เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 - นี่แกจะใช้ศีลธรรมมาบีบฉันเหรอ?

บทที่ 25 - นี่แกจะใช้ศีลธรรมมาบีบฉันเหรอ?

บทที่ 25 - นี่แกจะใช้ศีลธรรมมาบีบฉันเหรอ?


บทที่ 25 - นี่แกจะใช้ศีลธรรมมาบีบฉันเหรอ?

☆☆☆☆☆

เล่อซ่านถอนหายใจด้วยความโล่งอกในใจ อยากจะรีบฉวยโอกาสนี้ฟื้นฟูร่างกาย แต่อาการบาดเจ็บสาหัสเกินไปจริงๆ

แถมเขายังเดาทางไม่ถูกว่าฝีมือที่แท้จริงของไป๋เวิ่นอยู่ในระดับไหน... ก่อนหน้านี้ตอนสู้กับเงาอริ พอเขาเห็นว่า 'ศพ' ของไป๋เวิ่นหายไป เขาก็เลิกยั้งมือ แรงปะทะจากการต่อสู้รุนแรงจนเกือบจะฆ่าเถาเถี่ยตัวน้อยที่มีพลังชีวิตอึดถึกทนได้ แต่ไป๋เวิ่นกลับไร้รอยขีดข่วน...

ต่อให้ไป๋เวิ่นจะรอดมาได้เพราะเข้าไปหลบในตัวเถาเถี่ยตัวน้อยก็เถอะ ก็ประมาทไม่ได้อยู่ดี!

เพราะตาม 'การตั้งค่า' แล้ว เถาเถี่ยตัวน้อยเป็นตัวตนที่กินได้ทุกอย่าง ถ้าปล่อยไว้เฉยๆ เผลอๆ อาจเติบโตจนกลายเป็น 'ราชาแห่งความตะกละ' ได้เลย!

'ราชาแห่งความตะกละ' ประเมินแบบต่ำๆ ค่าข้อมูลรวมก็น่าจะแตะระดับมิติที่สามแล้ว...

ขนาดดาเมจที่เล่อซ่านสาดใส่เงาอริ เถาเถี่ยตัวน้อยยังดูดซับได้ (แค่ปริมาณมันเกินขีดจำกัดที่รับไหวไปหน่อย)

ขนาดดาเมจยังดูดซับได้ นับประสาอะไรกับไป๋เวิ่นที่เข้าไปหลบภัยในท้องมัน...

ตอนนี้เล่อซ่านประเมินแล้วว่าตัวเองใกล้หมดสภาพเต็มที จะไปมีเรื่องกับไป๋เวิ่นตอนนี้ไม่ได้ เด็ดขาด ทำได้แค่ยื้อเวลาไปก่อน...

"ไม่ต้องเกรงใจ"

ไป๋เวิ่นตอบกลับยิ้มๆ "ท่านเจ้าเมืองเล่อ ดูท่าจะเจ็บหนักน่าดู แต่ระดับท่านแล้ว แผลแค่นี้คงฟื้นฟูได้สบายๆ สินะ?

เอาอย่างนี้ ท่านทำธุระของท่านไป ผมก็จะกอบโกยของผมไป พอเสร็จธุระตรงนี้ผมก็คงต้องขอตัว..."

พูดจบ ไป๋เวิ่นก็ตั้งฝ่ามือเป็นสันมีด ทำท่าฟันลมเบาๆ แต่กลับเกิดคลื่นลมคมกริบที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เริ่มเฉือนเนื้อเถาเถี่ยตัวน้อยออกมา

"เฮ้ย เดี๋ยว!"

เล่อซ่านได้ยินแบบนั้น เห็นท่าทางแบบนั้น ก็ร้อนรนทันที รีบพูดว่า "พี่ไป๋ช้าก่อน! เถาเถี่ยตัวน้อยตัวนี้ฆ่าไม่ได้นะ!"

ไป๋เวิ่นเลิกคิ้ว "ทำไมถึงฆ่าไม่ได้?"

สมองเล่อซ่านแล่นจี๋ รีบอธิบาย "เถาเถี่ยตัวน้อยคือรากฐานการคงอยู่ของสนามทดลองแห่งนี้ เพราะมีมันอยู่ บริษัทถึงยอมทุ่มทรัพยากรเลี้ยงดูสนามทดลองนี้ต่อไป แม้แต่ที่บริษัทขายสิทธิ์การครอบครองสนามทดลองให้ผม ก็เพราะการมีอยู่ของมันยังสร้างมูลค่าได้...

ถ้าเถาเถี่ยตัวน้อยไม่อยู่แล้ว สนามทดลองนี้ก็จะหมดคุณค่าที่จะดำรงอยู่ต่อไป

ถ้าพี่ไป๋เห็นแก่ความสะใจชั่ววูบ ฆ่าเถาเถี่ยตัวน้อยทิ้ง ก็เท่ากับทำลายโลกทั้งใบนี้เลยนะ!"

"อ๋อ เรื่องนั้นผมรู้อยู่แล้ว"

ไป๋เวิ่นตอบหน้าตาเฉย ความจริงเขามองออกว่าเล่อซ่านกำลังร้อนใจ และเขาก็ไม่ได้กะจะฆ่าเถาเถี่ยตัวน้อยเดี๋ยวนี้หรอก เขากำลังลังเลอยู่

พื้นที่ทางจิตของเขาแม้จะเก็บของได้ แต่มันดูเหมือนจะจุได้ไม่เยอะเท่าไหร่

ขนเสบียงกลับไปได้จำกัด

ดังนั้นความจริงแล้วไป๋เวิ่นตั้งใจจะค่อยๆ เฉือนเนื้อกิน ค่อยๆ ย่อยและดูดซึม อาศัยโลกสนามทดลองแห่งนี้ยกระดับตัวเองให้ได้มากที่สุด... ไหนๆ ดร.เล่ยเหวินก็ไม่ได้กำหนดเวลาภารกิจอยู่แล้ว

ต่อให้เขาอยู่โลกนี้ได้แค่ 'หนึ่งวัน' ในเวลาโลกจริง นั่นก็เท่ากับสิบปีในโลกนี้!

สิบปีนี้ ถ้าไป๋เวิ่นกินเนื้อเถาเถี่ยตัวน้อยทุกวันทุกมื้อ เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าตัวเองจะเทพซ่าขนาดไหน!

ติดอยู่ปัญหาเดียว คือเล่อซ่านนี่แหละ

หมอนี่เป็นเจ้าหน้าที่เกษียณรุ่นเก๋า เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว เมื่อกี้ก็เพิ่งโชว์ของให้ดูไปหยกๆ

แถมอย่าเห็นว่าตอนนี้นอนพะงาบๆ ใครจะรู้ว่าแอบซ่อนไพ่ตายอะไรไว้อีกหรือเปล่า?

ไป๋เวิ่นเลยไม่กล้าเข้าใกล้ แต่ถ้าไม่จัดการเล่อซ่าน แผนการกินบุฟเฟต์เถาเถี่ยระยะยาวก็ทำไม่ได้...

ลำบากใจแฮะ...

คิดไปคิดมา ไป๋เวิ่นเลยตัดสินใจคุยกับหมอนี่ถ่วงเวลาไปก่อน ค่อยตัดสินใจ

"คุณรู้?"

เล่อซ่านอึ้งไปนิดหนึ่ง "รู้แล้วคุณไม่แคร์เหรอ? นี่มันความเป็นความตายของโลกใบหนึ่งเลยนะ! ต่อให้คิดถึงแค่ชาวเมืองปีศาจราตรี ก็ปาไปตั้งแสนกว่าชีวิต... คุณ ไม่แคร์เลยเหรอ?"

ไป๋เวิ่นทำหน้าแปลกใจ "ทำไมผมต้องแคร์?"

ตัวเองยังเอาตัวแทบไม่รอด จะไปสนคนอื่นทำไม?

อีกอย่าง... ข้อมูลที่ดร.เล่ยเหวินให้มาระบุชัดเจน สนามทดลองก็แค่หลุมลึกจำลองที่สร้างขึ้นจากไอเท็มห้วงลึกที่ชื่อ 'ม้วนคัมภีร์ปณิธาน' ผสมกับ 'เหมืองสมอง' เท่านั้น

และเงื่อนไขการมาเป็น 'เหมืองสมอง' คือต้องขายตัวเองให้บริษัทเพื่อแลกกับ 'ชีวิตอมตะ'...

ถ้าสนามทดลองนี้ไม่จบสิ้น ชาวเมืองปีศาจราตรีก็ต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในนี้ชั่วนิรันดร์ ภายใต้การปกครองของเล่อซ่านที่ล้างสมองพวกเขามาหลายร้อยปี จนบิดเบือนไปถึงระดับจิตสำนึก...

ต่อให้ไป๋เวิ่นฆ่าเถาเถี่ยตัวน้อย แล้วทำให้โลกนี้ล่มสลายจริงๆ พวก 'เหมืองสมอง' ที่ร่วมกันสร้างโลกนี้ขึ้นมา ก็แค่ถูกบริษัทจับไป 'รีเซ็ตชีวิตใหม่' เท่านั้น...

บวกลบคูณหารดูแล้ว การที่เขาทำลายโลก อาจจะถือว่าทำบุญด้วยซ้ำ!

"คุณ..."

หน้าของเล่อซ่านแข็งค้าง ไป๋เวิ่นไม่สนจริงๆ เหรอ?

ความเป็นคนปกติ เวลาเจอสถานการณ์แบบนี้ รู้ว่าชีวิตคนนับแสนขึ้นอยู่กับความคิดของตัวเอง อย่างน้อยมันต้องมีหวั่นไหวกันบ้างสิ?

แต่ไป๋เวิ่น นอกจากจะไม่ลังเลแล้ว ยังถามกลับหน้าตายว่าทำไมต้องแคร์?!

ต่อให้เป็นเจ้าหน้าที่รุ่นเก๋าบางคน ยังทำใจแข็งขนาดนี้ไม่ได้เลยนะ!

"คุณ คิดดีแล้วเหรอ? ยังไงซะนั่นก็เป็นอารยธรรมหนึ่งเชียวนะ... ถ้าคุณฆ่าเถาเถี่ยตัวน้อย ก็เท่ากับทำลายโลก ทำลายอารยธรรม จิตใจของคุณ... จะแบกรับน้ำหนักของอารยธรรมไหวเหรอ?"

"อารยธรรม? ขำว่ะ"

ไป๋เวิ่นหัวเราะลั่น หัวเราะจนเล่อซ่านงง หัวเราะจนเล่อซ่านเริ่มโมโหเพราะความอับอาย

"ขำอะไร!"

"เปล่า แค่คิดว่าถ้าได้ถ้วยรางวัลความสำเร็จอย่าง 'ผู้ทำลายอารยธรรม' มาประดับบารมี มันคงเท่ไม่หยอก!"

"หา?"

เล่อซ่านเหวอแดก เห็นว่ากล่อมด้วยเหตุผลไม่ได้ผล จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนแผน

เล่อซ่านปล่อยโฮออกมาเสียงดังลั่น "ท่านทูตจากเบื้องบน ได้โปรดอย่าทำลายพวกเราเลย! ความผิดทั้งหมดข้าเล่อซ่านขอน้อมรับไว้คนเดียว ชาวบ้านตาดำๆ ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ขอท่านทูตได้โปรดละเว้นพวกเขาด้วยเถิด!"

"?"

ไป๋เวิ่นชะงักไปเล็กน้อย

แล้วก็เห็นว่าม่านพลังสีเลือดครึ่งวงกลมที่เคยปกคลุมพื้นที่นี้อยู่ ไม่รู้หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่!

การต่อสู้ระหว่างเงาอริกับเล่อซ่านก่อนหน้านี้ แม้จะมีม่านเลือดบังไว้ส่วนใหญ่ แต่ก็ยังมีแรงสั่นสะเทือนเล็ดลอดออกไป

เมืองปีศาจราตรีเกือบครึ่งพังราบเป็นหน้ากลอง ชาวบ้านเจ็บตายเกลื่อนกลาด แต่คนที่ยังรอดชีวิต ต่างก็กำลังสวดภาวนาให้เล่อซ่านจากก้นบึ้งของหัวใจ

ตอนนี้พอเล่อซ่านสลายม่านพลัง ชาวบ้านก็ได้เห็นสภาพภายใน แม้จะไม่รู้รายละเอียด แต่เห็นสภาพ 'ท่านเจ้าเมืองผู้ไร้พ่าย' ตกอยู่ในสภาพอนาถขนาดนี้ บวกกับถ้อยคำคร่ำครวญของเล่อซ่าน... การล้างสมองที่ทำมาอย่างต่อเนื่องหลายรุ่นคน ทำให้พวกเขามโนภาพเหตุการณ์ไปในทิศทางเดียวกันทันที!

ชาวบ้านเริ่มร้องไห้โฮ เริ่มกราบกรานอ้อนวอน

"ท่านทูตสวรรค์ ได้โปรดอย่าฆ่าท่านเจ้าเมือง!"

"ท่านทูต ฆ่าข้าน้อยเถอะ ข้าน้อยยอมตายแทนท่านเจ้าเมือง..."

"ท่านทูต! ข้าน้อยก็ยอมแลกชีวิตกับท่านเจ้าเมือง!"

"ท่านทูต..."

...

เสียงร้องไห้อ้อนวอนของมวลชนเรือนแสน ที่ออกมาจาก 'ใจจริง' มันช่างน่าสะเทือนใจ

สีหน้าของไป๋เวิ่นเปลี่ยนไปเล็กน้อย

เล่อซ่านเห็นดังนั้น ก็ยิ่งร้องห่มร้องไห้ดังกว่าเดิม เขาไม่ได้ขอชีวิตตัวเอง แต่ขอแลกชีวิตตัวเองกับความสงบสุขของชาวบ้าน

ฝ่ายชาวบ้านที่ไม่รู้ความจริง ก็ยิ่งร้องไห้หนักหน่วงขึ้น แทบจะขาดใจตาย

'พลังศรัทธา' ของมวลชนเริ่มก่อตัวหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ

"นี่แกจะใช้ศีลธรรมมาบีบฉันเหรอ?"

ไป๋เวิ่นขมวดคิ้ว

"ท่านทูตเข้าใจผิดแล้ว ผู้น้อยมิบังอาจ..." เล่อซ่านฟูมฟาย แต่นัยน์ตากลับฉายแววเย้ยหยัน

ไป๋เวิ่นกวาดตามองไปรอบๆ

"ยังดี ที่ฉันชินกับเรื่องพรรค์นี้แล้ว..."

"อะไรนะ?"

เล่อซ่านได้ยินไม่ถนัด ชาวบ้านเสียงดังเกินไป แถมเขาก็อ่อนแอเต็มที

ไป๋เวิ่นไม่ตอบ เพียงแค่รวบรวมพลังไว้ที่เท้า แล้วกระทืบลงไปเต็มแรง!

ตอนที่เล่อซ่านสู้กับเงาอริ ไป๋เวิ่นไม่ได้อยู่เฉยๆ

ย่อยสารสกัดที่ได้มา แถมยังกินบุฟเฟต์เนื้อสดเข้าไปอีกมื้อใหญ่ ตอนนี้ค่าข้อมูลรวมของไป๋เวิ่นปาเข้าไปเกือบ 1500 จุด!

พลังมหาศาลขนาดนี้ พอระเบิดออกมา บวกกับความเสียหายเดิมที่เล่อซ่านทำไว้ เพียงแค่กระทืบเท้าทีเดียว ก็ทำให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ถล่มเมืองปีศาจราตรีทั้งเมือง!

เดิมทีเมืองแค่พังไปเกือบครึ่ง ดูไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่

ตอนนี้ดีเลย พังพินาศย่อยยับกันถ้วนหน้า ดูสวยงามแบบศิลปะความวุ่นวาย...

พร้อมกันนั้น ไป๋เวิ่นก็ใช้พลังราชสีห์คำราม ตะโกนก้อง: "หุบปาก—!"

คลื่นเสียงกระแทกม้วนตลบไปทั่วเมือง กลบเสียงอื่นจนหมดสิ้น

ชาวบ้านที่อยู่ใกล้หน่อย ถึงกับเลือดออกเจ็ดทวาร ตายคาที่ทันที!

"โทษทีว่ะ ฉันไม่อิน"

ไป๋เวิ่นแสยะยิ้มเย็น

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 25 - นี่แกจะใช้ศีลธรรมมาบีบฉันเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว