- หน้าแรก
- ระบบฟื้นฟูตระกูลยอดมหาเศรษฐี
- บทที่ 265 อย่าละเลยผักชีโรยหน้า (ตอนฟรีชดเชย)
บทที่ 265 อย่าละเลยผักชีโรยหน้า (ตอนฟรีชดเชย)
บทที่ 265 อย่าละเลยผักชีโรยหน้า (ตอนฟรีชดเชย)
ได้ยินเมียตัวเองพูดว่าแม่เขาไม่มีข้าวกินมาเป็นเดือน จนต้องกินอาหารไก่ประทังชีวิต ไม่รู้ว่าเป็นเพราะใจอ่อนหรือกลัวชาวบ้านนินทา หลินเฉียงเลยปรึกษาเมียว่าจะเอาข้าวไปส่งให้แม่บ้าง
"หลินเฉียง ฉันเตือนแกนะ เลิกคิดไปได้เลย อีแก่นั่นอายุ 90 แล้ว มันควรจะตายๆ ไปซะที จบงานแซยิดนี้ก็หมดประโยชน์แล้ว จะตายหรือไม่ตายก็เรื่องของมัน ไม่เกี่ยวกับฉัน จะให้ฉันเอาข้าวไปให้มันกินเหรอ? ฝันไปเถอะ!"
พอได้ยินหลินเฉียงจะเอาข้าวไปให้แม่ผัว ยัยแก่นั่นก็ของขึ้นทันที ลุกขึ้นชี้หน้าด่ากราดเหมือนแมวโดนเหยียบหาง
"เออๆ นั่งลงเถอะ ไม่ให้ก็ไม่ให้ ฉันก็แค่คิดถึงชื่อเสียงวงศ์ตระกูล อีกอย่างแม่ก็ยังแข็งแรงดี ถ้าปล่อยให้อดตาย... ช่างมันเถอะ ช่างมัน"
เห็นเมียถลึงตาใส่ หลินเฉียงก็รีบหุบปาก เก็บคำพูดที่เหลือลงคอ
"ฮึ!" ยัยแก่เห็นผัวยอมหงอ ก็แค่นเสียงใส่อย่างพอใจ นั่งลงแทะเมล็ดแตงโมดูทีวีต่อ
"เฮ้ หลินเฉียง ดูนั่นสิ ทำไมมีรถขับไปทางหลังบ้าน แถวนั้นไม่มีบ้านคนอื่นแล้วไม่ใช่เหรอ?"
นั่งดูทีวีไปไม่ถึงนาที ยัยแก่ก็เหลือบไปเห็นรถหรูแปลกตาขับผ่านประตูบ้านตรงไปทางด้านหลัง จึงถามหลินเฉียงอย่างสงสัย
"ข้างหลังนั่นมีแต่บ้านแม่ข้า หรือเขาจะมาหาแม่?" หลินเฉียงก็งงเหมือนกัน
"จะเป็นไปได้ไง? คนขับรถหรูขนาดนั้นจะมาหาแม่แกทำไม? ญาติแม่แกเหรอ? ไม่น่าใช่นะ ญาติฝั่งแม่แกไม่โผล่หัวมาเป็นสิบๆ ปีแล้วนี่ หลินเฉียง แกรู้อะไรบ้างไหมเนี่ย?"
ยัยแก่พึมพำกับตัวเอง แล้วหันมาถามผัว
"ข้าจะไปรู้ได้ไง ไปดูกันเถอะ"
"ป่ะ ไปดูกัน"
สองผัวเมียปัดเปลือกเมล็ดแตงโมออกจากเสื้อผ้า แล้วเดินตามไปดูที่หลังบ้าน
...
"ย่าทวดอยู่ที่นี่จริงเหรอเนี่ย?"
หลี่เหวินหลงขับรถตามทางในหมู่บ้านมาจนถึงบ้านกระเบื้องหลังเดียวที่เหลืออยู่ มองดูประตูรั้วผุพังและกลิ่นเหม็นเน่าที่ลอยตลบอบอวลแล้วขมวดคิ้วมุ่น
"บ้านจะพังแหล่มิพังแหล่แบบนี้ คนจะอยู่ได้จริงเหรอ?" ยิ่งมองหลังคาที่ไม้ผุพังจนกระเบื้องหล่นหายไปหลายแผ่น เขาก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่น
"มีใครอยู่ไหมครับ?" หลี่เหวินหลงกลั้นหายใจสู้กลิ่นเหม็น เคาะประตูรั้วเบาๆ แล้วตะโกนถาม
"ไม่มีคนอยู่?" เรียกอยู่หลายครั้งไม่มีเสียงตอบ หลี่เหวินหลงตัดสินใจเดินเข้าไปในรั้ว
"ทำไมขี้ไก่เยอะขนาดนี้เนี่ย?" มองพื้นบ้านที่แทบไม่มีที่ให้วางเท้า หลี่เหวินหลงทนไม่ไหวต้องยกมือบีบจมูก
"มีใครอยู่ไหมครับ?" เขาเดินตรงไปที่ตัวบ้านแล้วตะโกนเรียกอีกครั้ง
"โดนหลอกหรือเปล่าวะ? หรือว่าเรามาผิดที่? ทั้งหมู่บ้านก็มีบ้านกระเบื้องหลังนี้หลังเดียว แต่สภาพแบบนี้คนจะอยู่ได้ยังไง?"
เห็นไม่มีใครตอบ หลี่เหวินหลงเริ่มไม่มั่นใจ พึมพำกับตัวเอง
"ช่างเถอะ ไหนๆ ก็มาแล้ว เข้าไปดูหน่อยละกัน" เห็นตัวบ้านไม่มีประตู หลี่เหวินหลงเลยก้าวเท้าจะเข้าไปดู ทันใดนั้นก็มีเสียงเรียกจากด้านหลัง
"เฮ้ย! เอ็งเป็นใคร?!"
"สวัสดีครับ ผมมาหา 'หลี่ซิ่วอิง' ครับ ท่านอยู่ที่นี่หรือเปล่า?"
หลี่เหวินหลงหันกลับไป เห็นชายหญิงสูงวัยคู่หนึ่งเดินเข้ามา เดาว่าเป็นชาวบ้านแถวนี้ เลยยิ้มถามอย่างสุภาพ
"หลี่ซิ่วอิง? เอ็งเป็นใคร? มาหาแกทำไม?" สองผัวเมียมมองหน้ากัน แล้วถามหลี่เหวินหลงอย่างแปลกใจ
"หลี่ซิ่วอิง เป็นย่าทวดของผมครับ ลุงใหญ่บอกว่าอีกไม่กี่วันจะถึงวันเกิดครบ 90 ปีของท่าน พวกเราจะมาร่วมฉลอง เลยให้ผมมาแจ้งข่าวท่านก่อนครับ" หลี่เหวินหลงตอบตามตรง
"ย่าทวด? เอ็งเป็นญาติฝ่ายแม่ของแม่ข้าเหรอ?" หลินเฉียงหลุดปากถาม
"ใช่ครับ ลุงเป็นลูกชายย่าทวดเหรอครับ?" หลี่เหวินหลงดีใจที่เจอตัว
"หา?! เออ... ใช่ ข้าเป็นลูกชายแก" หลินเฉียงยอมรับอย่างตกใจปนหวาดระแวง
แม่เขาไม่ได้ติดต่อญาติพี่น้องมาหลายสิบปี จู่ๆ เด็กหนุ่มคนนี้โผล่มาได้ไง? ถ้าเขารู้สภาพความเป็นอยู่ของแม่ จะมาเอาเรื่องพวกเราไหม? ดูจากรถที่ขับ ฐานะคงไม่ธรรมดาแน่
"งั้นผมต้องเรียกลุงว่าลุงลูกพี่ลูกน้องสินะครับ สวัสดีครับคุณลุง ผมชื่อหลี่เหวินหลงครับ" หลี่เหวินหลงรีบเข้าไปทักทายอย่างนอบน้อม
"เอ้อ... หวัดดีๆ" หลินเฉียงยื่นมือไปจับแบบเกร็งๆ
"คุณลุงครับ ย่าทวดอยู่ไหนครับ" ทักทายเสร็จ หลี่เหวินหลงก็ถามหาเป้าหมายทันที
"เอ่อ..." หลินเฉียงอึกอัก ทำตัวไม่ถูก
"ย่าทวดของพ่อหนุ่มช่วงนี้ไม่ค่อยสบาย เป็นหวัดน่ะจ้ะ ตอนนี้นอนพักอยู่ที่บ้านตึกแดงหลังนู้น"
ยัยแก่เห็นผัวไปไม่เป็น รีบแทรกขึ้นมาชี้ไปที่บ้านอิฐแดงสองชั้นของตัวเอง แล้วโกหกหน้าตาย
"คุณป้าสินะครับ ย่าทวดไม่สบายเหรอครับ? งั้นผมขอไปเยี่ยมท่านหน่อยได้ไหมครับ" หลี่เหวินหลงหันไปทักทายและถามด้วยความเป็นห่วง
"เกรงว่าจะไม่ได้จ้ะ ย่าทวดเพิ่งหลับไปเมื่อกี้เอง ให้แกพักผ่อนเถอะ" ยัยแก่รีบปฏิเสธ
"อ๋อ... งั้นก็ได้ครับ รบกวนคุณป้าช่วยบอกท่านด้วยนะครับว่าอีก 3 วันพวกเราจะมาร่วมฉลองวันเกิดท่าน"
หลี่เหวินหลงไม่อยากกวนคนป่วย จึงฝากข้อความไว้แทน
"ได้จ้ะ เดี๋ยวตื่นแล้วป้าจะบอกให้นะ"
"งั้นผมขอกลับก่อนนะครับ"
"ไม่เข้ามาดื่มน้ำชาในบ้านหน่อยเหรอพ่อหนุ่ม" หลินเฉียงถามตามมารยาท
"ไม่ดีกว่าครับ ผมต้องรีบกลับไปแจ้งข่าวลุงใหญ่กับคนอื่นๆ ไว้โอกาสหน้านะครับ" หลี่เหวินหลงรู้สึกทะแม่งๆ กับท่าทีของสองผัวเมีย เลยขอตัวกลับดีกว่า
"ก็ได้ งั้นไว้โอกาสหน้านะ"
"ครับ ลาก่อนครับ" หลี่เหวินหลงยิ้มลา แล้วขับรถออกไป
"ฟู่ว! โล่งอกไปที! โชคดีที่ช่วงนี้หูแม่ไม่ค่อยดี เลยไม่ได้ยินเสียงเรียก ไม่งั้นถ้ามันมาเห็นสภาพแม่..." หลินเฉียงลูบอกด้วยความโล่งใจ พูดกับเมียอย่างหวาดเสียว
"เห็นแล้วจะทำไม? มันจะทำอะไรเราได้? ดูแกสิ ปอดแหกชะมัด" ยัยแก่เบ้ปากใส่ผัว
"แกไม่เห็นรถที่มันขับเหรอ? คันละหลายแสนแน่ๆ"
"รถหลายแสนแล้วไง? มันจะกินหัวเราได้เหรอ? แต่ก็ดีเหมือนกัน งานแซยิดแม่แกคราวนี้ เราฟันกำไรเละแน่" ยัยแก่เปลี่ยนอารมณ์ไวปานวอก พอคิดถึงเงินก็ยิ้มหน้าบาน
"มัวยืนบื้ออะไรอยู่? รีบไปลากแม่แกออกมา อาบน้ำอาบท่า เปลี่ยนเสื้อผ้าดีๆ ให้แกซะ อย่าให้เสียหน้าตระกูลเรา เรื่อง 'ผักชีโรยหน้า' นี่อย่าให้ขาดตกบกพร่องเชียวนะ"
ยัยแก่ผลักแขนหลินเฉียง สั่งการอย่างหัวเสียเมื่อเห็นผัวยังยืนทื่อ