เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 139 ระเบิดทำลายตัวเอง

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 139 ระเบิดทำลายตัวเอง

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 139 ระเบิดทำลายตัวเอง


เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 139 ระเบิดทำลายตัวเอง

ผู้ใดคือไป่หนิงปิง?

อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งภูเขาชิงเหมา บางคนที่สามารถเปลี่ยนขั้วอำนาจของสามตระกูล ผู้ครอบครองความเร็วในการบ่มเพาะที่น่าตื่นตะลึงและเหนือยิ่งกว่าผู้มีพรสวรรค์นภาที่หนึ่ง ไม่มีผู้ใดสงสัยในอนาคตของเขา กระทั่งศัตรูของเขายังต้องยอมรับความจริงที่ว่าพรสวรรค์ของเขาไม่มีผู้ใดสามารถเปรียบเทียบ

อย่างไรก็ตามเวลานี้กลับมีบางคนทำให้อัจฉริยะผู้นี้ต้องหลบหนีในสภาพที่น่าอเนจอนาถเช่นนี้?

ไม่มีผู้ใดในกลุ่มของฉิงซูคาดคิดว่าจะเกิดเรื่องนี้ขึ้น

แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกใจและประหลาดใจที่สุดก็คือบางคนที่ไล่ล่าไป่หนิงปิงกลับเป็นฟางหยวน

ตามความเข้าใจของพวกเขา ฟางหยวนเป็นบุคคลที่ขับไล่คางคกกลืนกินแม่น้ำ แต่เมื่อเขายอมรับความพ่ายแพ้ต่อซ่งหลี่ ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขาจึงไม่สามารถประเมินได้

"ฟางหยวนแข็งแกร่งถึงเพียงนั้นเลยงั้นหรือ?"

กลุ่มของฉิงซูพบว่าเรื่องนี้เป็นบางสิ่งที่ยากจะยอมรับได้อย่างแท้จริง

ฟางหยวนหันไปรอบๆ

"ฉิงซู!" กระทั่งตัวเขาเองยังมึนงงไปชั่วครู่เมื่อพบว่ามันเป็นกลุ่มของฉิงซู

'ข้าชนะพนัน ไป่หนิงปิง วันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า!' ฟางหยวนคิดก่อนตะโกนเสียงดัง "น้องเล็ก เจ้าอยู่ที่นี่! ยอดเยี่ยม! เร็วเข้า หยุดไป่หนิงปิง! เขาเป็นฆาตกรที่สังหารกลุ่มของซ่งหลี่รวมถึงกลุ่มของม่านซื่อจากตระกูลของเรา"

"กระไรนะ!?"

"แต่สามตระกูลลงนามในสัญญาพันธมิตรเรียบร้อยแล้ว!"

"ไม่ ไม่มีสิ่งใดมากเกินไปสำหรับไป่หนิงปิง!"

"เป็นเช่นนั้น ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดฟางหยวนจึงสามารถไล่ล่าไป่หนิงปิง!"

กลุ่มของฉิงซูตกใจแต่ก็เข้าใจเรื่องราวในที่สุด ดูเหมือนว่าหลังจากไป่หนิงปิงต่อสู้มาอย่างต่อเนื่อง พลังการต่อสู้ของเขาจึงลดลงถึงจุดต่ำสุดและเปิดโอกาสให้ฟางหยวนคว้าชัยชนะ

'ข้าจะตายอยู่ที่นี่จริงๆงั้นหรือ? ไม่ ข้าเหลือพลังวิญญาณพอที่จะระเบิดพลังปีศาจน้ำแข็งออกไป ข้ายังมีโอกาส' ไป่หนิงปิงคิด ด้านหน้าของไป่หนิงปิงมีกลุ่มของฉิงซู ขณะที่ฟางหยวนตามมาทางด้านหลัง

นี่เป็นสถานการณ์ที่ล่อแหลมอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตามด้วยความสัมพันธ์ระหว่างฟางหยวนกับฟางเจิ้ง แน่นอนว่าฟางเจิ้งไม่เชื่อคำพูดของฟางหยวน

แต่ไป่หนิงปิงไม่ทราบเรื่องนี้ ในฐานะที่เป็นคนนอก เขาเห็นเพียงรูปลักษณ์ที่คล้ายคลึงกันของคนทั้งสอง ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจบางอย่าง

เขายกแขนขวาขึ้นและใช้วิญญาณปีศาจน้ำแข็ง

มัดกล้ามเนื้อบนแขนขวาของเขากลายเป็นโปร่งใสและสามารถมองเห็นกระดูกภายในแขนน้ำแข็งได้อย่างชัดเจน

"บึม!"

ด้วยเสียงดังสนั่น แขนขวาของไป่หนิงปิงระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

ไอหมอกและมวลอากาศเย็นแผ่กระจายออกไปทุกทิศทาง

"แคร็ก...แคร็ก..."

ชั้นน้ำแข็งปกคลุมพื้นที่ทั้งหมดท่ามกลางฤดูร้อนที่อบอ้าว อุณหภูมิในอากาศลดลงอย่างฉับพลัน

"เขาระเบิดทำลายแขนของตนเอง!" ฟางเจิ้งตะลึงกับความเหี้ยมโหดของไป่หนิงปิง

"หนีเร็ว!" ฉิงซูคว้าแขนของฟางเจิ้งและรีบวิ่งหนี

คลื่นความเย็นพุ่งตามพวกเขาด้วยความเร็วสูงราวกับคลื่นหมาป่า

โดยไม่จำเป็นต้องสงสัยมันจะเป็นฝันร้ายอย่างแท้จริงหากพวกเขาถูกแช่แข็ง

ฟางหยวนถอยห่างออกไปหนึ่งร้อยก้าวพร้อมกับกลุ่มของฉิงซูก่อนที่การโจมตีจากคลื่นความเย็นจะค่อยๆหยุดลง

บนภูเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวและกลิ่นหอมของพฤกษานานาชนิดกลับกลายเป็นโลกน้ำแข็งไปในพริบตา

ฟางหยวนก้าวเท้าเข้าไปในโลกน้ำแข็งและเดินไปตามเส้นทางภูเขา

ร่างกายของไป่หนิงปิงถูกแช่แข็งอยู่ท่ามกลางโลกน้ำแข็งด้วยใบหน้าที่ยังคงหยิ่งยโสและโหดเหี้ยมอย่างที่สุด

"เขา...ฆ่าตัวตาย?" ฟางเจิ้งพึมพำ ขณะเดียงกันกลุ่มของฉิงซูก็ติดตามฟางหยวนไปอย่างกระชั้นชิด

"ไม่" การแสดงออกของฉิงซูยังคงเคร่งเครียด "ไป่หนิงปิงบ่มเพาะร่างกายด้วยวิญญาณมัดกล้ามน้ำแข็ง น้ำแข็งเหล่านี้ไม่ส่งผลกระทบต่อเขา นอกจากนั้นมันยังเป็นเกราะป้องกันตัวเขาจากอันตรายและอนุญาตให้เขากู้คืนพลังวิญญาณ"

ฟางหยวนจ้องมองไปยังไป่หนิงปิงก่อนจะยิงดาบแสงจันทร์ออกไป

"ฟิ้ว..."

ดาบแสงจันทร์สร้างเสียงกรีดเฉือนน้ำแข็งที่คมชัด

บนก้อนคริสตัลน้ำแข็งที่สูงสามเมตรกว้างสองเมตรปรากฏรอยกรีดเฉือนตื่นๆบนพื้นผิวของมัน แต่เพียงชั่วครู่ต่อมามวลอากาศเย็นกลับลบรอยกรีดเฉือนและกู้คืนให้มันกลับสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็ว

"ฟางหยวน สิ่งที่เจ้ากล่าวก่อนหน้าเป็นเรื่องจริงหรือไม่?" ฉิงซูหันหน้าไปทางฟางหยวน

"แน่นอน ซ่งหลิน สมาชิกในกลุ่มของซ่งหลี่ยังมีชีวิตอยู่ เขาสามารถเป็นพยานในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามพวกเราไม่สามารถอยู่ที่นานนัก รายละเอียดสามารถพูดคุยกันภายหลัง ตอนนี้พวกเราควรจากไปอย่างรวดเร็วที่สุด" ฟางหยวนพยักหน้าตอบ

เขาตัดสินใจที่จะล่าถอย

เขารู้ว่าตนเองไม่สามารถทำลายคริสตัลน้ำแข็งชนิดนี้ได้แม้จะรวมพลังอำนาจทั้งหมดของพวกเขาก็ตาม มันเป็นเพียงการใช้พลังวิญญาณไปอย่างไร้ประโยชน์เท่านั้น

ในเวลาที่ไป่หนิงปิงออกมาจากก้อนน้ำแข็ง พลังการต่อสู้ของพวกเขาจะลดลงขณะที่พลังของไป่หนิงปิงจะถูกกู้คืน

"จากไป? เหตุใดพวกเราต้องจากไป?" ฟางเจิ้งตะโกนเสียงดัง "ไป่หนิงปิงทำลายแขนขวาของตัวเอง เขาผ่านศึกมาอย่างต่อเนื่อง เขาอยู่ในสภาพที่อ่อนล้าทั้งกายและใจ พวกเราเพียงต้องทำลายคริสตัลน้ำแข็งและส่งสัญญาณขอกำลังเสริมจากตระกูลเพื่อกำจัดเขา นี่ถือเป็นโอกาสที่หาได้ยาก!"

หัวใจของทุกคนพองโตขึ้นเมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านี้

"เมื่อฟางหยวนสามารถไล่ล่าและพยายามฆ่าเขา แล้วเหตุใดพวกเราจึงไม่สามารถ?" สมาชิกในกลุ่มมองหน้ากันและมีความคิดเช่นเดียวกัน

"หากพวกเราสามารถสังหารไป่หนิงปิง พวกเราจะกลายเป็นวีรบุรุษของตระกูล"

"แต่หากพวกเราฆ่าเขา ตระกูลไป่จะทำสงครามกับพวกเราด้วยความโกรธหรือไม่? นอกจากนั้นมันยังมีคลื่นหมาป่า..."

"ไม่ มันจะไม่เป็นเช่นนั้น ในสถานการณ์คลื่นหมาป่า แม้พวกเราจะฆ่าไป่หนิงปิงที่นี่ ตระกูลไป่ก็ทำได้เพียงกล่ำกลืนความขมขื่นและอดทนเท่านั้น"

"ถูกต้อง อัจฉริยะที่ตายแล้วก็ไม่ถือเป็นอัจฉริยะ"

สมาชิกในกลุ่มแสดงความเห็นและคิดไปถึงเกียรติยศที่จะได้รับในอนาคต

'โง่เขลาอย่างแท้จริง พวกเขาไม่สามารถจินตนาการได้ถึงพลังอำนาจของสุดยอดกายาน้ำแข็งแห่งความมืด' ฟางหยวนคิดและลอบหัวเราะอยู่ภายในใจ เขาไม่ต้องการไปกับคนกลุ่มนี้หากพวกเขาต้องการดิ้นรนเพื่อแสวงหาความตาย

ฉิงซูยังลังเลใจ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาเป็นคนที่เข้าใจไป่หนิงปิงมากที่สุดในกลุ่ม

เขาไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับสุดยอดกายาทั้งสิบ แต่เขาก็ไม่ปรารถนาที่จะมีชื่อเสียงโดยการสังหารไป่หนิงปิงเช่นกัน

เขาไม่สนใจชื่อเสียงหรือผลประโยชน์ เขาได้รับการชุบเลี้ยงจากผู้นำตระกูล เขาเพียงต้องการตอบแทนบุญคุณและเต็มใจยอมแพ้ในการชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลกับฟางเจิ้ง

เขาให้ความสำคัญกับตระกูลเท่านั้น หัวใจของเขาเชื่อมโยงกับระบบตระกูลอย่างเหนียวแน่น

'หมู่บ้านตระกูลไป่สามารถทะยานสูงได้เพราะการคงอยู่ของไป่หนิงปิง หากไป่หนิงปิงตายไป ตระกูลแสงจันทร์บรรพกาลของเราจะยังเป็นอันดับหนึ่งบนภูเขาชิงเหมา แม้ไป่หนิงปิงจะเป็นผู้ใช้วิญญาณระดับสาม แต่ข้ามีวิญญาณมนตราพฤกษาและสามารถต่อสู้กับเขา นอกจากนั้นเขายังสูญเสียแขนขวา แน่นอนว่าเขาต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับแขนที่ขาดหาย นี่เป็นข้อเสียเปรียบอย่างมากในการต่อสู้แห่งชีวิตและความตาย' ฉิงซูคิด

ดวงตาของฉิงซูส่องประกายเมื่อคิดได้เช่นนี้

ฟางหยวนตระหนักถึงเส้นทางที่ฉิงซูเลือกจากการแสดงออกของเขาและกำลังรอชมการแสดงของฉิงซูอยู่อย่างเงียบๆ

'หากฉิงซูใช้วิญญาณมนตราพฤกษา โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา เขาจะแข็งแกร่งกว่าผู้ใช้วิญญาณระดับสามทั่วไป อย่างไรก็ตามเมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับไป่หนิงปิงที่ครอบครองสุดยอดกายาน้ำแข็งแห่งความมืด การต่อสู้ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไป่หนิงปิงที่กดพลังวิญญาณของตนเองให้อยู่ในระดับสองสามารถระเบิดพลังวิญญาณระดับสามออกมาได้ไม่ยากและเวลานี้เขาก็มีเวลามากพอ เมื่อใดก็ตามที่เขาออกมาจากก้อนคริสตัลน้ำแข็ง เขาก็จะกลายเป็นผู้ใช้วิญญาณระดับสามที่แข็งแกร่งที่สุด'

พรสวรรค์ของไป่หนิงปิงแน่นอนว่าไม่ธรรมดา ฟางหยวนจึงต้องการความช่วยเหลือทั้งหมดจากภายนอกเพื่อต่อสู้กับเขาแม้ในเวลาที่เขากดพลังวิญญาณให้อยู่ในระดับสอง

ดังนั้นหากไป่หนิงปิงกลายเป็นผู้ใช้วิญญาณระดับสาม ความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า ฟางหยวนเป็นต้นเหตุการสูญเสียแขนขวาของเขา เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น ไป่หนิงปิงจะต้องเล็งเป้ามาที่ฟางหยวนอย่างแน่นอน

นอกจากนั้นฟางหยวนยังไม่ต้องการเปิดเผยความลับของเขาต่อหน้ากลุ่มของฉิงซู ดังนั้นฟางหยวนจึงเปิดเผยความตั้งใจที่จะล่าถอยออกจากสนามรบโดยไม่สนใจความคิดเห็นของผู้ใด

"ขี้ขลาดนัก"

"ฮืม เขาจากไปก็ดีแล้ว หากเขาเข้าแทรกแซง มันอาจเป็นการทำลายรูปแบบการต่อสู้ของพวกเรา"

"ฮ่าฮ่า เขาทำข้ากลัวจริงๆตอนที่เห็นเขาไล่ล่าไป่หนิงปิง แต่ดูเหมือนฟางหยวนก็ยังเป็นฟางหยวน คนขี้ขลาดที่ยอมรับความพ่ายแพ้ทันทีในการประลองของผู้ใช้วิญญาณ"

"พอแล้ว ทุกคนมีความทะเยอทะยานเป็นของตนเอง ไม่ว่าอย่างไรอย่างน้อยเขาก็ให้ข้อมูลของไป่หนิงปิงกับพวกเราก่อนที่เขาจะจากไป นอกจากนั้นมันดีแล้วที่เขาจะกลับไปแจ้งข่าวกับตระกูลเพื่อให้ตระกูลส่งกำลังเสริมมาที่นี่" ฉิงซูมองฟางหยวนด้วยคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

"ท่านหัวหน้า ท่านใจดีเกินไป ไม่จำเป็นต้องช่วยแก้ตัวให้คนขี้ขลาดเช่นฟางหยวน"

"ถูกต้อง แม้ฟางหยวนจะเป็นพี่ชายของฟางเจิ้ง แต่เท่าที่ข้าเห็นพวกเขาแตกต่างกันราวสวรรค์กับปฐพี"

'ข้า...ข้าจะไม่พูดกับพี่ใหญ่อีกแล้ว' ใบหน้าของฟางเจิ้งเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความอับอายขณะที่ฟางหยวนวิ่งหนีออกจากสนามรบ

"ฟางเจิ้ง เจ้าออกไปด้วย" ฉิงซูเร่งกล่าว

"อันใด?" ดวงตาของฟางเจิ้งเบิกกว้างเมื่อได้ยินเรื่องนี้

"ในฐานะผู้มีพรสวรรค์นภาที่หนึ่ง เจ้าเป็นความหวังของตระกูล แม้ไป่หนิงปิงจะสูญเสียแขนขวาแต่การต่อสู้กับเขายังเป็นเรื่องอันตราย หากสถานการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น พวกเราสามารถตาย แต่เจ้าไม่สามารถ!"

"กล่าวได้ดี!" เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของชายชราผู้หนึ่ง

"ผู้อาวุโส" ฟางเจิ้งเร่งแสดงความเคารพ เขาจำได้ว่าชายชราผู้นี้คือผู้อาวุโสของตระกูล

ชายชรามองไปยังฉิงซูและกล่าวสรรเสริญ "อวี๋โป้มีบุตรบุญธรรมที่ประเสริฐนัก ด้วยความรู้สึกที่สามารถตายเพื่อตระกูล พวกเรายังต้องกังวลว่าตระกูลจะไม่ยิ่งใหญ่อีกงั้นหรือ?"

ฟางเจิ้งอยู่ระหว่างการเติบโตและหลังจากเหตุการณ์ลอบสังหารครั้งก่อนหน้า ตระกูลจึงส่งผู้อาวูโสคอยติดตามปกป้องฟางเจิ้งตลอดเวลา

"ฟางเจิ้ง เจ้าไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมในการต่อสู้ แต่เจ้าสามารถยืนสังเกตการณ์จากระยะไกล ไม่ใช่ว่าเขาก็เป็นเพียงไป่หนิงปิงงั้นหรือ? ข้าเคยได้ยินเกี่ยวกับความโดดเด่นของเขาและเรื่องที่เขาเอาชนะผู้อาวุโสบางคน ฮืม แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาก็ยังเป็นเพียงเด็กน้อยไร้ประสบการณ์ที่ผลักตนเองเข้าสู่สถานการณ์เช่นนี้ ไม่ใช่ว่าเขาก็เป็นเพียงมือสมัครเล่นเช่นนั้นหรือ?" ชายชราเย้ยหยันด้วยความรังเกียจ

ฉิงซูยืนกรานความคิดของตน แต่เขายังปฏิบัติตามการตัดสินใจของผู้อาวุโส

ในฐานะรุ่นน้อง เขาต้องเคารพรุ่นพี่ ด้วยการเป็นผู้เยาว์ เขาจะกล้าตั้งคำถามและหักหน้าผู้อาวุโสได้อย่างไร?

จบบทที่ เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 139 ระเบิดทำลายตัวเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว