่ในวันที่เกิดเหตุ

ฉินอิ๋งสั่งให้นำร่างของอิ๋งต้างกลับมายังแดนบรรพชน และช่วยชีวิตเขาไว้ได้ในขณะที่ลมหายใจร่อแร่

เขาคลั่งไคล้วรยุทธ์ เดิมทีก็ไม่เหมาะจะเป็นกษัตริย์อยู่แล้ว

และพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ของเขาก็ไม่ธรรมดา

แม้ในศาลบรรพชนจะมีป้ายวิญญาณของเขาตั้งอยู่ แต่เขาคือคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่จริง

"อืม" ฉินอิ๋งพยักหน้า "ทำตามกฎของตระกูล ศิษย์ที่ทะลวงขั้นได้ให้มอบทรัพยากรและวิชาที่เหมาะสมให้"

"น้อมรับคำสั่งท่านบรรพชน" อิ๋งต้างขานรับทันที

เมื่อสิ้นเสียงของอิ๋งต้าง

"กราบทูลท่านบรรพชน"

"หอโอสถในสองปีนี้ มีนักปรุงยาขั้นสามเพิ่มขึ้นห้าสิบคน นักปรุงยาขั้นสองเพิ่มขึ้นสองร้อยสามสิบห้าคน และมีศิษย์ของข้าทะลวงสู่ระดับนักปรุงยาขั้นสี่ได้หนึ่งคนขอรับ"

"กราบทูลท่านบรรพชน"

"หอศาสตราในสองปีนี้ มีช่างหลอมอาวุธขั้นสามเพิ่มขึ้นแปดสิบคน ช่างหลอมอาวุธขั้นสองเพิ่มขึ้นสามร้อยยี่สิบคน และผู้ที่ทะลวงสู่ระดับช่างหลอมอาวุธขั้นสี่มีสี่คนขอรับ"

"กราบทูลท่านบรรพชน"

"สวนสมุนไพรวิญญาณทุกอย่างเรียบร้อยดี..."

"กราบทูลท่านบรรพชน"

"หน่วยจารชนทมิฬยังคงแทรกซึมไปทั่วหล้า การรวบรวมยอดฝีมือในเงามืดยังคงดำเนินต่อไปขอรับ"

...

ผู้ดูแลหอต่างๆ ในแดนบรรพชนต่างรายงานความก้าวหน้าในรอบสองปีให้ทราบ

ภายใต้ลิขิตสวรรค์

หลังจากแกล้งตาย

ฉินอิ๋งก็ใช้วรยุทธ์อันแก่กล้าสร้างแดนบรรพชนแห่งนี้ขึ้น โดยใช้มุกโกลาหลเป็นแกนกลาง ชักนำพลังแห่งความโกลาหลสร้างค่ายกลมิติปิดบังสวรรค์ เว้นแต่จะเป็นเซียนตัวจริงเสียงจริง มิเช่นนั้นก็ไม่มีทางค้นพบ ส่วนวิถีสวรรค์ หากไม่ได้ถูกชักนำ ก็จะไม่สามารถตรวจจับการมีอยู่ของแดนบรรพชนได้

หลังจากสร้างแดนบรรพชน

ฉินอิ๋งได้เรียกตัวลูกหลานสายรองที่มีพรสวรรค์ รวมถึงลูกหลานของลูกชายคนอื่นๆ ของเขาเข้ามาอยู่ในแดนบรรพชน พร้อมด้วยข้าราชบริพารที่จงรักภักดี

หอยุทธ์แดนบรรพชน

ถ่ายทอดวรยุทธ์

คือรากฐานการฝึกฝนของแดนบรรพชน

หอโอสถแดนบรรพชน ปรุงยาให้กับคนในแดนบรรพชน จัดสรรทรัพยากรตามระดับการบำเพ็ญเพียร

หอศาสตราแดนบรรพชน ตีอาวุธให้กับคนในแดนบรรพชน ก็ใช้หลักการเดียวกัน

ยังมีสวนสมุนไพรวิญญาณ

หน่วยจารชนทมิฬ

และอื่นๆ

...

บนแผ่นดินเสินโจว

นอกจากเหล่าเทพเซียนที่ไม่มีทางย่างกรายลงมาแล้ว ฉินอิ๋งย่อมเป็นผู้ที่มีอายุยืนยาวที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

แม้แต่ในสำนักปราชญ์ร้อยตระกูล เหล่าสัตว์ประหลาดเฒ่าในสำนักเหล่านั้นก็ไม่มีใครอยู่มานานเท่าฉินอิ๋ง

หากจะพูดถึงสัตว์ประหลาดเฒ่า

ฉินอิ๋งคือสัตว์ประหลาดเฒ่าตัวจริงเสียงจริงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเสินโจว

"สองปีมานี้พัฒนาได้ไม่เลว"

"พวกเจ้าทำต่อไป"

เมื่อฟังจบ ฉินอิ๋งก็กล่าวชมเชยทุกคนด้วยความพึงพอใจ

"เพื่อต้าฉิน เพื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์"

ทุกคนตอบรับด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง

"สถานการณ์ภายนอกตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง" ฉินอิ๋งถาม

"ทูลท่านบรรพชน"

"กองทัพพันธมิตรห้าแคว้นตั้งค่ายอยู่ที่ด่านอีเชวี่ย อิ๋งจิวนำทัพสองแสนนายตั้งรับ ต้านทานการโจมตีของพันธมิตรได้หลายครั้ง"

"ฝ่าบาทได้มีราชโองการให้เหมิงอ้าวนำทัพค่ายเป่ยเจียงสามแสนนายบุกโจมตีเมืองลั่วอี้เมืองหลวงของราชวงศ์โจว"

"ป่านนี้คงใกล้จะสำเร็จแล้วขอรับ" ไป๋ฉีตอบทันที

ในทางเปิดเผย

ไป๋ฉีถูกอิ๋งจี้สั่งประหารชีวิต แต่ความจริงแล้วถูกเรียกตัวกลับสู่แดนบรรพชน แกล้งตายเพื่อหลบหนีลิขิตสวรรค์

เพราะตามลิขิตฟ้า ไป๋ฉีสมควรตาย

"แคว้นโจวจะล่มสลายก็ช่างมันเถิด"

"แต่กระถางสำริดเก้าใบของโจว ข้าต้องการมัน"

"เมื่อขนย้ายกระถางเก้าใบกลับมาแล้ว ให้ส่งเข้ามาในแดนบรรพชนทันที" ฉินอิ๋งสั่งเสียงเข้ม

"ข้าน้อยจะใช้นามของศาลบรรพชนแจ้งแก่ฝ่าบาทขอรับ"

อิ๋งปิ่ง ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้านักบวชแห่งศาลบรรพชนในทางเปิดเผย และเป็นหนึ่งในเก้าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ตำแหน่งจงเจิ้ง (ผู้ดูแลราชสกุล) รับคำทันที

เขาคือผู้รับผิดชอบหลักในการติดต่อระหว่างศาลบรรพชนกับราชสำนัก

"เอาล่ะ"

"แยกย้ายกันได้"

ฉินอิ๋งไม่พูดพร่ำทำเพลง

โบกมือไล่

"ข้าน้อยขอลา"

ทุกคนลุกขึ้นและถอยออกจากตำหนักบรรพชน

เมื่อพวกเขากลลับไปแล้ว

ฉินอิ๋งสะบัดมือ

ประตูตำหนักปิดลง

ม่านพลังไร้สภาพเข้าปกคลุมทั่วทั้งตำหนักทันที

จากนั้น

คันฉ่องสีทองอร่ามที่ส่องแสงระยิบระยับก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าฉินอิ๋ง

ฉินอิ๋งยกมือขึ้น พลังโชคชะตาที่มองไม่เห็นสายหนึ่งปรากฏออกมา แล้วหลอมรวมเข้าไปในคันฉ่องตรงหน้า "โชคชะตาแห่งบุตรสวรรค์ สังเวย"

วินาทีต่อมา

คันฉ่องปลดปล่อยวงแสงออกมาเป็นระลอก

แสงแห่งความลึกลับสาดส่องลงมาที่ร่างของฉินอิ๋ง ราวกับกำลังถ่ายทอดบางสิ่งบางอย่าง

ฉินอิ๋งหลับตาลง ตั้งสมาธิรับการตอบแทนจากคันฉ่องวิถีมนุษย์

ผ่านไปครู่ใหญ่

ฉินอิ๋งจึงลืมตาขึ้น

"ระดับฟ้าขั้นต้น ค่ายกลจิตวิญญาณกองทัพ"

"ใช้เลือดเนื้อและปราณของกองทัพเป็นรากฐาน รวบรวมจิตวิญญาณแห่งกองทัพเลือด"

"ใช้จิตวิญญาณกองทัพเป็นตัวนำ รวมพลังทั้งกองทัพเพื่อต้านศัตรู"

"เจิ้งเอ๋อร์สมกับเป็นบุตรแห่งสวรรค์จริงๆ เพียงแค่ดึงเอาโชคชะตามานิดหน่อยก็ได้ผลตอบแทนกลับมาขนาดนี้"

"แต่นี่ยังสังเวยไม่หมด ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็อนุมานวิชาต่อไปเลย"

"อนุมาน คัมภีร์ยุทธ์วิถีราชันย์"

ฉินอิ๋งจมดิ่งลงสู่ห้วงสมาธิอีกครั้ง คันฉ่องวิถีมนุษย์สาดแสงเป็นระลอกตกลงบนร่างของเขา

แสงทุกสายที่ตกลงมาเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการอนุมาน ช่วยส่งเสริมให้ฉินอิ๋งขบคิดค้นคว้าวิชาวรยุทธ์ให้สมบูรณ์

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 7 - รากฐานแห่งแดนบรรพชน!

คัดลอกลิงก์แล้ว