- หน้าแรก
- อยู่ๆ ก็มีลูกแฝดสี่กับดาวโรงเรียน แถมระบบยอดคุณพ่อยังเด้งขึ้นมาอีก
- บทที่ 27: คืนนี้นอนด้วยกันนะ~~
บทที่ 27: คืนนี้นอนด้วยกันนะ~~
บทที่ 27: คืนนี้นอนด้วยกันนะ~~
บทที่ 27: คืนนี้นอนด้วยกันนะ~~
ในเมื่อเด็กๆ มีพยาบาลและพี่เลี้ยงจากศูนย์ดูแลหลังคลอดคอยดูแลหมดแล้ว เย่เฉินจึงได้แต่นั่งอยู่ข้างเตียงด้วยท่าทีเกร็งๆ
"อืม..."
"เช็ดตัวให้หน่อยสิคะ"
เจียงไป๋เวยก้มหน้าด้วยความเขินอาย นิ้วมือเขี่ยเล็บตัวเองไปมา พลางพูดด้วยน้ำเสียงไม่เป็นธรรมชาติ
นั่นทำให้เย่เฉินที่เกร็งอยู่แล้วยิ่งประหม่าเข้าไปใหญ่
เขากลืนน้ำลายลงคอ แล้วค่อยๆ พยุงเจียงไป๋เวยเข้าไปในห้องน้ำอย่างระมัดระวัง
แก้มของทั้งคู่แดงระเรื่อขึ้นมาทันที
"เดี๋ยวตอนเช็ดตัว อย่า..."
"อย่าจับมั่วซั่วนะคะ ตกลงไหม?"
เสียงของเจียงไป๋เวยเบาลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นเสียงพึมพำในลำคอ
มือของเย่เฉินสั่นเล็กน้อยขณะช่วยเจียงไป๋เวยถอดเสื้อผ้า
เมื่อได้เห็นทัศนียภาพอันเป็นเอกลักษณ์ตรงหน้า ลมหายใจของเย่เฉินก็เริ่มติดขัด
เขาค่อยๆ ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ เช็ดตัวให้เจียงไป๋เวยอย่างเบามือ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเธอ
"อืม..."
แม้จะระมัดระวังอย่างที่สุดแล้ว แต่มือของเย่เฉินก็ยังเผลอไปสัมผัสโดนหน้าอกของเจียงไป๋เวยเข้าจนได้
จังหวะการเคลื่อนไหวที่แข็งทื่ออยู่แล้วของทั้งคู่หยุดชะงักลงทันที ราวกับมีใครมากดปุ่มหยุดเวลา
เย่เฉินสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มที่ปลายมือนั้น
เหงื่อเริ่มไหลซึมออกมาท่วมตัวราวกับอยู่ในห้องซาวน่า
ท่ามกลางบรรยากาศชวนกระอักกระอ่วน ในที่สุดเขาก็เช็ดตัวให้เธอจนเสร็จ
หลังจากรีบช่วยเจียงไป๋เวยสวมเสื้อผ้า เขาก็ประคองเธอกลับไปที่เตียงอย่างระมัดระวัง
จากนั้นเขาก็รีบพุ่งตัวเข้าห้องน้ำ เปิดก๊อกน้ำเย็นล้างหน้าล้างตา
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะช่วยระงับความตื่นตัวของร่างกายที่พลุ่งพล่านเกินขีดจำกัดได้
หลังจากสงบสติอารมณ์ได้แล้ว เย่เฉินก็ค่อยๆ เดินกลับมาที่เตียง มองดูเจียงไป๋เวยที่กำลังก้มหน้าเล่นโทรศัพท์อยู่
เขาแอบปีนขึ้นไปบนเตียงอย่างเงียบเชียบ
"ไป๋เวย คืนนี้ให้ผมนอนด้วยนะ"
เสียงอันเขินอายของเย่เฉินดังขึ้นจากข้างตัวเธอ
"อืม"
เจียงไป๋เวยหน้าแดง ตอบรับเสียงเบาหวิวเหมือนยุงบิน
ทั้งสองคนที่ปกติดูเปิดเผยต่อหน้าคนอื่น พออยู่กันสองต่อสองกลับทำตัวไม่ถูก
เย่เฉินกลั้นหายใจแล้วค่อยๆ วางมือลงบนไหล่ของเจียงไป๋เวย
เจียงไป๋เวยเองก็เอนตัวเข้ามาซบในอ้อมกอดของเย่เฉินอย่างเป็นธรรมชาติ
"มีคุณอยู่ด้วยนี่ดีจัง!"
เมื่อได้ยินประโยคนั้น เย่เฉินก็รู้สึกว่าทุกสิ่งที่เขาทำลงไปนั้นคุ้มค่าแล้ว
จากนั้น ทั้งสองก็นอนกอดกันและหลับไปในความหวานชื่น
เมื่อแสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในสวนของวิลล่า พ่อเย่และแม่เย่ที่ไม่ชินกับการตื่นสาย ก็ลุกขึ้นมาเดินเล่นในสวนตั้งแต่เช้าตรู่
"อ้าว!"
"วิลล่าหมายเลข 1 มีคนย้ายเข้ามาอยู่แล้วเหรอเนี่ย มิน่าเมื่อวานได้ยินเสียงกุกกัก"
"อยากรู้จังว่าใครกันนะที่มีปัญญาซื้อที่นี่ได้"
หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมที่กำลังจูงสุนัขเดินเล่น เดินทอดน่องเข้ามา พลางมองพ่อเย่และแม่เย่ด้วยความประหลาดใจ
"ขอโทษนะคะ อยากจะถามคุณทั้งสองหน่อยว่าคนใหญ่คนโตท่านไหนมาพักที่นี่เหรอคะ?"
พ่อเย่และแม่เย่มองดูหญิงท้วมเดินเข้ามาหา
พวกเขารีบเดินออกไปทักทาย "คุณผู้หญิง ออกมาเดินเล่นกับสุนัขเหรอครับ?"
"ที่นี่ลูกชายผมเช่าไว้น่ะครับ ไม่ใช่คนใหญ่คนโตอะไรหรอก"
เมื่อได้ยินคำตอบของพ่อเย่ หญิงท้วมก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะรีบปรับสีหน้าแล้วพูดว่า
"อ้อ ที่แท้ก็บ้านลูกชายของคุณพี่นี่เอง แต่เท่าที่ดิฉันรู้มา บ้านที่นี่มีไว้ขายเท่านั้นนะคะ ไม่มีให้เช่า"
"คุณพี่ควรถามลูกชายให้แน่ใจนะคะ ไม่งั้นถ้าโดนข้อหาบุกรุกขึ้นมา มันจะไม่สวยเอานะคะ"
หญิงท้วมพูดกับพ่อเย่และแม่เย่ด้วยน้ำเสียงติดจะเยาะเย้ยเล็กน้อย
เมื่อมองดูหญิงท้วมเดินจากไปพร้อมกับสุนัขคู่ใจ พ่อเย่และแม่เย่ก็เริ่มลังเลใจเรื่องบ้านขึ้นมา
การได้อยู่ในวิลล่าหรูในเมืองหลวงนั้นเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก
พวกเขาจึงตัดสินใจว่าจะต้องถามลูกชายให้รู้เรื่อง
เมื่อดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าเต็มดวง ทุกคนก็ตื่นนอนกันหมด
เจียงไป๋เวยและซูมู่ยวี่รีบไปที่ห้องเด็กแต่เช้าเพื่อเตรียมน้ำนมให้เด็กๆ
ในตอนเช้า เย่เฉินได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบว่าภารกิจจำกัดเวลาของวันนี้เสร็จสิ้นแล้ว เขาจึงเดินออกมาที่สวนด้วยรอยยิ้มบางๆ
ทว่าเขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นพ่อเย่และแม่เย่เดินหน้าเครียดตรงเข้ามาหาเขา
"พ่อ แม่ เป็นอะไรกันครับ?"
"พ่อถามแกหน่อย เรื่องบ้านหลังนี้มันยังไงกันแน่?"
"เมื่อเช้ามีคนแถวนี้บอกเราว่า บ้านที่นี่มีไว้ขายเท่านั้น ไม่ปล่อยเช่า"
เมื่อเห็นพ่อกับแม่มุ่งมั่นที่จะรู้ความจริง เย่เฉินก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกลับเข้าไปในห้องแล้วเอาโฉนดที่ดินกับสัญญาบริจาคให้พ่อแม่ดู
พวกท่านถึงได้คลายความกังวลและเลิกซักไซ้
แถมยังกำชับให้เย่เฉินคอยติดตามรับใช้เจ้านายคนนั้นให้ดี
เมื่อเห็นพ่อแม่ว่างงานเดินไปเดินมาในสวน เย่เฉินก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา
เขารีบหยิบโทรศัพท์โทรหาเจ้าของฟาร์มเทียนเทียนคนก่อนหน้านี้ทันที
"สวัสดีครับ วันนี้สะดวกมาคุยที่ฟาร์มไหมครับ?"
หลังจากนัดแนะเวลาเที่ยงเรียบร้อย เย่เฉินก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย
จากนั้นเขาก็เดินไปหาหม่าเฉิงเย่ที่กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์
"พี่หม่าครับ ผมวางแผนจะเซ้งฟาร์มเล็กๆ สักแห่ง"
"เรื่องเจรจาต่อรองนี่พี่ถนัดแน่นอน เที่ยงนี้รบกวนพี่ไปดูที่กับผมหน่อยได้ไหมครับ"
เมื่อได้ยินคำชวนของเย่เฉิน หม่าเฉิงเย่ก็วางมือจากคอมพิวเตอร์
เขามองเย่เฉินด้วยความสงสัยแล้วพูดว่า "นี่มันใกล้หน้าหนาวแล้วนะ เซ้งฟาร์มตอนนี้อาจจะไม่คุ้มทุนเท่าไหร่นะ"
"แต่พี่สนับสนุนไอเดียนาย เที่ยงนี้พี่ไปกับนายด้วยแล้วกัน"
เย่เฉินที่เกลี้ยกล่อมหม่าเฉิงเย่สำเร็จ ก็กลับไปหาเพื่อนร่วมห้อง
พอรู้ว่าพวกนั้นมีเรียนตอนบ่าย เขาจึงขอยืมรถและคนขับของหม่าเฉิงเย่อีกครั้งเพื่อไปส่งทุกคน
เย่เฉินเริ่มรู้สึกถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการซื้อรถแล้วสิ
ขณะที่ผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้านวิลล่าเริ่มออกมาเดินเล่นกันมากขึ้น พวกเขาก็มองเย่เฉินและคนอื่นๆ ที่เพิ่งย้ายเข้ามาในวิลล่าหมายเลข 1 ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"เสี่ยวหม่า ไม่นึกว่าจะเจอคุณที่นี่"
ชายวัยกลางคนสวมเสื้อเชิ้ตที่มีผมขาวแซม เดินตรงเข้ามาหาหม่าเฉิงเย่
"คุณนี่ร้ายไม่เบาเลยนะ"
"ย้ายเข้ามาอยู่วิลล่าหมายเลข 1 ของหมู่บ้านเทียนเซียงเงียบๆ แบบนี้ ดูท่าผมจะประเมินคุณต่ำไปสินะ"
"ผู้จัดการหยาง อย่าแซวผมเลยครับ"
"ผมรู้สถานะตัวเองดี ก็เหมือนผู้จัดการหยางนั่นแหละครับ ผมแค่มาอาศัยบ้านเพื่อนอยู่ชั่วคราวเท่านั้น"
เมื่อมองผู้จัดการหยางซึ่งเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ หม่าเฉิงเย่ก็ยื่นมือไปจับทักทายและอธิบายอย่างใจเย็น
"คนที่จะให้คุณหม่าไปพักด้วยได้คงมีไม่กี่คนหรอกมั้ง? บังเอิญจัง คืนนี้ลูกสาวผมจะจัดงานฉลองบรรลุนิติภาวะที่วิลล่าหมายเลข 33"
"ผู้จัดการหม่า ต้องให้เกียรติไปร่วมงานให้ได้นะ!"
เมื่อเห็นว่าหม่าเฉิงเย่ไม่แนะนำใครอื่นให้รู้จัก ผู้จัดการหยางจึงขอตัวลาอย่างรู้มารยาท
ผู้อยู่อาศัยคนอื่นๆ บางคนจำหม่าเฉิงเย่ได้ และเริ่มคาดเดากันว่าใครกันนะที่เป็นคนหนุนหลังให้เขาเข้ามาอยู่ที่นี่ได้
"หม่าเฉิงเย่เพิ่งเข้าวงการมาไม่ถึงสิบปี เป็นไปไม่ได้ที่จะรู้จักคนใหญ่คนโตระดับนั้น แปลกแฮะ"
"ตัวหม่าเฉิงเย่อาจจะไม่รู้จัก แต่ก็อย่าลืมสิว่าพ่อเขาเป็นใคร ต้องเป็นพ่อเขาที่จัดการอยู่เบื้องหลังแน่ๆ"
"ดูเหมือนจะเป็นไปได้มากที่สุด ต่อไปเราคงต้องพิจารณาเรื่องความร่วมมือกับเทียนซวินกรุ๊ปให้รอบคอบซะแล้ว"
"ไม่สังเกตเหรอว่าคนที่นั่งอยู่มุมห้องนั่นมันผู้จัดการส่วนตัวของซูมู่ยวี่นี่นา? หรือว่าซูมู่ยวี่ก็อยู่ที่นี่ด้วย?"
"ซู้ด... งั้นเรื่องนี้ก็น่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ หรือว่าหม่าเฉิงเย่กับซูมู่ยวี่จะมีอะไรในกอไผ่กัน?"
"กลิ่นก็อซิปแรงมากแม่"
ทุกคนรู้สึกรำคาญสายตาอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนบ้าน จึงพากันกลับเข้าไปในห้องนั่งเล่นชั้นล่าง
จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของเฉินหงก็ได้รับรูปถ่ายที่เธอนั่งอยู่ที่มุมสวนโดยมีหม่าเฉิงเย่ยืนอยู่ข้างๆ
ใต้ภาพมีคำถามสั้นๆ ส่งมาถามว่าซูมู่ยวี่กับหม่าเฉิงเย่คบกันอยู่หรือเปล่า
"เสี่ยวหม่า มีคนแอบถ่ายพวกเราที่นี่ แล้วเริ่มสงสัยความสัมพันธ์ของคุณกับมู่ยวี่แล้วนะ"
"พี่เฉิน จะกังวลไปทำไมครับ?"
"รอมู่ยวี่อยู่ไฟเสร็จเมื่อไหร่ เราค่อยประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการก็ได้ครับ"
เมื่อเห็นเฉินหงกังวล หม่าเฉิงเย่ก็ปลอบใจเธออย่างใจเย็น
"ซูมู่ยวี่ แม่จำได้แล้ว!"
"นั่นใช่ดาราที่ออกทีวีบ่อยๆ ใช่ไหม? แม่ว่าแล้วเชียวหน้าคุ้นๆ!" แม่เย่ตบต้นขาฉาดใหญ่เมื่อนึกออกในที่สุด