เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 26 ธรรมชาติของทุกองค์กร (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 26 ธรรมชาติของทุกองค์กร (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 26 ธรรมชาติของทุกองค์กร (อ่านฟรี)


เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 26 ธรรมชาติของทุกองค์กร 

แปลโดย iPAT 

ยามใกล้พลบค่ำ ท้องฟ้าราวกับถูกอาบย้อมไปด้วยเลือด แสงสีแดงส่องเข้ามาในสถานศึกษา ขณะที่เด็กหนุ่มสาวนั่งตัวตรงมองอาจารย์อาวุโสที่กำลังแจกจ่ายหินวิญญาณให้กับพวกเขา

ทุกเจ็ดวันสถานศึกษาจะมอบหินวิญญาณให้ศิษย์ทุกคนเพื่อนำใช้ในการบ่มเพาะ

“ผู้ใช้วิญญาณฟางหยวน” อาจารย์อาวุโสอ่านรายชื่อที่อยู่ในมือ

ฟางหยวนลุกขึ้นจากโต๊ะริมหน้าต่างด้านหลังสุดก่อนจะเดินออกไปรับถุงเงินสองใบ ใบหนึ่งมีหินวิญญาณอยู่สามก้อน อีกใบมีหินวิญญาณสิบก้อน

“จงพยายามอย่างหนักต่อไป” อาจารย์อาวุโสกล่าว ฟางหยวนประสบความสำเร็จและได้รับอันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่อง นี่จึงทำให้อาจารย์อาวุโสที่เคยสิ้นหวังในตัวเขาเริ่มหันมามองเขาอีกครั้ง

ฟางหยวนพยักหน้าและเดินกลับไปยังที่นั่งของเขา

‘บัดซบ! เขาได้ที่หนึ่งอีกครั้ง’ โม่เป่ยมองฟางหยวนด้วยหัวใจที่คุกรุ่น

‘ดาบแสงจันทร์สองเล่มตัดคอหุ่นฟางพร้อมกัน นี่เป็นความโชคดีหรือทักษะที่แท้จริงของเขา?’ ซื่อเฉินหรี่ตามอง ตั้งแต่สิ้นสุดการประเมิน คำถามนี้หลอกหลอนอยู่ภายในหัวใจของเขามาตลอด

แต่ไม่ใช่เขาเพียงผู้เดียว ศิษย์ทุกคนต่างตั้งคำถามเดียวกัน แต่ไม่ว่ามันจะเป็นเหตุใด พวกเขาก็ไม่พอใจที่มันเกิดขึ้น

ในช่วงท้ายของชั่วโมงเรียน อาจารย์อาวุโสประกาศบางสิ่ง “พวกเจ้าเข้ามาเรียนรู้สิ่งต่างๆในสถานศึกษาแห่งนี้เป็นเวลาพอสมควรแล้ว เมื่อพวกเจ้าคุ้นเคยกับการใช้วิญญาณ หลังจากนี้ข้าจะสอนวิธียกระดับทะเลวิญญาณให้กับพวกเจ้า สำหรับผู้ใช้วิญญาณระดับหนึ่ง ทะเลวิญญาณจะมีครามประกายทองแดง ส่วนผู้ใช้วิญญาณระดับสอง ทะเลวิญญาณจะเป็นสีทองแดง ผู้ใช้วิญญาณระดับสาม ทะเลวิญญาณจะกลายเป็นสีเงิน หากเปรียบเทียบ ทะเลวิญญาณสีทองแดงจะมีพลังวิญญาณเข้มข้นกว่าทะเลวิญญาณสีครามประกายทองแดงสิบเท่า ในทำนองเดียวกัน ทะเลวิญญาณสีเงินมีพลังวิญญาณเข้มข้นกว่าทะเลวิญญาณสีทองแดงสิบเท่าเช่นกัน”

“พวกเจ้าต้องจำไว้ว่า วิญญาณเป็นสิ่งที่พวกเราใช้เป็นเครื่องมือ ยิ่งการบ่มเพาะของพวกเจ้าสูงเท่าใด พวกเจ้าก็จะสามารถใช้วิญญาณได้มากเท่านั้น อีกสามเดือนข้างหน้า หากผู้ใดสามารถยกระดับขึ้นเป็นผู้ใช้วิญญาณระดับหนึ่งขั้นกลาง คนผู้นั้นจะได้รับหินวิญญาณสามสิบก้อนเป็นรางวัล นอกจากนี้พวกเจ้าจะสามารถเลือกวิญญาณดวงที่สอง ในเวลานั้นข้าจะทำการคัดเลือกหัวหน้าห้องหนึ่งคนและรองหัวหน้าอีกสองคนตามผลการทดสอบของพวกเจ้า ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าห้องจะได้รับหินวิญญาณสิบก้อนทุกเจ็ดวัน ขณะที่รองหัวหน้าห้องจะได้รับหินวิญญาณห้าก้อน เอาล่ะสำหรับวันนี้พวกเจ้าไปได้”

ประกาศของอาจารย์อาวุโสทำให้เสียงพูดคุยปะทุขึ้นทันที

“หัวหน้าห้องและรองหัวหน้าห้อง!” เด็กหนุ่มกำหมัดแน่น

“หัวหน้าห้องจะได้รับหินวิญญาณสิบก้อนทุกเจ็ดวัน ส่วนรองหัวหน้าจะได้รับห้าก้อน? หากข้าสามารถยกระดับสู่ขั้นกลางได้เป็นคนแรก ข้าจะได้เป็นหัวหน้าห้อง!” ดวงตาของเด็กอีกคนส่องประกายขึ้น

‘หินวิญญาณไม่ใช่จุดสำคัญ สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือการได้เป็นหัวหน้าห้องและรองหัวหน้าห้อง มันเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความรุ่งโรจน์และความเหนือกว่า เมื่อศิษย์ในชั้นเรียนเห็นหัวหน้าห้อง พวกเขาจะก้มศีรษะลงและทักทาย’ โม่เป่ยและซื่อเฉินไม่ได้ขาดแคลนหินวิญญาณ แต่พวกเขาต้องการเกียรติยศ

‘เพื่อให้ได้รับตำแหน่งหัวหน้าห้อง แน่นอนว่าต้องก้าวเข้าสู่ขั้นกลางเป็นคนแรก หากข้าได้เป็นหัวหน้าห้อง พี่ใหญ่จะต้องทำความเคารพข้า! รอก่อน พี่ใหญ่ จงรอให้ถึงเวลานั้น!’ ฟางเจิ้งหันหน้าไปด้านหลัง แต่โต๊ะริมหน้าต่างหลังห้องของฟางหยวนกลับว่างเปล่า

ตอนนี้ศิษย์หลายคนออกไปจากห้องแล้ว

“ฟางหยวนอยู่ที่ใด?” โม่เป่ยต้องการจะเผชิญหน้ากับฟางหยวน แต่ฟางหยวนกลับจากไปแล้ว

“เขาวิ่งหนีได้เร็วนัก เขาคงกลัวข้ามาก ฮืม! ดูเหมือนว่าเขาจะโชคดีอีกครั้งกับการทดสอบในวันนี้” ซื่อเฉินเผยรอยยิ้มเย้ยหยัน

“หินวิญญาณเพียงสิบก้อน ข้าไม่สนใจเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการก้าวเข้าสู่ขั้นกลางและคว้าตำแหน่งหัวหน้าห้องมาครอง” โม่เป่ยหรี่ตามองซื่อเฉินและฟางเจิ้ง

คนทั้งสองเป็นศัตรูที่แท้จริงของโม่เป่ยขณะที่ฟางหยวนผู้มีพรสวรรคนภาที่สามไม่อยู่ในสายตาของเขา

‘การแข่งขันสองครั้งแรกฟางหยวนโชคดีได้อันดับหนึ่ง แต่คราวนี้เป็นการแข่งขันความเร็วในการบ่มเพาะ คนที่มีพรสวรรค์สูงกว่าจะยกระดับได้เร็วกว่า’ ซื่อเฉินคิดอยู่กับตนเองด้วยความรู้สึกหดหู่ เพราะพรสวรรค์ที่แท้จริงของเขาคือนภาที่สาม มันเป็นเพียงกลโกงในพิธีเผยลิขิตสวรรค์เท่านั้นที่ทำให้ทุกคนเข้าใจว่าเขามีพรสวรรค์อยู่นภาที่สอง

‘เพียงตำแหน่งหัวหน้าห้องและรองหัวหน้าห้องก็ทำให้พวกเขาตื่นเต้น ช่างเลือดร้อนและไร้เดียงสานัก’ ฟางหยวนเผยรอยยิ้มเย้ยหยันขณะที่ยืนพิงประตูทางเข้าออกของสถานศึกษา

ตำแหน่งเล็กๆกลับสามารถกระตุ้นความปรารถนาในหัวใจของเด็กหนุ่มสาว แม้ในความเป็นจริงมันจะไร้ความหมายอย่างสิ้นเชิง

ฟางหยวนเข้าใจความลับของชีวิตข้อนี้เป็นอย่างดี

‘ไม่ว่าจะเป็นตระกูล นิกายฝ่ายธรรมะ หรือกองกำลังปีศาจ ไม่ว่าจะในโลกก่อนหน้าหรือโลกวิญญาณใบนี้ มันเป็นเช่นเดียวกัน ตำแหน่งสูงต่ำเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นแรงผลักดันให้ผู้คนปีนป่ายขึ้นไป เพราะการไล่ล่าผลประโยชน์เป็นธรรมชาติของมนุษย์ ตำแหน่งและอำนาจจะทำให้ผู้คนเกิดความรู้สึกเหนือกว่า มันสามารถสร้างภาพลวงตาว่าชีวิตของพวกเขามีค่ามากกว่าผู้อื่น’

‘อำนาจเปรียบได้กับแครอทที่ใช้ล่อลวงลาโง่ มันสามารถกระตุ้นความปรารถนาในหัวใจของมนุษย์ พวกเขาจะทำทุกอย่างเพื่อไขว่คว้ามันมา เมื่อพวกเขาปีนขึ้นไปถึงระดับหนึ่ง พวกเขาก็จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ยิ่งมีอำนาจและตำแหน่งสูงเท่าใด พวกเขาก็จะยิ่งกอบโกยผลประโยชน์จากมันมากเท่านั้น’

‘ในทุกองค์กร ตราบเท่าที่มีสายบังคับบัญชา ผลประโยชน์จะถูกส่งมอบให้กับผู้คนตามลำดับ สิ่งที่เรียกว่าหัวหน้าห้องและรองหัวหน้าห้องก็เป็นเพียงแครอทหัวเล็กๆที่ล่อล่วงให้เด็กทุกคนเข้าสู่ระบบตระกูลและสร้างประโยชน์ให้กับอาวุโสระดับสูงขึ้นไปเท่านั้น การตั้งตำแหน่งสูงต่ำจะเกิดขึ้นพร้อมกับผลประโยชน์ที่เหลื่อมล้ำเสมอ บางครั้งกระทั่งศาสนายังถูกดึงมาเป็นเครื่องมือครอบงำจิตใจเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากผู้คน’

‘นี่คือความจริงของมนุษย์ น่าเสียดายที่ผู้คนมากมายไม่เคยเข้าใจในความจริงข้อนี้ พวกเขาทำงานหนักเพียงเพื่อสร้างผลประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น สำหรับทุกองค์กรในโลกใบนี้ สิ่งที่ทุกคนต้องการมีเพียงทรัพยากรในการบ่มเพาะ ยิ่งตำแหน่งสูงเท่าใดก็ยิ่งได้รับทรัพยากรมากเท่านั้น’

ในชีวิตก่อนหน้า ฟางหยวนก่อตั้งนิกายปีศาจกระหายเลือดขึ้นที่ภาคกลางของทวีปและมีสาวกหลายหมื่นคน เขาเป็นผู้สร้างตำแหน่งต่างๆในนิกายเช่นนักรบปีศาจ ขุนพลปีศาจ นักปราชญ์ปีศาจ และอื่นๆ แต่ละตำแหน่งจะได้รับผลประโยชน์ที่แตกต่างกันไป นั่นทำให้ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนยินดีทำทุกสิ่งตามคำสั่งของฟางหยวนเพื่อให้ได้รับผลประโยชน์ ประสบการณ์ท่านผ่านมาทำให้ฟางหยวนเข้าใจความจริงข้อนี้อย่างชัดเจน

‘องค์กรเป็นเพียงภาพลักษณ์ ขณะที่แก่นแท้ของมันคือคำๆเดียว ทรัพยากร! ปราศจากทรัพยากรอาหาร ผู้คนจะตายเพราะความหิวโหย ปราศจากทรัพยากรน้ำ ผู้คนจะตายเพราะความกระหาย ปราศจากทรัพยากรในการบ่มเพาะ ผู้คนจะอ่อนแอและจะถูกรังแกจนตกตายไปในที่สุด’

‘สำหรับผู้ใช้วิญญาณ หินวิญญาณคือทรัพยากรที่สำคัญที่สุด!’ ขณะที่ฟางหยวนคิดถึงเรื่องนี้ มุมปากของเขาก็ยกตัวขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ

เขาออกจากห้องเรียนมานานแล้ว ตอนนี้เขายืนอยู่ที่ประตูทางออกของสถานศึกษาและกำลังมองเด็กหนุ่มสาวที่เดินใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ

“นั่นฟางหยวน!”

“เขาทำสิ่งใดอยู่ที่ประตูทางออก?”

“ฮืม! ทุกครั้งที่ข้าเห็นใบหน้าที่ไร้อารมณ์ของเขา มันทำให้ข้ารู้สึกหงุดหงิดมาก”

“อย่าสนใจ เขาอาจจะรอบางคนอยู่”

กลุ่มเด็กหนุ่มสาวไม่สนใจฟางหยวนและกำลังจะเดินผ่านเขาไป

แต่ทันใดนั้น...

ฟางหยวนกลับก้าวเท้าออกมากีดขวางเส้นทางของพวกเขา “หยุด! นี่คือการปล้น! ส่งหินวิญญาณมาให้ข้า!”

จบบทที่ เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 26 ธรรมชาติของทุกองค์กร (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว