เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 82 เริ่มต้นการสอบปลายปี (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 82 เริ่มต้นการสอบปลายปี (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 82 เริ่มต้นการสอบปลายปี (อ่านฟรี)


เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 82 เริ่มต้นการสอบปลายปี

แปลโดย iPAT 

ท้องฟ้าสดใสหลังจากหิมะหยุดโปรยปราย

เช้าวันใหม่ คลื่นผู้ใช้วิญญาณจำนวนมากหลั่งไหลเข้าไปในสถานศึกษา

"การสอบปลายปีเริ่มขึ้นอีกครั้ง ฮ่าฮ่า ข้ารู้สึกราวกับฉากการสอบปลายปีของข้าเมื่อหลายสิบปีก่อนย้อนกลับมาอีกครั้ง" ผู้ใช้วิญญาณวัยกลางคนที่มีเส้นผมสีเขียวทิ้งตัวยาวลงไปถึงกลางหลังกล่าวขณะยืนอยู่ด้านหน้าสถานศึกษา

"ท่านหัวหน้า เข้าไปกันเถอะ ท่านชอบรำลึกความหลังมิใช่หรือ?" ผู้ใช้วิญญาณสาวกรอกตา นางซุกมือไว้ในกระเป๋าและคาบใบไม้ไว้ในปาก

"ฮ่าฮ่า เหยาหง ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน พวกเราต้องเข้าไปอย่างแน่นอน นอกจากนั้นผู้นำตระกูลก็จัดเตรียมที่นั่งสำหรับพวกเราไว้แล้ว สิ่งสำคัญสมาชิกใหม่ของเราก็ถูกตัดสินมานานแล้ว" ชายผมเขียวหัวเราะ

"ผู้มีพรสวรรค์นภาที่หนึ่ง ฟางเจิ้ง?" ผู้ใช้วิญญาณหญิงเหยาหงกล่าวอย่างไม่มีความสุขนัก "ผู้นำตระกูลจะให้เราดูแลเด็กนั่นงั้นหรือ?"

"ภารกิจดูแลเด็กผู้นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย" ชายวัยกลางคนผมเขียวถอนหายใจ "เอาล่ะ เข้าไปข้างในกันเถอะ"

เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ใช้วิญญาณเข้าไปในสถานศึกษามากขึ้นเรื่อยๆ

ผู้ใช้วิญญาณที่มีใบหน้าอ่อนเยาว์ ผู้ใช้วิญญาณวัยกลางคน และผู้ใช้วิญญาณชรายืนอยู่รอบๆลานประลอง

โดยปกติหลังจบการศึกษา ผู้ใช้วิญญาณจะเริ่มรวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็กๆเพื่อปฏิบัติภารกิจให้แก่ตระกูล ดังนั้นในช่วงเวลานี้ผู้ใช้วิญญาณกลุ่มต่างๆจะมาที่นี่เพื่อดึงตัวสมาชิกใหม่เข้ากลุ่มของตน

สมาชิกใหม่ของแต่ละกลุ่มจะอยู่ภายใต้การดูแลของสมาชิกเก่า ด้วยวิธีนี้มันจะทำให้พวกเขาสามารถปรับตัวเข้ากับบทบาทใหม่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นมันยังลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ใช้วิญญาณลงได้อีกด้วย

ดวงอาทิตย์ค่อยๆลอยสูงขณะที่เด็กหนุ่มสาวทะยอยเดินเข้ามา

"ผู้คนมากมายนัก!" เด็กบางคนอุทาน

"ดูเร็ว! นั่นท่านฉิงซู เขาเป็นผู้ใช้วิญญาณระดับสองอันดับหนึ่งของตระกูล ลือกันว่าเขาเป็นมิตรและอ่อนโยนมาก" เด็กผู้หนึ่งชี้นิ้วไปที่ชายผมเขียว

"พี่ชายซื่อซานก็อยู่ที่นี่เช่นกัน!"

"นั่นคุณหนูแห่งครอบครัวสกุลโม่ โม่เยี่ยน"

ฉิงซู ซื่อซาน และโม่เยี่ยน พวกเขาคือผู้ใช้วิญญาณดาวรุ่งซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี

"เห้อ...กลุ่มของพวกเขายากเกินกว่าที่ข้าจะสามารถเข้าร่วม ข้ามีพรสวรรค์นภาที่สี่เท่านั้น วิญญาณหลักของข้าคือวิญญาณแมงมุมไหม ข้าเป็นได้เพียงผู้ใช้วิญญาณสายสนับสนุน" เด็กหนุ่มคนหนึ่งถอนหายใจก่อนถามสหายด้านข้าง "แล้วเจ้าล่ะ?"

"โอ้ ข้าถูกเลือกแล้วโดยการใช้เส้นสายของพี่สาวของญาติบุตรชายสุดที่รักของท่านลุงข้า"

"..."

ขณะที่เด็กหนุ่มสาวสังเกตเห็นฉิงซู ซื่อซาน และโม่เยี่ยน ในทางตรงข้ามพวกเขาก็สังเกตเห็นกลุ่มเด็กหนุ่มสาวเช่นกัน

"โอ้ นั่นคือผู้ใช้วิญญาณระดับสองฟางเจิ้ง" เมื่อเหยาหงเห็นฟางหยวนกับฟางเจิ้ง นางส่งเสียงอุทานออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

ชายผมเขียวถอนหายใจออกมาอีกครั้ง "เจ้าเห็นข้อมูลที่ข้าส่งให้เมื่อวานหรือไม่? ฟางเจิ้งมีพี่ชายฝาแฝดที่ดูคล้ายกับเขาเป็นอย่างมาก แต่พี่ชายของเขามีพรสวรรค์เพียงนภาที่สาม"

"โอ้ ถูกต้อง ข้าเคยได้ยินเรื่องการแต่งบทกวีล้ำยุคตั้งแต่ยังเยาว์ เช่นนั้นเขาก็คือฟางหยวน ท่านจะรับเขาเข้าร่วมหรือไม่?" เหยาหงกล่าวทุกสิ่งที่นางคิดออกมาอย่างไม่แยแส

ฉิงซูส่ายศีรษะ "ผู้นำตระกูลไม่ได้บอกให้ข้ารับเขาเข้ากลุ่ม ดูเหมือนท่านผู้นำกำลังเฝ้ามองบางสิ่ง นอกจากนั้นพี่น้องคู่นี้ก็มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีนัก กระทั่งพวกเราจะต้องการรับฟางหยวน แต่อาจเป็นฟางหยวนที่ไม่ยินดีเข้าร่วมกับพวกเรา"

เหยาหงพึมพำออกมาโดยไม่คิดมาก "กลุ่มของพวกเราได้รับการยกย่องว่าเป็นอันดับหนึ่ง การเข้าร่วมกับพวกเราหมายถึงอนาคตที่สดใส แล้วผู้ใดจะไม่ต้องการเข้าร่วมกับพวกเรา?"

ฉิงซูหัวเราะ "นั่นเป็นเพราะเจ้ายังไม่รู้จักเขา ลองดูข้อมูลที่ข้าให้เจ้าก่อนหน้านี้"

เป็นเพียงเวลานี้ที่ผู้นำตระกูลอวี๋โป้ ผู้อาวุโสซื่อเหลียง และผู้อาวุโสโม่เฉินเดินทางมาถึงและเข้าไปนั่งประจำตำแหน่งของตนอยู่ในกระโจม

"ไม่เพียงท่านผู้นำแต่กระทั่งผู้อาวุโสซื่อเหลียงและผู้อาวุโสโม่เฉินยังมาชมการประลองในปีนี้"

เห็นเช่นนั้น ไม่เพียงเด็กหนุ่มสาวแต่กระทั่งผู้ใช้วิญญาณรุ่นใหญ่ยังรู้สึกตื่นเต้นเพราะนี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในหลายปีที่ผ่านมา

"ไม่มีสิ่งใดแปลกประหลาด หลายชายของผู้อาวุโสซื่อเหลียงและผู้อาวุโสโม่เฉินเรียนอยู่ในรุ่นนี้"

"ฟางเจิ้งเป็นความสำเร็จของท่านผู้นำ เขาคือความหวังของตระกูลในการต่อสู้กับไป่หนิงปิง ดังนั้นท่านผู้นำจึงต้องมาดูเขา"

บทสนทนามากมายดังขึ้นท่ามกลางกลุ่มคนจำนวนมาก

"ทำให้ดีที่สุด น้องข้า!" โม่เยี่ยนมองโม่เป่ยและอธิษฐานให้เขาอยู่อย่างเงียบๆ กลุ่มของนางเป็นกลุ่มใหญ่ที่มีสมาชิกมากที่สุด รอบกายของนางเต็มไปด้วยผู้ติดตาม นั่นทำให้นางดูเป็นผู้มีอำนาจบารมีสูงส่ง

คู่แข่งคนสำคัญของนางคือซื่อซานจากครอบครัวสกุลซื่อ เขายืนอยู่เพียงลำพัง ร่างกายที่ใหญ่โตของเขาดูราวกับภูเขาสีแดงที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางผู้คน

ด้วยการกวาดตามองซื่อเฉินเพียงครั้ง ซื่อซานก็เบือนสายตาไปจากเขา

หลังจากการกล่าวสุนทรพจน์ของผู้นำตระกูล การสอบปลายปีก็เริ่มต้นขึ้นในที่สุด

การต่อสู้เริ่มขึ้นพร้อมกันในสามลานประลอง

ทันทีที่การประลองเปิดฉาก ไม่ว่าจะเป็นเสียงกรีดเฉือนอากาศของดาบแสงจันทร์ เสียงหมัดหรือเท้า พวกมันผสมผสานกันเป็นหนึ่งพร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้คนที่อยู่รอบๆ

"ทักษะการต่อสู้ของเด็กปีนี้สูงมาก" เพียงไม่นาน เหยาหงก็ตระหนักถึงบางสิ่ง

"ฮ่าฮ่าฮ่า ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณฟางหยวน" ฉิงซูหัวเราะ

"ท่านหมายความว่าอย่างไร?" เหยาชิงงุนงง

ฉิงซูอธิบายและทำให้เหยาหงตกใจมาก "ความกล้าหาญของฟางหยวนผู้นี้ไปถึงจุดที่กล่าวได้ว่าไม่เกรงกลัวสิ่งใดทั้งสิ้น ฮ่าฮ่า กลั่นแกล้งกระทั่งน้องชายของตนเอง น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ"

นางมองฟางหยวนกับฟางเจิ้งและพยายามแยกแยะว่าผู้ใดคือแฝดผู้พี่ผู้ใดคือแฝดผู้น้อง

"ต่อไป ผู้ใช้วิญญาณจินซูและผู้ใช้วิญญาณโม่เป่ย" เสียงของผู้ตัดสินดังขึ้นบนลานประลอง

โม่เป่ยกระโดดขึ้นไปขณะที่จินซูเดินเข้าไปด้วยการแสดงออกที่เคร่งขรึม

ทั้งสองแสดงความเคารพซึ่งกันและกันแต่ไม่ได้กล่าวสิ่งใดก่อนที่ดาบแสงจันทร์จะเริ่มโบยบิน

พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง แม้ผู้ใช้วิญญาณหญิงจินซูจะมีทักษะที่ค่อนข้างดี แต่ความแข็งแกร่งของนางกลับลดลงอย่างรวดเร็ว

สุดท้ายเมื่อร่างกายของนางเต็มไปด้วยเหงื่อและสูญสิ้นพลังงาน นางจึงต้องยอมแพ้ไปในที่สุด

ในทางกลับกัน โม่เป่ยกลับดูปลอดโปร่งและไร้กังวลอย่างสิ้นเชิง

‘วิญญาณที่ช่วยเพิ่มพละกำลัง มันควรจะเป็นวิญญาณด้วงจอมพลัง’ ฟางหยวนสามารถมองเห็นความลับของโม่เป่ยได้อย่างง่ายดาย

โดยปกติแล้วเด็กหนุ่มสาวจะครอบครองวิญญาณเพียงหนึ่งหรือสองดวงเท่านั้น แน่นอนว่าฟางหยวนเป็นข้อยกเว้น

นอกจากเหตุผลด้านการเลี้ยงดูวิญญาณ การใช้วิญญาณยังต้องพึ่งพาความเชี่ยวชาญอีกด้วย

ความโลภอาจนำมาสู่ผลลัพธ์ที่ไม่พึงปรารถนา ดังนั้นเด็กหนุ่มสาวจะเริ่มต้นด้วยการทำความคุ้นเคยและฝึกใช้งานวิญญาณเพียงหนึ่งหรือสองดวงเท่านั้น

เว้นเพียงฟางหยวนที่ร่ำรวยประสบการณ์ เขามีความเข้าใจวิญญาณทุกดวงที่เขาครอบครอง นี่เป็นเหตุผลที่เขาสามารถใช้งานพวกมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การสอบยังดำเนินต่อไป

"น่าอาย! กระโดดไปมาราวกับกระต่าย!" บนลานประลอง เด็กผู้หนึ่งตะโกนด้วยความโกรธ "ซื่อเฉิน เจ้าไม่ใช่ลูกผู้ชาย เจ้าทำได้เพียงหลบหนี หากมีความกล้าก็เข้ามาต่อสู้กับข้าอย่างตรงไปตรงมา"

"ฮืม มีเพียงคนโง่ที่จะต่อสู้ระยะประชิดกับเจ้า" ซื่อเฉินหัวเราะเย้ยหยัน ด้วยวิญญาณจิ้งหรีดมังกร เขากระโดดไปรอบๆด้วยร่างกายที่คล่องแคล่วว่องไว

ฝ่ายตรงข้ามครอบครองวิญญาณหมูชมพูเพียงดวงเดียว แม้มันจะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งทางกายภาพให้กับเจ้าของ แต่มันกลายเป็นไร้ประโยชน์ต่อหน้าซื่อเฉินที่ไม่ยินดีต่อสู้กับเขาอย่างตรงไปตรงมา

สุดท้ายเด็กหนุ่มผู้นี้จึงถูกโจมตีด้วยดาบแสงจันทร์ของซื่อเฉินและต้องยอมแพ้เพราะเสียเลือดมากเกินไป

ผู้ใช้วิญญาณสายรักษารีบวิ่งขึ้นไปบนลานประลองเพื่อช่วยปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ

เมื่อเวลาผ่านไป เด็กหนุ่มสาวเริ่มถูกคัดออกอย่างไร้ปรานีโดยดาวรุ่งมากมายที่ต้องการแสดงความสามารถ

ซื่อเฉิน โม่เป่ย ฟางเจิ้ง ฟางหยวน และคนอื่นๆ

กระทั่งถึงเวลาเที่ยงวัน

ผู้มีพรสวรรค์นภาที่สี่ถูกคัดออกทั้งหมด ด้วยพรสวรรค์ที่มีอยู่อย่างจำกัด การใช้วิญญาณสายสนับสนุนในด้านการผลิตและขนส่งเป็นแนวทางที่เหมาะสมสำหรับพวกเขา พลังการต่อสู้ของพวกเขามีอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

"น้องสาว วิญญาณของเจ้าคือลมหายใจแห่งชีวิต นี่เป็นสิ่งที่กลุ่มของพวกเรากำลังมองหา"

"ผู้อาวุโส ข้าหวังจะได้เข้าร่วมกับพวกท่าน วิญญาณหลักของข้าคือวิญญาณแสงจันทร์"

"เสียใจด้วย กลุ่มของเราไม่ได้มองหาผู้ใช้วิญญาณสายต่อสู้"

กลุ่มต่างๆเริ่มคัดเลือกเด็กที่มีความสามารถตรงกับความต้องการของพวกเขา ขณะเดียวกันเด็กหนุ่มสาวก็เลือกเข้ากลุ่มที่พวกเขาพึงพอใจ

ถึงเวลานี้การต่อสู้บนลานประลองเริ่มไม่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนรอบข้าง หลังจากการต่อสู้ผ่านไปเพียงไม่กี่รอบ มันก็กลายเป็นน่าเบื่อ นี่เป็นเพราะเด็กหนุ่มสาวส่วนใหญ่ต่างเลือกใช้วิญญาณแสงจันทร์และปลดปล่อยดาบแสงจันทร์ออกมาอย่างต่อเนื่องกระทั่งพลังวิญญาณของพวกเขาหมดลง

เมื่อถึงจุดที่พลังวิญญาณของพวกเขาสูญสิ้น พวกเขาก็จะเริ่มต่อสู้ด้วยการชกต่อยก่อนจะล้มลงในท้ายที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ กลุ่มผู้ใช้วิญญาณ หรือกระทั่งผู้อาวุโส พวกเขาล้วนเฝ้ามองด้วยสายตาที่เบื่อหน่าย บางคนกระทั่งผล็อยหลับไป

"ในที่สุด" ผู้ใช้วิญญาณบางคนตะโกนพื่อปลุกตนเองให้ตื่นขึ้นจากภวังค์

นั่นเป็นเพราะผู้ตัดสินบนลานประลองประกาศออกมาว่า "รอบต่อไป ผู้ใช้วิญญาณฟางเจิ้งพบกับผู้ใช้วิญญาณโม่เป่ย"

จบบทที่ เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 82 เริ่มต้นการสอบปลายปี (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว