- หน้าแรก
- ระบบฟื้นฟูตระกูลยอดมหาเศรษฐี
- บทที่ 27 การประมูลสร้างศาลบรรพชน
บทที่ 27 การประมูลสร้างศาลบรรพชน
บทที่ 27 การประมูลสร้างศาลบรรพชน
"นี่มัน..." ซู่เสวี่ยถิงมีสีหน้าลำบากใจ ถึงน้องเจ็ดจะเก่งกาจ แต่เธอก็ไม่ค่อยสนิทกับเขาเท่าไหร่ เมื่อก่อนเจอกันแค่ช่วงเทศกาล หลังๆ มานี้ไม่ได้เจอกันตั้ง 4-5 ปีแล้ว เธอจะมีหน้าไปพูดอะไรได้?
แต่คำพูดของพ่อก็จุดประกายความคิดบางอย่าง ช่วง 2-3 วันมานี้ เธอกับสามีกำลังคิดเรื่องเปิดบริษัทโดยใช้เงินจากกองทุนตระกูล แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี งั้นทำไมไม่เปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้างล่ะ?
พ่อปู่เคยบอกว่าหลี่รุ่ยซื้อที่ดินอุตสาหกรรมในอำเภอฉู่หนิงไว้ตั้ง 2,000 หมู่ (ประมาณ 833 ไร่) พื้นที่กว้างใหญ่ขนาด 1.3 ล้านตารางเมตร ถ้าจะพัฒนาพื้นที่ขนาดนี้ งานก่อสร้างมหาศาลแน่นอน
ด้วยคอนเนกชันกับน้องเจ็ด และประสบการณ์ 20 ปีของพ่อ ถ้าเธอกับสามีเปิดบริษัทรับเหมา งานนี้ต้องรุ่งแน่ๆ รับงานจากน้องเจ็ดมาแล้วแบ่งงานบางส่วนให้พ่อทำ แผนการอันสมบูรณ์แบบผุดขึ้นในหัวซู่เสวี่ยถิง
คิดได้ดังนั้น ซู่เสวี่ยถิงที่กำลังกลุ้มใจก็ยิ้มออก "พ่อคะ หนูตัดสินใจแล้วว่าจะเปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้างกับหลี่ฉง ถ้าได้งานจากน้องเจ็ดมา เดี๋ยวแบ่งให้พ่อทำบ้างนะคะ"
"นอกจากศาลบรรพชน น้องเจ็ดของลูกยังมีโครงการอื่นอีกเหรอ?" ซู่อินซานถามอย่างสงสัย
"น้องเจ็ดมีที่ดินอุตสาหกรรมอีก 2,000 หมู่ในฉู่หนิงที่ต้องพัฒนาค่ะ"
"อะไรนะ! 2,000 หมู่?" ซู่อินซานตกตะลึง พัฒนาที่ดินผืนใหญ่ขนาดนี้ต้องใช้เงินเป็นหมื่นล้านแสนล้าน ถ้าเขาได้ส่วนแบ่งงานมาสักนิดเดียว เงินที่จะได้อาจมากกว่าที่เขาหามาตลอด 20 ปีซะอีก
เขารู้อยู่แล้วว่าน้องเจ็ดของลูกสาวเป็นคนใหญ่คนโต แต่ไม่คิดว่าจะใหญ่โตมโหฬารขนาดนี้ เขาต้องเกาะขาเศรษฐีคนนี้ให้แน่น ตายก็ไม่ปล่อย
"เสวี่ยถิง ลูกกับหลี่ฉงจะเปิดบริษัทรับเหมา พ่อขอซื้อหุ้นด้วยได้ไหม?" ซู่อินซานหัวไว บริษัทที่มีคนหนุนหลังระดับนี้ทำยังไงก็กำไร ถ้ามีหุ้นด้วย เขาก็รวยเละ
"เรื่องนี้... คงไม่ได้ค่ะ บริษัทที่เราจะเปิดใช้เงินจากกองทุนตระกูล หุ้น 100% เป็นของตระกูลหลี่ เรามีสิทธิ์แค่รับเงินปันผล ไม่มีสิทธิ์ซื้อขายหุ้น คนนอกห้ามซื้อหุ้นเด็ดขาดค่ะ" ซู่เสวี่ยถิงบอกพ่อตามตรง
"ก็ได้..." ซื้อหุ้นไม่ได้ก็ไม่เป็นไร อย่างมากก็ได้เงินน้อยลงหน่อย ขอแค่ลูกสาวตั้งบริษัทได้ เขาก็รับงานต่อจากลูกสาวได้ ยังไงก็ดีกว่าเมื่อก่อนเยอะ
จากนั้นซู่อินซานก็ตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมประมูลงานพรุ่งนี้ด้วย ได้ไม่ได้ก็ไม่เสียหาย ถ้าได้ก็กำไรเห็นๆ
หลังจากคุยสัพเพเหระกับหลี่หย่งจินอีกครู่หนึ่ง ซู่อินซานก็ขับรถกลับ
...
เที่ยงวันรุ่งขึ้น ณ ลานกว้างหน้าหมู่บ้านตระกูลหลี่
ผู้คนนับสิบชีวิตมารวมตัวกัน พวกเขาคือตัวแทนจากบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่มาร่วมประมูลงานสร้างศาลบรรพชนและบ้านใหม่ของหลี่รุ่ย รวมถึงซู่อินซานด้วย
กว่า 10 บริษัททยอยยื่นแบบแปลนและใบเสนอราคา ในจำนวนนี้มีบริษัทใหญ่ๆ มาร่วมด้วยไม่น้อย เพราะโปรเจกต์มูลค่า 70 ล้านไม่ใช่เล่นๆ บางเจ้าถึงขั้นถ่อมาจากเมืองซิงเฉิง
เจอคู่แข่งระดับนี้ ซู่อินซานที่เคยมั่นใจก็เริ่มใจฝ่อ เขาเพิ่งรู้ข่าวเมื่อวาน ให้ลูกน้องปั่นแบบข้ามคืน งานเร่งรีบแบบนี้จะไปสู้แบบแปลนสุดอลังการของบริษัทใหญ่ได้ยังไง?
เป็นไปตามคาด สมาชิกตระกูลหลี่ลงมติเป็นเอกฉันท์เลือกแบบแปลนและราคาของบริษัทใหญ่จากเมืองซิงเฉิง
พื้นที่ก่อสร้าง 3,800 ตารางเมตร อาคารสูง 3 ชั้น 3 ลานบ้านสไตล์จีนโบราณที่โอ่อ่าตระการตา กำแพงสีแดงตัดกับกระเบื้องหลังคาสีเหลืองทอง ดูศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่
สิงโตหินคู่ยักษ์หน้าศาล สูง 3 เมตร หนัก 8 ตัน แค่ค่าสิงโตคู่เดียวก็ปาเข้าไปล้านกว่าหยวนแล้ว
แต่สิ่งที่สะดุดตายิ่งกว่าสิงโตหิน คือ 'กลองศึกตระกูล' ขนาดมหึมาบนชั้น 3 ของศาล กลองใบนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบ 4 เมตร ใช้วัสดุพิเศษราคาแพงลิบลิ่ว แค่กลองใบเดียวราคาก็เกือบ 1 ล้านหยวน
ตอนแรกญาติๆ หลายคนคัดค้าน จะสร้างกลองแพงๆ ไปทำไม ไม่เห็นมีประโยชน์ แต่หลี่รุ่ยฟันธงว่าต้องสร้าง เพราะกลองนี้คือสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีของตระกูล เสียงของมันมีความหมายพิเศษ คุ้มค่าที่จะจ่าย
"ตีสามครั้งเพื่อเรียกประชุม ตีหกครั้งเพื่อไหว้ฟ้าดินบรรพชน และตีเก้าครั้งเพื่อ 'จับฉลากเป็นตาย'
ผู้ที่จับได้ 'ฉลากแดง' จะได้รับการจารึกชื่อ รับเครื่องเซ่นไหว้จากตระกูลสืบไป ส่วนลูกเมียและพ่อแม่ ทางตระกูลจะรับผิดชอบเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีที่สุด นี่คือความหมายพิเศษที่หลี่รุ่ยบัญญัติไว้สำหรับกลองใบนี้
ราคาสุทธิสำหรับการสร้างศาลบรรพชนอยู่ที่ 46 ล้านหยวน ต่ำกว่างบ 50 ล้านที่ตั้งไว้ 4 ล้าน ระยะเวลาก่อสร้างประมาณครึ่งปี
แต่หลี่รุ่ยรู้สึกว่านานไป เขาจึงเอาเงิน 4 ล้านที่เหลือมาตั้งเป็นรางวัลนำจับ... เอ้ย รางวัลเร่งงาน ถ้าสร้างเสร็จภายใน 2 เดือน รับไปเลย 4 ล้าน!
บริษัทรับเหมาตาลุกวาว รีบการันตีทันทีว่า 2 เดือนเสร็จแน่นอน อย่างมากก็แบ่งเงินสักล้านมาเป็นโบนัสให้คนงาน จ้างคนเพิ่ม ทำงานกะดึก 24 ชั่วโมง ที่นี่ไม่ใช่ในเมือง ไม่มีใครมาร้องเรียนเรื่องเสียงดังอยู่แล้ว งานเดินตลอดเวลาก็เสร็จเร็วกว่ากำหนดครึ่งต่อครึ่งสบายๆ
แถมยังใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างแบบใหม่ได้ด้วย เช่น การก่อสร้างแบบโมดูลาร์ ที่สร้างชิ้นส่วนสำเร็จรูปจากโรงงานแล้วขนมาประกอบหน้างาน ช่วยลดเวลาได้เยอะ
แต่ติดปัญหาอยู่นิดหน่อย คือถนนเข้าหมู่บ้านแคบเกินไป รถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ขนชิ้นส่วนโมดูลาร์เข้าไม่ได้
สำหรับบริษัทรับเหมานี่คือปัญหาใหญ่ แต่สำหรับหลี่รุ่ย... ปัญหาที่แก้ได้ด้วยเงินไม่ใช่ปัญหา เขาควักกระเป๋าเพิ่มอีก 4 ล้าน ขยายถนนเข้าหมู่บ้านระยะทาง 800 เมตร จากเดิม 3.5 เมตร ให้กว้างเป็น 8 เมตร! ถนนกว้างขนาดนี้ รถบรรทุกวิ่งสวนกันสบายหายห่วง
ส่วนบ้านใหม่ของหลี่รุ่ย เขาเลือกแบบและราคาของบริษัทท้องถิ่นในอำเภอฉู่หนิง เจ้านี้เสนอราคามาแพงที่สุด แต่หลี่รุ่ยก็เลือก เพราะเขาไม่ขาดเงิน และแบบของเจ้านี้ถูกใจเขาที่สุด
เจ้าของบริษัทนี้ก็ตาถึง รู้ว่าคนรวยอย่างหลี่รุ่ยสร้างบ้านตัวเองไม่เกี่ยงงบ ขอแค่ถูกใจเป็นพอ เลยจัดเต็มไม่อั้น เน้นความสวยงามและประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก ราคาสุดท้ายจบที่ 22 ล้านหยวน
บ้านสไตล์โมเดิร์นเรียบหรู ตึกกลางสูง 4 ชั้น มีชั้นใต้ดินสำหรับจอดรถ ขนาบข้างด้วยตึกเล็ก 2 หลังสำหรับบอดี้การ์ดและคนรับใช้ ตกแต่งภายในหรูหราใช้วัสดุเกรดพรีเมียมที่สุด
บ้านขนาด 1,000 ตารางเมตร แต่ราคาปาเข้าไปเกือบครึ่งของศาลบรรพชนขนาด 3,800 ตารางเมตร แสดงให้เห็นเลยว่าวัสดุที่ใช้นั้นแพงระยับแค่ไหน
เมื่อตกลงกันเสร็จสรรพ บริษัทรับเหมาต่างๆ ก็ทยอยกลับ ผู้ชนะย่อมดีใจ ส่วนผู้แพ้ก็ไม่ได้โวยวาย เข้ามาจับมือแสดงความยินดีกับคนตระกูลหลี่อย่างเป็นมิตร หวังว่าจะได้ร่วมงานกันในโอกาสหน้า ผิดจากที่หลี่รุ่ยคิดไว้ว่าคนแพ้จะโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง เขาได้แต่ทึ่งในความเป็นมืออาชีพของนักธุรกิจพวกนี้