เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 122 พายุหิมะบนเส้นทางชีวิต (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 122 พายุหิมะบนเส้นทางชีวิต (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 122 พายุหิมะบนเส้นทางชีวิต (อ่านฟรี)


เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 122 พายุหิมะบนเส้นทางชีวิต

แปลโดย iPAT 

"ฟิ้ว" ดาบแสงจันทร์ขนาดเท่าใบหน้าสามวงพุ่งผ่านอากาศ

วานรหินตาหยกสิบเจ็ดตัวที่ไล่ตามฟางหยวนมาทางด้านหลังเสียชีวิตทันที ซากศพของวานรหินตาหยกร่วงหล่นลงสู่พื้นพร้อมกับเม็ดหยกที่หลุดออกมาจากเป้าตาของพวกมัน

ฟางหยวนตรวจสอบทะเลวิญญาณของตนและพบว่าระดับน้ำยังเหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง ช่วงเวลาที่เขาอยู่ในระดับสองขั้นต้น วิญญาณจันทร์กระจ่ายต้องใช้พลังวิญญาณสิบส่วน นั่นหมายความว่าเขาสามารถใช้ดาบแสงจันทร์ได้เพียงสี่ครั้ง แต่มันเพิ่มเป็นแปดครั้งเมื่อเขาก้าวเข้าสู่ระดับสองขั้นกลาง และจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเมื่อบรรลุระดับสองขั้นสูง

ฟางหยวนยังไม่บรรลุระดับสองขั้นสูง แต่ด้วยความช่วยเหลือจากวิญญาณสุราสี่ฤดู ระดับการบ่มเพาะของเขาถูกพิจารณาว่าเข้าใกล้ระดับสองขั้นสูงมากแล้ว

ก่อนหน้านี้เขาจะโจมตีและล่าถอยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับวานรหินตาหยกเจ็ดสิบหรือแปดสิบตัว แต่เวลานี้เขาสามารถสังหารวานรหินตาหยกจำนวนมากในครั้งเดียว นี่ทำให้วานรหินตาหยกที่เหลือกลายเป็นฝ่ายหลบหนีเอาชีวิตรอด

‘ข้ากวาดล้างวานรหินตาหยกที่อยู่ในรังหินสามต้นภายในเวลาสองวัน นี่เป็นความเร็วที่สูงกว่าก่อนหน้าหลายเท่า หากมันยังเป็นไปในลักษณะนี้ ข้าจะสามารถเปิดเส้นทางเข้าสู่จุดศูนย์กลางของป่าหินได้อีกครั้งในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน’ ฟางหยวนคำนวณ

‘ถ้ำใต้พิภพที่จุดศูนย์กลางป่าหินควรเป็นด่านทดสอบถัดไปของนักบวชปีศาจสุราดอกไม้ มันต้องมีวิญญาณดอกไม้เก็บสมบัติอยู่ที่นั่น ข้าคิดว่าด่านทดสอบของเขาใกล้ถึงจุดสิ้นสุดแล้ว ทั้งหมดก็คือเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาสร้างด่านรับสืบทอดเหล่านี้อย่างเร่งรีบ มันอาจมีอีกเพียงสองด่านที่เหลืออยู่’ จากภาพความทรงจำบนกำแพง ชัดเจนว่านักบวชปีศาจสุราดอกไม้กำลังจะตาย ดังนั้นฟางหยวนจึงใช้ประสบการณ์ตัดสินเรื่องนี้

นักบวชปีศาจสุราดอกไม้มีเวลาน้อยเกินไปในการสร้างด่านทดสอบ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถทำสิ่งใดได้มากนัก ปกติแล้วผู้ใช้วิญญาณมักใช้เวลาหลายปีในการสร้างด่านทดสอบเพื่อส่งมอบมรดก มันมีกระทั่งสถานที่ที่จะเปิดออกเพียงครั้งเดียวในช่วงเวลาสิบปีหรือมากกว่านั้น มรดกบางส่วนอาจถูกแยกออกไปอยู่ในพื้นที่ต่างๆทั่วทุกมุมโลก ชนรุ่นหลังอาจต้องใช้เวลาถึงสิบหรือร้อยปีในการรวบรวมพวกมัน มรดกบางอย่างอาจไม่สามารถสำรวจได้ในช่วงชีวิตของผู้ใช้วิญญาณคนหนึ่ง ดังนั้นภารกิจเหล่านี้จึงมักถูกส่งต่อไปยังทายาทของพวกเขา

‘ด่านทดสอบของนักบวชปีศาจสุราดอกไม้ถือว่าเป็นด่านขนาดเล็ก แต่นี่กลับเป็นข้อดี ประการแรก ด่านทดสอบถูกสร้างขึ้นตามสภาพแวดล้อมในพื้นที่ ข้าได้รับวิญญาณหมูขาว วิญญาณกายาหยกเขียว และวิญญาณสุรามาอย่างง่ายดาย สำหรับวิญญาณศิลาแห่งความลับ มันยังถือว่าเป็นหนึ่งในมรดกเช่นกัน หลังจากนี้มันควรมีวิญญาณดอกไม้เก็บสมบัติอยู่อีกสองต้น ข้าหวังว่ามันจะมีวิญญาณสายตรวจสอบและสายเคลื่อนไหวอยู่ภายใน’

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฤดูหนาวเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งพร้อมกับท้องฟ้าที่เปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น ฟางหยวนเดินทางเพียงลำพังอยู่ท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย เขาพึ่งออกมาจากถ้ำลับและกำลังมุ่งหน้ากลับหมู่บ้าน

‘สองเดือนผ่านไปแต่การกวาดล้างฝูงวานรหินตาหยกของข้ายังไม่คืบหน้า’ ใบหน้าของฟางหยวนค่อนข้างมืดครึ้ม

ไม่ใช่เพราะเขาไม่ได้ใส่ความพยายาม แต่ฝูงหมาป่าเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว

อาหารกำลังจะขาดแคลนในช่วงฤดูหนาว ฝูงหมาป่าที่เติบโตขึ้นขยายอาณาเขตการล่า สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่รอบๆเริ่มถูกกวาดล้างและสร้างความปั่นป่วนขึ้นบนภูเขาชิงเหมา ในเวลาเดียวกันหมาป่าพิการที่ถูกขับไล่ออกจากฝูงยังรวมตัวกันจัดตั้งเป็นฝูงใหม่ พวกมันมักเคลื่อนไหวอยู่รอบหมู่บ้าน

ฝูงหมาป่ายังไม่กล้าบุกโจมตีหมู่บ้าน แต่ชาวบ้านบางส่วนเริ่มตกตายเพราะพวกมัน

หมู่บ้านแสงจันทร์บรรพกาลระดมผู้ใช้วิญญาณจำนวนมากเพื่อกวาดล้างฝูงหมาป่า ดังนั้นมันจึงมีผู้ใช้วิญญาณลาดตะเวนอยู่รอบๆหมู่บ้าน นี่เป็นเหตุให้ฟางหยวนไม่สามารถเข้าไปในถ้ำลับได้บ่อยนัก

ลมหนาวพัดเข้ามาพร้อมกับเกล็ดหิมะที่โปรยปราย

"ฮู...ฮู..." เสียงกรีดร้องของพายุหิมะดังไปทั่ว

ฟางหยวนหยุดเท้าและกวาดตามองไปรอบๆ

ฝูงหมาป่ากลุ่มเล็กๆที่มีสมาชิกประมาณยี่สิบตัวหรือมากกว่านั้นปรากฏขึ้นในมุมมองสายตาของฟางหยวน

"พวกมันอีกครั้ง..." ฟางหยวนพึมพำ นี่เป็นครั้งที่แปดที่เขาพบฝูงหมาป่าในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามครั้งนี้กลับแตกต่างออกไปเล็กน้อย

'ฝูงหมาป่าขยายอาณาเขตการล่าเข้าใกล้หมู่บ้านแสงจันทร์บรรพกาลมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้ำลับอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ดูเหมือนข้าจะไม่สามารถไปที่นั่นได้บ่อยนัก' ใบหน้าของฟางหยวนยิ่งมืดครึ้มเมื่อคิดถึงเรื่องนี้

เส้นทางชีวิตของผู้คนมักยากลำบากและเต็มไปด้วยอุปสรรคที่เหนี่ยวรั้งความก้าวหน้าของพวกเขาเอาไว้เสมอ

เช่นเดียวกับฝูงหมาป่าที่กำลังกีดขวางอยู่บนเส้นทางของฟางหยวน

"กรอ...กรอ..." หมาป่าคำรามก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีฟางหยวน

"วิญญาณจันทร์กระจ่าง!" ฟางหยวนยิงดาบแสงจันทร์ออกไปจากมือขวา

ดาบแสงจันทร์สีฟ้าพุ่งผ่านพายุหิมะและตัดศีรษะหมาป่าพิการสามตัวออกจากร่างทันที แต่เมื่อดาบแสงจันทร์พุ่งไปยังหมาป่าตัวที่สี่ หมาป่าตัวนั้นกลับสามารถหลบออกไป

แม้พวกมันจะเป็นหมาป่าพิการ แต่พวกมันมีประสบการณ์ในการต่อสู้และไหวพริบ โดยปกติผู้ใช้วิญญาณระดับสองจะตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายหากต้องเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่าเหล่านี้

แต่ฟางหยวนยังสงบนิ่ง ด้วยประสบการณ์และทะเลวิญญาณที่เข้าใกล้ระดับสองขั้นสูงทำให้เขามีความมั่นใจ

ฆ่า!

เขาเคลื่อนไหวภายใต้การจู่โจมของฝูงหมาป่า หลบอย่างเยือกเย็น และสวนกลับอย่างแม่นยำ

หมาป่าตกตายลงอย่างต่อเนื่อง

ในระยะเวลาสั้นๆ หมาป่าลดจำนวนลงถึงครึ่งหนึ่ง

"กรอ..." หมาป่าตัวหนึ่งคำราม จากนั้นหมาป่าทั้งหมดก็เริ่มล่าถอย นี่คือความฉลาดของหมาป่าเหล่านี้

เมื่อพวกมันพบว่าฟางหยวนแข็งแกร่งกว่าที่คิด พวกมันจึงเร่งล่าถอยและยอมแพ้ต่อแผนการล่าฟางหยวน

ฟางหยวนยืนอยู่ในตำแหน่งเดิมอย่างสงบขณะที่จ้องมองฝูงหมาป่าหายเข้าไปในพายุหิมะ หลังจากยืนยันว่าฝูงหมาป่าจากไปแล้ว เขาจึงเริ่มสำรวจซากศพของหมาป่า ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง เขี้ยว หรือสิ่งอื่นๆ ทั้งหมดล้วนมีมูลค่า

สองเดือนที่ผ่านมา ฟางหยวนสามารถทำกำไรบางส่วนจากการกำจัดฝูงหมาป่าพิการเหล่านี้

เลือดที่ไหลออกมาจากซาดศพยังอุ่น หมาป่าบางตัวยังมีลมหายใจขณะที่ดวงตาของมันยังแข็งกร้าว

‘ในโลกใบนี้ไม่เพียงมนุษย์ แต่สิ่งมีชีวิตทั้งหมดล้วนต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดบนเวทีแห่งชีวิตและความตาย’ ฟางหยวนถอนหายใจก่อนจะสังหารหมาป่าที่เหลือรอดอย่างไร้ปรานี

พลังการต่อสู้ของหมาป่าพิการสูงว่าวานรหินตาหยก ภายใต้ความร่วมมือของฝูงหมาป่า พลังอำนาจของพวกมันจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

‘สำหรับหมาป่าฝูงเล็กๆเช่นนี้ ข้ายังสามารถกำจัดพวกมัน แต่หากเป็นหมาป่าฝูงใหญ่ มันเป็นเรื่องยากที่จะรับมือ’

‘คลื่นหมาป่ากำลังจะบุกโจมตีหมู่บ้านเร็วๆนี้ ตระกูลจะระดมผู้ใช้วิญญาณทั้งหมด ข้าไม่สามารถปฏิเสธ แต่หากข้าต้องการล่าหมาป่าสายฟ้าด้วยตนเอง ข้าต้องมีวิญญาณสายตรวจสอบหรือสายเคลื่อนที่ มิฉะนั้นข้าจะตกอยู่ในวงล้อมหมาป่า’ ฟางหยวนตระหนักถึงจุดอ่อนของตนเองอย่างชัดเจน

พลังวิญญาณของฟางหยวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยการคงอยู่ของวิญญาณสุราสี่ฤดู ด้วยวิญญาณจันทร์กระจ่างและวิญญาณกายาหยกขาว มันทำให้เขาครอบครองทั้งพลังโจมตีและพลังป้องกัน ด้วยประสบการณ์ที่สะสมมานาน ตอนนี้เขาถูกพิจารณาว่าอยู่ในระดับเดียวกับฉิงซู ซื่อซาน และโม่เยี่ยน

อย่างไรก็ตามด้วยความจริงที่ว่าเขายังไม่บรรลุระดับสองขั้นสูงและมีพรสวรรค์นภาที่สาม พลังการต่อสู้ของเขาจึงค่อนข้างจำกัด

แม้ดูเหมือนเขาจะมีพลังการต่อสู้ที่ค่อนข้างสูง แต่แท้จริงแล้วเขายังทำได้เพียงเอาชีวิตรอดจากฝูงหมาป่าสายฟ้าเท่านั้น

'วิญญาณสายตรวจสอบจะทำให้ข้ารับรู้การเคลื่อนไหวของฝูงหมาป่า ด้วยวิธีนี้ข้าจะสามารถล่าถอยหรือเปลี่ยนเส้นทางได้อย่างทันท่วงที หากข้ามีวิญญาณที่ช่วยในการเคลื่อนไหว ข้ายังสามารถหลบหนีได้อย่างรวดเร็ว' ฟางหยวนคิด

โอกาสในการรอดชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้นหากเขามีวิญญาณชนิดใดชนิดหนึ่ง หากมีสอง เขาจะสามารถเคลื่อนไหวได้ง่ายดาย

'ข้าหวังว่ามรดกของนักบวชปีศาจสุราดอกไม้จะมีวิญญาณเหล่านี้ หากไม่ จากความทรงจำของข้า เมื่อสามตระกูลร่วมมือกันต่อต้านคลื่นหมาป่า ข้าสามารถนำคะแนนผลงานไปแลกเปลี่ยนกับวิญญาณของตระกูลไป่หรือตระกูลซ่ง' ฟางหยวนวางแผนการอยู่ในใจ

เขาเก็บสมบัติจากสงครามเล็กๆก่อนหน้าใส่ในกระเป๋าก่อนจะเดินกลับหมู่บ้านขณะที่หิมะโปรยปรายลงมาปกปิดซากร่างของหมาป่าเอาไว้จนมิดชิด

"ดูนั่น ฟางหยวนกลับมาแล้ว"

"เขาแบกกระเป๋าใบใหญ่กลับมาก เขาออกไปล่าหมาป่าพิการอีกแล้วงั้นหรือ?"

"เขาคือคนที่ช่วยหมู่บ้านของพวกเราเอาไว้?"

"นั่นเป็นเพียงความโชคดีเท่านั้น หากข้ามีพละกำลังเช่นเดียวกับเขา ข้าก็สามารถทำได้เช่นกัน"

ขณะที่ฟางหยวนเดินไปตามเส้นทางภายในหมู่บ้าน เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานทั้งสรรเสริญ อยากรู้อยากเห็น และอิจฉาดังขึ้น

"ฟางหยวน!" เป็นเพียงเวลานี้ที่ซื่อซานปรากฏตัวขึ้นที่มุมถนนและตะโกนเรียกเขา

จบบทที่ เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 122 พายุหิมะบนเส้นทางชีวิต (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว