- หน้าแรก
- ระบบฟื้นฟูตระกูลยอดมหาเศรษฐี
- บทที่ 267 น้ำเย็นเฉียบ (ตอนฟรีชดเชย)
บทที่ 267 น้ำเย็นเฉียบ (ตอนฟรีชดเชย)
บทที่ 267 น้ำเย็นเฉียบ (ตอนฟรีชดเชย)
หลินเฉียงผลักประตูไม้ผุพังเข้าไปในเล้าไก่ แล้วโยนถุงพลาสติกไปตรงหน้าแม่
หญิงชราไม่ได้โต้ตอบอะไร เอื้อมมือสั่นเทาหยิบถุงมาเปิด ใช้มือเหี่ยวย่นราวกับกิ่งไม้แห้งหยิบก้อนข้าวไหม้ดำปี๋ยัดเข้าปากอย่างไม่รังเกียจ
"เสี่ยวเฉียง... แม่... ขอน้ำหน่อย" กินไปได้ไม่กี่คำ แกก็ทำหน้าทรมาน หันมาขอน้ำลูกชาย
"กินตะกละอย่างกับเปรตขอส่วนบุญ อายุตั้ง 90 แล้วยังจะกินมูมมามให้ติดคออีกเรอะ ฉันจะไปหาน้ำจากไหนให้... นู่น! น้ำตรงนั้นไง กินๆ เข้าไปซะ"
แทนที่จะเป็นห่วงแม่ที่กำลังสำลักข้าว หลินเฉียงกลับด่าซ้ำ แล้วชี้ไปที่รางน้ำไก่
หญิงชราจ้องมองรางน้ำที่เต็มไปด้วยขี้ไก่และน้ำขุ่นคลั่ก
ลูกชายแท้ๆ ของแกสั่งให้แกกินน้ำแบบนี้เหรอ... ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเลือนหายไป
ลูกแกไม่เคยกตัญญูมาแต่ไหนแต่ไร แต่เมื่อก่อนแกยังพอปลูกผักปลูกมันกินเองได้ ไม่ต้องพึ่งพามัน เลยไม่คิดว่ามันจะใจดำอำมหิตขนาดนี้
ก้อนข้าวที่ติดคอทำให้หายใจไม่ออก สัญชาตญาณการเอาตัวรอดสั่งให้แกตะเกียกตะกายคลานไปที่รางน้ำ ไม่สนว่าน้ำจะสกปรกแค่ไหน แกก้มลงดื่มอึกใหญ่
"แค่ก! แค่ก! ..." น้ำขุ่นๆ ไหลลงคอ ทำให้แกสำลักไอโขลกๆ
"เสร็จหรือยัง เมียฉันจะด่าเอาอีกแล้วนะ รีบๆ หน่อย เหม็นจะตายชัก อยู่ไม่ไหวแล้วโว้ย" หลินเฉียงเร่งยิกๆ เมื่อเห็นแม่เริ่มหายใจคล่องขึ้น
"ไป... ไปกันเถอะ" หญิงชราถอนหายใจยาว ใช้มือยันพื้นพยุงร่างอันไร้เรี่ยวแรงลุกขึ้นยืน
"นึกว่าตายห่ากันไปหมดแล้ว" ยัยแก่บ่นหน้าบึ้งเมื่อเห็นสองแม่ลูกเดินออกมา
"เออๆ อย่าบ่นมาก รีบไปต้มน้ำเร็วเข้า"
"ต้มทำบ้าอะไร ใช้น้ำก๊อกอาบก็พอแล้ว"
ได้ยินเมียจะใช้น้ำก๊อกอาบน้ำให้แม่ หลินเฉียงขมวดคิ้ว นี่มันปลายฤดูใบไม้ร่วงแล้วนะ น้ำเย็นเฉียบขนาดนี้ คนแก่อายุ 90 จะทนไหวเหรอ
"นี่คุณ... อาบน้ำก๊อกตอนนี้มันจะไม่แย่ไปหน่อยเหรอ"
"แย่ตรงไหน อยากต้มก็ไปต้มเองสิ แต่ห้ามใช้อ่างอาบน้ำฉันนะ"
"เออๆ น้ำก๊อกก็น้ำก๊อก" หลินเฉียงไม่อยากต้มเอง เลยเออออห่อหมกไปตามเรื่อง
สิบนาทีต่อมา อ่างดินเผาใบใหญ่ในบ้านถูกเติมจนเต็มด้วยน้ำประปา
"น้ำพร้อมแล้ว คุณมาอาบให้แม่หน่อยสิ" หลินเฉียงยิ้มประจบ เรียกเมียที่นั่งดูทีวีอยู่
"แกก็อาบเองสิ ฉันจะดูทีวี" ยัยแก่ตะโกนตอบ
"นะๆ ช่วยหน่อย เดี๋ยวจบงานแซยิดแม่ ฉันจะซื้อแหวนทองให้วงนึง"
"แหวนทอง? จริงนะ? เห็นแก่แหวนทองหรอกนะ ฉันถึงยอมทำให้" ยัยแก่ตาลุกวาว แกล้งทำเป็นอิดออดก่อนจะยอมตกลง
"จริงสิจ๊ะ จริงแน่นอน"
"ยัยแก่! ยังไม่ลงไปอีกเหรอ!"
ยัยแก่เดินมาที่อ่างน้ำ เห็นแม่ผัวนั่งยองๆ อยู่ข้างๆ ก็ตวาดลั่น พร้อมกับปาเปลือกเมล็ดแตงโมใส่หน้า
หญิงชราเจ็บแต่ไม่กล้าพูด รอจนลูกชายเดินออกไปแล้วถึงค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าก้าวลงไปในอ่าง
"สะใภ้... น้ำ... น้ำมันเย็น..."
ทันทีที่ตัวสัมผัสน้ำ หญิงชราก็สะท้านเฮือก ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เงยหน้ามองลูกสะใภ้ด้วยสายตาวิงวอน
"เย็นบ้าเย็นบออะไร ยังไม่หน้าหนาวสักหน่อย"
"ยัยแก่หนังเหนียว สบายจริงนะ มีคนมาปรนนิบัติอาบน้ำให้ด้วย มานี่ เดี๋ยวฉันจะขัดให้สะอาดเอี่ยมเลย"
ยัยแก่คว้าไม้ม็อบถูพื้นข้างฝา กระทุ้งใส่ร่างผอมแห้งของแม่ผัวอย่างแรง
"สะใภ้... เบาๆ หน่อย... แม่เจ็บ..." หญิงชราร้องคราง
"เจ็บอะไรนักหนา อย่ามาสำออย ฉันออกแรงนิดเดียวเอง ตัวทำด้วยเต้าหู้หรือไง"
ยัยแก่กัดฟันกรอด ยิ่งกระทุ้งไม้ม็อบแรงขึ้นระบายอารมณ์
หญิงชรารู้ว่าพูดไปก็ป่วยการ ได้แต่กอดอกกัดฟันข่มความเจ็บปวดและความหนาวเหน็บ แววตาฉายแววสิ้นหวัง
บางทีแกควรจะตายๆ ไปซะให้พ้นเวรพ้นกรรม หมดแรงทำกิน ลูกเต้าก็ไม่เอาถ่าน อยู่ไปก็ไลฟ์บอย สู้ตายไปซะยังดีกว่า...
...
"พี่รุ่ย! พี่รุ่ย! ผมกลับมาแล้วครับ!"
หลี่รุ่ยที่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่หน้าบ้าน ได้ยินเสียงเรียกคุ้นหู เงยหน้าขึ้นเห็นหลี่เหวินหลงกลับมาแล้ว จึงลุกขึ้นยิ้มต้อนรับ
"เหวินหลง กลับมาเร็วนี่ เจอไหม"
"เจอครับพี่รุ่ย" หลี่เหวินหลงยิ้มร่า
"เหวินหลง กลับมาแล้วเหรอ เจอย่าทวดไหมลูก" หลี่หยงจินที่เห็นรถหลานชายขับเข้ามา ก็รีบเดินออกมาถามด้วยความหวัง
"เจอครับลุงใหญ่ ผมไปตามที่อยู่เป๊ะๆ เลยครับ เจอจังเบอร์"
"ฮ่าๆ ดีๆ แล้วย่าทวดสบายดีไหม" หลี่หยงจินยิ้มแก้มปริ
"ผมไม่เจอตัวท่านครับ เจอแต่ลูกชายกับลูกสะใภ้ เขาบอกว่าท่านไม่ค่อยสบาย เป็นหวัดนิดหน่อย กำลังนอนพักอยู่ ผมเลยไม่ได้เข้าไปรบกวนครับ" หลี่เหวินหลงเล่าตามจริง
"อ้าว... ไม่สบายเหรอ เป็นอะไรมากไหมเนี่ย" หลี่หยงจินหน้าเครียดทันทีที่รู้ว่าอามีอาการป่วย
คนแก่อายุ 90 เป็นหวัดนิดเดียวก็อาจลุกลามใหญ่โตได้ เขาอดเป็นห่วงไม่ได้
"ไม่น่าจะเป็นอะไรมากมั้งครับ ผมเห็นลูกชายลูกสะใภ้แกก็ดูปกติดี ไม่ได้กังวลอะไร" หลี่เหวินหลงปลอบ
"ลุงใหญ่ไม่ต้องห่วงครับ อีก 3 วันเราพาหมอจากโรงพยาบาลไปด้วยเลย ไปตรวจร่างกายให้ท่านชุดใหญ่ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหรอกครับ" หลี่รุ่ยช่วยพูดให้ลุงคลายกังวล
"อืม... ก็คงต้องอย่างนั้นแหละ" หลี่หยงจินพยักหน้าเห็นด้วย รู้ว่ากังวลไปตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้
"ลุงใหญ่ครับ ในเมื่อเจอย่าทวดแล้ว และตกลงกันว่าจะไปงานแซยิดในอีก 3 วัน เราต้องเริ่มเตรียมของขวัญกันได้แล้วนะครับ"