- หน้าแรก
- ระบบฟื้นฟูตระกูลยอดมหาเศรษฐี
- บทที่ 261 ตระกูลเถาไม่ยอมจบ ( ตอนฟรีชดเชย )
บทที่ 261 ตระกูลเถาไม่ยอมจบ ( ตอนฟรีชดเชย )
บทที่ 261 ตระกูลเถาไม่ยอมจบ ( ตอนฟรีชดเชย )
"กล้ากัดผมเหรอ เดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อย" หลี่รุ่ยพูดพลางกดอวิ๋นหลิงซวนที่กระโดดเข้าใส่ลงกับโซฟา มือข้างเดียวรวบข้อมือขาวเนียนทั้งสองข้างของเธอไว้อย่างง่ายดาย
"จะทำอะไร... ไม่เอานะ... เค้ายอมแพ้แล้ว..." อวิ๋นหลิงซวนเห็นแววตาคุ้นเคยของหลี่รุ่ยก็รู้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้น รีบยอมจำนนแต่โดยดี
"ฮึๆ สายไปแล้วจ้ะที่รัก" หลี่รุ่ยหัวเราะในลำคอแล้วโน้มตัวลงไป
"ไม่... เดี๋ยว! โทรศัพท์คุณดัง!"
ในจังหวะที่อวิ๋นหลิงซวนกำลังจะเลิกขัดขืน เธอก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์หลี่รุ่ยดังขึ้น จึงรีบเตือน
"หลอกกันหรือเปล่า... ดังจริงๆ ด้วยเหรอ ใครโทรมาไม่รู้จักเวล่ำเวลาเลยนะ"
ตอนแรกหลี่รุ่ยคิดว่าแฟนสาวโกหก แต่พอได้ยินเสียงเรียกเข้าจริงๆ เขาก็บ่นอย่างหงุดหงิด
"หลิงซวน ผมขอไปรับโทรศัพท์แป๊บนึงนะ เดี๋ยวมาต่อ" เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นเป็นเบอร์สำคัญ จึงบอกแฟนสาว
"ใครจะอยากต่อกับคุณ รีบไปเลยไป๊" อวิ๋นหลิงซวนค้อนขวับ ผลักแขนไล่
"เดี๋ยวมาจัดการต่อนะจ๊ะ ฮี่ๆ" หลี่รุ่ยยิ้มทะเล้นก่อนเดินกลับเข้าไปในห้องนอน
"ว่าเป็นไงบ้าง"
ทันทีที่รับสาย หลี่รุ่ยก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึม ถามเสียงเรียบ
"บอสครับ ได้เงินคืนมาแล้วครับ แต่ทรัพย์สินตระกูลเซียงคงต้องใช้เวลาจัดการสักหน่อย" เสียงแหบพร่ารายงานจากปลายสาย
"ดี ทำได้ดีมาก แล้วจัดการคนพวกนั้นเรียบร้อยไหม" หลี่รุ่ยพอใจกับข่าวดี
"เรียบร้อยหมดจดครับบอส รับรองว่าไม่มีใครรู้ว่านังผู้หญิงโง่นั่นหายไปจากโลกนี้ได้ยังไง"
"เอ้อ บอสครับ เราจำเป็นต้องขายธุรกิจตระกูลเซียงให้พวกตระกูลใหญ่ในเซี่ยงไฮ้จริงๆ เหรอครับ ขายร้อนแบบนี้ราคาตกฮวบแน่ๆ ทำไมเราไม่เก็บไว้บริหารเองล่ะครับ"
"ถ้าเรายึดกิจการตระกูลเซียงมาดื้อๆ ก็เท่ากับป่าวประกาศให้โลกรู้ว่าตระกูลหลี่เป็นคนจัดการตระกูลเซียงน่ะสิ ตระกูลหลี่เราไม่ต้องการแสงสว่างขนาดนั้น อีกอย่าง ธุรกิจพวกนั้นส่วนใหญ่เป็นธุรกิจสีเทา ตระกูลหลี่อย่าไปยุ่งเกี่ยวจะดีกว่า"
หลี่รุ่ยอธิบายเหตุผลให้ฟัง
"รับทราบครับบอส" ปลายสายรับคำแล้ววางสายไป
"คุยเสร็จเร็วจัง?" อวิ๋นหลิงซวนถามเสียงสั่น หดคอหนีเมื่อเห็นหลี่รุ่ยเดินออกมาจากห้องหลังจากเข้าไปไม่ถึงสองนาที
"ใครบอกว่ารับโทรศัพท์เร็วไม่ได้? แล้วทำไมต้องกลัวผมขนาดนั้นด้วย?"
เห็นแฟนสาวมองเขาเหมือนเห็นสัตว์ร้าย หลี่รุ่ยก็รู้ทันทีว่าเธอคิดอะไรอยู่ เขาแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ เดินเข้าไปหาแล้วถาม
"ปล่อยฉันไปเถอะนะ ใครจะไปทนความถึ่ขนาดนี้ไหว ขืนเป็นแบบนี้ฉันตายคามือคุณแน่ๆ" อวิ๋นหลิงซวนไม่ตอบ แต่ค้อนวงใหญ่แล้วพูดอ้อมแอ้มแก้มแดง
"โบราณว่ามีแต่วัวที่ตายเพราะไถนา ไม่เคยมีผืนนาไหนพังเพราะโดนไถ วัวตัวนี้ยังไม่กลัว แล้วผืนนาจะกลัวอะไร มาเถอะ กินอิ่มแล้วต้องออกกำลังกายย่อยอาหารหน่อย"
พูดจบ หลี่รุ่ยก็กระโจนเข้าใส่อวิ๋นหลิงซวนอีกรอบ
"ไปในห้องเถอะ เดี๋ยวพ่อกับแม่ได้ยิน"
เมื่อรู้ว่าหนีไม่พ้น อวิ๋นหลิงซวนก็ได้แต่กระซิบอย่างยอมจำนน...
...
ขณะที่หลี่รุ่ยกับอวิ๋นหลิงซวนกำลังออกกำลังกายยามเช้า ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร ณ เมืองมังกร ภายในคฤหาสน์หรูหรากินพื้นที่หลายสิบไร่
ชายฉกรรจ์ 5-6 คนที่มีบุคลิกโดดเด่นไม่ธรรมดา นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้สลักลายโบราณ ทุกคนขมวดคิ้วแน่นฟังรายงานจากชายหนุ่มเบื้องล่าง
"ท่านหัวหน้าตระกูลครับ จากการสืบสวน นายน้อยสี่เดินทางไปที่คฤหาสน์ตระกูลเซียงในเมืองหยกครับ" ชายหนุ่มรายงานอย่างนอบน้อม
"ตระกูลเซียง? ตระกูลเซียงจากเซี่ยงไฮ้นั่นน่ะเหรอ? ฮึ! พี่ใหญ่ น้องสี่นี่มันตัวทำลายชื่อเสียงตระกูลเถาจริงๆ ตระกูลเซียงเป็นใคร? ก็แค่พวกหนูสกปรกในท่อระบายน้ำ ทำแต่ธุรกิจผิดกฎหมาย น้องสี่ลดตัวไปคบค้าสมาคมกับพวกมัน มีแต่จะทำให้ตระกูลเถาแปดเปื้อน"
ชายวัย 50 ปีนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้สลัก แค่นเสียงอย่างไม่พอใจหลังฟังรายงานจบ
"พี่สามพูดถูก น้องสี่ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง คนตระกูลเซียงไม่คู่ควรแม้แต่จะหิ้วรองเท้าให้ตระกูลเถาเราด้วยซ้ำ น้องสี่ไปเกลือกกลั้วกับพวกมันก็เหมือนเอาโคลนมาป้ายหน้าตัวเองชัดๆ"
"ใช่ พอน้องสี่กลับมาคราวนี้ ต้องสั่งกักบริเวณสักครึ่งปี"
"นั่นสิ ผมว่า..."
"พอได้แล้ว! โวยวายกันเป็นเด็กๆ ไปได้... ตระกูลเซียงเกิดเรื่อง เซียงถิงหลงโดนจับแล้ว"
ชายชราวัย 70 กว่าปีที่นั่งอยู่ตำแหน่งประธาน ตบที่วางแขนเก้าอี้เสียงดัง พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
แม้ผมจะขาวโพลน แต่ใบหน้ายังดูผ่องใส น้ำเสียงเปี่ยมด้วยพลังอำนาจ เพียงแค่เอ่ยปาก ห้องที่เคยจอแจก็เงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มตก
"พี่ใหญ่ เซียงถิงหลง หัวหน้าตระกูลเซียงโดนจับเหรอครับ? หรือว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับการที่น้องสี่ขาดการติดต่อไป?"
"ว่าต่อสิ" ชายชราไม่ตอบคำถาม แต่พยักหน้าให้ชายหนุ่มรายงานต่อ
"ท่านหัวหน้าตระกูลครับ... นายน้อยสี่... น่าจะตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงครับ" ชายหนุ่มลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูด
"อะไรนะ?! เกิดอะไรขึ้น?!"
"พูดบ้าอะไร! น้องสี่จะตกอยู่ในอันตรายได้ยังไง? ใครหน้าไหนกล้าแตะต้องคนตระกูลเถา?"
"หุบปากให้หมด! รีบบอกมาว่าเกิดอะไรขึ้น!"
ชายชราตกใจจนลุกพรวด ตวาดพี่น้องที่กำลังเถียงกัน แล้วหันไปคาดคั้นชายหนุ่มอย่างร้อนรน
"นายน้อยสี่ไปที่คฤหาสน์มังกรซ่อนของตระกูลเซียงในเมืองหยกครับ ไม่กี่วันที่ผ่านมา คฤหาสน์นั่นโดนปืนใหญ่ถล่มจนราบคาบ กลายเป็นเถ้าถ่าน มีคนตายจำนวนมาก และนายน้อยสี่ก็ขาดการติดไปที่นั่นครับ"
"หา?! นี่มัน... หรือว่าพวกขุนศึกในเมืองหยกรบกัน? น้องสี่ซวยชะมัดเลยนะเนี่ย"
"ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ต่อให้น้องสี่เป็นอะไรไป เราคงแก้แค้นลำบากแน่ๆ"
"ท่านหัวหน้าตระกูลครับ ไม่ใช่แค่คฤหาสน์มังกรซ่อน แต่คฤหาสน์ทั้งสี่แห่งของตระกูลเซียงในเมืองหยก ถูกถล่มด้วยปืนใหญ่จนราบคาบหมดเลยครับ"
"ถ้าอย่างนั้น... เรื่องนี้คงไม่ใช่แค่ศึกชิงอำนาจของพวกขุนศึกธรรมดาแล้วล่ะ คนพวกนี้จงใจเล่นงานตระกูลเซียง ซึ่งนั่นอธิบายได้ว่าทำไมเซียงถิงหลงถึงโดนจับ... พวกมันเป็นใครกันแน่?"
ชายชราขมวดคิ้ว พึมพำข้อสันนิษฐานเบาๆ
"พี่ใหญ่ครับ ส่งคนไปถามเซียงถิงหลงดีไหมครับ? เขาอาจจะรู้ว่าน้องสี่ยังมีชีวิตอยู่ไหม และน่าจะรู้ด้วยว่าคนพวกนั้นเป็นใคร ถ้าน้องสี่ตายเพราะพวกขุนศึกเมืองหยกก็แล้วไป แต่ถ้าเป็นฝีมือของพวกมีอิทธิพลในประเทศมังกร... ตระกูลเถาจะไม่ยอมปล่อยพวกมันไว้แน่!"