- หน้าแรก
- เพิ่งจะได้เป็นที่หนึ่งในใต้หล้า เจ้ากลับบอกว่านี่คือคอกสัตว์ชั้นต่ำงั้นรึ
- บทที่ 24 - ใจเย็นไอ้น้อง มีอะไรค่อยๆ คุยกัน!
บทที่ 24 - ใจเย็นไอ้น้อง มีอะไรค่อยๆ คุยกัน!
บทที่ 24 - ใจเย็นไอ้น้อง มีอะไรค่อยๆ คุยกัน!
บทที่ 24 - ใจเย็นไอ้น้อง มีอะไรค่อยๆ คุยกัน!
☆☆☆☆☆
ตอนนี้เล่อซ่านทุ่มสุดตัวแล้ว ถึงจะพอสูสีกับเงาอริ แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นรองอยู่นิดหน่อย...
ยังดีที่เงาอริมีจุดอ่อน คือไม่ถนัดการต่อสู้ยืดเยื้อ ขอแค่ยื้อเวลาไว้ให้ได้
สู้แบบบ้าเลือดอย่างเงาอริ อีกไม่นานพลังก็คงหมด... ถึงดาเมจจะแรง แต่ไม่อึด
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่รู้ว่าเจ้านั่นโดนไป๋เวิ่นเป่าหูมาอีท่าไหน ขนาดสติแตกไปแล้ว ก็ยังแบ่งพลังส่วนหนึ่งไปปกป้องพื้นที่ตรงนั้นไว้ ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ
กลับมาดูที่ตัวเอง ถึงจะใช้ 'ม่านพลังโลหิตพิทักษ์' ที่กันการโจมตีเกือบทุกชนิดที่ต่ำกว่าระดับมิติที่สองได้แบบสมบูรณ์ ตัดขาดภายในภายนอก พลังป้องกันถือว่าสุดยอดในระดับมิติที่สอง
แต่ม่านพลังนี้ใช้พลังแค่ตอนร่ายครั้งเดียว ร่ายเสร็จก็ไม่ต้องจ่ายพลังเพิ่มอีก ใช้ควบคุมหรือแบ่งแยกสนามรบได้ดีเยี่ยม
ทฤษฎีแล้วเงาอริก็ใช้ท่านี้ได้ แต่ประเด็นคือเจ้านั่นไม่มีโครงสร้างทางชีวภาพ ดูเหมือนคนแต่ข้างในเป็นเงาล้วนๆ
พูดง่ายๆ คือเงาอริไม่มีเลือด ใช้ 'ม่านพลังโลหิตพิทักษ์' ไม่ได้
ส่วนจะใช้พลังเงาเลียนแบบ... ความสามารถจากห้วงลึกมันไม่ได้พลิกแพลงได้ขนาดนั้น
การเลียนแบบของเงาอริ มีแต่จะเพิ่มภาระการใช้พลังงาน แถมยังต้องจ่ายพลังงานต่อเนื่อง... ก็ปกติแหละ เงาอริมันเป็นพวกไม่มีสมอง — ไม่มีสมองในทางชีวภาพจริงๆ
และเป้าหมายของมัน ก็แค่เพื่อปกป้องศพของเจ้าหน้าที่จอมตอแหลนั่น ซึ่งมันไร้สาระสิ้นดี
คนตายฟื้นคืนชีพไม่ได้ ต่อให้เป็นเจ้าหน้าที่ก็เถอะ เว้นแต่จะมี 'เหรียญชุบชีวิต'... แต่การใช้ 'เหรียญชุบชีวิต' ก็มีเงื่อนไขและข้อจำกัด
เล่อซ่านไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่ชื่อไป๋เวิ่นจะมี 'เหรียญชุบชีวิต' และถึงมี สถานการณ์ตอนนี้ก็ไม่เอื้อให้ใช้
ที่สำคัญกว่านั้น ต่อให้ใช้ 'เหรียญชุบชีวิต' ของที่ควรจะดรอปก็ต้องดรอปอยู่ดี
ตอนนี้เงาอริบุกกระหน่ำ ขอแค่เขายื้อเวลาได้อีกหน่อย เงาอริต้องแพ้แน่...
ถึงตอนนั้นแม้ตัวเองจะชนะแบบสะบักสะบอม แต่สำหรับพิธีวิวัฒนาการแล้ว มันคือคะแนนบวก
เงาอริตอนนี้จะพูดยังไงก็ช่างมัน เดี๋ยวพอมันพลังหมดตายไป เขาก็ไปหา 'คัมภีร์แห่งความลับ' ของไอ้เจ้าหน้าที่นั่นมาเปิดดู ความจริงก็จะ...
เล่อซ่านกำลังคิดเข้าข้างตัวเองอย่างสุดฤทธิ์ ทันใดนั้นก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง—
"เฮ้ย เดี๋ยว! ศพล่ะ?!"
เขาแค่เหลือบไปมองพื้นที่ที่เงาอริกางพลังป้องกันไว้ตามสัญชาตญาณ ก็เห็นว่านอกจากกองเลือดที่ยังดูสดใหม่แล้ว ก็ไม่มีอะไรเลย!
ไม่มีศพ ไม่มีคัมภีร์แห่งความลับ!
"เล่ออิ่ง! หยุดก่อน! ศพไอ้จอมตอแหลนั่นหายไปแล้ว!"
"หือ?"
เงาอริที่รูปร่างแทบไม่เหลือความเป็นคน หันขวับกลับมา ดวงตาเงาอันมืดมิดเห็นความว่างเปล่าในเขตป้องกันของตัวเอง—
"อ๊ากกกก! ไอ้เล่อซ่านบัดซบ! แม้แต่ศพน้องไป๋มึงก็ไม่เว้นเหรอ! กูจะระเบิดตัวเองไปพร้อมกับมึงเดี๋ยวนี้แหละ!!"
เล่อซ่าน "???"
ไม่ใช่แล้วไอ้น้อง!
มาถึงขั้นนี้ เล่อซ่านไม่มีเวลาให้ฟุ้งซ่านอีกแล้ว
เขาเลิกควบคุมพลัง ปล่อยให้คลื่นพลังจากการปะทะอาละวาดไปทั่วภายใน 'ม่านพลังโลหิตพิทักษ์'
...
ผ่านไปนานพักใหญ่
ในที่สุดเล่อซ่านก็เป็นฝ่ายชนะศึก 'ยื้อชีวิต' กับเงาอริได้สำเร็จ
กว่าเงาอริจะก่อตัวขึ้นใหม่ เขาคงไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ไปอีกพักใหญ่
การต่อสู้ยุติ พายุสงบลง
ภายใน 'ม่านพลังโลหิตพิทักษ์' ไม่เหลือเค้าเดิมแม้แต่น้อย
แม้แต่พื้นดินภายนอกม่านพลัง ก็ยังมีรอยร้าวถี่ยิบเหมือนใยแมงมุมกระจายออกไป มีแต่ม่านพลังเท่านั้นที่ยังคงสภาพสมบูรณ์
ก้นหลุม นอกจากเล่อซ่าน ก็เหลือแค่เถาเถี่ยตัวน้อยที่บาดเจ็บสาหัสร่อแร่เต็มที
เล่อซ่านเองก็สภาพดูไม่ได้ บาดเจ็บสาหัสใกล้ตายเหมือนกัน
ก็แหงล่ะ สู้เป็นตายกับ 'ตัวเอง' ในเวอร์ชันคลุ้มคลั่ง สภาพนี้ก็ถือว่าปกติ เรียกว่าชนะแบบเฉียดฉิวจริงๆ
เล่อซ่านในตอนนี้ตัวโชกไปด้วยเลือด แขนขาขาดวิ่น พลังชีวิตริบหรี่ แต่ในฐานะเจ้าหน้าที่เกษียณ สถานการณ์แบบนี้เขาผ่านมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
แค่ยังมีชีวิตอยู่ก็พอ
ถ้ามองแค่ผลลัพธ์ ก็ถือว่าดีเยี่ยม
การต่อสู้ครั้งนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาล ชาวบ้านที่อยู่นอกม่านพลังมองไม่เห็นข้างใน ก็คงจินตนาการไปไกลลิบ
ผลของพิธีกรรมดีเกินคาด เล่อซ่านรู้สึกได้ลางๆ ว่า 'พลังศรัทธา' เริ่มรวมตัวกันแล้ว
'พลังศรัทธา' นี้ถือเป็นส่วนสำคัญมากในขั้นตอนพิธีวิวัฒนาการ และเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ส่งผลต่ออัตราความสำเร็จ
เชื่อว่าพอเขาฟื้นตัวสักหน่อย แล้วคลายม่านพลังออก เผยทุกอย่างให้ชาวโลกเห็น น่าจะได้รับพลังศรัทธาลอตใหญ่อีกระลอก!
สถานการณ์ตอนนี้ ถือว่าเป็นฉากจบที่สวยที่สุดแล้ว
เขา 'ปกป้องพสกนิกรจนตัวตาย' ส่วนเจ้า 'สัตว์ร้ายล้างโลก' เถาเถี่ยตัวน้อย ก็ถูกเขาต้านทานจนปางตายเช่นกัน...
คิดได้ดังนั้น มุมปากของเล่อซ่านก็ยกยิ้ม
"จบแล้วสินะ? เกือบไป ยังดีที่เจ้านี่หนังเหนียว แถมฟื้นฟูตัวเองได้..."
ทันใดนั้น เสียงที่โผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยก็ดังขึ้น รอยยิ้มบนหน้าเล่อซ่านแข็งค้าง เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการหันคอไปมอง
เห็นเงาร่างสีแดงฉานค่อยๆ มุดออกมาจากร่างของเถาเถี่ยตัวน้อยที่เหลือแค่ครึ่งตัวและเต็มไปด้วยบาดแผล เลือดสัตว์สาดกระเซ็นไปทั่ว
"แก แก แก..."
เห็นเถาเถี่ยตัวน้อยที่เดิมทีก็ร่อแร่เต็มที พอไป๋เวิ่นโผล่ออกมา สัญญาณชีพของมันก็แกว่งไกวอย่างรุนแรง หายใจออกมากกว่าหายใจเข้า ทำท่าจะไปไม่กลับแล้ว
เล่อซ่านร้อนรนทันที "พี่ชาย! มีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆ จา อย่าใจร้อน อย่ามุทะลุ! คุยกันได้!"
ตอนนี้ 'พลังศรัทธา' ปรากฏแล้ว เล่อซ่านก็ทุ่มจนหมดตัวแล้ว ใกล้จะถึงเวลาเก็บเกี่ยว... เถาเถี่ยตัวน้อยจะมาตายตอนนี้ไม่ได้นะ!
อย่าเห็นว่าตอนนี้เถาเถี่ยตัวน้อยสภาพดูไม่ได้ จริงๆ พลังชีวิตมันอึดจะตาย ขอแค่ไป๋เวิ่นไม่ซ้ำเติม อีกไม่นานมันก็กลับมาดีดได้เหมือนเดิม!
แต่เงื่อนไขคือ ไป๋เวิ่นต้องไม่ซ้ำเติม...
ไม่งั้นที่เล่อซ่านทุ่มเทมาหลายร้อยปี แถมวันนี้ยังสู้จนแทบรากเลือด... ถ้าเถาเถี่ยตัวน้อยตาย ทุกอย่างจบเห่!
"อ้าว? อยากคุยเรื่องอะไรล่ะ?"
ไป๋เวิ่นยืนอยู่ข้างเถาเถี่ยตัวน้อยที่ใกล้ตาย มือข้างหนึ่งวางบนหัวมัน ฝ่ามือมีคลื่นพลังงานหมุนวนชัดเจน
แต่เขาไม่ยอมเข้าใกล้เล่อซ่านแม้แต่นิดเดียว ยืนยิ้มแฉ่งถามกลับมาว่า "ตามหลักแล้ว ตอนนี้ผมควรจะหาทางฆ่าคุณเพื่อแก้แค้นให้พี่เงาไม่ใช่เหรอ?"
"คุณ... พี่ชายเข้าใจผิดแล้ว พี่เงาของคุณยังไม่ตาย" เล่อซ่านหน้าถอดสี
ฝืนยิ้มเจื่อนๆ อธิบายว่า "มันก็คือเงาของผม ผมยังไม่ตายมันจะตายได้ยังไง? มันแค่สลายไปชั่วคราว อีกเดี๋ยวมันก็โผล่มาใหม่..."
"พี่เงายังไม่ตายเหรอ? งั้นก็ดีสิ" ไป๋เวิ่นยิ้มกว้าง "ท่านเจ้าเมืองเล่อ ท่านไม่ต้องเกร็ง ผมก็แค่ล้อเล่นขำๆ
คุณก็คือพี่เงา พี่เงาก็คือคุณ พวกคุณก็แค่มีความเห็นไม่ตรงกันนิดหน่อย ทะเลาะกันเพราะอุดมการณ์ไม่ตรงกัน ถึงขั้นฆ่าแกงกัน เรื่องแบบนี้มันปกติจะตายไป"
"พี่ชายเข้าใจก็ดีแล้ว ขอบคุณที่เข้าใจ ขอบคุณจริงๆ..."
เล่อซ่านฉีกยิ้มแข็งทื่อ พยายามเอาใจ
...
[จบแล้ว]