- หน้าแรก
- จอมเวทเงาผ่ามิติ
- บทที่ 17 เทพเจ้าแห่งการเรียนผู้ไร้เทียมทาน!
บทที่ 17 เทพเจ้าแห่งการเรียนผู้ไร้เทียมทาน!
บทที่ 17 เทพเจ้าแห่งการเรียนผู้ไร้เทียมทาน!
บทที่ 17 เทพเจ้าแห่งการเรียนผู้ไร้เทียมทาน!
"คนสุดท้าย จางเฉินหรา!" กรรมการคุมสอบขานชื่อ
เสียงเรียกของกรรมการทำให้ทุกคนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า นักเรียนอันดับหนึ่งผู้ครองแชมป์ระดับชั้นมาโดยตลอดยังไม่ได้ขึ้นสอบ
ภาพวีรกรรมที่จางเฉินหราฉีกหน้ากรรมการหัวล้านก่อนหน้านี้ผุดขึ้นมาในความทรงจำของทุกคนทันที
เวทมิติที่ใช้ออกมาอย่างเชี่ยวชาญนั่นมันช่างเท่บาดใจเหลือเกิน!
นักเรียนคนอื่นที่เดิมทีตั้งใจจะกลับบ้าน ต่างตัดสินใจอยู่ต่อเพื่อรอดูฝีมือของยอดนักเรียนผู้มักจะทำตัวโลว์โปรไฟล์คนนี้
"พี่เฉิน เหลือพี่แค่คนเดียวแล้ว ลุยเลย เอาชนะมู่ไป๋ให้ได้!" จางเสี่ยวโหวร้องเชียร์
'ในใจนาย ฉันยังด้อยกว่ามู่ไป๋อีกเหรอเนี่ย?' เครื่องหมายคำถามขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นในหัวของจางเฉินหรา
แต่เขาก็ชินชาเสียแล้วกับตรรกะที่ว่า ผลการเรียนดีไม่ได้หมายความว่าการบ่มเพาะเวทมนตร์จะดีตามไปด้วย
ท่ามกลางสายตาของทุกคน จางเฉินหราเดินก้าวขึ้นไปยังแท่นทดสอบและวางมือลงบนหินสัมผัสพลังงาน
ทันทีที่จางเฉินหราเข้าสู่สภาวะถ่ายเทพลัง แสงสีเงินยนตระการตาก็สาดส่องออกมาจากใจกลางของหินสัมผัสพลังงาน
อาจเป็นเพราะแสงสีเงินนั้นมีความเจิดจ้าอยู่ในตัว แสงที่เปล่งออกมาจึงดูงดงามตระการตายิ่งกว่าเวทมนตร์ธาตุใดๆ
แสงสว่างจ้าสาดกระทบใบหน้าของทุกคน ราวกับมีสปอร์ตไลท์ส่องกระแทกเข้าที่ดวงตา จนทำให้ไม่อาจลืมตามองแสงนั้นตรงๆ ได้
เป็นไปตามคาด แสงสีเงินเอ่อล้นออกมาจากหินสัมผัสพลังงาน!
"มาอีกแล้ว อัจฉริยะที่แสงล้นออกมาอีกคนแล้ว!" กรรมการคุมสอบถึงกับตะลึงงัน
ลำพังการมีอัจฉริยะที่พลังเวทล้นทะลักหินทดสอบถึงสามคนในโรงเรียนก็น่าตกใจพอแล้ว แต่ทำไมทั้งสามคนถึงดันมากระจุกรวมกันอยู่ในห้องเรียนเดียวกันหมดเลยล่ะ?
ในเวลานี้ เซวียตัวเซิง ครูประจำชั้นห้องแปดแทบจะคลั่งตายด้วยความดีใจ
การมีอัจฉริยะระดับนี้ปรากฏตัวในห้องเรียนสักคนก็ถือเป็นบุญโขแล้ว แต่นี่มาพร้อมกันถึงสามคน!
เขาต้องสั่งสมบุญวาสนามากี่ชาติภพถึงได้รับผลตอบแทนเช่นนี้?
ผลลัพธ์ไม่พลิกโผ มันคือระดับ 3S!
"จะสอบการร่ายเวทต่อเลยไหม?" กรรมการถามคำถามที่ตัวเองก็รู้สึกว่าเป็นส่วนเกิน
ณ พื้นที่ทดสอบ
การแสดงออกของจางเฉินหราไม่ได้ดูฉูดฉาดตื่นตาเหมือนกับมั่วฟาน สวีจ้าวถิง และมู่ไป๋
เมื่อสามคนนั้นปลุกพลัง สภาพแวดล้อมโดยรอบจะเปลี่ยนแปลงไปตามฤทธิ์เดชของเวทมนตร์
ทว่า เวทมนตร์ธาตุมิติที่เขาปลุกพลังได้นั้น กลับมอบความรู้สึกที่ลึกลับ ว่างเปล่า และจับต้องไม่ได้
มันให้ความรู้สึกราวกับว่าสภาพแวดล้อมรอบข้างไม่ได้ถูกกระทบกระเทือน แต่กลับสร้างภาพลวงตาว่าพื้นที่โดยรอบทั้งหมดตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาอย่างสมบูรณ์
จางเฉินหรามมองไปยังหุ่นเชิดเป้าหมายที่อยู่ไม่ไกล ก่อนจะค่อยๆ ยกมือขวาขึ้น
ในขณะที่ยกมือ เขาก็เริ่มเชื่อมต่อดวงดาวทั้งเจ็ดในละอองดาวธาตุมิติไปด้วย
ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า แต่หลังจากที่ธาตุเงาทะลุขีดจำกัดสู่ระดับกลางขั้นที่สอง ความเชี่ยวชาญในเวทมิติของเขาก็ดูจะเพิ่มพูนขึ้น
ก่อนหน้านี้เขาต้องใช้เวลาสามถึงสี่วินาทีในการร่ายเวทมิติ แต่ตอนนี้ใช้เวลาไม่ถึงสามวินาทีด้วยซ้ำ
เพียงสองวินาทีครึ่ง วิถีดวงดาวแห่งมิติอันลึกลับก็เชื่อมต่อกันสมบูรณ์
จางเฉินหรากำมือขย้ำเข้าใส่ห้วงอากาศว่างเปล่าเบื้องหน้าอย่างรุนแรง!
พื้นที่รอบตัวหุ่นเชิดเป้าหมายเกิดการเปลี่ยนแปลงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
เริ่มแรกมันถูกบีบอัดจนผิดรูป จากนั้นก็บิดเบี้ยวทีละน้อย
แรงบีบอัดสุดท้ายบดขยี้มันจนแหลกเป็นชิ้นๆ!
หุ่นเชิดไม่ได้มีความแข็งแกร่งทนทานอะไร ด้วยพลังมิติระดับปัจจุบันของจางเฉินหรา การบดขยี้หุ่นเชิดมนุษย์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นสัตว์ปีศาจ นั่นคงเป็นเรื่องเพ้อฝันไปหน่อย
ธาตุมิติในท้ายที่สุดแล้วก็ยังไม่รุนแรงบ้าคลั่งเท่าธาตุสายฟ้าและธาตุไฟ อย่างน้อยก็ในตอนนี้
"เมื่อกี้เขาบีบมันจนแหลกจากระยะไกลเลยงั้นเหรอ?"
"แม่เจ้า! ถ้าฉันมีท่าแบบนั้น ฉันฆ่าคนได้โดยที่ไม่มีใครรู้ตัวเลยนะเนี่ย โคตรเท่!"
"ฉันรู้สึกว่าธาตุมิตินี่เท่กว่าธาตุสายฟ้าหรือธาตุไฟซะอีก ดูจากที่จางเฉินหราแสดงออก เขาอาจจะขัดจังหวะการร่ายเวทของคนอื่นตอนกำลังเชื่อมต่อวิถีดวงดาวได้เลยนะ!"
"ใครหน้าไหนมันตาถั่วบอกว่าเขาด้อยกว่ามู่ไป๋กับสวีจ้าวถิงวะ?"
กรรมการทั้งสามคนที่มีหน้าที่ให้คะแนนต่างพากันอึ้งกิมกี่
หากความตกใจที่มีต่อมั่วฟานก่อนหน้านี้เกิดจากความเหลือเชื่อที่นักเรียนหางแถวกลับมาผงาดได้
ความตกใจที่มีต่อจางเฉินหราในตอนนี้ ก็เป็นเพราะความเร็วในการร่ายเวทของนักเรียนคนนี้แทบจะเทียบชั้นกับพวกเขาได้แล้ว!
นักเรียนที่เพิ่งปลุกพลังเวทได้เพียงปีเดียว สามารถร่ายเวทได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?
อย่าว่าแต่การสอบในโรงเรียนเลย สำหรับนักเรียนที่เพิ่งตื่นรู้ได้ปีเดียวและทำได้ถึงระดับนี้ ต่อให้ไปสอบที่สมาคมเวทมนตร์ ก็ยังถือว่าเป็นตัวตนระดับท็อป!
"นี่คือเวทมิติสินะ?" กรรมการทั้งสามมองหน้ากัน และพบคำตอบในแววตาของอีกฝ่าย
"S!"
"S!"
"S!"
คะแนนสอบร่ายเวท 3S!
ทันทีที่ผลคะแนนประกาศออกมา ทุกคนในที่นั้นต่างตะลึงงัน
สวีจ้าวถิงผู้ใช้ธาตุสายฟ้า และมู่ไป๋นักเรียนดีเด่น สองอัจฉริยะที่เคยสูสีกับจางเฉินหรามาตลอด ถูกทิ้งห่างอย่างไม่เห็นฝุ่นเลยไม่ใช่เหรอ?
แม้แต่มั่วฟาน "เทพเจ้าแห่งการเรียน" คนใหม่ที่เพิ่งแซงหน้าสวีจ้าวถิงและมู่ไป๋มาหมาดๆ ก็ยังไม่อาจเทียบชั้นเขาได้!
นี่สิคือเทพเจ้าแห่งการเรียนผู้ไร้เทียมทานตัวจริง!
โรงเรียนมัธยมเวทมนตร์เทียนหลานไม่ได้มีอัจฉริยะที่ได้เกรด S ในการสอบร่ายเวทมานานกี่ปีแล้วนะ?
น่าเสียดายที่เหล่าผู้บริหารโรงเรียนเดินทางกลับไปแล้ว จึงไม่ได้เป็นสักขีพยานในช่วงเวลาแห่งปาฏิหาริย์นี้
"ฉันพอจะเดาได้ว่าคะแนนเขาต้องไม่ด้อยกว่ามู่ไป๋ แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้านี่จะซ่อนคมไว้ลึกขนาดนี้!" แม้แต่มั่วฟานยังอดอุทานออกมาไม่ได้
หลังจากได้รู้จักกับจางเฉินหรา เขาก็รู้ทันทีว่าหมอนี่เจ้าเล่ห์เพทุบายพอๆ กับตัวเขาเองนั่นแหละ
ปกติทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่ทำตัวเด่น แต่ลึกๆ แล้วมีความกระหายชัยชนะยิ่งกว่าใคร!
'ขนาดคนเก่งอย่างฉัน มหาเทพมั่วฟาน ยังเอาชนะเขาไม่ได้เบ็ดเสร็จ แต่อย่างน้อยฉันก็ได้ทำให้ทั้งโรงเรียนตะลึง แค่นั้นก็พอแล้ว' มั่วฟานคิดในใจ
"สมกับเป็นพี่เฉิน ฉันรู้อยู่แล้วว่าพี่เฉินต้องเก่งกว่ามู่ไป๋ แต่ไม่นึกเลยว่าจะเก่งกว่าพี่ฟานไปอีกขั้น" จางเสี่ยวโหวรีบพูดทันทีที่เห็นผลลัพธ์
'เมื่อกี้แกไม่ได้คิดแบบนี้นี่หว่า' มั่วฟานปรายตามองลูกน้องคนสนิทด้วยสีหน้าเรียบเฉย
...
ในอีกหนึ่งเดือนต่อมา
เนื่องจากไม่ได้พักในหอพัก จางเฉินหราจึงใช้เวลาไปกับการรับภารกิจและบ่มเพาะเวทมนตร์ นอกเหนือจากการเข้าเรียนตามปกติ
หลังจากธาตุเงาทะลุขีดจำกัดสู่ระดับกลางขั้นที่สอง จางเฉินหราสัมผัสได้ว่าความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นหลายระดับ และประสิทธิภาพในการทำภารกิจก็สูงขึ้นมาก
แม้เขาจะวัดไม่ได้แน่ชัดว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นแค่ไหน แต่การรับมือกับหมาป่าอสูรตาเดียวพร้อมกันสามหรือสี่ตัวไม่น่าจะเป็นปัญหา
การที่ธาตุเงาทะลุขีดจำกัดดูเหมือนจะช่วยยกระดับพลังจิตของเขาขึ้นมาอีกไม่น้อย
และเพราะพลังจิตที่เข้มแข็งขึ้น การใช้งานธาตุมิติจึงเชี่ยวชาญขึ้นตามไปด้วย
สิ่งที่น่าสังเกตคือ ช่วงนี้ธาตุมิติเริ่มส่งสัญญาณว่าพร้อมจะทะลุขีดจำกัดสู่ระดับกลางขั้นที่สองได้ทุกเมื่อ
จางเฉินหราซึ่งคว้าอันดับหนึ่งในการสอบ ถูกจัดให้อยู่ในห้องเรียนระดับสูง (ห้องคิง) อย่างไม่ต้องสงสัย
ห้องเรียนระดับสูงมีนักเรียนรวมทั้งหมดหนึ่งร้อยคน เรียนรวมกันในห้องบรรยายขนาดใหญ่และฝึกซ้อมในสนามฝึกขนาดใหญ่
ครูผู้สอนภาคปฏิบัติยังคงเป็นครูถังเยว่คนเดิมที่เคยสอนห้องแปด
แม้ครูสาวคนนี้จะเพิ่งมาสอนได้ไม่ถึงครึ่งปี แต่ระดับการบ่มเพาะของเธอแข็งแกร่งกว่าครูภาคปฏิบัติคนอื่นๆ ทั้งหมด เธอจึงเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นผู้สอนภาคปฏิบัติให้กับห้องคิง
ครูประจำชั้นของห้องคิงก็ยังคงเป็นเซวียตัวเซิง ด้วยผลงานการปั้นอัจฉริยะระดับ S ถึงสามคนจากห้องของเขา เขาจึงคู่ควรอย่างยิ่งกับตำแหน่งนี้
เซวียตัวเซิงมั่นใจและให้ความสำคัญกับทั้งมู่ไป๋และจางเฉินหรามาก
ทว่า มั่วฟาน ตัวปัญหาคนนี้ กลับทำให้เขาปวดหัวตึ้บ
เจ้าหมอนี่ ไม่ว่าจะเป็นตอนเป็นนักเรียนหางแถวหรือตอนกลายเป็นเทพเจ้าแห่งการเรียน ก็เป็นเหมือนพระพุทธรูปองค์โตที่ดูแลยากดูแลเย็น
ถึงแม้จะเป็นหนึ่งในนักเรียนที่โดดเด่นที่สุด แต่เขาก็ยังอดปวดหัวทุกครั้งที่เห็นหน้าหมอนี่ไม่ได้จริงๆ