- หน้าแรก
- ระบบฟื้นฟูตระกูลยอดมหาเศรษฐี
- บทที่ 262 ยืมมีดฆ่าคน (ตอนฟรีชดเชย)
บทที่ 262 ยืมมีดฆ่าคน (ตอนฟรีชดเชย)
บทที่ 262 ยืมมีดฆ่าคน (ตอนฟรีชดเชย)
"พวกแกทุกคนทำตัวดีๆ หน่อย ก่อนจะรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นใคร ห้ามใครวู่วามเด็ดขาด" ชายชราผมขาวเตือนเสียงเข้มด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อเห็นเหล่าน้องชายทำท่าฮึกเหิมจะแก้แค้น กลัวจะไปก่อเรื่องใหญ่โต
"น้องรอง แกไปติดต่อเซียงถิงหลง ถามให้รู้เรื่องว่าน้องสี่ยังอยู่หรือตาย ต้องเอาคำตอบที่ชัดเจนมาให้ได้" ชายชราผมขาวหันไปสั่งชายชราวัย 60 กว่าปี หลังจากน้องชายคนอื่นๆ สงบปากสงบคำลง
"ได้ครับพี่ใหญ่ เดี๋ยวผมจะไปวันนี้เลย... แล้วต้องถามไหมครับว่าใครเป็นคนลงมือ"
"ไปถามเซียงถิงหลง เดี๋ยวเขาก็คงบอกแกเอง คิดว่าคนอย่างมันจะพลาดโอกาส 'ยืมมีดฆ่าคน' ดีๆ แบบนี้เหรอ"
"หา? ถ้าเราไปหาเรื่องฝ่ายตรงข้าม ก็เท่ากับเข้าทางเซียงถิงหลงน่ะสิครับ กลายเป็นเครื่องมือแก้แค้นให้มัน? ไม่ได้การ... ตระกูลเถาเราจะยอมให้คนอื่นหลอกใช้ได้ยังไง"
น้องรองตระกูลเถาแสดงท่าทีไม่พอใจทันทีที่รู้ว่าตระกูลเถาอันยิ่งใหญ่ อาจจะถูกอันธพาลอย่างเซียงถิงหลงปั่นหัว
"น้องรอง ถึงจะเป็นแบบนั้น แต่ถ้าน้องสี่ตายจริงๆ เราจะปล่อยความแค้นนี้ไปไม่ได้ ไม่งั้นตระกูลเถาเราคงโดนตราหน้าว่าขี้ขลาด"
"นี่..." น้องรองขมวดคิ้ว นึกหาคำแย้งน้องสามไม่ออก
จริงอย่างที่น้องสามว่า ตระกูลเถาเป็นตระกูลใหญ่ระดับแนวหน้าของเมืองมังกร และมีอิทธิพลระดับประเทศ ยิ่งพี่ใหญ่เคยดำรงตำแหน่ง... ถ้าคนในตระกูลถูกฆ่าตายแล้วไม่ทำอะไร คงกลายเป็นตัวตลกให้ชาวบ้านนินทา
"เอาล่ะ น้องรอง แกไปหาเซียงถิงหลงก่อน เดี๋ยวฉันจะให้คนเขียนจดหมายฝากไป... จะเอายังไงต่อค่อยว่ากันหลังรู้เรื่องชัดเจนแล้ว ตอนนี้ฉันวางมือแล้ว ตระกูลเถาเราไม่ควรทำตัวเอิกเกริกเกินไป"
ชายชราผมขาวตัดบทก่อนที่พี่น้องจะเริ่มเถียงกันอีกรอบ
"ครับพี่ใหญ่"
"เดี๋ยว! ห้ามบอก 'จื่ออี' เรื่องน้องสี่อาจจะเกิดอุบัติเหตุเด็ดขาด เดี๋ยวหลานจะวู่วามจนเสียเรื่อง" ชายชราลุกขึ้นกำชับเสียงดังเมื่อเห็นทุกคนเตรียมตัวจะกลับ
"พี่ใหญ่ พวกเรารู้ดีครับ... ถ้าน้องสี่เป็นอะไรไปจริงๆ เขาก็ยังเป็นพ่อของจื่ออี ถ้าจื่ออีรู้ว่าพ่อตัวเองเป็นตายร้ายดีไม่รู้ เขาคงไม่อยู่เฉยแน่"
"น้องรองพูดถูก จื่ออีเป็นเด็กดี เป็นความหวังของคนรุ่นใหม่ในตระกูลเถา ความสามารถก็โดดเด่น"
"อายุแค่นี้ก็ลงทุนในบริษัทใหญ่ตั้งเป็นสิบแห่ง อนาคตต้องเป็นเสาหลักให้ตระกูลเถาแน่ๆ อย่าเพิ่งบอกเขาจนกว่าจะแน่ใจ ไม่งั้นเกิดบ้าเลือดทำอะไรโง่ๆ ขึ้นมาจะยุ่ง"
"อืม เข้าใจก็ดีแล้ว... แยกย้ายกันไปทำงานเถอะ น้องรอง แกก็รีบไปหาเซียงถิงหลงซะ" ชายชราโบกมือไล่
"ลาล่ะครับพี่ใหญ่" ทุกคนประสานมือคารวะแบบโบราณ แล้วเดินจากไป
"ทำไมสังหรณ์ใจไม่ดีเลยนะ... เป็นไปไม่ได้หรอก ศัตรูของตระกูลเซียงอย่างเก่งก็ระดับเดียวกัน ไม่น่าจะเป็นภัยกับตระกูลเถาได้..." ชายชราก้มหน้าพึมพำกับตัวเองด้วยความกังวลใจ
...
"ลูก! ลุงๆ มากันแล้ว ลงมาเร็วเข้า!"
สองชั่วโมงต่อมา หลี่รุ่ยได้ยินเสียงแม่ตะโกนเรียก เขาจึงยอมหยุดกิจกรรมเข้าจังหวะ ก้มมองอวิ๋นหลิงซวนด้วยสายตาละห้อย
"แฮ่ก! แฮ่ก! แฮ่ก! อย่ามามองแบบนั้นนะ รีบลงไปเลย ขืนต่ออีกฉันตายแน่"
อวิ๋นหลิงซวนหน้าแดงก่ำ หอบหายใจถี่ ดวงตาฉายแววดีใจที่รอดตายมาได้ ใช้สองมือผลักอกหลี่รุ่ยยิกๆ
"น่าเสียดายจัง ผมต่อได้อีก 3 ชั่วโมงสบายๆ เลยนะเนี่ย" หลี่รุ่ยบ่นอุบ
"ที่รัก คุณโดนมนุษย์ต่างดาวสิงร่างหรือเปล่า? เมื่อก่อนไม่เห็นจะอึดขนาดนี้เลย จะฆ่ากันหรือไง ถ้าต่ออีก 3 ชั่วโมง เรียกปอเต็กตึ๊งมารับศพฉันได้เลย" อวิ๋นหลิงซวนทำปากยื่น
"ฮ่าๆ เวอร์ไปน่า... โอเค วันนี้ปล่อยไปก่อน ลุงๆ รออยู่ข้างล่าง เดี๋ยวผมลงไปก่อน คุณพักผ่อนเถอะ"
หลี่รุ่ยหัวเราะ คิดในใจว่าสามีคุณไม่ได้โดนเอเลี่ยนสิงหรอก แค่โดนระบบอัปเกรดมา สมรรถภาพร่างกายเลยเหนือมนุษย์ไปหลายเท่า เรื่องบนเตียงก็เลยอึดขึ้นเป็นเงาตามตัว
"โอเค รีบไปเถอะ ฉันของีบก่อน กระดูกกระเดี้ยวจะหลุดเป็นชิ้นๆ แล้วเนี่ย" อวิ๋นหลิงซวนดึงผ้าห่มมาคลุมโปง โบกมือไล่
"พักผ่อนนะจ๊ะ พรุ่งนี้ค่อยมาจัดการต่อ" หลี่รุ่ยตบก้นกลมกลึงผ่านผ้าห่มเบาๆ
"ลุงใหญ่ ลุงรอง..." หลี่รุ่ยแต่งตัวลงมาข้างล่าง เห็นลุงๆ มากันครบแล้ว ทักทายเสร็จก็เดินไปนั่งข้างพ่อ
"เสี่ยวรุ่ย มาแล้วเหรอ... ทุกคนมาครบแล้ว งั้นมาคุยเรื่องงานวันเกิดครบรอบ 90 ปีของอาหญิงในอีก 3 วันข้างหน้ากันเลย" หลี่หยงจินพยักหน้าให้หลานชาย แล้วเปิดประเด็น
เมื่อเห็นทุกคนพยักหน้า หลี่หยงจินก็พูดต่อ "ฉันเชื่อว่าพวกเราส่วนใหญ่จำอาหญิงไม่ค่อยได้ บางคนเคยเจอแค่ไม่กี่ครั้งตอนเด็กๆ ขนาดฉันเป็นพี่คนโต ความทรงจำเกี่ยวกับอาหญิงยังเลือนลางเลย"
"แต่ไม่ว่าจะจำได้หรือไม่ได้ ท่านก็มีเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลหลี่ เป็นคนในตระกูลเรา และเป็นคนที่พ่อห่วงใยจนลมหายใจสุดท้าย"
"สิบปีก่อน งานวันเกิด 80 ปีอาหญิง ตระกูลหลี่เราไม่มีใครไปเลยสักคน เราติดค้างคำสั่งเสียของพ่อ... ครั้งนี้ ครบรอบ 90 ปี ฉันว่าเราต้องไปให้ได้ ใครมีความเห็นยังไงบ้าง"
"พี่ใหญ่ ไม่มีอะไรต้องพูดมากหรอก พี่น้องของพ่อก็น้อยอยู่แล้ว ตอนนี้เหลือแค่อาหญิงคนเดียว แถมยังเป็นงานแซยิด 90 ปีด้วย ยังไงก็ต้องไป" หลี่หยงชุน ลุงรองลุกขึ้นสนับสนุนเป็นคนแรก
"พี่รองพูดถูก ไม่มีอะไรต้องคุยแล้ว ตระกูลหลี่เราตอนนี้ก็มีหน้ามีตา ญาติผู้ใหญ่จัดงานแซยิด 90 ปี จะไม่ไปได้ไง ไม่ใช่แค่ไปนะ ต้องไปให้ยิ่งใหญ่สมเกียรติ จัดงานให้มันอลังการไปเลย!" หลี่หยงเต๋อ ลุงแปดลุกขึ้นพูดอย่างตื่นเต้น
คนตระกูลหลี่ตอนนี้ไม่ขาดแคลนอะไรแล้ว อย่าว่าแต่หลานชายอย่างหลี่รุ่ยเลย ลูกชายพวกเขาเองก็มีรายได้ปีละหลายสิบล้าน
เงินทองมีเหลือเฟือใช้ไม่หมด ในเมื่อเงินไม่ใช่ปัญหา สิ่งที่พวกเขาแคร์ที่สุดตอนนี้ก็คือ 'หน้าตา' งานแซยิดญาติผู้ใหญ่ถ้าจัดไม่สมฐานะ จะเอาหน้าตระกูลหลี่ไปไว้ที่ไหน
"ใช่ครับ ผมเห็นด้วย ต้องไป!"
"ผมก็เห็นด้วย!"
...
"ดี! ในเมื่อทุกคนเห็นพ้องต้องกัน งั้นเราต้องส่งคนไปแจ้งทางฝั่งอาหญิงให้รู้ตัวก่อน พวกเขาจะได้เตรียมตัวถูก" หลี่หยงจินยิ้มโล่งอกเมื่อเห็นทุกคนเห็นดีเห็นงาม