เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 25 ท้องฟ้าที่สดใสในฤดูใบไม้ผลิ (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 25 ท้องฟ้าที่สดใสในฤดูใบไม้ผลิ (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 25 ท้องฟ้าที่สดใสในฤดูใบไม้ผลิ (อ่านฟรี)


เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 25 ท้องฟ้าที่สดใสในฤดูใบไม้ผลิ 

แปลโดย iPAT 

“เขาคือฟางหยวนหรือฟางเจิ้ง?” เด็กบางคนถาม พวกเขาบางคนยังไม่สามารถแยกแยะระหว่างคนทั้งสองได้

“นั่นคือฟางเจิ้ง ใบหน้าของฟางหยวนจะเย็นชาไร้อารมณ์และดูราวกับไม่เคยกังวลสิ่งใด” บางคนตอบ

“โอ้ เป็นฟางเจิ้ง เขาเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์นภาที่หนึ่งเพียงคนเดียวในรอบหลายปีที่ผ่านมา” ทุกคนกำลังเฝ้ามองฟางเจิ้ง

ตระหนักถึงการจ้องมองของทุกคน ฟางเจิ้งเริ่มรู้สึกกดดันและกังวลมากขึ้น

ยืนอยู่กลางสนามฝึกซ้อมด้วยมือที่สั่นเทา ดาบแสงจันทร์ครั้งแรกที่ฟางเจิ้งเล็งเป้าไปที่หน้าอกของหุ่นฟางกลับพลาดไปถูกลำคอของมัน

เด็กหนุ่มสาวอุทานด้วยความประหลาดใจ

พวกเขาคิดว่าฟางเจิ้งตั้งใจทำเช่นนั้น แทนที่จะเล็งเป้าไปที่หน้าอกซึ่งทำได้ง่ายกว่า เขากลับแสดงความมั่นใจออกมาด้วยการเลือกโจมตีลำคอของหุ่นฟาง

เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ ใบหน้าของโม่เป่ยและซื่อเฉินก็กลายเป็นเคร่งเครียด

อย่างไรก็ตามมีเพียงสองคนที่สามารถมองเห็นข้อผิดพลาดของฟางเจิ้ง หนึ่งคืออาจารย์อาวุโสและอีกหนึ่งคือฟางหยวน

‘อันตรายมาก’ ฟางเจิ้งลอบกรีดร้องอยู่ในใจอย่างเงียบๆ ขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกว่าตนเองโชคดี เขาสูดหายใจลึกสองสามครั้งก่อนจะสามารถสงบจิตใจลง จากนั้นเขาก็ส่งดาบแสงจันทร์ออกไปอีกสองครั้ง ทั้งสองครั้งไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น พวกมันปะทะหน้าอกของหุ่นฟางอย่างแม่นยำ

ผลลัพธ์นี้ทำให้อาจารย์อาวุโสพยักหน้า ขณะที่โม่เป่ยกับซื่อเฉินทำได้เพียงถอนหายใจออกมาเท่านั้น

กลุ่มถัดไปไม่มีผู้ใดน่าสนใจ ไม่มีผู้ใดทำได้ดีกว่าโม่เป่ย ซื่อเฉิน และฟางเจิ้ง ดังนั้นเด็กหนุ่มสาวจึงเริ่มพูดคุยกันอีกครั้ง

“ผู้ที่จะได้รับการประเมินที่ดีที่สุดในวันนี้ควรจะเป็นหนึ่งในสามคนนั้น”

“ทั้งสามคนสามารถส่งดาบแสงจันทร์ปะทะร่างของหุ่นฟางได้ทั้งสามครั้ง ข้าอยากรู้นักว่าท่านอาจารย์จะตัดสินอย่างไร?”

“โอ้ นั่น กลุ่มสุดท้าย ฟางหยวนกำลังจะเริ่มการทดสอบ”

“อัจฉริยะนภาที่สามผู้นั้นน่ะหรือ? ฮ่าฮ่าฮ่า”

ตอนนี้ฟางหยวนยืนอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมจะทำการทดสอบแล้ว

“เขาคือฟางหยวน” โม่เป่ยเงยศีรษะมองฟางหยวนเล็กน้อยก่อนจะเบือนสายตาไปอย่างไม่แยแส

“คราวก่อนเจ้าโชคดีที่สามารถเลือกวิญญาณที่อ่อนแอ ดังนั้นเจ้าจึงได้รับอันดับหนึ่ง ข้าจะคอยดูว่าคราวนี้เจ้าจะทำอย่างไร?” ซื่อเฉินกล่าวและเฝ้ารอเวลาที่ฟางหยวนจะกลายเป็นตัวตลก

“พี่ใหญ่...ครั้งนี้ไม่เหมือนคราวก่อน ข้าฝึกซ้อมมาอย่างหนัก ข้าจะต้องชนะท่าน!” ท่ามกลางผู้คน ฟางเจิ้งกัดริมฝีปากของตนและกำหมัดแน่น

เขามีพรสวรรค์นภาที่หนึ่ง แน่นอนว่าเขาย่อมไม่พอใจกับเรื่องก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะเมื่อมันเป็นฟางหยวนที่ปล้นชิงอันดับหนึ่งไปจากเขาเพราะความโชคดี

ทุกคนมองมาที่เขา เช่นเดียวกับอาจารย์อาวุโสที่จับตามองเขาอย่างใกล้ชิด แต่ฟางหยวนยังสงบนิ่งและไร้อารมณ์ไม่เปลี่ยนแปลง

เขายกมือขึ้นช้าๆก่อนจะปล่อยดาบแสงจันทร์ออกไป

ลำแสงสีฟ้าอ่อนบินขึ้นสู่ท้องฟ้าข้ามศีรษะหุ่นฟาง มันกระทั่งข้ามกำแพงไม้ไผ่ออกไปนอกสนามฝึกซ้อมก่อนจะเลือนหายไปกลางอากาศ

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” เสียงหัวเราะระเบิดขึ้นทันที

“นี่เป็นวิธีการที่อุกอาจมากมิใช่หรือ?” บางคนเย้ยหยัน

“เขาเป็นอัจฉริยะจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่เขาได้รับอันดับหนึ่งในการปรับแต่งวิญญาณ” อีกคนประชดประชัน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฟางหยวนเป็นอัจฉริยะผู้ประพันธ์บทกวีที่ล้ำยุคและมักแสดงภูมิปัญญาอันล้ำเลิศออกมาเสมอ สิ่งเหล่านี้ทำให้เด็กคนอื่นๆรู้สึกอิจฉาและหมั่นไส้ ต่อมาเมื่อเขาได้รับอันดับหนึ่งในการแข่งขันปรับแต่งวิญญาณเพราะโชค ทุกคนยิ่งไม่พอใจเขามากขึ้น

ดังนั้นหลายคนจึงเฝ้ารอให้อัจฉริยะที่ผู้คนเคยยกย่องแสดงสิ่งที่น่าอับอายออกมา

เสียงแห่งหัวเราะดังไปทั่วสนามฝึกซ้อม

กระทั่งอาจารย์อาวุโสยังลอบหัวเราะอยู่กับตนเอง ‘เหตุใดต้องคิดมากกับคนเช่นนี้ เขามีพรสวรรค์เพียงนภาที่สาม เขาเพียงโชคดีในการปรับแต่งวิญญาณเท่านั้น’

ในความเป็นจริงอาจารย์อาวุโสตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว แม้โม่เป่ยและซื่อเฉินจะทำได้ดี แต่ฟางเจิ้งยังเป็นผู้ชนะอันดับหนึ่ง

สงครามระหว่างโม่เป่ยกับซื่อเฉินเป็นความขัดแย้งทางการเมืองของสองฝ่ายที่มีอิทธิพล แต่อาจารย์อาวุโสแห่งสถานศึกษาไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดและไม่มีความคิดที่จะนำพาตนเองไปอยู่ท่ามกลางกระแสน้ำวนทางการเมือง

อย่างไรก็ตามอาจารย์อาวุโสยังโน้มเอียงไปทางโม่เป่ยและฟางเจิ้งเนื่องจากพรสวรรค์ของพวกเขา นี่เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนในตระกูลสามารถยอมรับได้

สายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิพัดมาพร้อมกับกลิ่นพฤกษาพรรณ แสงแดดที่สาดส่องนำความอบอุ่นมาสู่ผืนปฐพี

แม้เสียงเย้ยหยันจะดังสนั่นแต่ฟางหยวนยังสงบนิ่ง สายตาอันเย็นชาของเขามองไปที่หุ่นฟางเท่านั้น

แน่นอนว่าเขาตั้งใจยิงดาบแสงจันทร์ออกไปเช่นนั้นในครั้งแรก เพื่อให้ได้รับตำแหน่งอันดับหนึ่ง เขาต้องสร้างผลลัพธ์ที่เกินความคาดหมายโดยยังต้องคำนึงถึงใบหน้าและตำแหน่งของอาจารย์อาวุโสอีกด้วย

“เหลืออีกเพียงสองครั้ง เป็นไปไม่ได้ที่พี่ใหญ่จะชนะข้า” ดวงตาของฟางเจิ้งค่อยๆสว่างไสวขึ้น ตั้งแต่เด็ก พี่ชายของเขาได้สร้างเงามืดเอาไว้ในหัวใจของเขามาตลอด แต่เวลานี้เงามืดเหล่านั้นกำลังจะเลือนหายไปพร้อมกับแสงสว่างของผู้เป็นพี่ชาย

เมื่อฟางเจิ้งรู้สึกถึงชัยชนะที่ใกล้เข้ามา กำปั้นของเขาก็ค่อยๆบีบรัดตัวแน่นขึ้นด้วยความตื่นเต้น

‘พี่ใหญ่ ครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นแห่งชัยชนะของข้าและข้าก็จะชนะต่อไปเรื่อยๆจนกว่าข้าจะสามารถกำจัดเงามืดในหัวใจของข้าออกไปจนหมดสิ้น ข้าจะพิสูจน์ให้ตระกูลเห็นว่าผู้ใดกันแน่ที่เป็นอัจฉริยะตัวจริง!’ ฟางเจิ้งคิด

ฟางหยวนยกฝ่ามือขึ้นอีกครั้งและส่งดาบแสงจันทร์สีฟ้าอ่อนออกไปเป็นครั้งที่สอง

อย่างไรก็ตามเขากลับยิงดาบแสงจันทร์ครั้งที่สามออกไปแทบจะในเวลาเดียวกัน

ดาบแสงจันทรสองเล่มผสานกันเป็นหนึ่ง!

ภายใต้ดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความอัศจรรย์ใจของทุกคน ดาบวงจันทรเคลื่อนที่ผ่านลำคอของหุ่นฟางไปอย่างแม่นยำ

“นี่...” หัวใจของฟางเจิ้งราวกับถูกภูเขาหล่นทับ ขณะที่เด็กหนุ่มสาวต่างอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง

พวกเขามองเห็นศีรษะของหุ่นฟางค่อยๆเคลื่อนหลุดออกจากบ่าและตกลงบนพื้นก่อนที่จะกลิ้งต่อไปอีกสองสามเมตร

ฟางหยวนตัดศีรษะหุ่นฟางจนขาดสะบั้นในครั้งเดียว!

มันเป็นผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมายของทุกคนไปไกลมาก

‘นี่เป็นความโชคดีหรือความชำนาญ?’ อาจารย์อาวุโสขมวดคิ้วลึก ข้อสงสัยนี้เกิดขึ้นในใจของทุกคนเช่นกัน

ในวินาทีนี้สนามฝึกซ้อมกลายเป็นเงียบงันไปอย่างสมบูรณ์

ไม่มีผู้ใดสามารถกล่าวคำใดออกมาได้อีกจนกระทั่ง “นี่เป็นไปได้อย่างไร...” ฟางเจิ้งเปิดปากกล่าวด้วยความไม่อยากจะเชื่อ จิตใจของเขาพังทลายลงอีกครั้ง

ภายใต้ท้องฟ้าสีคราม วิหคโบยบินอยู่ท่ามกลางปุยเมฆสีขาว

ฟางหยวนเงยศีรษะขึ้นมองทิศทัศน์อันงดงามราวกับเขาไม่เคยตัดศีรษะของผู้ใดมาก่อน

“อา...ท้องฟ้าที่สดใสในฤดูใบไม้ผลิช่างงดงามนัก”

จบบทที่ เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 25 ท้องฟ้าที่สดใสในฤดูใบไม้ผลิ (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว