- หน้าแรก
- เมื่อหายนะถล่มโลก ฉันจึงย้ายไปทำฟาร์มบนอวกาศ
- บทที่ 25 เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตผู้แปลกประหลาด
บทที่ 25 เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตผู้แปลกประหลาด
บทที่ 25 เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตผู้แปลกประหลาด
บทที่ 25 เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตผู้แปลกประหลาด
ข้าวสารราคาพิเศษนี้เป็นข้าวบรรเทาทุกข์ที่รัฐบาลอนุมัติ มีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนทั่วไปมีข้าวกิน ด้วยราคาเพียงชั่งละ 9 หยวน เมื่อเทียบกับราคาสินค้าที่พุ่งสูงจนน่ากลัวในตอนนี้ มันก็ถูกเหมือนแจกฟรี
ดังนั้น แต่ละคนจึงซื้อได้เพียงคนละสองชั่ง และตอนนี้เหลือเพียงชั่งเดียว เซียวหมิงเยว่ต้องซื้อให้ได้
"คนข้างหลังไม่ต้องต่อแถวแล้ว!" เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตตะโกนเสียงดัง
เสียงโวยวายดังระงมขึ้นทันทีจากด้านหลัง ทุกคนต่างบ่นอุบ บางคนก็หันหลังกลับบ้าน ขณะที่บางคนยังบ่นพึมพำไม่ยอมไปไหน
"พวกเราต่อแถวกันมาตั้งนาน ทำไมเพิ่งมาบอกว่าหมดตอนใกล้จะถึงคิวพวกเราแล้ว?"
"นั่นสิ ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้!"
"อากาศร้อนขนาดนี้ นี่มันแกล้งกันชัดๆ"
เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นชายวัยกลางคน เขาตะคอกด้วยสีหน้าบึ้งตึง
"ฉันบอกว่าหมดก็คือหมด ถ้ายังบ่นกันอีก วันหลังฉันจะไม่ขายให้พวกแก ไปซื้อที่อื่นซะ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนจึงยอมหุบปาก เก็บความโกรธไว้ในใจแล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน ทำอะไรไม่ได้ เพราะปากท้องของพวกเขาอยู่ในกำมือของเขา
เซียวหมิงเยว่หยิบเงินออกมา "ฉันเอาชั่งนี้ค่ะ"
ทันใดนั้น ชายคนหนึ่งก็พุ่งตัวออกมาจากข้างหลัง "ข้าวที่เหลือเป็นของฉัน!"
เซียวหมิงเยว่ขมวดคิ้วหันไปมอง เห็นชายท่าทางเจ้าเล่ห์เดินเข้ามา ตอนที่เดินผ่านเธอ เขายังส่งสายตาผู้ชนะให้อีกด้วย
สีหน้าของคุณย่าเปลี่ยนไปทันที "แกเองเหรอ? เมื่อตอนกลางวัน แกชนฉันล้มแล้วขโมยผักฉันไป! เอาผักคืนมานะ!"
ชายคนนั้นสั่นขาพูดด้วยน้ำเสียงดูถูก "ยายแก่ พูดบ้าอะไร ฉันไม่เห็นรู้เรื่อง"
ใบหน้าของเซียวหมิงเยว่ดำทะมึนทันที "แกพูดว่าอะไรนะ?"
"กล้าพูดอีกทีสิ!" ช่วงนี้พ่อเซียวอารมณ์หงุดหงิดง่ายอยู่แล้ว
ชายคนนั้นถอยหลังไปก้าวหนึ่ง พูดด้วยท่าทางร้อนตัว
"พวกแกมาด้วยกันเหรอ? ฉันพูดอะไร? หลีกไป อย่ามาขวางทางฉันซื้อข้าว!"
เขาคิดว่ายายแก่นี่มาคนเดียวอีกแล้ว
เซียวหมิงเยว่แค่นหัวเราะ "แกรู้จักคำว่ามาก่อนได้ก่อนไหม?"
"มาก่อนได้ก่อนบ้าบออะไร! เวลาฉันมาซื้อของ ไม่ต้องต่อคิวโว้ย! แกเป็นใคร กล้ามาแย่งข้าวฉัน เชื่อไหมว่าฉันจะทำให้แกซื้อข้าวไม่ได้อีกเลย!" ชายคนนั้นขู่ฟอดๆ
เซียวหมิงเยว่มองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้โกรธ แต่กลับรู้สึกขบขัน ดูเหมือนหมอนี่จะแค่หาเรื่องชวนทะเลาะเฉยๆ
พ่อเซียวพุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อเขา "วันนี้แกต้องเอาผักที่ขโมยไปมาคืน และขอโทษแม่กับลูกสาวฉัน ไม่งั้นวันนี้แกไม่ได้ออกไปแน่!"
เมื่อเห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ของพ่อเซียว ชายคนนั้นก็เริ่มกลัว ตะโกนลั่น
"พี่อวี๋ ช่วยด้วย!"
เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตชายเดินออกมา "พวกแกกล้ามาก่อเรื่องที่นี่เหรอ? เชื่อไหมว่าฉันจะแจ้งตำรวจและขึ้นบัญชีดำพวกแก ให้พวกแกมาซื้อของที่นี่ไม่ได้อีกเลย!"
ยังไงซะผู้อำนวยการซูไม่อยู่ และไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐมาคอยคุม ที่นี่เขาใหญ่สุด เขาพูดคำไหนคำนั้น
"ตอนที่มันก่อเรื่องเมื่อกี้ทำไมไม่ออกมา ทีตอนนี้ล่ะเสนอหน้าออกมาเชียว"
เซียวหมิงเยว่รู้จักเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตคนนี้ ก่อนหน้านี้มีคนในกลุ่มบ่นว่าผักที่จองไว้ถูกขโมย แต่เจ้าของร้านคนนี้ไม่เพียงแต่ไม่ช่วยหา ยังไล่ตะเพิดคนอย่างเกรี้ยวกราด
แถมอีตาเจ้าของร้านนี่เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น ใครกล้าพูดไม่ดีลับหลัง เขาจะไม่ยอมขายของให้ ทำให้ทุกคนไม่กล้าพูดสิ่งที่คิด
ก่อนวันสิ้นโลก ซูเปอร์มาร์เก็ตเหม่ยหม่านบริหารโดยเจ้าของร้านผู้หญิงมาตลอด เจ๊เหม่ยหม่านใจดี มักจะแถมต้นหอมหรือผักกาดให้ลูกค้าเสมอ แต่หลังจากวันสิ้นโลกไม่นาน เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตเหม่ยหม่านก็เปลี่ยนเป็นผู้ชาย
ในชาติที่แล้วก็เหมือนกัน
เซียวหมิงเยว่รื้อฟื้นความทรงจำจากชาติก่อน ตอนนั้นเธอขัดสนเรื่องเงิน ไม่มีปัญญาซื้ออาหารแพงๆ เจ๊เหม่ยหม่านเห็นเธอแล้วสงสาร มักจะทำบะหมี่ร้อนๆ ให้กินชามหนึ่ง แถมไข่ให้อีกฟอง แต่ต่อมาไม่รู้เกิดอะไรขึ้น เจ๊เหม่ยหม่านก็หายตัวไป ไม่ปรากฏตัวอีกเลย
หลังจากนั้น ซูเปอร์มาร์เก็ตเหม่ยหม่านก็ถูกบริหารโดยเจ้าของร้านชายคนนี้ เขาไม่ได้ใจดีเหมือนเจ๊เหม่ยหม่าน และตอนนั้นเซียวหมิงเยว่ไม่มีปัญญาซื้ออาหาร อย่าว่าแต่น้ำเลย เนื้อตัวสกปรกมอมแมมเหมือนผู้อพยพ
เธอจะมาที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเหม่ยหม่านเฉพาะตอนที่รัฐบาลแจกอาหารราคาพิเศษเท่านั้น และแต่ละครั้งก็เห็นแค่พนักงานร้าน จึงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขามากนัก
ตอนนี้พอลองคิดดูดีๆ การหายตัวไปอย่างกะทันหันของเจ๊เหม่ยหม่านมันแปลกมาก มีจุดน่าสงสัยเต็มไปหมด
"ฉันออกมา แกก็อย่าแส่เรื่องชาวบ้าน นี่ซูเปอร์มาร์เก็ตของฉัน ฉันเป็นคนตัดสินใจ ข้าวที่เหลือขายให้เขา ถ้าแกยังเนรคุณอีก วันหลังอย่ามาซื้อของบ้านฉัน!" เจ้าของร้านชายข่มขู่
"เป็นไง กลัวแล้วล่ะสิ? รีบปล่อยฉันเร็ว!"
ชายที่ถูกพ่อเซียวจับคอเสื้อทำหน้าตากวนโอ๊ยอย่างผู้ชนะ
มือของคุณย่าสั่นเทาขณะชี้หน้าด่า "พวกแก... ยังมีความเป็นคนอยู่ไหมเนี่ย?!"
เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตทำเหมือนได้ยินเรื่องตลก "เหตุผล? ผู้หญิงก็ดีแต่พูดเรื่องเหตุผล ผู้ชายเขาคุยกันด้วยหมัด ใครมีอำนาจมากกว่าคนนั้นเป็นใหญ่ ถ้าแกเก่งนัก ก็ไปเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตเองสิ!"
ได้ยินดังนั้น เซียวหมิงเยว่ก็ขมวดคิ้ว เธอรู้สึกทะแม่งๆ เหมือนจะนึกอะไรออก แต่ก็นึกไม่ออกสักที
"เจ๊เหม่ยหม่านคนก่อนไปไหนล่ะ? เธอเป็นคนเปิดซูเปอร์มาร์เก็ต ทำไมช่วงนี้ไม่เห็นเจ๊เหม่ยหม่านเลย?"
จู่ๆ เซียวหมิงเยว่ก็พูดขึ้น จ้องหน้าเจ้าของร้านชายเขม็ง
แววตาตื่นตระหนกวูบผ่านใบหน้าเจ้าของร้านชาย แต่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว เขาขึ้นเสียงดังลั่น
"เหม่ยหม่านเป็นเมียฉัน! เธอไม่สบายพักผ่อนอยู่บ้าน เกี่ยวอะไรกับแกด้วย!"
เห็นท่าทางมีพิรุธของเขา เซียวหมิงเยว่ก็ยิ้มออกมา
"พ่อ ปล่อยเขาเถอะ วันนี้เราไม่ซื้อข้าวแล้ว อย่าไปมีเรื่องกับเจ้าของร้านเลย ไม่งั้นวันหน้าเราจะอยู่ลำบาก"
"หมิงเยว่..." พ่อเซียวแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ยอมปล่อยมือ
เห็นดังนั้น เจ้าของร้านชายก็ยิ้มเยาะ "รู้จักเจียมตัวก็ดี!"
ชายท่าทางเจ้าเล่ห์ก็ทำหน้าตาสะใจ เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องได้กินข้าวราคาพิเศษนี้ให้ได้
ข้าวราคาพิเศษนี้จัดสรรโดยรัฐบาล และมีปริมาณแน่นอน ทุกคนต้องใช้บัตรประชาชนซื้อ เพื่อป้องกันการยักยอก หากไม่มีการตรวจสอบเข้มงวดจากเบื้องบน เขาคงไม่ยอมจ่ายเงินซื้อหรอก ถึงมันจะเป็นเงินไม่กี่ตังค์ก็เถอะ
เซียวหมิงเยว่มองเจ้าของร้านชายอย่างมีความหมายลึกซึ้ง แล้วหันหลังเดินจากไป
ระหว่างทางกลับบ้าน พ่อเซียวบ่นกระปอดกระแปดตลอดทาง "โลกบ้าบออะไรกันเนี่ย! ต้องมาถูกไอ้พวกคนถ่อยบีบบังคับแบบนี้ มันน่าอึดอัดใจจริงๆ ถ้าไม่กลัวโดนแบล็กลิสต์ ฉันซัดพวกมันหมอบไปแล้ว"
คุณย่าก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ช่างเถอะ ช่างเถอะ เราเป็นแค่ชาวบ้านตาดำๆ ต้องกลืนเลือดตัวเอง ทนๆ เอาหน่อย ใครใช้ให้เขาเป็นเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตล่ะ คนทั้งชุมชนต้องพึ่งพาซูเปอร์มาร์เก็ตนี้ที่เดียว ใครจะกล้าไปมีเรื่องกับเขาล่ะ?"
เซียวหมิงเยว่เงียบกริบ จมอยู่ในห้วงความคิด
เธอจำได้ว่าก่อนวันสิ้นโลก ตอนที่เธอไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเหม่ยหม่าน เธอแอบได้ยินเจ๊เหม่ยหม่านคุยกับลูกค้า ลูกค้าบอกว่าเจ๊เหม่ยหม่านลำบากแย่เลย เป็นแม่ม่ายหย่าสามีต้องเลี้ยงลูกคนเดียว แล้วเจ๊เหม่ยหม่านก็บอกว่าเดี๋ยวชีวิตก็จะดีขึ้นเอง ตอนนั้นเซียวหมิงเยว่มัวแต่ยุ่งกับการซื้อของตุน เลยไม่ได้ฟังชัดๆ ว่าคุยอะไรกันต่อ แต่เธอมั่นใจว่าเจ๊เหม่ยหม่านเป็นโสด
เรื่องนี้ยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่
พอกลับถึงบ้าน หลังอาหารเย็น เซียวหมิงเยว่ขอตัวกลับเข้าห้อง แต่จริงๆ แล้วเธอแอบย่องออกมาและมุ่งหน้าไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเหม่ยหม่าน
ตอนนี้ไฟฟ้าในชุมชนดับ มืดสนิทไปทั่วทุกที่ มองไม่เห็นแม้แต่เมือตัวเอง อย่าว่าแต่ไฟถนนเลย กล้องวงจรปิดก็ใช้การไม่ได้
แต่เซียวหมิงเยว่ไม่กลัว เธอกลับรู้สึกตื่นเต้นนิดๆ ด้วยซ้ำ ดึกสงัดแบบนี้ เป็นเวลาที่เหมาะแก่การฆ่าฟันและปล้นชิงเสียจริงๆ
เธออยากรู้ว่าเจ้าของร้านชายคนนั้นซ่อนความลับอะไรไว้ และเจ๊เหม่ยหม่านหายไปไหน