- หน้าแรก
- ระบบฟื้นฟูตระกูลยอดมหาเศรษฐี
- บทที่ 209 ความอัปยศของตระกูล ( ตอนฟรี )
บทที่ 209 ความอัปยศของตระกูล ( ตอนฟรี )
บทที่ 209 ความอัปยศของตระกูล ( ตอนฟรี )
ไม่กี่นาทีต่อมา หลี่รุ่ยก็วิ่งมาถึงลานหน้าศาลบรรพชน เห็นพ่อกับลุงใหญ่กำลังนั่งยองๆ อยู่หน้าชายชราผมขาวโพลนในชุดเก่าซอมซ่อที่นอนอยู่กับพื้น
"พ่อครับ ลุงใหญ่ เกิดอะไรขึ้นครับ?" หลี่รุ่ยถามด้วยความสงสัย
"เสี่ยวรุ่ย มาแล้วเหรอ เฮ้อ..." ลุงใหญ่เงยหน้าขึ้นมอง ถอนหายใจยาว ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
"พ่อ..." หลี่รุ่ยหันไปทางพ่อ
"ช่วยพ่อพาปู่เข้าไปข้างในก่อน" พ่อไม่ตอบ แต่ยื่นมือไปประคองชายชรา
"ครับ" หลี่รุ่ยรีบเข้าไปช่วย
"อย่ามายุ่งกับฉัน! ฉันสมควรได้รับผลกรรมนี้แล้ว ฉันมันเป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่อง!" ชายชราดิ้นรนขัดขืน ร้องไห้คร่ำครวญเสียงแหบแห้ง
หลี่รุ่ยตกใจ หันไปมองหน้าพ่อ
พ่อส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่า 'อย่าเพิ่งถาม' แล้วก้มลงพูดกับชายชราเสียงอ่อนโยน "อาครับ เราสายเลือดเดียวกัน บรรพบุรุษเดียวกัน ตระกูลเราทิ้งอาไม่ได้หรอกครับ เข้าไปข้างในก่อนเถอะ ค่อยๆ คุยกัน จะมานอนอยู่ตรงนี้ให้อายบรรพบุรุษทำไม?"
"เอ่อ... ใช่ ฉันมันไร้ความสามารถ ทำให้บรรพบุรุษได้หน้าไม่ได้ แต่ก็ไม่ควรทำให้เสียชื่อ" ชายชราหยุดดิ้น ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น
"ใช่ครับอา เข้าไปนั่งดื่มชาร้อนๆ ข้างในดีกว่า" ลุงใหญ่เข้ามาช่วยประคองพาเข้าไปในศาล
"เสี่ยวรุ่ย โทรบอกแม่ให้เอาโจ๊กมาส่งหน่อย ปู่อาเขายังไม่ได้กินข้าว" พ่อหันมาสั่ง
"ครับพ่อ" หลี่รุ่ยรีบโทรหาแม่
...
ในโถงชั้นหนึ่งศาลบรรพชน พ่อกับลุงใหญ่ประคองชายชราให้นั่งลง แล้วหาเก้าอี้มานั่งล้อมวง
"พ่อครับ ตกลงเรื่องมันเป็นยังไง?" หลี่รุ่ยกระซิบถามพ่อ
พ่อลุกขึ้นพาหลี่รุ่ยเดินเลี่ยงไปมุมห้อง "ปู่อาคนนี้อยู่ห่างจากเราไป 20 กิโล มีลูกชาย 3 ลูกสาว 4 หลานอีกเป็นโหล อายุปูนนี้ควรจะมีความสุขกับลูกหลานแล้ว แต่ดูสภาพแกสิ เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งแบบนั้น ลูกดูไม่ออกเหรอ?" พ่อพูดเสียงเครียด
หลี่รุ่ยมองชายชราวัย 80 ที่กำลังเช็ดน้ำตาด้วยแขนเสื้อ ร่างกายผอมแห้ง เสื้อผ้าปะชุนนับสิบแห่ง
"พ่อครับ เราให้เบี้ยยังชีพคนแก่ปีละ 4,000 หยวนไม่ใช่เหรอครับ? เงินแค่นี้อยู่ชนบทก็ไม่อดตายแล้วนะ แถมยังมีลูกหลานตั้งเยอะ ทำไมสภาพแกถึงเป็นแบบนี้?"
"พ่อก็ไม่รู้รายละเอียด แต่ฟังจากที่แกบ่น น่าจะเป็นเพราะลูกหลานไม่ยอมเลี้ยงดู"
หลี่รุ่ยตาเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เขาเกลียดคนอกตัญญูที่สุด แต่เรื่องนี้คงไม่ธรรมดาแค่ลูกหลานไม่เลี้ยง เพราะลำพังเบี้ยยังชีพกับเงินอุดหนุนรัฐบาล แกก็น่าจะอยู่ได้สบายๆ
"หย่งเจิ้ง โจ๊กมาแล้ว" แม่เดินถือชามโจ๊กเข้ามา
"วางไว้ตรงหน้าปู่อาเลย"
"อาครับ ทานโจ๊กรองท้องก่อนนะครับ เดินมาทั้งคืนคงหิวแย่" ลุงใหญ่คะยั้นคะยอเมื่อเห็นชายชราจ้องชามโจ๊กตาเป็นมัน กลืนน้ำลายเอือกใหญ่
"ใช่ครับอา ทานก่อนเถอะครับ ร่างกายจะแย่เอา" พ่อช่วยเสริม
ชายชราทนหิวไม่ไหว ยกชามโจ๊กขึ้นซดโฮกฮากอย่างหิวโหย
พ่อโบกมือให้แม่กลับไปก่อน ทั้งสามคนนั่งเงียบรอจนชายชรากินหมดเกลี้ยง เลียชามจนสะอาด
"อาครับ เล่าให้พวกเราฟังเถอะครับ ผมกับเสี่ยวรุ่ยอยู่นี่แล้ว รับรองว่าจะจัดการให้เรียบร้อย" ลุงใหญ่ถาม
"เฮ้อ..." ชายชราถอนหายใจยาว เงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวอันน่ารันทด
"เวรกรรมของตระกูลแท้ๆ... ลูกชายฉัน..."
สิบนาทีผ่านไป...
ปัง! หลี่รุ่ยตบโต๊ะดังสนั่น ชามโจ๊กกระดอน "ไอ้พวกเนรคุณ! สวะชัดๆ! ไม่สมควรเกิดมาเป็นคน!"
เขาโกรธจนตัวสั่น เรื่องแรกคือลูกชายทั้งสามคนกลัวเมียจนหัวหด ยอมให้เมียบงการ ไม่ยอมเลี้ยงดูพ่อบังเกิดเกล้า
เรื่องที่สอง เงิน 4,000 หยวนที่เขาให้ไป ลูกสะใภ้ตัวแสบเอาไปแบ่งกันเอง ไม่ถึงมือปู่อาสักแดงเดียว!
แถมหลายปีมานี้ ชายชราวัย 70 กว่าต้องทำนาเลี้ยงตัวเอง พอทำไม่ไหวก็ต้องไปเก็บขยะประทังชีวิต!